- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 195: สื่ออาณาเขตโอวที่เล่นใหญ่เกินเบอร์ และห้องนอนของตระกูลวิแลนด์
บทที่ 195: สื่ออาณาเขตโอวที่เล่นใหญ่เกินเบอร์ และห้องนอนของตระกูลวิแลนด์
บทที่ 195: สื่ออาณาเขตโอวที่เล่นใหญ่เกินเบอร์ และห้องนอนของตระกูลวิแลนด์
“คุณหมอคะ ให้เวลาฉันอีกหน่อยนะคะ กลุ่มทหารรับจ้างของฉันกำลังจะถูกประมูล พอขายได้เมื่อไหร่ก็จะมีเงินแล้วค่ะ”
หมอถอนหายใจพลางส่ายหน้า ดูเหมือนไม่อยากเป็นคนใจร้าย ก่อนจะจากไปก็เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี:
“เซลิน่า วิถีของผู้ฝึกยุทธย่อมมีเกิดมีตาย อาการของเฉินฝานคืออวัยวะภายในเสียหายอย่างหนัก นอกจากพืชวิญญาณระดับสูงแล้ว การยื้อลมหายใจไว้แบบนี้มัน...”
“ฉันรู้ค่ะ ฉันต้องหาซื้อมันมาให้ได้แน่นอน”
ขอบตาของเซลิน่าแดงก่ำ หลังจากเฉินฝานเข้าห้องไอซียู นางถึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของเขาอย่างแท้จริง
เมื่อขาดเขาไป กลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งก็แทบจะไปต่อไม่เป็น ในแต่ละวันนางแทบไม่มีสมาธิจดจ่อกับการล่าสัตว์อสูรเลย
แถมยังเป็นอย่างที่หมอบอก หากปราศจากพืชวิญญาณระดับสูงอันล้ำค่า อาการบาดเจ็บของเฉินฝานก็ไม่ต่างอะไรกับหลุมที่ไร้ก้น รายได้ของกลุ่มทหารรับจ้างจะถมเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็ม พอเงินก้อนใหญ่มหาศาลไหลเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว นางถึงได้รู้ว่ามันคือหลุมไร้ก้นของจริง
เมื่อหมอเดินจากไป ในที่สุดเซลิน่าก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
นางกดส่งข้อความที่พิมพ์ค้างไว้นานแล้วออกไป
......
บนรถศึกของมหาวิทยาลัยหลงหัวซึ่งจอดอยู่ภายในเมืองโมบาแห่งอาณาเขตโอว ทุกคนกำลังพักผ่อน การต่อสู้ที่ต่อเนื่องมาหลายวันทำให้แม้แต่ผู้ฝึกยุทธขั้น 4 ก็ยังรู้สึกว่าร่างกายใกล้ถึงขีดจำกัด
หน้าจอมือถือของซูเซวียนสว่างวาบขึ้น
ขนตายาวงอนของหานเยียนหลิงสั่นไหวเล็กน้อย นางอดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมอง
“ซูเซวียน ฉันขายตัวเองให้นาย นายสามารถ...”
แม้จะมองไม่เห็นข้อความที่เหลือ แต่ก็ทำเอาหานเยียนหลิงข่มตาหลับไม่ลงเสียแล้ว
เกิดอะไรขึ้น? ใครขายตัวเอง?
นายสามารถทำอะไร?
โอ๊ย อึดอัดชะมัด! รู้อย่างนี้ไม่มองเสียก็ดี!
ในใจของหานเยียนหลิงราวกับมีลูกแมวกำลังข่วนอยู่ยุกยิก ต่อมความอยากรู้อยากเห็นทำงานอย่างบ้าคลั่ง
“อ่ะ ดูสิ ใช่คนที่เธอเคยพูดถึงหรือเปล่า”
จังหวะนั้นเอง จู่ๆ ซูเซวียนก็ยื่นมือถือมาให้
หานเยียนหลิงพยายามปั้นสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ทว่ามือที่ยื่นไปรับโทรศัพท์กลับไวกว่าความคิด
นางจึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วอ่านข้อความต่อ
ที่แท้ก็คือเซลิน่าส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือจากซูเซวียนเรื่องเฉินฝาน นางรู้ว่าซูเซวียนกับหานเยียนหลิงสนิทกัน ทั้งยังเคยขึ้นรถศึกของตระกูลหาน ส่วนพืชวิญญาณระดับสูงที่เฉินฝานต้องการก็คือ 【เห็ดหลินจือวารี】 ซึ่งเป็นพืชวิญญาณระดับสูงอีกชนิดที่ตระกูลหานเคยเพาะเลี้ยง
ดังนั้นนางจึงหวังให้ซูเซวียนช่วยสืบราคาให้หน่อย โดยข้อเสนอของเซลิน่าคือการขายชีวิตสิบปี หรือตามคำพูดของนางก็คือ สิบปีนี้จะให้นางทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น
“อืม... เซลิน่า ‘บาทาคลั่ง’ สินะ ทักษะยุทธ์ของนางไม่เลว พอจะปั้นต่อได้”
“【เห็ดหลินจือวารี】 คืออะไร?”
“เป็นทรัพยากรพืชวิญญาณระดับสูงที่พบในแดนลับขนาดใหญ่ซึ่งตระกูลหานร่วมพัฒนาค่ะ”
หานเยียนหลิงอธิบายให้ซูเซวียนฟัง 【เห็ดหลินจือวารี】 มีมูลค่ามหาศาล สูงถึงหลักพันล้าน ทั้งยังมีสรรพคุณวิเศษในการฟื้นฟูอวัยวะภายในร่างกาย
เดิมทีแดนลับขนาดใหญ่นั้นถูกค้นพบโดยหานซวงเอ๋อ ตระกูลหานจึงมีสิทธิ์ในการร่วมพัฒนา แต่หลังจากที่มารดาของนางบาดเจ็บสาหัส พวกเขาก็แทบไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพัฒนาอีกเลย
ถ้าจำไม่ผิด ในช่วงเวลานี้ คลังสมบัติของตระกูลน่าจะยังมีเก็บไว้อยู่สองต้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ คิ้วงามดั่งภาพวาดของหานเยียนหลิงก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ใบหน้าสวยหมดจดฉายแววสับสนวูบหนึ่ง
เวลาที่เกิดใหม่ยังสั้นเกินไปนัก ตอนนี้ความแข็งแกร่งของนางยังไม่มากพอที่จะเบิกทรัพยากรเหล่านั้นออกมาได้
“เรื่องเล็กน่า ซื้อสักต้นก็จบ ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินอยู่แล้ว”
ซูเซวียนดึงมือถือกลับคืนไป แล้วหลับตาลงพักผ่อนต่อ
หานเยียนหลิงเงียบกริบ นางรู้สึกเหมือนโดนใครบางคนขิงใส่หน้าเบาๆ
หนอยแน่! คืนนี้ต้องฝึกทักษะยุทธ์เพิ่ม!
ต้องรีบกู้หน้าคืนมาให้ได้เร็วที่สุด!
......
หลังจากซูเซวียนและคนอื่นๆ กลับถึงที่พักได้ไม่นาน
หลิ่วเฟยเยียนก็ได้รับการติดต่อจากหน่วยสืบสวนพิเศษแห่งสหพันธ์ เป้าหมายหลักในการสอบสวนยังคงเป็นเฉินฉู่เซิง เนื่องจากทีมของเขาเหลือรอดชีวิตมาเพียงคนเดียว
แต่ภายใต้การแทรกแซงของขุมกำลังบางอย่าง เฉินฉู่เซิงก็ไม่ได้ถูกเพ่งเล็งมากจนเกินไป
กระทั่งตอนที่หลิ่วเฟยเยียนติดต่อไปหาหมอดูแรนท์ ทุกอย่างก็ราบรื่นอย่างน่าประหลาด อีกฝ่ายไม่เพียงไม่คิดราคาแพง แต่ยังอาสามารับส่งเฉินฉู่เซิงด้วยตนเอง พร้อมกล่าวว่านี่คือหน้าที่ซึ่งแพทย์แห่งอาณาเขตโอวพึงกระทำ
ขณะเดียวกัน ตระกูลวิแลนด์ก็ได้เชิญนักศึกษาระดับหัวหน้าทีมของมหาวิทยาลัยจากเก้าอาณาเขตเข้าร่วมงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ โดยบัตรเชิญถูกส่งมาให้ซูเซวียนเพื่อให้พวกเขาตัดสินใจกันเอง
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หลิ่วเฟยเยียนก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง
เมื่ออาบน้ำเสร็จ นางก็เดินตรงไปยังเรือนร่างอันเย้ายวนที่รออยู่บนเตียง
ร่างอวบอิ่มได้สัดส่วนของฟิโอน่าซุกซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มไหมเนื้อนุ่ม เผยให้เห็นเพียงเรียวขาและเท้าที่เนียนลื่น ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะ
หลังจากผ่านบทเพลงรักอันเร่าร้อน ทั้งสองก็นอนเคียงชิดกัน มือของหลิ่วเฟยเยียนลูบไล้ต้นขาแน่นกระชับของฟิโอน่าเบาๆ พลางสัมผัสถึงความเนียนนุ่ม
พวกเธอไถดูข่าวของวันนี้ด้วยกัน ฝ่าเท้าขาวผ่องของฟิโอน่าเขี่ยข้อเท้าของหลิ่วเฟยเยียนเป็นระยะๆ มอบความอบอุ่นและความใกล้ชิดให้แก่กันและกัน
“ฮ่าๆ เยียนเยียน ดูข่าวนี้สิ”
หลิ่วเฟยเยียนรับมือถือมาดู พอเห็นพาดหัวข่าวก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“คราวนี้ตระกูลวิแลนด์ขายขี้หน้ายับเลย”
【โชคดีสุดขีด! ทายาทสายตรงตระกูลวิแลนด์สู้ยิบตาคว้าอันดับสอง รักษาผลึกวิญญาณขั้น 4 ไว้ได้หนึ่งก้อน!】
ไม่รู้ว่าเป็นสื่อสำนักไหนที่ “เล่นใหญ่” ถึงขั้นไปขุดคุ้ยเรื่องที่เลออนกับคาดานพนันกันก่อนแข่งออกมาแฉจนได้
“ฮ่าๆ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะหวังดีประสงค์ร้ายก็ได้นะ~”
ฟิโอน่ายิ้มอย่างมีเลศนัย นางค่อยๆ ยกเท้าสูงขึ้น ไล่จากน่องขึ้นมาสัมผัสต้นขาของหลิ่วเฟยเยียนเบาๆ ความรู้สึกนุ่มนิ่มนั้นทำให้หลิ่วเฟยเยียนจั๊กจี้ไปทั้งตัว
สำหรับพวกเธอแล้ว ช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นนี้ช่างสั้นนักและล้ำค่า ทุกวินาทีล้วนถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในส่วนลึกของหัวใจ
......
เลออนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในห้องนอนของประมุขเฒ่า เขาก้มหน้าลงจนสุด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
เขาตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่สองครั้ง เสียงดังก้องกังวานไปทั่วห้องอันหรูหรา เป็นการไถ่โทษที่ไม่อาจคว้าอันดับหนึ่งในรอบเก็บคะแนนมาได้
โคมไฟระย้าผลึกแสงวารีอันวิจิตรตระการตาแผ่แสงนวล ปกคลุมทั่วทั้งห้องด้วยประกายสีทองอมฟ้า
กลิ่นหอมของพืชวิญญาณนานาชนิดอบอวลไปทั่ว โดยเฉพาะพืชวิญญาณระดับสูงอย่างกล้วยไม้เหมันต์ที่แผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตอันเข้มข้นออกมา
แต่ทุกครั้งที่มายังห้องนี้ เลออนจะรู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษ
“ไม่เป็นไรหรอก หลานเลออนของปู่ รอบต่อไปก็แค่ทำให้เต็มที่ก็พอ”
เสียงของประมุขเฒ่าตระกูลวิแลนด์ดังแว่วมาจากเตียงตรงหน้า “หึๆ นึกถึงตอนที่ปู่นำอาณาเขตโอวคว้าแชมป์สมัยแรก รอบเก็บคะแนนรอบแรกก็ได้ที่สองเหมือนกันนี่แหละ”
บนเตียงกำมะหยี่ขนาดมหึมา เสาทั้งสี่แกะสลักลวดลายซับซ้อน ม่านเตียงทำจากผ้าไหมชั้นเลิศ ส่งกลิ่นหอมจางๆ
มือเหี่ยวย่นของประมุขเฒ่าลูบไล้หญิงสาวข้างกายเบาๆ ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ
พอเขาเล่าถึงความรุ่งโรจน์ในอดีตจบ เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาววัยแรกแย้มห้าหกคนที่รายล้อมก็ดังขึ้นพร้อมเพรียง ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน ทำให้ทั้งห้องอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสำราญ
หญิงสาวเหล่านี้สวมเพียงชุดนอนผ้าไหมเนื้อบางเบา ผิวพรรณเนียนลื่นดุจหยกเนื้อดี แผ่ซ่านเสน่ห์แห่งวัยสาวออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
“ครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถ... ท่านบรรพชน ผม... ขอตัวก่อนครับ”
เลออนยืนสงบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงก้มหน้าถอยออกจากห้อง ตลอดเวลาเขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
เขาไม่อยากเป็นเหมือนพ่อโง่ๆ ของตน ที่ถูกควักลูกตาออกไปข้างหนึ่งเพียงเพราะเผลอมองมากไปแค่แวบเดียว