- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 275: กำลังเสริมมาถึง! ผมไม่ได้ยักยอกเสบียงกองทัพจริงๆ นะ!
บทที่ 275: กำลังเสริมมาถึง! ผมไม่ได้ยักยอกเสบียงกองทัพจริงๆ นะ!
บทที่ 275: กำลังเสริมมาถึง! ผมไม่ได้ยักยอกเสบียงกองทัพจริงๆ นะ!
“พวกเรามาช่วยทันเวลาขนาดนี้ จะไม่แบ่งให้เราสักคนเลยหรือไง!” นายพลจากอาณาเขตอื่นเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมน้อยหน้า “อย่างน้อยต้องแบ่งให้เราสักยี่สิบคน!”
เจ้าหน้าที่สื่อสารยืนอยู่ข้างๆ มือจดบันทึกความเห็นของเหล่านายพลเป็นระวิง เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว
นายพลเหล่านี้ตื่นเต้นกันเกินไป จนดูเหมือนจะลืมเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่ง
เวลานั้น นายพลจากอาณาเขตเทียนจู๋อีกคนจ้องมองข้อมูลบนหน้าจอ พลางชี้ไปที่รายชื่อบางส่วนแล้วพูดว่า “เจ้าหน้าที่สื่อสาร ต้นกล้าชั้นดีพวกนี้ที่ฉันทำเครื่องหมายไว้ดูไม่เลวเลย มีสายเลือดอาณาเขตเทียนจู๋ย้อนหลังไปหลายรุ่น ทีหลังต้องติดต่อพวกเขาให้ได้นะ เสนอผลประโยชน์ให้สูงสุดไปเลย!”
เจ้าหน้าที่สื่อสารเงยหน้าขึ้น สีหน้าฉายแววกังวลเล็กน้อย แต่ก็ทำได้เพียงรายงานอย่างระมัดระวังว่า “เรียนท่านนายพล พวกเขา... พวกเขาได้เข้าร่วมกองพลของนายพลซูเซวียน... กองพลโทสะเหมันต์กันหมดแล้วครับ!”
“อะไรนะ?!”
เสียงอุทานของเหล่านายพลดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน บรรยากาศในห้องประชุมพลันเยียบเย็นลงทันที
“เขา... เขาตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“เรียนท่านนายพล ตามกฎหมายสหพันธ์ หากยังไม่พบศพ... ให้ถือเป็นบุคคลสูญหายก่อนครับ ต้องรออีก 6 เดือนถึงจะเปลี่ยนสถานะเป็นเสียชีวิตได้”
นั่นหมายความว่า กองพลโทสะเหมันต์ภายใต้ชื่อของซูเซวียน ผู้เพิ่งกลายเป็นวีรบุรุษแห่งสหพันธ์ จะไม่มีใครแตะต้องได้ภายในครึ่งปีนี้
ตั้ง 6 เดือนเชียวรึ?
ป่านนั้นศึกคลื่นสัตว์อสูรขนาดยักษ์คงจบสิ้นไปแล้ว!
......
ณ ขอบสนามรบเมืองโมบา อาณาเขตโอว
“ไป่ปู้ นายยังไม่ตาย เยี่ยมไปเลย!” จิ้งจอกเงินเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า แต่แววตากลับฉายความยินดีออกมาเล็กน้อย
“ลูกพี่ ผม... ผมทรยศองค์กร เข้าร่วมกองพลโทสะเหมันต์ไปแล้วครับ” ไป่ปู้พูดด้วยสีหน้าละอายใจ ก่อนจะเงยหน้าดื่มฮานซานจุ้ยฉบับเข้มข้นขวดสุดท้ายจนหมดเกลี้ยง
จิ้งจอกเงินโบกมือ พลางถอนหายใจ “ไม่เป็นไร ในสถานการณ์เมื่อครู่ มันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ”
“ฉันก็เข้าเหมือนกัน” เธอพูดเสียงเบา น้ำเสียงแฝงความจนใจและความโล่งอก ในนาทีเป็นนาทีตาย ก็ต้องเลือกที่จะมีชีวิตรอดไว้ก่อน
“ลูกพี่ ภารกิจใหม่ขององค์กรคืออะไรเหรอครับ? ถ้าผลตอบแทนไม่สูง งั้นเรามาตั้งใจทำงานที่นี่กันดีไหม ผมรู้สึกว่าสวัสดิการดีมากเลย”
ไป่ปู้หยิบลูกสนฮานจุ้ยออกมาอีกเม็ด ซึ่งเป็นของที่เขาอดออมไว้ตอนต่อสู้เมื่อครู่
เขาไม่เคยรบในศึกที่อู้ฟู่ขนาดนี้มาก่อน ผู้ฝึกยุทธทุกคนที่ออกแรงล้วนได้รับเสบียงสารพัดชนิดที่หานเยียนหลิงแจกจ่ายลงมา ราวกับมีให้ใช้ไม่รู้จบ
“ขอฉันคิดดูก่อน...”
จิ้งจอกเงินกำเสบียงในมือแน่น ในใจก็เริ่มลังเลเช่นกัน
ตระกูลหานร่ำรวยถึงเพียงนี้ เป็นเรื่องที่เธอคาดไม่ถึงจริงๆ
แล้วจะไปอธิบายกับเฮยเหมยอย่างไรดี?
เธอขมวดคิ้วมุ่น ความคิดต่างๆ ผุดขึ้นในหัว หรือจะชวนนางมาเข้าร่วมด้วยเลยดีไหมนะ?
ทันใดนั้น เสียงขบวนรถจำนวนมากก็ดังแว่วมาจากไกลๆ ในที่สุดกองกำลังทัพหน้าของอาณาเขตโอวก็มาถึงแล้ว!
นายพลซือหลินทะยานขึ้นสู่กลางอากาศด้วยความเร็วสูง เขากวาดตามองสนามรบ ภาพเบื้องหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนฝันไป—พวกเขาป้องกันแนวรบนี้ไว้ได้จริงๆ
ทั่วทั้งสนามรบถูกปกคลุมไปด้วยซากศพของสัตว์อสูรอย่างหนาแน่น พื้นดินแทบจะถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วอากาศ
ซากศพของสัตว์อสูรขั้น 8 ซึ่งเคยเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อแนวรบนั้นดูโดดเด่นเป็นพิเศษ ร่างมหึมาของพวกมันนอนพาดขวางอยู่กลางสนามรบ ราวกับภูเขาเนื้อเลือด
โดยเฉพาะร่างยักษ์ของวานรช้างเกราะเถาวัลย์ที่สะดุดตาที่สุด บาดแผลของมันยังคงมีเลือดไหลซึมไม่หยุด เลือดไหลรินราวกับลำธาร รวมตัวกันเป็นแอ่งเลือดบนพื้น
งวงที่เคยฟาดฟันราวกับแส้ปลิดชีวิตผู้คน บัดนี้ทอดตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้น สิ้นลายความน่าเกรงขามเมื่อครั้งยังมีชีวิต
ซากสัตว์อสูรขั้น 8 ตัวอื่นๆ ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน พอจะจินตนาการได้เลยว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาดุเดือดเพียงใด
ในทางกลับกัน กลับแทบไม่เห็นร่างของผู้ฝึกยุทธมนุษย์ในสนามรบเลย
ส่วนใหญ่ถูกสัตว์อสูรฉีกกินไปแล้ว มีเพียงเศษซากกระจัดกระจายที่เหล่าทหารรีบฝังกลบอย่างลวกๆ
ท่ามกลางความวุ่นวาย แกนน้ำแข็งของหานเยียนหลิงตั้งตระหง่านอย่างเด่นชัด ราวกับอนุสาวรีย์ที่มีชีวิต
ผู้ฝึกยุทธที่รอดชีวิตต่างวิ่งวุ่นไปทั่วสนามรบ ชำแหละวัสดุจากซากสัตว์อสูร และก่อกำแพงซากสัตว์อสูรขึ้นมาใหม่
พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แม้จะเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงตื่นตัวสูง
เพราะต่อไป พวกเขายังต้องเผชิญกับคลื่นสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ไม่มีเวลาให้ผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย
ซือหลินสูดหายใจลึก ก่อนจะตะโกนก้อง “วีรบุรุษทุกท่านที่อยู่ที่นี่ โปรดถอยไปพักผ่อนเถอะ!” น้ำเสียงของเขาทรงพลัง แต่กลับแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนอย่างที่สุด
“ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกเราเอง!”
แววตาของนายพลซือหลินผู้เข้มงวดเสมอมา บัดนี้เต็มไปด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้ง
ผู้ฝึกยุทธเหล่านี้ไม่เพียงแบกรับภาระหนักอึ้งของกองทัพอาณาเขตโอว แต่ในบางด้านพวกเขายังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกว่ากองทัพอาณาเขตโอวที่มียุทโธปกรณ์ครบครันเสียอีก
ภายใต้เงื่อนไขที่เลวร้ายสุดขีด พวกเขาสร้างปาฏิหาริย์แห่งชัยชนะที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้ขึ้นมา
จากนั้นนายพลซือหลินก็สั่งการให้กองทัพเข้าควบคุมสนามรบอย่างรวดเร็ว และสั่งให้เจ้าหน้าที่พลาธิการเตรียมเสบียงสำหรับฟื้นฟูพละกำลังจำนวนมากทันที
สิ่งเหล่านี้เป็นเสบียงสำรองทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอาณาเขตโอว ปกติแล้วมีค่ามาก แต่เวลานี้นายพลซือหลินไม่ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย
เขาแทบอยากจะลงไปจับมือกับผู้ฝึกยุทธทุกคนด้วยตัวเอง ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ แล้วถามพวกเขาว่าสนใจเข้าร่วมกองทัพอาณาเขตโอวหรือไม่
“แนวหลังมีผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูทางยุทธศาสตร์ระดับหนึ่งที่พวกเรานำมาด้วย เชิญเหล่าวีรบุรุษใช้ได้ตามสบายเลยครับ” เสียงของนายพลซือหลินดังก้องไปทั่วสนามรบ
เจ้าหน้าที่พลาธิการฝ่ายยุทธศาสตร์ไม่นึกเสียดายของแม้แต่น้อย รีบกางเต็นท์เสบียงชั่วคราวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถังเครื่องดื่มพืชวิญญาณถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ พร้อมแจกจ่าย รอให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ “สายอิสระ” เข้ามาเติมพลัง
แม้เครื่องดื่มเหล่านี้จะถูกเจือจางลงบ้าง แต่ในสนามรบที่มีคนนับหมื่นเช่นนี้ ทุกอึกคือแหล่งชีวิตอันล้ำค่า
การได้ดื่มเครื่องดื่มพืชวิญญาณแบบนี้ ในเวลาปกติถือเป็นความหรูหราที่หาได้ยาก
ระหว่างทางที่มา เขาเคยถกกับนายพลซือหลินว่าจะใจป้ำขนาดนี้ดีหรือไม่
แต่นายพลซือหลินยืนยันหนักแน่นว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาประหยัด
ผู้ฝึกยุทธเหล่านี้จะต้องร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพอาณาเขตโอวเพื่อต้านทานคลื่นสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่กำลังจะมาถึง ความขี้เหนียวหรือกั๊กของไว้จะส่งผลต่อขวัญกำลังใจและผลลัพธ์ของการต่อสู้
ทว่า เหล่าทหารฝ่ายพลาธิการที่ยืนเตรียมแจกจ่ายของอยู่ข้างๆ เจ้าหน้าที่พลาธิการ กลับรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่บ้าง
ปกติพวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสเครื่องดื่มพืชวิญญาณคุณภาพสูงแบบนี้ จะได้เห็นก็เฉพาะในศึกใหญ่ระดับพิเศษเท่านั้น
แต่ตอนนี้กลับต้องเอามาแจกจ่ายให้ผู้ฝึกยุทธคนนอกพวกนี้อย่างใจป้ำ ในใจพวกเขาย่อมรู้สึกไม่ยุติธรรมอยู่บ้าง
แต่ไม่นาน ความคิดของทหารเหล่านี้ก็ถูกภาพตรงหน้าสลายไปในพริบตา
เมื่อเหล่าผู้ฝึกยุทธทยอยเดินมาถึงจุดแจกจ่าย ท่าทีคลั่งไคล้และซาบซึ้งใจที่เหล่าทหารคาดหวังว่าจะได้เห็น กลับไม่ปรากฏขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม แม้ผู้ฝึกยุทธเหล่านี้จะมีสีหน้าเหนื่อยล้า แต่สภาพร่างกายดูเหมือนจะยังฟิตปั๋งอยู่มาก
หลังจากดื่มเครื่องดื่มพืชวิญญาณในแก้วจนหมด ปฏิกิริยาของพวกเขากลับเรียบเฉยจนน่าประหลาด คำพูดที่หลุดออกมามีแต่:
“แค่กๆ... จืดชะมัด”
“อืม ก็ดีกว่าไม่มีแหละนะ”
“ขอบใจ พอแดกได้อยู่”
กระทั่งยังมีผู้ฝึกยุทธบางคน พอได้ยินว่ารสชาติเครื่องดื่มจืดชืด ก็หันหลังเดินหนีไปเลย ไม่สนใจแม้แต่น้อย
ภาพนี้ทำเอาทหารรอบข้างแทบไม่อยากเชื่อสายตา
พวกเขายืนตะลึงงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง นี่มัน “ของดี” ของกองทัพอาณาเขตโอวเชียวนะ ปกติต้องถึงคราวคับขันจริงๆ ถึงจะยอมงัดออกมาใช้ ทำไมคนพวกนี้ถึงทำท่าเย็นชาใส่แบบนี้?
เจ้าหน้าที่พลาธิการเองก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก เดิมทีคิดว่าเครื่องดื่มพืชวิญญาณที่กองทัพอาณาเขตโอวนำมาจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเหล่าผู้ฝึกยุทธ เผลอๆ อาจจะไม่พอแจกด้วยซ้ำ แต่สถานการณ์ตรงหน้าทำเอาเขาไปไม่เป็น
ตั้งแต่เป็นเจ้าหน้าที่พลาธิการมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสชาติของการถูกรังเกียจ
“ฟ้าดินเป็นพยาน ผมไม่ได้ยักยอกเสบียงกองทัพจริงๆ นะ!”