เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่470: ปิดประตู! มุ่งหน้าสู่ทะเลโครงกระดูก!

บทที่470: ปิดประตู! มุ่งหน้าสู่ทะเลโครงกระดูก!

บทที่470: ปิดประตู! มุ่งหน้าสู่ทะเลโครงกระดูก!


ข่าวการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วของเซิ่งเทียนมิ่งแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงทำให้เหล่าบุตรแห่งจอมราชันย์รอบกายซูเซวียนแตกตื่น แม้แต่จอมราชันย์ที่เหลืออีกเก้าตนยังอดทอดถอนใจไม่ได้

“สมกับเป็นลูกของม่านหัวจริงๆ การถูกลดระดับต่อเนื่องไม่ได้ทำให้นางท้อถอย แต่กลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น รอชมผลงานในทะเลโครงกระดูกได้เลย”

“พวกเผ่าแมลงระดับดาราขั้น 3 ระลอกใหม่ทางฝั่งนั้นเริ่มวิวัฒนาการแล้ว กำลังต้องการกำลังรบใหม่ๆ พอดี”

“จะว่าไป พอฝูซากับม่านหัวจากไป พื้นที่ของเราก็กว้างขวางขึ้นเยอะเลยนะ”

“เซโบดง นายแน่ใจนะว่าปิด 【ประตู】 สนิทแล้ว?”

จิตสำนึกของเซโบดงเปี่ยมด้วยความมั่นใจ “วางใจเถอะ ล็อก 【ประตู】 ไว้แน่นหนาพอแล้ว เจ้าสองตัวนั่นไม่มีวันกลับมาได้อีกตลอดกาล”

จิตสำนึกของจอมราชันย์ตนอื่นแฝงความกังวลเล็กน้อย “ถ้าเกิดสองตัวนั้นถูกเผ่าแมลงเจอเข้าแล้วดูดกลืนไป พวกแมลงระดับต่ำจะวิวัฒนาการจนแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ความเร็วในการยึดครองทะเลโครงกระดูกของพวกมันจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด”

“ไม่ต้องห่วง พวกมันไม่มีทางยอมนอนรอความตายแน่ เพื่อเด็กๆ ในจักรวาลชั้นใน พวกมันจะหนี จะหนีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีที่ให้หนี”

“คำนวณดูแล้ว พวกเรายังมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายแสนปีดาราจักร น่ายินดีจริงๆ”

“ในเมื่อเป็นอย่างนี้ อีกสามรอบวันดาราค่อยส่งพวกเขาไปทะเลโครงกระดูกก็แล้วกัน ในที่สุดก็จะได้สงบหูสงบตาไปสักพัก การได้ปลดปล่อยรังสีแบบไร้ข้อผูกมัดนี่มันช่างผ่อนคลายและมีความสุขจริงๆ...”

“ฮ่าๆๆ ฉันก็เหมือนกัน ถือโอกาสรวบรวมเครื่องบรรณาการสักหน่อย ไม่แน่อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกสักแสนกว่าปีดาราจักร”

“นอนละๆ”

......

หลังจากส่งทูตต่างเผ่าพันธุ์จากหกเนบิวลาใหญ่กลับไปหมดแล้ว ซูเซวียนก็นับว่ากอบโกยไปได้ “ไม่น้อย”

ถ้าวัดมูลค่าด้วยแกนไทเทเนียมอาจจะไม่เยอะนัก เพราะแต่ละเผ่าพันธุ์ก็มีภาระค่าใช้จ่ายของตนเอง แต่พวกของขึ้นชื่อต่างๆ นี่สิมีเยอะจนนับไม่ถ้วน

ทั้งขน เกล็ด เขา สารคัดหลั่งจากสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จัก ของสะสมแปลกๆ... แทบจะกองเต็มม่านพลังป้องกันของดาวซีฮวาแล้ว

หานเยียนหลิงได้ส่งทรัพยากรระดับละอองดาวที่เหลือใช้กลับไปพัฒนาที่ดาวบลูสตาร์

ฟังเสี่ยวหานบอกว่า การบุกโจมตีของสัตว์อสูรที่ดาวบลูสตาร์ดุเดือดขึ้นมาก ถ้าไม่มีดอกขุยทรราชต้นนั้นอยู่ ลำพังแค่ซากสัตว์อสูรส่วนเกิน ดาวบลูสตาร์ก็คงย่อยสลายไม่ทัน

พอซูเซวียนถามถึงความเป็นไปของดอกขุยทรราช หานเยียนหลิงก็บอกว่าช่วงนี้จ้าวซิ่วเหยียนกับศาสตราจารย์เหยียนกำลังวิจัยโครงการ 【วิธีใช้ซากสัตว์อสูรเปื้อนอึแลกหนวดอ่อนระดับโคตรหายาก】

เล่นเอาซูเซวียนรีบสั่งระงับทันที

นี่มีกี่ชีวิตกัน ถึงกล้าไปขู่ลูกสาวแท้ๆ ของจอมราชันย์?

แต่ตัวเขาเองต้องไปทะเลโครงกระดูกสักครั้ง ตอนนี้คุณสมบัติสายเทพนิยายของเขานอกจาก 【ระดับบรรพกาล · ผิวหนังแข็งแกร่ง】 แล้ว อันอื่นยังเป็นแค่ระดับบรรพชน เผลอๆ 【โซ่ตรวนมิติว่างเปล่า】 ยังเป็นแค่คุณสมบัติระดับทั่วไปด้วยซ้ำ

ถ้าอัปเกรดคุณสมบัติพวกนี้เป็น 【ระดับบรรพกาล】 ทั้งหมด เกรงว่าประสิทธิภาพการดูดซับคงจะเพิ่มขึ้นได้อีก

ตอนนี้มีโซ่ดาราจักรแค่สิบเส้น น้อยเกินไป

สามรอบวันดารานี้ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ก่อนออกเดินทางไปทะเลโครงกระดูก ซูเซวียนสะสมผลึกอีเธอร์ได้มากถึงแปดพันล้านแล้ว

ข่าวเรื่องเผ่าศักดิ์สิทธิ์ป่วยเป็นโรคประหลาดก็แพร่กระจายไปทั่วเนบิวลาใหญ่ในจักรวาลชั้นใน

ไม่มีเผ่าไหนกล้าคบค้าสมาคมกับเผ่าศักดิ์สิทธิ์อีก

มีข่าวลือหนาหูว่า:

เผ่าศักดิ์สิทธิ์ไปล่วงเกินตัวตนลึกลับบางอย่างเข้า เลยกำลังต้องคำสาปแห่งโชคร้าย

สามรอบวันดาราให้หลัง และเมื่อซูเซวียนออกจากเนบิวลาสามเสาหลักในจักรวาลชั้นใน มุ่งหน้าสู่ทะเลโครงกระดูกอันห่างไกล เผ่าศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกิดโรคประหลาดแบบนั้นอีก

ทว่าสิ่งมีชีวิตระดับดาราขั้น 3 ทั้งเผ่ากลับหายเกลี้ยงไม่เหลือ

ประวัติศาสตร์เผ่าศักดิ์สิทธิ์เรียกเหตุการณ์นี้ว่า 【มหาภัยพิบัติการสูญหายของระดับดาราขั้น 3】!

......

ภายในยานอวกาศที่มุ่งหน้าสู่ทะเลโครงกระดูกนั้นหรูหราอลังการ ผนังทั้งสี่ฝังเต็มไปด้วยอัญมณี แสงระยิบระยับไหลเวียน ราวกับแสงแห่งธารดาราสาดส่องเข้ามาในห้องโดยสาร

“ซูเซวียนดูสิ ยานลำนี้กู้มาจากอารยธรรมเผ่าอัญมณีในทะเลโครงกระดูกเชียวนะ อัญมณีพวกนี้ในจักรวาลชั้นในไม่มีหรอก มูลค่าตั้งหลายหมื่นล้านแกนไทเทเนียมแน่ะ” เมสเทลขยับเข้ามาใกล้ แนะนำอย่างขี้เล่น

ซือหลัวเนี่ยพูดแทรกขึ้นมา เถาวัลย์สั่นไหวเบาๆ “ในทะเลโครงกระดูกมีชิ้นส่วนอารยธรรมในอดีตเต็มไปหมด พวกแมลงก็กู้ซาก พวกเราก็กู้ซาก ไม่ใช่แค่สนามรบ แต่ยังเป็นแหล่งขุดทองชั้นดีเลยนะ”

ตอนนี้ ซูเซวียนกลายเป็นจุดสนใจที่ทุกคนบนยานรุมล้อม สองสาวเผ่ามารพยายามเบียดตัวเข้ามาใกล้

“ซูเซวียน พอถึงทะเลโครงกระดูกแล้ว มา ‘รวมร่าง’ ต้านพวกแมลงกับฉันเถอะนะ จะได้ผ่านช่วงมือใหม่ที่ยากลำบากที่สุดไปด้วยกัน” เมสเทลบินวนรอบตัวซูเซวียน สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง แต่ทุกครั้งที่พยายามจะเข้าใกล้กว่าเดิม เซิ่งเทียนมิ่งก็จะยื่นเขาแหลมออกมาขวางอย่างระแวดระวัง

ซูเซวียน: “......”

น้องสาวตัวเล็กน่ารักขนาดนี้ ทำไมพูดจาชวนคิดลึกได้ขนาดนั้น

ดีนะที่หานเยียนหลิงอยู่ข้างๆ ขืนเรื่องนี้รู้ไปถึงหูยัยนั่น มีหวังตัวเขาได้ “ระเบิด” ตลอดเวลาแน่

“ขอบใจนะ แต่ฉันชอบลุยเดี่ยวมากกว่า” ซูเซวียนยิ้มตอบ

เมสเทลมองเซิ่งเทียนมิ่งด้วยสายตา “ตัดพ้อ” ก่อนจะบินหนีไปอย่างงอนๆ

เจ็บใจนัก มาช้าไป

ทำไมฉันถึงไม่มีคุณสมบัติเกาะติดหนึบแบบนั้นบ้างนะ

“ซูเซวียน พอเข้าทะเลโครงกระดูกปุ๊บ ก็จะมีการจัดพิธีต้อนรับเด็กใหม่ทันที” ซือหลัวเนี่ยยิ้มอ่อนโยน พลางใช้เถาวัลย์มัดฟริอันซ่าที่กำลังจะแอบกินอัญมณีไว้ “ว่ากันว่าพวกครูฝึกใช้วิธีนี้คัดกรอง ‘คนอ่อนแอ’ ที่ปรับตัวเข้ากับเผ่าแมลงไม่ได้ออกไป”

“นายพก 「อาวุธวิญญาณระดับหายาก」 มาเยอะขนาดนี้ ครูฝึกเผ่ามารระดับสูงหลายคนอาจจะจ้องหาเรื่องนายได้ ที่นั่นไม่ค่อยสงบสุขเท่าไหร่หรอก”

“ขอบใจที่เตือน ไม่สงบสุขน่ะดีที่สุดแล้ว” ซูเซวียนยิ้มตอบ ในใจกลับยิ่งคาดหวังกับทะเลโครงกระดูกมากขึ้น

ซือหลัวเนี่ย: “???”

หรือฉันพูดอะไรผิดไป?

ซูเซวียนคิดในใจ ‘ฉันล่ะชอบพวกที่ดาหน้าเข้ามาหาเรื่องที่สุด ไม่เพียงจะได้ฝึกมือ ยังเก็บเกี่ยวพลังงานได้เรื่อยๆ อีก’

‘พวกเธอทำตัวดีขนาดนี้ เล่นเอาฉันเกรงใจจนไม่กล้าดูดพลังเลย’

กำลังคิดเพลินๆ คงหมีก็เสริมขึ้นมาว่า:

“พิธีต้อนรับด้านหนึ่งคือสอนเด็กใหม่ให้ชินกับการฉายจิตของเผ่าจือหลิง อีกด้านก็เพื่อให้พวกเรารู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของเผ่าแมลง จะได้ไม่ใช้จิตสำนึกรวมหมู่ของเผ่าจือหลิงอย่างสิ้นเปลือง”

ซูเซวียนพยักหน้า ถามต่อ “แล้วจุดเชื่อมต่อนั่นคืออะไร?”

“คือโบราณสถานของอารยธรรมบรรพกาลขีดสุด ข้างในมีความรู้และสมบัติมากมาย ได้ยินว่าถ้าใครยึดโบราณสถานในทะเลโครงกระดูกได้ทั้งหมด ก็จะควบคุมสวิตช์ของทะเลโครงกระดูกได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเปิดสวิตช์นี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร”

ฟริอันซ่าบ่นพึมพำ จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป น้ำเสียงดูภูมิใจขึ้นมา “ไม่กลัวหรอก พี่ใหญ่ฟูดิโมของฉันเฝ้าจุดเชื่อมต่ออยู่ที่ทะเลโครงกระดูกจุดหนึ่ง ใครหน้าไหนจะกล้าแหยมกับพวกเรา?”

หลังจากฝูซาจากไป เสบียงขนมขบเคี้ยวของฟริอันซ่าก็ขาดตอน ตัวผอมลงไปตั้งหลายรอบ

รอจะไปพึ่งใบบุญพี่ใหญ่อยู่เนี่ย

อิ๋นหลิวกับหรงป้าก็ขยับเข้ามาพูดเสียงดัง:

“ลูกพี่ ถ้าพวกเรายึดจุดเชื่อมต่อได้สักที่ แค่รางวัลก็ปาไปหมื่นล้านแกนไทเทเนียมแล้ว พวกเราจะยกระดับเป็นระดับแสงดาราขั้น 1 ได้แบบก้าวกระโดดเลยนะ”

“ลูกพี่ ได้ยินว่าในอารยธรรมบรรพกาลขีดสุดมีทักษะยุทธ์ลึกล้ำพิสดารเพียบ เป็นวิชาลับไว้ต่อกรกับพวกแมลงด้วย”

พูดจบ ทั้งคู่ก็นึกถึงความรวยและทักษะยุทธ์อันลึกล้ำของซูเซวียนขึ้นมาได้ พลันเงียบกริบไปพร้อมกับเหล่าบุตรแห่งจอมราชันย์และเผ่าพันธุ์ต่างดาวชั้นสูงคนอื่นๆ ในยาน

ไม่ว่าจะแกนไทเทเนียมหรือทักษะยุทธ์ ดูเหมือน... ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะไม่ขาดแคลนเลยสักอย่าง?

งั้นซูเซวียนไปทะเลโครงกระดูกเพื่ออะไร?

คงไม่ใช่เพื่อปกป้องจักรวาลชั้นในต้านภัยเผ่าแมลงหรอกมั้ง

......

สถานีหน้าเขตปิดล้อมทะเลโครงกระดูก ที่นี่คือปราการธรรมชาติระหว่างทะเลโครงกระดูกกับจักรวาลชั้นใน

แถมเนื่องจากในทะเลโครงกระดูกมีอารยธรรมบรรพกาลแผ่สัญญาณรบกวนมากเกินไป ทำให้อุปกรณ์ไฮเทคหลายอย่างใช้งานไม่ได้ ที่นี่เลยกลายเป็นโถงภารกิจและตลาดวางขายของแบบบ้านๆ

ทีมเก็บกวาดซากดาราจำนวนไม่น้อยเอาศพแมลงมาแลกแกนไทเทเนียม หรือซื้อขายของหายากจากอารยธรรมโบราณที่เก็บมาได้

เมี๊ยวไต้จีกำลังเฝ้าแผงว่างเปล่าที่ไม่มีของวางขายสักชิ้น ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งเดินเข้ามา ลิดาเมอร์ถอดหน้ากากออก เผยรอยยิ้มสดใส:

“ไต้จี ฉันผ่านการคัดเลือกพนักงานเสิร์ฟในพิธีต้อนรับเผ่ามารหน้าใหม่แล้วนะ”

“เมี๊ยว! เยี่ยมไปเลย ในที่สุดพวกเราก็มีข้าวกินแล้ว~”

จบบทที่ บทที่470: ปิดประตู! มุ่งหน้าสู่ทะเลโครงกระดูก!

คัดลอกลิงก์แล้ว