- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่380: ผิวหนังแข็งแกร่ง! การอภัยโทษ!
บทที่380: ผิวหนังแข็งแกร่ง! การอภัยโทษ!
บทที่380: ผิวหนังแข็งแกร่ง! การอภัยโทษ!
หัวใจของซูเซวียนพลันดิ่งวูบ—เจ้าพวกนี้มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น! อสูรแมลงซิงขุยระดับ 3 ที่ดูดซับรังสีเข้าไปมีเกราะหนังที่แข็งแกร่งจนแทบทำลายไม่ได้ ทั้งยังมีพลังโจมตีที่บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
อสูรแมลงซิงขุยตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว มันอ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม หมายจะฉีกร่างซูเซวียนเป็นชิ้นๆ
ซูเซวียนถีบเท้าส่งแรง พลิกตัวหลบการโจมตีได้อย่างฉิวเฉียด ทว่าแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดาวดวงนี้กดทับจนเขาไม่อาจกระโดดได้สูงนัก ฝูงอสูรแมลงจำนวนมากจึงกรูกันเข้ามาปิดล้อมเขาไว้
“ต้องทนอีกนิด!”
ซูเซวียนกัดฟันกรอด เหวี่ยงหอกแสงฟาดเข้าใส่ข้างลำตัวของอสูรแมลงซิงขุยอย่างจัง แต่แม้จะเป็นการโจมตีสุดแรงเกิด อสูรแมลงก็เพียงแค่ส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด มีเพียงประกายไฟแลบแปลบปลาบออกมาจากเกล็ดของมันเท่านั้น
พลันนั้น พลังงานในร่างของซูเซวียนก็ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เสียงของระบบดังขึ้นในหัวโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย:
【ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้เลื่อนระดับเป็นระดับละอองดาวขั้น 2 ความคืบหน้าปัจจุบัน: 0.01%】
ดวงตาของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วในร่างกาย โลหิตสูบฉีดดังกึกก้องในเส้นเลือด ราวกับกล้ามเนื้อทุกมัดเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อาศัยจังหวะที่พลังกำลังพลุ่งพล่านนี้เอง ซูเซวียนสะบัดหอกแสงออกไปอย่างรุนแรง! คลื่นแสงอันทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดแหวกอากาศ พุ่งเสียบทะลุช่องท้องของอสูรแมลงซิงขุยตัวหนึ่งอย่างแม่นยำ
วินาทีที่หอกแสงแทงทะลุร่าง อสูรแมลงซิงขุยกรีดร้องโหยหวน โลหิตสีน้ำเงินสาดกระเซ็น กัดกร่อนพื้นดินโดยรอบจนเกิดเป็นควันพิษ
ซูเซวียนดึงหอกกลับมาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ พลิกตัวกระโดดขึ้นพร้อมถีบส่งตัวจากพื้น หมุนตัวแทงหอกทะลุหัวอสูรแมลงอีกตัวในทันที!
ขณะที่อสูรแมลงซิงขุยล้มลงทีละตัว แสงสีน้ำเงินเรืองรองบนผิวของพวกมันก็ยิ่งกะพริบถี่ขึ้น อสูรแมลงที่อยู่ไกลออกไปเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามจากซูเซวียน พวกมันจึงพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม หนามแหลมเกลียวยาวแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง
ต่อให้ซูเซวียนมีวิชาตัวเบาที่พลิ้วไหวเพียงใด ก็ไม่อาจแสดงศักยภาพได้เต็มที่ภายใต้แรงโน้มถ่วงมหาศาลนี้ พื้นที่หลบหลีกทั้งหมดถูกฝูงอสูรแมลงปิดตายจนหมดสิ้น!
ภายใต้แสงรังสีที่สาดส่องอย่างหนาแน่น ที่นี่ดูราวกับใจกลางดาวเหมืองแร่ ฝูงอสูรแมลงซิงขุยถาโถมเข้าใส่เขาราวกับคลื่นยักษ์ อสูรแมลงทุกตัวส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแทบฉีกกระชากแก้วหู
สัญญาณเตือนภัยดังลั่นในใจของซูเซวียน ขณะที่เขากำลังจะระเบิดปราณศึกเพื่อเดิมพันชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง:
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับคุณสมบัติใหม่: ผิวหนังแข็งแกร่ง!】
ในชั่วพริบตาที่ฝูงอสูรแมลงกำลังจะตะปบถึงตัว ซูเซวียนพลันรู้สึกคันยุบยิบไปทั่วผิวหนัง
ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในพริบตา แต่เริ่มจากภายในสู่ภายนอก ราวกับมีของเหลวลึกลับกำลังไหลเวียนและแทรกซึมไปทั่วทุกอณูใต้ผิวหนังอย่างรวดเร็ว
เริ่มแรก ซูเซวียนรู้สึกเพียงความอบอุ่นที่แผ่ออกจากภายในร่างกาย จากนั้นผิวหนังที่อยู่นอกร่มผ้าก็เริ่มเปล่งประกายแวววาวดุจโลหะ ผิวทุกตารางนิ้วถูกเคลือบด้วยชั้นผลึกละเอียด
ผลึกเหล่านั้นถักทอเข้าด้วยกันจนดูคล้ายกับเกราะนาโนเทคโนโลยี สร้างชั้นฟิล์มป้องกันที่มองไม่เห็นขึ้นมาปกป้องทั่วร่างของเขา
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงรังสีเรืองรอง ผิวของซูเซวียนสะท้อนแสงออกมาเป็นประกายจางๆ
เขาและเขี้ยวเล็บของอสูรแมลงซิงขุยที่เขาไม่อาจหลบเลี่ยงได้พุ่งเข้าปะทะร่าง! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลหะกระทบกัน ประกายไฟสาดกระเซ็น ทว่าเขาแหลมที่เคยแทงทะลุได้ทุกสิ่งกลับไม่อาจทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนผิวของซูเซวียนได้เลย
เขาแหลมอันหนึ่งพุ่งชนหน้าอกของซูเซวียนอย่างจัง แต่ร่างกายของเขากลับไร้รอยขีดข่วน! หนามแหลมยาวนั้นไม่ต่างอะไรกับไม้จิ้มฟันที่พยายามจะแทงแผ่นเหล็กกล้า เกิดเป็นเสียงโลหะเสียดสีกันดังแสบแก้วหู
อสูรแมลงส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ มันดูโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจเจาะทะลวงการป้องกันของซูเซวียนได้
ส่วนซูเซวียนก็อาศัยแรงกระแทกนั้นดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว หลุดพ้นจากการปิดล้อมของอสูรแมลงตัวอื่นๆ ได้ทันท่วงที
‘คุณสมบัติผิวหนังแข็งแกร่งนี่มาได้จังหวะพอดีจริงๆ’
ซูเซวียนครุ่นคิดในใจ บางทีคุณสมบัติผิวหนังแข็งแกร่งนี้อาจไม่ได้ทรงพลังถึงเพียงนั้น แต่ด้วยพื้นฐานร่างกายของเขาและการดัดแปลงผิวหนังก่อนหน้านี้ ทำให้คุณสมบัติธรรมดาๆ กลับแสดงผลลัพธ์ออกมาได้ไม่ด้อยไปกว่าคุณสมบัติระดับ 【ศักดิ์สิทธิ์】 เลยทีเดียว
หอกแสงในมือส่องประกายวูบวาบ พลังงานสีทองรวมตัวกันที่ปลายหอก กลายเป็นลำแสงเจิดจ้า แม้ว่าผิวหนังของอสูรแมลงซิงขุยเหล่านี้จะเหนียวแน่นผิดปกติจากการดูดซับรังสีก็ตาม
แต่หอกแสงก็ยังคงแทงทะลุได้ทุกสิ่งกีดขวาง เมื่อประสานกับ 【ศักดิ์สิทธิ์ · สรรพทัศน์】 เขาก็สามารถมองเห็นและเจาะทะลุจุดที่เปราะบางที่สุดของอสูรแมลงได้อย่างง่ายดาย
เมื่อการต่อสู้ดำเนินไป ซูเซวียนก็เริ่มสังเกตได้ว่าพลังงานของหอกแสงเริ่มอ่อนลง การโจมตีแต่ละครั้งไม่เฉียบคมเหมือนช่วงแรก
‘พลังงานของหอกแสงใกล้จะหมดแล้วงั้นรึ? ยุ่งยากเสียแล้วสิ’
เขาแหลมของอสูรแมลงซิงขุยตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ซูเซวียนอีกครั้ง คราวนี้ซูเซวียนไม่หลบ แต่กลับพุ่งเข้าปะทะโดยตรง ฝ่ามือของเขาคว้าจับเขาแหลมนั้นไว้ กล้ามเนื้อเกร็งแน่น ผิวหนังเปล่งประกายแสงจางๆ
ซูเซวียนออกแรงบิดสุดกำลัง! เขาของอสูรแมลงซิงขุยไม่อาจขยับเขยื้อน เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนแขนทั้งสองข้าง เขาหักเขาแหลมนั้นออกมาทั้งอย่างนั้น แล้วพลิกตัวใช้มันต่างหอก แทงสวนเข้าไปที่ลำคอของอสูรแมลงอีกตัว
โลหิตสีน้ำเงินพุ่งกระฉูด ย้อมร่างของเขาจนชุ่มโชก อสูรแมลงซิงขุยร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้น
“เขาของพวกมันก็ใช้ดีเหมือนกันนี่”
ซูเซวียนแค่นหัวเราะ เขาแหลมในมือถูกกวัดแกว่งอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นหอกยาว เมื่อใดที่มันทื่อลงจนหมดความคม เขาก็จะกระชากเขาอันใหม่ออกมาใช้อย่างรวดเร็ว
“ลมหายใจแห่งการต่อสู้!”
การสังหารหมู่ดำเนินไปทั่วสนามรบราวกับพายุคลั่ง โลหิตสีน้ำเงินของอสูรแมลงซิงขุยสาดกระเซ็นดั่งสายฝน
ในขณะเดียวกัน ลึกลงไปใต้ดิน เมี๊ยวเยว่หลีและเมี๊ยวถงซายังคงเป็นห่วงซูเซวียน
“ศพของเขาจะยังอยู่ครบส่วนไหมเนี่ย?” เสียงของเมี๊ยวถงซาสั่นเครือ เต็มไปด้วยความกังวล
“ช่างเขาเถอะ พวกเราเองจะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย...” เมี๊ยวเยว่หลีส่ายหน้า แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค เธอก็สังเกตเห็นของเหลวสีน้ำเงินเริ่มซึมออกมาจากเพดานถ้ำ
“เอ๊ะ? นี่มัน?” เมี๊ยวเยว่หลีเบิกตากว้างมองของเหลวสีน้ำเงินที่หยดลงมา ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
ตอนแรกมีเพียงไม่กี่หยด แต่ไม่นานของเหลวสีน้ำเงินก็เริ่มไหลทะลักลงมาราวกับหลังคารั่ว ไหลแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรวมตัวกันเป็นลำธารสายเล็กๆ ในถ้ำ
“นี่... นี่มันเลือดของอสูรแมลง!”
......
ณ จักรวาลอันไร้ขอบเขต เนบิวลาอันเจิดจรัสกำลังไหลเวียนอย่างเชื่องช้า จิตสำนึกและน้ำเลี้ยงชีวิตของพระแม่ผู้สูงสุดเปรียบเสมือนกระแสน้ำอันอบอุ่นที่โอบล้อมร่างของหานเยียนหลิงเอาไว้
เธอสัมผัสได้ว่าร่างแทนของตนภายใต้การหล่อเลี้ยงของน้ำเลี้ยงอันลึกลับนี้ กำลังมีพลังเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เพียงชั่วอึดใจ ร่างแทนลิขิตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของหานเยียนหลิงก็ทะลวงเข้าสู่ระดับดาวตกขั้น 1 ได้สำเร็จ
“เด็กน้อย เจ้าได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับดาวตกแล้ว อยากได้ของขวัญอะไรไหม? แม่จะทำให้เจ้าสมปรารถนาทุกอย่าง”
เสียงของพระแม่ผู้สูงสุดนั้นนุ่มนวลและเปี่ยมด้วยเมตตา ราวกับสามารถปลอบประโลมทุกข์โศกทั้งมวลในจักรวาลได้
“หนู... ไม่รู้ค่ะ พระแม่”
หานเยียนหลิงส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกราวกับว่าตนเองได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตอันน่าอัศจรรย์นี้ไปแล้วจริงๆ เขาเดียวบนศีรษะสั่นไหวเล็กน้อย หยดน้ำเลี้ยงหยดหนึ่งกระเด็นออกจากปลายเขา แหวกผ่านความว่างเปล่า ไปกระทบเข้ากับดวงดาวอันไกลโพ้นอย่างแผ่วเบา
เพียงชั่วพริบตา ดวงดาวที่เคยแห้งแล้งก็กลับกลายเป็นสีเขียวขจี เปี่ยมล้นไปด้วยชีวิตชีวา
“ช่างเป็นเด็กดีและน่ารักเสียนี่กระไร” เสียงของพระแม่ผู้สูงสุดเต็มไปด้วยความเอ็นดูและพึงพอใจ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้... งั้นก็จงอภัยโทษให้แก่เขตเนบิวลาสามเสาหลัก”
สิ้นเสียงของนาง คลื่นจิตสำนึกสายหนึ่งก็แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับพายุคลั่งในมหาสมุทรดวงดาว พัดผ่านดวงดาวนับไม่ถ้วน ครอบคลุมไปทั่วทั้งเขตเนบิวลาสามเสาหลัก