- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 140: วัสดุสัตว์อสูรจำนวนมหาศาล อาจารย์ของว่านหง...ติงเกอ!
บทที่ 140: วัสดุสัตว์อสูรจำนวนมหาศาล อาจารย์ของว่านหง...ติงเกอ!
บทที่ 140: วัสดุสัตว์อสูรจำนวนมหาศาล อาจารย์ของว่านหง...ติงเกอ!
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเซวียนก็วางแผนในใจทันที ดูท่าว่าเรื่องการล่าสัตว์อสูรระดับหายากคงต้องถูกเพิ่มเข้าไปในตารางงานของเขาเสียแล้ว
หากการเสริมแกร่งสิบครั้งสามารถเทียบเท่าความแข็งแกร่งของโลหะผสมระดับ B ได้จริง นี่ก็นับเป็นสิ่งล่อใจอันมหาศาลสำหรับเขา
“ขอแค่มีซากสัตว์อสูรระดับหายาก เธอก็สกัดสารตัวนี้ออกมาได้ใช่ไหม”
ซูเซวียนถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ได้สิ ยิ่งเยอะก็ยิ่งดี”
ว่านหงเผยรอยยิ้ม วัสดุเช่นนี้แน่นอนว่ายิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
“จริงสิ ตอนนี้วัสดุสัตว์อสูรระดับทั่วไปของห้องแล็บก็ขาดแคลนเหมือนกัน ได้ยินว่านายมาจากกลุ่มทหารรับจ้าง พอจะช่วยรวบรวมมาให้หน่อยได้ไหม”
เป็นจังหวะเดียวกับที่อันอันกลับมาพอดี
ในมือของเธอมีชานมไข่มุกหน้าตาน่าทานสองแก้ว นี่คือผลงานจากการที่เธอส่งลูกน้องแก๊งมังกรเขียวร้อยคนไปเสาะหาซื้อมา โดยแต่ละคนต้องซื้อมาสองรสชาติ รสชาติละสองแก้ว และห้ามซ้ำกันเด็ดขาด
จากนั้นทั้งหมดก็ถูกชิมและคัดเลือกด้วยความเร็วแสง จนได้สองแก้วที่อร่อยและเข้ากันที่สุดออกมา
อันอันตั้งใจแน่วแน่ ‘ของฉันแก้วหนึ่ง ของเทพซูแก้วหนึ่ง’
กลิ่นอายความรักอันหวานเลี่ยนนี้ วันนี้เธอจะต้องลิ้มลองให้ได้!
พอได้ยินคำขอของว่านหง เธอก็รีบเสนอตัวทันที “ผอ.ว่าน วัสดุสัตว์อสูรหนูก็มีนะคะ พ่อทิ้งไว้ให้เพียบเลย”
ว่านหงเหลือบมองชานมพลางลอบกลืนน้ำลาย “งั้นเหรอ ดีเลยสิ ที่นี่ต้องการซากสัตว์อสูรขั้น 3 สักร้อยตัว ขั้น 4 อีกสักห้าสิบตัว ทางเราใช้แต้มห้องแล็บกับเงินทุนซื้อได้นะ”
จากที่ได้สัมผัสมาช่วงนี้ ว่านหงพบว่าผู้ช่วยวิจัยคนนี้เป็นลูกเศรษฐีตัวจริง ไม่เพียงแต่ใช้เงินเป็นว่าเล่น แต่ที่สำคัญคือมีลูกน้องอยู่มากมาย
ถ้าไม่ติดว่ามหาวิทยาลัยหลงหัวมีกฎห้ามคนนอกเข้ามาวุ่นวายล่ะก็ เธอเชื่อว่าการทดลองของเธอคงคืบหน้าไปมากเพียงแค่ขยับปากสั่งเท่านั้น
‘แต่ชานมสองแก้วนี่... ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นของชั้นเลิศ ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย อยากลองชิมจัง’ ว่านหงคิดในใจ ‘น่าจะเป็นของยัยหนูนั่นแก้วหนึ่ง แล้วก็ของซูเซวียนอีกแก้วสินะ’
พออันอันได้ยินจำนวนที่ว่า ฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นใจก็พลันชะงักกึก
ใบหน้าที่แต่งแต้มให้ดูเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็งพลันร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความอับอายในพริบตา “หา? ตะ...ต้องใช้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
‘ซวยแล้ว! โม้จนหน้าแตกยับเยิน แถมยังต่อหน้าเทพซูอีก’ อันอันคิดอย่างร้อนรน
พ่อของเธอทิ้งสมบัติไว้ให้ส่วนหนึ่งก็จริง แต่วัสดุสัตว์อสูรที่ไหนจะหามาได้ง่ายๆ
ถึงอย่างไรแก๊งมังกรเขียวของเธอก็เป็นเพียงอิทธิพลในโลกมืด ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนในที่แจ้งได้ ซากสัตว์อสูรน่ะพอมีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นจริงๆ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขาไม่ได้ครอบครองดันเจี้ยนแดนลับเป็นของตัวเอง แล้วในเขตเมืองจะไปหาสัตว์อสูรขั้น 4 จำนวนมากมาจากไหนกัน
“หนูมี... แค่ซากสัตว์อสูรขั้น 3 สิบกว่าตัวเองค่ะ...”
ความมั่นใจของอันอันถูกปริมาณความต้องการมหาศาลของห้องแล็บทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีในพริบตา
ว่านหงหัวเราะเบาๆ ‘แม่หนูคนนี้ยังไร้เดียงสาไปหน่อย’ ถ้าไม่เป็นแบบนี้ แล้วเธอจะรีบร้อนหาเงินทุนไปทำไมกัน
“เอาเถอะ เอาวัสดุพวกนั้นมาก็ได้ มีน้อยก็ยังดีกว่าไม่มี”
หลังจากข่าวเรื่องห้องแล็บของว่านหงได้รับเงินทุนจากเอกชนแพร่ออกไป แหล่งจัดหาวัสดุหลายแห่งของเธอก็ถูกตัดขาด ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของพวกห้องแล็บจากตระกูลใหญ่ที่รวมหัวกันบีบให้ห้องแล็บของเธอล้มละลาย แล้วค่อยเข้ามาฉกชิงสูตรโลหะผสมระดับ A ไป
ยิ่งข้อมูลล้ำค่าเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งละโมบเท่านั้น
ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือมันช่วยสกัดกั้นการแทรกซึมจากอิทธิพลเขตอื่นไปในตัว
จนถึงตอนนี้ ว่านหงเพิ่งตระหนักว่าตัวเองยังมองโลกง่ายเกินไป แรงกดดันที่มองไม่เห็นนี้แทบจะทำให้เธอขยับตัวไม่ได้ วิธีการสกปรกของพวกตระกูลใหญ่นี่มันมีไม่จบไม่สิ้นจริงๆ
‘ช่างเถอะ โยนปัญหาให้บอสจัดการดีกว่า’
ว่านหงเดินอ้อมโต๊ะทดลองออกมา ตั้งใจจะยื่นมือไปหยิบชานมสักแก้ว แต่กลับพบว่าชานมทั้งสองแก้วหายไปจากมือของอันอันแล้ว
ซูเซวียนเป็นคนชิงตัดหน้าเก็บไปเรียบร้อย
ว่านหง: “???”
อันอัน: “??????”
‘แล้วของฉันล่ะ ไม่มีสักแก้วเลยเหรอ?’ ว่านหงคิดอย่างงุนงง
“วัสดุสัตว์อสูรเอาไปวางไว้ที่ไหน? แหวนมิติวงนี้ฉันให้ห้องแล็บยืมใช้ก่อนไหม” ซูเซวียนเอ่ยพลางถือแหวนมิติวงหนึ่งไว้ในมือ
ว่านหงมองด้วยความอิจฉา ‘ลูกศิษย์สองคนนี้จะรวยแข่งกันไปถึงไหน น่าโมโหชะมัด!’
“ตามฉันมา ไปที่โกดังเฉพาะของห้องแล็บเรากัน”
เธอพาซูเซวียนกับอันอันเดินลัดเลาะไปมาจนถึงชั้นล่างสุดของอาคาร
ที่นี่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแหวนมิติ ดัดแปลงเป็นโกดังขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็นสัดส่วน แต่ละห้องแล็บจะมีพื้นที่ขนาด 50x50x50 เมตรสำหรับเก็บวัสดุโดยเฉพาะ
แม้พื้นที่จะกว้างขวาง แต่กลับใช้แร่หินมิติไม่มากนัก ผนังที่กั้นเป็นแผ่นวัสดุโปร่งใส สามารถมองเห็นสิ่งของด้านในที่ถูกย่อส่วนลงเล็กน้อย ดูน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
โกดังมิตินี้เป็นแบบติดตั้งถาวร ดังนั้นมูลค่าของมันจึงยังต่ำกว่าแหวนมิติที่พกพาไปไหนมาไหนได้อยู่มาก
ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดของมหาวิทยาลัยหลงหัว
ซูเซวียนพยักหน้า ตลอดทางที่เดินลงมา เขาพบจุดซุ่มสังเกตการณ์อย่างน้อยสามจุด และแต่ละจุดมีผู้ฝึกยุทธขั้น 6 เฝ้าอยู่ แสดงให้เห็นถึงรากฐานอันแข็งแกร่งของมหาวิทยาลัยหลงหัวได้อย่างชัดเจน
“พวกเธอเอาวัสดุวางไว้ตรงนี้ได้เลย วางใจเถอะ ที่นี่มีแค่ฉันกับผู้ดูแลโกดังเท่านั้นที่เปิดได้” ว่านหงตบหน้าอกอวบอิ่มของตัวเองอย่างมั่นใจ “คนกันเองทั้งนั้น!”
ทว่าเมื่อมองไปยังพื้นที่อันว่างเปล่าในโกดัง ความฮึกเหิมของเธอก็ลดฮวบลงไปไม่น้อย ช่วงก่อนหน้านี้การวิจัยผลาญวัสดุไปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้โกดังจึงเรียกได้ว่าโล่งจนสะอาดเอี่ยม!
อันอันรีบย้ายซากสัตว์อสูรสิบกว่าตัวออกมาจากแหวนมิติของเธอทันที
ทั้งหมดเป็นสัตว์อสูรขั้น 3 ประกอบด้วยหมาป่าไม่กี่ตัว งูแมวเซา และแกะลายพาดกลอนอีกเล็กน้อย แต่สภาพซากทั้งหมดล้วนแห้งกรัง
“ติ๊ด... ตรวจพบสัตว์อสูรขั้น 3 ทั้งหมดสิบสองตัว คุณภาพโดยรวม 79%”
เครื่องสแกนที่หน้าประตูโกดังส่งเสียงรายงาน
“อันอัน คราวหน้าพวกที่ถูกรีดเลือดออกหมดแล้วไม่ต้องเอามานะ แต่เอาเถอะ ครั้งนี้ฉันจะคิดแต้มให้เหมือนเดิม”
ว่านหงขมวดคิ้วพูดอย่างจริงจัง เธอรู้ว่าอันอันหวังดี แต่ในฐานะนักวิจัย เธอค่อนข้างเคร่งครัดเรื่องคุณภาพของวัสดุ วัสดุที่ปราศจากเลือดสัตว์อสูรจะมีมูลค่าในการใช้งานต่ำลง เธอไม่อยากให้มีของด้อยคุณภาพปะปนเข้ามา
“ค่ะ อาจารย์”
อันอันบิดชายเสื้อ รู้สึกเหมือนตัวเองถูกตำหนิอย่างไรชอบกล ‘คราวหน้าจะอวดเก่งอีกไม่ได้แล้วจริงๆ ของบางอย่าง ไม่มีก็คือไม่มี’
“ไม่เป็นไรหรอก เธอทำได้ดีแล้ว”
ว่านหงให้กำลังใจอันอันเสร็จก็เปลี่ยนน้ำเสียงทันควัน หันไปพูดกับซูเซวียนอย่างอ่อนโยนว่า “บอสซู เชิญวางได้เลยค่ะ จะมากจะน้อยก็ไม่เป็นไร”
พร้อมกันนั้นเธอก็เปลี่ยนโหมดสแกนเป็นแบบรายตัว นี่เป็นเทคนิคที่เธอเรียนรู้มาจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นที่บอกว่าวิธีนี้จะช่วยรักษาหน้านายทุนได้ แม้จะมีแค่สิบกว่าตัว แต่การประกาศผลทีละตัวย่อมฟังดูดีกว่าแน่นอน
เธอกำลังพยายามเรียนรู้ที่จะปรับตัว ช่วยไม่ได้ ก็สถานการณ์ด้านทรัพยากรมันบีบบังคับนี่นา
อันอันถึงกับอึ้ง ‘นี่คืออภิสิทธิ์ของการเป็นบอสสินะ’
ดูท่าแล้ว ต่อให้ซูเซวียนเอาซากสัตว์อสูรขั้น 2 ออกมาแค่สองสามตัวก็คงจะได้รับคำชมอยู่ดี
ซูเซวียนมองโกดังที่ว่างเปล่าตรงหน้า จากนั้นก็เริ่มย้ายซากสัตว์อสูรขั้น 3 ที่ล่ามาได้ก่อนหน้านี้ออกมาจากแหวนมิติ
“ติ๊ด! นำเข้าหมาป่าประกายสายฟ้าหนึ่งตัว... ติ๊ด! นำเข้ากิ้งก่าสายฟ้าหนึ่งตัว... ติ๊ด! นำเข้าวานรหิมะหนึ่งตัว...”
“ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!”
เสียงประกาศของระบบถูกการนำเข้าวัสดุอย่างรวดเร็วของซูเซวียนขัดจังหวะไม่หยุดหย่อน จนแทบจะประกาศตามไม่ทัน
ซากสัตว์อสูรเหล่านี้ส่วนใหญ่มีสภาพสมบูรณ์และยังคงหลงเหลือกลิ่นอายดุร้ายเหมือนครั้งยังมีชีวิต
พื้นโกดังที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ ถูกปูเต็มไปด้วยซากสัตว์อสูรนานาชนิด บางตัวมีกรงเล็บคมกริบดุจดาบ บางตัวมีเขี้ยวยาวมหึมา และบางตัวก็มีเกล็ดหนาหนักปกคลุมทั่วร่าง
ว่านหงยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เธอเป็นถึงผู้อำนวยการห้องแล็บ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แต่ภาพซากสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลที่ถูกนำออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ก็ยังทำให้เธอตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เธอกวาดตามองซากสัตว์อสูรขั้น 3 ทุกตัวในโกดังอย่างละเอียด นัยน์ตาเป็นประกายอย่างผู้เชี่ยวชาญ พลางพึมพำไม่หยุด “สวยงาม... สวยงามเหลือเกิน...”
ทันใดนั้น ระบบสแกนของโกดังก็ประกาศผลสรุป
“ติ๊ด... ตรวจพบสัตว์อสูรขั้น 3 ทั้งหมด 100 ตัว คุณภาพโดยรวม 99%!”