เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่450: ถุง EXP ทั้งเก้า! การทดลองสองทาง!

บทที่450: ถุง EXP ทั้งเก้า! การทดลองสองทาง!

บทที่450: ถุง EXP ทั้งเก้า! การทดลองสองทาง!


“แค่กๆ... เกือบงานเข้าแล้ว...”

แม้ซูเซวียนจะรับการโจมตีของเหล่าเผ่ามารไว้ได้ด้วยคุณสมบัติ 【ระดับบรรพกาล · ผิวหนังแข็งแกร่ง】 แต่แรงกระแทกอันรุนแรงยังคงสะท้อนก้องอยู่ในกาย อวัยวะภายในปั่นป่วนราวกับถูกกระแทกอย่างจังจนเจ็บแปลบไปทั่ว

ดังนั้นแม้ภายนอกจะดูไร้รอยขีดข่วน แต่อวัยวะภายในกลับบอบช้ำเคลื่อนที่ไปหมดแล้ว

หากเซิ่งเทียนมิ่งยังสิงสู่ร่างอยู่ เขาคงฟื้นตัวได้เร็วกว่านี้ แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าทำไม่ได้

“โอกาสดี!”

ซือหลัวเนี่ยสังเกตเห็นอาการบาดเจ็บของซูเซวียน จึงคิดฉวยโอกาสทำลายหอกยาวพลังงานสามเล่มที่จ่อคอหอยตนอยู่ เถาวัลย์เลื้อยขึ้นอย่างเงียบเชียบ พยายามจะบดขยี้หอกเหล่านั้น

ทว่ายังไม่ทันที่เถาวัลย์จะได้สัมผัสหอก เสียง “ฟุ่บ——” ก็ดังขึ้น หอกยาวพลังงานเล่มใหม่พลันพุ่งทะลุความว่างเปล่าออกมา หยุดนิ่งอยู่กลางหน้าผากของเธออย่างแม่นยำ เจตนาคุกคามนั้นชัดเจนโดยมิต้องเอ่ยคำ

สีหน้าของซือหลัวเนี่ยเปลี่ยนไปทันควัน ดวงตาอันสง่างามและเปี่ยมปัญญาของเธอจับจ้องไปยังดวงตาของซูเซวียน

เธอคิดจะเอ่ยปาก แต่กลับถูกน้ำเสียงเย็นชาของซูเซวียนขัดจังหวะเสียก่อน

“อย่าขยับ!”

ซือหลัวเนี่ยกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ “ซูเซวียน นายต้องการอะไรกันแน่? อย่างมากก็แค่ทำให้พวกเราตกรอบไม่ใช่หรือไง”

“ตกรอบ? ไม่หรอก”

ซูเซวียนเหลือบมองไปด้านข้าง เห็นเซิ่งเทียนมิ่งที่อ่อนแรงลงเพราะการแปรพักตร์มาเข้ากับเขา ในใจพลันตัดสินใจได้เด็ดขาด

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของซือหลัวเนี่ย ซูเซวียนยกมือข้างหนึ่งขึ้น กางฝ่ามือออกเล็กน้อย ก่อนจะกำนิ้วทั้งห้าเข้าหากัน ประหนึ่งกำลังบดขยี้บางสิ่งที่มองไม่เห็น

ในชั่วพริบตา โซ่พลังงานก็พุ่งออกมาจากความว่างเปล่า เข้าพันธนาการหยางจื่อและเซล่าที่พยายามจะหนีเป็นสองคนแรก จากนั้นจึงพุ่งเข้าหาซือหลัวเนี่ยราวกับอสรพิษเลื้อยพัน รัดตรึงแขนขาของเธอไว้อย่างแน่นหนา

ซือหลัวเนี่ยเบิกตากว้าง อุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อ “นี่นายจะจับพวกเราขังไว้เหรอ?”

ซูเซวียนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ปลายนิ้วขยับเพียงเล็กน้อย โซ่พลังงานจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกจากมือของเขา เข้าพันธนาการเหล่าบุตรแห่งจอมราชันย์ที่เหลืออย่างรวดเร็ว

โซ่แต่ละเส้นพุ่งเข้าตรึงจุดอ่อนสำคัญของเหล่าเผ่ามารอย่างแม่นยำ ปีกคู่ของคงหมีถูกโซ่พันธนาการไว้แน่นจนไม่อาจกางออกได้

ฟริอันซ่าถูกรัดตรึงในท่าทางบิดเบี้ยว จนแม้แต่การหายใจยังเป็นเรื่องลำบาก

เมสเทลรู้สึกได้เพียงโซ่พลังงานที่พุ่งทะลุผ่านปีกเอลฟ์ของเธอ ก่อนจะรัดแน่นที่ไหปลาร้า ปิดผนึกหัวใจภูตพรายในร่างไว้อย่างสมบูรณ์

วินาทีนั้นเอง ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็ถาโถมเข้าสู่จิตใจ หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบงัน

ไม่ไกลออกไป สภาพของสปีเกลก็ไม่ต่างกันนัก

ซูเซวียนเล็งเป้าไปยังจุดอ่อนในร่างกายของพวกมันได้อย่างแม่นยำ พลังของเหล่าบุตรแห่งจอมราชันย์จึงถูกบีบให้อยู่ในกำมือ ไม่ว่าจะดิ้นรนเพียงใดก็ขยับไม่ได้แม้แต่น้อย

ทว่าขณะที่พวกเขากำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง คำพูดของซูเซวียนกลับจุดประกายความหวังริบหรี่ขึ้นในแววตา “พอถึงดาวเทพแมลงแล้ว ฉันจะปล่อยพวกนายไป”

“จริงเหรอ?” ซือหลัวเนี่ยและเมสเทลถามขึ้นแทบจะพร้อมกัน ในน้ำเสียงเจือความประหลาดใจและความคาดหวังที่ปิดไม่มิด

“แน่นอน พวกเราไม่ใช่ศัตรูกันเสียหน่อย” ซูเซวียนยิ้มบางๆ พลางยกมือขึ้นแตะปลายจมูก น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงความจริงจัง

ทว่าภายใต้แววตาที่ดูสงบนิ่งนั้น กลับซุกซ่อนความคมกริบที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

‘ถุง EXP มากมายขนาดนี้ จะปล่อยให้ตกรอบไปพร้อมกันหมดก็น่าเสียดายแย่’

ซูเซวียนครุ่นคิดอย่างเยือกเย็น ‘แถมตอนนี้เซิ่งเทียนมิ่งก็อ่อนแอมาก บริเวณนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตให้ดูดซับพลังงานเลยสักนิด ถ้าไม่รีบช่วยเธอฟื้นฟูพลัง คุณสมบัติ 【บรรพชน · สิงสู่】 อาจจะหายไปอย่างถาวรเลยก็ได้’

ในใจของเขามีแผนการเรียบร้อยแล้ว

เผ่ามารเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนสูงสุดของแต่ละเผ่าพันธุ์ การกำจัดทิ้งอย่างไม่ไตร่ตรองมีแต่จะตัดหนทางของตัวเอง การสร้างศัตรูโดยใช่เหตุไม่ใช่การกระทำที่ฉลาดเลย

สู้ผูกมิตรไว้ให้มากที่สุด แล้วค่อยหาโอกาสเข้าถึงเหล่าจอมราชันย์ผ่านทางพวกนี้จะดีกว่า

“ตกลง! ถ้านายยอมปล่อยพวกเรา ฉันจะไม่แย่งที่หนึ่งกับนาย”

เมสเทลยอมอ่อนข้อเป็นคนแรก น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้า ขอบตาแดงระเรื่อ

เดิมทีเธอเป็นคนหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ตรงหน้า ก็จำต้องยอมจำนนแต่โดยดี

ซือหลัวเนี่ยมองเซิ่งเทียนมิ่งที่อยู่ข้างกายซูเซวียนด้วยสายตาซับซ้อน เมื่อเห็นสภาพเหี่ยวเฉาไร้เรี่ยวแรงของอีกฝ่าย ในดวงตาคู่สวยก็ฉายแววสงสารเวทนา

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็พยักหน้า เป็นอันยอมรับข้อเสนอของเมสเทล

ซูเซวียนใช้มือข้างหนึ่งประคองเซิ่งเทียนมิ่งที่อ่อนแรง ส่วนอีกมือควบคุมโซ่พลังงานที่พันธนาการเหล่าบุตรแห่งจอมราชันย์ไว้ ก่อนจะลากสิ่งมีชีวิตเผ่ามารทั้งสิบตนมุ่งหน้าสู่ดาวเทพแมลง

ขณะที่เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ด้านหลังก็มีขบวนเชลยเผ่ามารถูกลากตามไปเป็นพรวน ราวกับกำลังชักว่าวอยู่ท่ามกลางเนบิวลาแกมมา

ณ ปลายสายของ “ว่าวเผ่ามาร” รอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนเร้นพลันปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน

ซือหลัวที่พยายามทำตัวให้จืดจางมาตลอดเวลา บัดนี้ในแววตากลับฉายประกายอำมหิตวูบหนึ่ง

ตัวมันและซือหลัวเนี่ยต่างก็เป็นเผ่ามารสายพืช จึงมีความสามารถในการฟื้นฟูที่ยอดเยี่ยม

แค่รอให้ถึงดาวเทพแมลงเมื่อไหร่ มันต้องฟื้นคืนพลังได้เร็วกว่าซูเซวียนอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นค่อยหาโอกาสพลิกสถานการณ์

แต่สิ่งที่ซือหลัวไม่รู้ก็คือ บนโซ่พลังงานที่มันมองเห็น ยังมีโซ่ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าซ่อนอยู่อีกเส้นหนึ่ง ซึ่งกำลังสูบพลังงานในกายของมันออกไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับซือหลัวแล้ว ซูเซวียนไม่เคยคิดปรานี โซ่ดาราจักรทั้งเส้นไม่เคยห่างจากตัวมันแม้แต่น้อย แถมบางครั้งยังใจดีแถมให้อีกสองเส้นด้วยซ้ำ

......

ขณะที่ซูเซวียนกำลังจับกุมบุตรแห่งจอมราชันย์ทั้งสิบมุ่งหน้าสู่ดาวเทพแมลง เหล่าจอมราชันย์ที่ร่วมมือกันบีบอัดเนบิวลาก็เริ่มถกเถียงกัน

“บอกแล้วไงว่าไม่ควรเอาของรางวัลโกลาหลมาใช้ ทำไงดีล่ะทีนี้ ฉันไม่อยากเจอพวกเผ่าแมลง...”

“จะทดลองอะไรกันนักหนา... ไม่มีการทดลองก็ไม่มีการสิ้นเปลือง...”

“ซูเซวียนจับลูกหลานของพวกเรามัดรวมกันหมดแล้ว จับตาดูให้ดี อย่าให้เผ่ามารต้องมาตายที่นี่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นที่พวกเราฟูมฟักมาก็สูญเปล่า”

“อย่าเพิ่งกังวลเรื่องนั้นเลย ของรางวัลเทพสามมงกุฎจะว่ายังไงดีกว่า นั่นมันแกนไทเทเนียมตั้งแสนล้าน จะไปหามาจากไหนกัน...”

“ทางฉันออกได้สามหมื่นล้านแกนไทเทเนียม มากกว่านี้ระดับคงร่วงแน่”

“ฉันมีห้าร้อย...”

“พวกเราที่เป็นถึงจอมราชันย์ห้วงดารา มีทรัพย์สินเป็นล้านๆ แต่ตอนนี้กลับควักแกนไทเทเนียมแค่นี้ออกมาไม่ได้ ช่างน่าขายหน้าสิ้นดี”

“โทษพวกเผ่าแมลงบ้าบอนั่นแหละ ที่ไล่ต้อนพวกเรามาอยู่ที่นี่”

“......”

ขณะที่เหล่าจอมราชันย์กำลังเรี่ยไรของรางวัลโกลาหลกันอย่างทุลักทุเล ฝูซา ม่านหัว และเซโบดง ก็กำลังสื่อสารกันทางจิตอย่างลับๆ

“นายทำสำเร็จแล้วฝูซา การทดลองลูกผสมแมลง-อสูรของฉันคงไม่ต้องทำต่อแล้ว”

จอมราชันย์ฝูซามองซูเซวียนแล้วตอบกลับ “การทดลองเพาะพันธุ์เผ่ามารเป็นฉันที่เริ่มก็จริง แต่ซูเซวียนไม่ใช่เผ่ามาร จะนับว่าสำเร็จก็คงไม่ได้... แต่บุตรแห่งเทพแมลงของนายในรอบนี้...”

“ใช่แล้ว ตราประทับกู่ที่ฉันฝังไว้ถูกปลดออกแล้ว ดังนั้นบุตรแห่งเทพแมลงรุ่นนี้จึงแข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อนๆ และใกล้เคียงกับเผ่าแมลงที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น” จิตสำนึกของจอมราชันย์เซโบดงแผ่คลื่นความรู้สึกอันซับซ้อนออกมา

“ฉันคาดการณ์ว่า ต้องให้เจ้าตัวเล็กพวกนี้ร่วมมือกันเท่านั้นถึงจะมีโอกาสชนะ แต่ถ้าเป็นแบบนั้นซูเซวียนก็จะไม่ได้ฉายาผู้สังหารเทพ”

“เขาจะได้ฉายาหรือไม่แล้วมันยังไง ก็แค่รางวัลสองล้านล้านเท่านั้น พวกเราก็แค่ทำเหมือนเมื่อก่อน ออกไปล่าหนอนแมลงระดับธารดาราขั้น 1 ที่จักรวาลชั้นนอกสักตัว เดี๋ยวก็ได้มาครบแล้ว” จอมราชันย์พระแม่ผู้สูงสุดม่านหัวตอบกลับอย่างเย็นชา

“ขอโทษทีนะฝูซา ม่านหัว... ฉันแก่แล้ว และก็เหนื่อยมากแล้ว ไม่อยากจะเผชิญหน้ากับฝูงแมลงพวกนั้นอีกแล้วจริงๆ” เซโบดงถอนหายใจอย่างอ่อนล้า

คลื่นจิตสำนึกของพระแม่ผู้สูงสุดม่านหัวพลุ่งพล่านขึ้นหลายระดับ

“เซโบดง นี่นายยอมจำนนที่จะเน่าเปื่อยไปพร้อมกับจักรวาลชั้นในที่เปรียบเสมือน ‘โลงศพ’ นี่จริงๆ น่ะเหรอ?”

จบบทที่ บทที่450: ถุง EXP ทั้งเก้า! การทดลองสองทาง!

คัดลอกลิงก์แล้ว