- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 235: อันตรายคืบคลาน! การฆ่าฟันในสายผู้แพ้!
บทที่ 235: อันตรายคืบคลาน! การฆ่าฟันในสายผู้แพ้!
บทที่ 235: อันตรายคืบคลาน! การฆ่าฟันในสายผู้แพ้!
“หมายเลข 2 ถึงแม้พวกเราจะบรรลุถึงขั้น 8 แล้ว แต่ตัวเลขบนกระดูกต้นขาก็ยังมิอาจลบเลือน จงจำไว้ว่า พวกเราคือข้ารับใช้ของเทพแห่งแสงเสมอ”
น้ำเสียงเรียบเฉยของหมายเลข 1 ดังมาจากเงามืดในห้องลับ
“หมายเลข 1 การกระทำเช่นนี้ไม่ตรงกับกำหนดการขององค์เทพแห่งแสงนะ ฉันขอเสนอให้รออีกครึ่งปี ให้มนุษย์ดัดแปลงชีวภาพเพื่อการรบของฐานหมายเลข 2 พัฒนาจนสำเร็จเสียก่อนค่อยลงมือ”
ชายในชุดสูทผูกไทซึ่งยืนหันหลังให้ประตูเอ่ยท้วง
“ตามกฎลำดับความสำคัญ พรสวรรค์ระดับ X ต้องถูกกำจัดให้เร็วที่สุด แกดูคลิปการแข่งนี่สิ โชคยังดีที่นางยังอยู่แค่ขั้น 3”
ในเงามืด หมายเลข 1 ฉายภาพจากอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ปรากฏเป็นคลิปการต่อสู้ย้อนหลังของหานเยียนหลิง
“ก็ได้... หมายเลข 4 ยังอยู่ระหว่างทาง แต่หมายเลข 3 กับหมายเลข 5 เข้าประจำที่แล้ว”
ภาพการต่อสู้ของหานเยียนหลิงบนจอทำให้หมายเลข 2 ตระหนักถึงความน่ากลัวของเธออย่างแท้จริง
“ให้พวกเขาไปเตรียมพิธีกรรมที่ใต้สนามแข่งก่อน รอการแข่งขันจบลงก็ให้ลงมือได้ทันที บริเวณนั้นอยู่ห่างจากกำแพงอาณาเขตพอสมควร กว่ากองทัพอาณาเขตโอวจะมาถึงก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็ม”
“อีกเรื่อง เพื่อเป็นแผนสำรอง ให้หมายเลข 3 ไม่ต้องเข้าร่วมพิธีกรรม แต่ให้คอยหาโอกาสลอบสังหารหานเยียนหลิงกับฮวาเจ๋อมู่ซะ”
หลังจากหมายเลข 2 จากไป หมายเลข 1 ก็จมดิ่งสู่ภวังค์ความคิด การกระทำครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก หากพลาดพลั้ง ตัวเขาและหมายเลข 2 อาจถูกเปิดโปง
ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ สหพันธ์อาจจะกลับมารวมใจเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แรงกดดันมหาศาล และแผนการแทรกซึมเพื่อสร้างความแตกแยกที่ดำเนินมาหลายปีก็จะสูญเปล่าทันที
ทว่า หลังจากได้ดูคลิปการแข่งขันของหานเยียนหลิง ประกอบกับประสบการณ์หลายปีและสัญชาตญาณในการล่าสังหารอัจฉริยะ เขามั่นใจว่าในอนาคต เด็กสาวคนนี้จะสร้างแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านี้
เผ่าพันธุ์มนุษย์... จะต้องไม่มีตัวตนระดับเก้าจอมราชันย์ถือกำเนิดขึ้นมาอีกเป็นอันขาด!
เพื่อปกป้องผู้ชมทั่วไปในอาณาเขตโอว ผู้ฝึกยุทธทุกคน ณ ที่แห่งนั้นจะถูกเกณฑ์เข้าปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
“ยืนหยัดปกป้องคนธรรมดา”
นั่นคือจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธแห่งสหพันธ์ หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น หานเยียนหลิงจะยังคงยึดมั่นในหลักการนี้
......
“แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก...”
ฮวาเจ๋อมู่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง เขาฝ่าฟันอุปสรรคจากสายผู้แพ้ขึ้นมา จนในที่สุดพละกำลังก็ร่อยหรอจนถึงขีดจำกัด
อันที่จริง พลังกายส่วนใหญ่ของเขาถูกสูบไปกับการต่อสู้ในรอบนี้
เพราะคู่ต่อสู้ของเขาคือ ซานเดอร์ส
“มาสู้กันต่อเถอะ คุณชายฮวา”
ซานเดอร์สมองฮวาเจ๋อมู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย บาดแผลฉกรรจ์บนหน้าอกของเขากำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว ฮวาเจ๋อมู่ถึงกับมองเห็นเส้นใยเนื้อเยื่อเล็กๆ นับไม่ถ้วนงอกออกมาพันกันจนเป็นเนื้อเดียว
การพัฒนาพรสวรรค์เชิงลึก ทำให้ความสามารถในการฟื้นฟูของเขาก้าวสู่ขีดสุด
ไม่ว่าบาดแผลใดๆ ขอเพียงแค่ใจนึก ก็สามารถฟื้นฟูได้ในพริบตา
ความจริงแล้วเลออนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่เพื่อที่จะได้ปะทะกับคาดาน เขาจึงจงใจแพ้เพื่อลงมาอยู่ในสายผู้แพ้
ต่อให้ฮวาเจ๋อมู่จะมองแผนการออกแล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อบนสังเวียนแห่งนี้ เขาคือตัวตนอมตะที่ฆ่าไม่ตาย
“บ้าเอ๊ย! จุดอ่อนของมันย้ายตำแหน่งไปแล้ว ถ้าสังหารในดาบเดียวไม่ได้ ก็ไม่มีทางชนะ!” ฮวาเจ๋อมู่เห็นหนวดระยางทั้งสี่ของซานเดอร์สแล้วรู้สึกขยะแขยงจนแทบอาเจียน
ท่อนล่างของมันยึดติดกับพื้นเวทีแน่นหนา สองแขนยกขึ้นป้องกันศีรษะ ต่อให้ใช้จิตข่มขวัญก็ไม่อาจซัดให้กระเด็นตกเวทีได้
ความคมของดาบซามูไรก็ไม่มากพอที่จะตัดแขนขาของซานเดอร์สให้ขาดได้ในดาบเดียว อีกทั้งความเจ็บปวดอย่างรุนแรงก็จะทำให้ซานเดอร์สได้สติและสวนกลับทันที
“คาดไม่ถึงจริงๆ! แม้จะพลาดท่าจากสายหลัก แต่กลับมาผงาดในสายผู้แพ้! ผู้เข้าแข่งขันซานเดอร์สจากอาณาเขตอินทรีอาศัยพลังฟื้นฟูอันแข็งแกร่งจนพลิกกลับมาเป็นต่อ! อย่าลืมว่าคู่ต่อสู้ของเขาคือฮวาเจ๋อมู่ที่ชนะรวดมาสิบกว่ารอบ!”
“ผลการประเมินล่าสุดระบุว่า พรสวรรค์ของซานเดอร์สคือพรสวรรค์ระดับ SSS ที่หายากอย่างยิ่ง ‘แมงกะพรุนทรราช’ ซึ่งมีความสามารถในการฟื้นฟูระดับสุดยอด!”
ความสนใจของเหล่านักพากย์และนักวิจารณ์ต่างจับจ้องมาที่การต่อสู้อันดุเดือดในสายผู้แพ้คู่นี้
“ซานเดอร์สซ่อนเขี้ยวเล็บมาโดยตลอด คาดานคงต้องระวังตัวแล้ว”
หน้าอกของวิเวียนยังคงพันด้วยผ้าพันแผล บาดแผลที่ถูกแทงทะลุยังคงเจ็บแปลบ แต่เมื่อเธอกวาดสายตามองไปทั่วสนามแข่ง กลับไม่พบเงาของเฉินฉู่เซิง
“ขอโทษครับพี่หลีม่าย ผมเข้ารอบห้าอันดับแรกไม่ได้”
นูซูลี่กำอุปกรณ์สื่อสารในมือแน่น เขาก็มีพรสวรรค์ระดับ SSS เช่นกัน แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะไม่ติดแม้กระทั่งสี่อันดับแรก ความเร็วของคาดานนั้นเหนือกว่าเขามากเกินไป
อีกฝ่ายยังลงมือโหดเหี้ยมอำมหิต แต่สนามแข่งก็ไม่ต่างจากสมรภูมิ เมื่อฝีมือด้อยกว่า ก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว
“ไม่เป็นไร ได้อันดับหกก็ยอดเยี่ยมแล้ว นายคือเสาหลักแห่งอนาคตของอาณาเขตทมิฬนะ”
หลีม่ายติดตามการแข่งขันแบบเรียลไทม์ เธอรู้ดีว่าปีนี้มีแต่พวกสัตว์ประหลาดเต็มไปหมด ต่อให้นูซูลี่ลงมาสู้ในสายผู้แพ้ ก็คงไม่ใช่คู่มือของซานเดอร์สกับฮวาเจ๋อมู่อยู่ดี
“ดูท่าคงต้องเพิ่มตารางฝึกฝนด้านจิตใจเข้าไปในหลักสูตรแล้วสินะ”
อีกคนที่รู้สึกเสียดายไม่แพ้กันคือฟ่านกู่ พละกำลังของเขานับว่ายอดเยี่ยม แต่โชคร้ายที่ต้องมาเจอกับคาดานก่อนเวลาอันควร จึงถูกแทงจนร่างพรุนเลือดโชก
ทักษะยุทธ์ของเขารุนแรงก็จริง แต่ถ้าโจมตีไม่โดนเป้าหมายก็ไร้ความหมาย
เมื่อมาเจอกับฮวาเจ๋อมู่ก็เช่นกัน เขายังขาดความชำนาญในทักษะยุทธ์ระดับเดียวกับหานเยียนหลิง พอถูกฮวาเจ๋อมู่จับจังหวะสวนกลับได้เพียงครั้งเดียว การแข่งขันของเขาก็จบลงด้วยอันดับที่เจ็ด
“ฮวาเจ๋อมู่แพ้แล้ว”
ใบหน้าสวยคมของไอวี่ หัวหน้าทีมอาณาเขตซินหลานฉายแววเสียดาย
อาณาเขตอิงฮานซึ่งเป็นเพียงอาณาเขตเล็กๆ เกือบจะสร้างปาฏิหาริย์ได้สำเร็จ แต่ดูท่าแล้วคงต้องหยุดอยู่แค่ห้าอันดับแรก
หัวหน้าทีมอาณาเขตอ้าวไห่กล่าวอย่างหัวเสีย “นี่มันสู้แบบสายหน้าด้านชัดๆ ไม่ใช่เหรอ? ลูกผู้ชายที่ไหนเขาทำกัน! ซานเดอร์สอึดขนาดนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่!”
เจ้าหมอนั่นบนเวทีมันอึดถึกทนราวกับปีศาจจริงๆ ไม่ว่าบาดแผลจะลึกเพียงใดก็สมานตัวได้ในพริบตา แม้ฮวาเจ๋อมู่จะเป็นฝ่ายคุมเกมมาตลอด แต่ตอนนี้ดาบในมือกลับแทบจะเหวี่ยงไม่ขึ้นแล้ว
ฮาซานจากอาณาเขตมู่หลานหัวเราะเยาะ “อิจฉาหรือไง? พวกที่อึดเกินมนุษย์ก็พวกโด๊ปยาทั้งนั้นแหละ ไม่แน่เดี๋ยวก็หมดแรงเอง”
ไอวี่เหลือบมองอย่างเหนื่อยหน่าย สองคนนี้... ทั้งเนื้อทั้งตัวคงมีแต่ปากนี่แหละที่แข็งที่สุด
ส่วนพวกหัวหน้าทีมที่มาเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไม่ได้หวังเข้ารอบลึกๆ กลับมีท่าทีสบายๆ การแข่งขันเช่นนี้ย่อมมีผู้แพ้เป็นธรรมดา ถึงจะเป็นพวกเขาก็ไม่เห็นเป็นไร อย่างไรเสียพวกเขาก็คือบุคลากรชั้นยอดที่สุดในรุ่นเดียวกัน อนาคตยังคงเปิดกว้างให้เติบโตได้อีกมาก
ในที่สุด ฮวาเจ๋อมู่ก็หมดแรงข้าวต้ม เขาถูกซานเดอร์สชกเข้าที่หน้าอกเต็มแรงจนกระเด็นตกเวทีไป
เจ็บใจ... มันน่าเจ็บใจนัก!
เขามีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนที่จะสังหารซานเดอร์ส แต่กลับไม่สามารถคว้าชัยชนะบนสังเวียนแห่งนี้ได้
แม้ซานเดอร์สจะเป็นผู้ชนะ แต่ก็ไม่ได้สบายอย่างที่เห็น
ดังที่ฮาซานพูด พรสวรรค์ของเขามีขีดจำกัด ตอนนี้เขารู้สึกคันยุบยิบไปทั้งตัว ซึ่งน่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการใช้พรสวรรค์เกินขีดจำกัด
อาการเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพียงแค่ได้พักผ่อนสักสองสามวันก็จะหายเป็นปกติ
แต่ตอนนี้ เขาทำได้เพียงขบฟันฝืนทน เพราะการต่อสู้ครั้งต่อไปนั้นสำคัญอย่างยิ่ง
มันคือศึกชิงสิทธิ์การสืบทอดกับคาดาน!
ทนทุกข์ทรมานมาเท่าไร กล้ำกลืนฝืนทนมาเท่าไร ก็เพื่อวันนี้และวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
ตระกูลฮอร์นสมควรเป็นของเขา!
อีกไม่นานคาดานก็จะได้รู้ ว่าช่องว่างระหว่างมันกับเขานั้นห่างชั้นกันเพียงใด!
......
“การแข่งขันรอบต่อไปในสายผู้แพ้: คาดาน ปะทะ ซานเดอร์ส!”
ซูเซวียนเหลือบมองนาฬิกาซึ่งบอกเวลา 16:59 น. เขาลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปยังประตูของหน่วยสืบสวนพิเศษ ในขณะที่เอลลี่ มอร์แกน และเฉียวไน่อิงยังคงก้มหน้าก้มตาวิเคราะห์คดีล่าสุดของจอมมารกันอย่างเคร่งเครียด
ในฐานะเด็กใหม่ เขายังไม่คิดจะเข้าไปร่วมวงสนทนา ไม่อยากทำตัวโดดเด่นเกินงาม แค่ต้องการสะสมแต้มผลงานกองทัพเงียบๆ ให้ครบแล้วจากไปก็เท่านั้น
60 วินาทีต่อมา ซูเซวียนกล่าวลาตามมารยาท “ผมเลิกงานแล้วครับ!”
จากนั้นก็ผลักประตูเดินออกไป
เอลลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปถาม “เสี่ยวอิง กี่โมงแล้ว?”
“ห้าโมง... ตรงค่ะ”
เอลลี่: “???”
‘นี่หมายความว่าไง? ไม่อยากจะอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียวเลยเรอะ?’
“เสี่ยวอิง พรุ่งนี้เธอแต่งตัวโป๊หน่อยสิ”
เฉียวไน่อิง: “???”
‘นี่มันใช่ปัญหาเรื่องเสื้อผ้าเหรอคะ? ต่อให้หนูเปลือยกาย คนจะไปก็รั้งไม่อยู่หรอกค่า!’
‘อีกอย่าง ถ้าแต่งตัวโป๊ ความลับเรื่องจอแบนของหนูก็โป๊ะแตกสิคะ!’
‘แต่จะว่าไป... การได้เลิกงานตรงเวลานี่มันฟินจริงๆ นะ’
“พี่เอลลี่ หนูอยากเลิกงานบ้างอะ~” เฉียวไน่อิงทำปากยื่น พยายามใช้ความน่ารักออดอ้อน
“หุบปาก เธอไม่อยาก”