- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 55: ความกังวลของหลงกง
บทที่ 55: ความกังวลของหลงกง
บทที่ 55: ความกังวลของหลงกง
นี่มันผลตอบแทนแบบไหนกัน?
นี่มันโคตรแห่งความมั่งคั่งชัดๆ!
ที่แท้นี่ต่างหากคือวิธีใช้งาน【จิตวิญญาณ】ที่ถูกต้อง
ผลึกวิญญาณขั้น 1 เยอะเกินไปแล้ว เก็บยังไงก็ไม่ทันจริงๆ
นี่ขนาดเป็นถ้ำใต้ดินที่สมาคมผู้ฝึกยุทธเคยขุดค้นอย่างละเอียดไปแล้วนะเนี่ย
เคยมีนักวิชาการเสนอให้ขุดหินทั้งหมดในถ้ำออกมาเพื่อหาผลึกวิญญาณ
ตอนนั้นมีการระดมกำลังผู้ฝึกยุทธจำนวนมาก
หินนับไม่ถ้วนถูกขนออกจากถ้ำและนำไปบดละเอียด
ถ้ำที่ใช้ทดลองก็คือถ้ำโลหิตอสูรแห่งนี้นี่แหละ
ครั้งนั้นได้ผลึกวิญญาณระดับต่ำมาจำนวนมากก็จริง
แต่การกระทำที่บุ่มบ่ามก็ทำให้ฝูงค้างคาวโลหิตในถ้ำเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จนต้องสูญเสียผู้ฝึกยุทธไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน
ท้ายที่สุด มูลค่าของผลึกวิญญาณที่ได้มาก็แค่พอจ่ายเป็นค่าชดเชยเท่านั้น
ดังนั้นผลึกวิญญาณในแดนลับถ้ำใต้ดินจึงยังต้องพึ่งพาโชคชะตาของผู้ฝึกยุทธในการค้นหาอยู่ดี
“นาย... ยิ้มอะไรน่ะ? พวกเรากำลังจะตกรอบแล้วนะ...” เผิงลี่ลี่ไม่เข้าใจ แม้หน้ากากจะบดบังใบหน้าของหนุ่มส่งอาหาร แต่แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างปิดไม่มิด
เมื่อครู่ ตัวเธอเองก็เพิ่งเจอผลึกวิญญาณอีกชิ้นหนึ่งจริงๆ
ครั้งที่แล้วตอนเข้าถ้ำใต้ดินเก็บได้แค่ชิ้นเดียว พอกลับไปอาจารย์ยังชมไม่หยุดปากตั้งนาน
บอกว่าเธอเป็นลูกรักพระเจ้าบ้างล่ะ ดวงเฮงสุดๆ บ้างล่ะ
‘หรือว่าความสามารถที่แท้จริงของฉันคือดวงดี?’
‘ถ้าอาจารย์รู้ว่าฉันเก็บผลึกวิญญาณขั้น 1 ได้ตั้ง 6 ชิ้น อาการป่วยคงหายไปครึ่งหนึ่งเลยมั้ง...’
‘ตานี่ตามฉันมาถือว่าส้มหล่นใส่แท้ๆ’
......
โถงสมาคมผู้ฝึกยุทธ
บนจอโฮโลแกรมปรากฏตารางอันดับขนาดมหึมา
มีผู้เข้าแข่งขันจำนวนไม่น้อยที่ส่งข้อมูลการสแกนซากสัตว์อสูรในถ้ำใต้ดินและได้รับแต้มล่าสังหารแล้ว
ด้านข้างคือกฎกติกา:
สัตว์อสูรขั้น 1: 5 คะแนน
สัตว์อสูรขั้น 2: 10 คะแนน
สัตว์อสูรขั้น 3: 125 คะแนน
สัตว์อสูรขั้น 3 ระดับท็อป: 500 คะแนน
หากมีคะแนนเท่ากัน จะตัดสินจากระดับของสัตว์อสูรและมูลค่าของวัตถุดิบ
อันดับหนึ่งบนตารางคะแนนคือ “บาทาคลั่ง” นำโด่งด้วยคะแนนกว่า 300 แต้ม
อันดับสองคือ หอกอัคคี มีอยู่ร้อยกว่าแต้ม
อันดับสามมีแค่ 125 แต้ม เห็นได้ชัดว่าเพิ่งฆ่าสัตว์อสูรขั้น 3 ไปแค่ตัวเดียว
ส่วนอันดับท้ายๆ ล้วนมีคะแนนแค่หลักสิบ
แม้ในห้องถ่ายทอดสดจะมองไม่เห็นภาพเหตุการณ์ แต่กระแสการถกเถียงก็ยังคงดุเดือดไม่ลดละ
“ฉันบอกแล้วไง ว่าไอ้หนุ่มส่งอาหารนั่นมันไม่ได้เรื่อง ดูสิคะแนนไม่ขยับเลย”
“เขาคงไม่ม่องเท่งไปแล้วหรอกนะ...”
“ยังหรอก กำไลข้อมือยังสว่างอยู่ แสดงว่ายังไม่ตาย แต่ทำไมนักชกหมัดระเบิดถึงได้ศูนย์คะแนนเหมือนกันล่ะ?”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ ฝีมือของเธอก็ไม่เลวเลยนี่นา...”
“จริงสิ การแข่งครั้งที่แล้วเธอเคยบอกว่าตัวเองแกะรอยสัตว์อสูรไม่เป็นไม่ใช่เหรอ? รอบนี้คงเป็นจุดอ่อนของเธอสินะ”
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แล้วพวกที่ถอนตัวไปไม่กี่คนนั่นมันเรื่องอะไรกัน?”
“คนเขาไปหาทางรวยกันต่างหาก แกจะไปรู้อะไร?”
“......”
ภายนอกถ้ำโลหิตอสูร ผู้ฝึกยุทธสวมหน้ากากหลายคนกำลังคุยกันอย่างตื่นเต้น
“ฮ่าๆๆ รอบนี้ดวงดีชะมัด เก็บผลึกวิญญาณขั้น 1 ได้ตั้ง 2 ชิ้น”
“เจ๋งเป้ง นายหาเจอได้ยังไงวะ?”
“ความหนาแน่นของผลึกวิญญาณในถ้ำใต้ดินมันสูง ถ้าโซนไหนมีสัตว์อสูรเยอะ ก็มีโอกาสแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะมีผลึกวิญญาณอยู่ พอนายไล่สัตว์อสูรไปแล้ว ก็ลองเคาะหินผารอบๆ ดู โอกาสได้ผลึกวิญญาณสูงมาก”
“ฉันก็เหมือนกัน รอบนี้เก็บผลึกวิญญาณขั้น 2 ได้ชิ้นนึง พระคุ้มครองจริงๆ...”
“เชี่ย อิจฉาว่ะ เจ๋งเป้งเลยพี่ชาย แบบนี้สบายไปสิบปีเลยนะเนี่ย”
“......”
เหล่าทหารที่ประจำการอยู่หน้าถ้ำต่างมองด้วยสายตาอิจฉา
ทุกปีมักจะมีผู้ฝึกยุทธดวงดีไม่กี่คนที่เข้าถ้ำไปแล้วเก็บผลึกวิญญาณได้
ถึงจะไม่ได้เข้ารอบแปดคนสุดท้าย
แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นจับต้องได้จริง
ช่วยไม่ได้ ในถ้ำใต้ดินยังไงก็ต่างจากดาวบลูสตาร์ ความจริงที่ว่ามันให้ผลผลิตผลึกวิญญาณสูงกว่านั้นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะข้อจำกัดเรื่องระดับผู้ฝึกยุทธ ถ้ำใต้ดินขนาดเล็กและแดนลับคงถูกพวกผู้ฝึกยุทธระดับสูงกวาดเรียบไปนานแล้ว
แล้วจะเหลือโอกาสให้ผู้ฝึกยุทธระดับต่ำได้แสดงฝีมือได้อย่างไร
ไอ้พวกลูกรักพระเจ้าพวกนี้เห็นแล้วน่าโมโหชะมัด
......
“ไอ้หนุ่มส่งอาหารได้กี่แต้มแล้ว ยังศูนย์คะแนนอยู่เหรอ?”
หลงกงถามเลขาด้วยความกระวนกระวาย
ตั้งแต่หนุ่มส่งอาหารเข้าไปในถ้ำใต้ดิน ตลอดสามชั่วโมงมานี้ เขาก็สังหรณ์ใจไม่ดีมาตลอด
แม้ว่าตัวเองจะวางแผนซ้อนแผนไว้หลายชั้น ถึงขนาดยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อสัตว์อสูรขั้น 3 ระดับท็อปจากอาณาเขตอินทรีมาก็ตาม
แต่ในถ้ำใต้ดินไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย ดังนั้นสัตว์อสูรตัวนั้นจะเจอซูเซวียนหรือไม่ก็ยังเป็นเรื่องที่บอกได้ยาก
เรื่องของดวง มันเอาแน่เอานอนไม่ได้
“คุณหลง ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ คุณภาพสัตว์อสูรของกลุ่มทหารรับจ้างสัตว์อสูรเรามีประกันอยู่แล้ว” คนที่พูดแทรกขึ้นมาคือชาวอาณาเขตอินทรีที่ชื่อรอสเตอร์
รูปร่างสูงใหญ่แต่กลับผอมแห้งผิดปกติ ให้ความรู้สึกคมกริบราวกับลูกธนูที่ถูกขัดเกลาจนแหลมคม
จุดเด่นที่สุดบนใบหน้าคือจมูกเหยี่ยวขนาดใหญ่ที่งุ้มลงมา ผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้นเกรียนจนแทบติดหนังศีรษะ
“คุณแน่ใจนะว่ากิ้งก่าทรราชไวต่อสีเหลืองเป็นพิเศษ? ในถ้ำใต้ดินมันมีหมอกอยู่นะ” หลงกงตั้งข้อสงสัยอย่างไม่สบายใจ
รอสเตอร์ลูบผมสีน้ำตาลเข้มที่สั้นเกรียนของตน พลางพูดด้วยความมั่นใจ:
“หึๆ คุณหลง คุณคงไม่รู้สินะว่ารายงานวิจัยล่าสุดของอาณาเขตอินทรีเราพบว่าหมอกในถ้ำใต้ดินไม่มีผลต่อสัตว์อสูรเลย”
“ยิ่งไปกว่านั้น กิ้งก่าทรราชยังเป็นสัตว์อสูรระดับท็อปที่หาได้ยากแม้แต่ในแถบเมืองยอร์กของอาณาเขตอินทรี”
“คุณเป็นถึงยอดฝีมือขั้น 7 ย่อมประเมินความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรได้อยู่แล้ว...”
คิ้วที่ขมวดแน่นของหลงกงคลายลงเล็กน้อย
รอสเตอร์พูดถูก
สัตว์อสูรขั้น 3 ระดับท็อปกับสัตว์อสูรขั้น 3 ทั่วไปมันคนละเรื่องกันเลย
ครั้งนี้ถือว่าเสี่ยงมากจริงๆ
หากกิ้งก่าทรราชเกิดคลุ้มคลั่งไล่ฆ่าคนอื่นในถ้ำขึ้นมา ตัวเขาเองก็คงเดือดร้อนเช่นกัน
ต้องโทษเจ้าหนุ่มส่งอาหารนั่นคนเดียว ที่ดันซ่อนคมเอาไว้
ยังดีที่เขารู้จักกับหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างสัตว์อสูร ไม่อย่างนั้นคงทำอะไรเจ้าหนุ่มส่งอาหารไม่ได้จริงๆ
เขาตบไหล่รอสเตอร์เบาๆ:
“กลับไปบอกหัวหน้าพวกคุณด้วยว่า วันหลังจะไปเลี้ยงเหล้าที่อาณาเขตอินทรี เขาบ่นถึงสุราหลงเหมาสองขวดของฉันอยู่ตลอดเลยไม่ใช่เหรอ?”
รอสเตอร์ยิ้มตามมารยาท: “ฮ่าๆๆ หัวหน้าต้องดีใจมากแน่ๆ ครับ”
หลงกงรู้สึกวางใจขึ้นมาก กลุ่มทหารรับจ้างสัตว์อสูรในอาณาเขตอินทรีก็ถือเป็นกลุ่มชั้นแนวหน้า
แต่ธุรกิจหลักไม่ใช่การล่าสังหารสัตว์อสูร แต่เป็นการใช้พรสวรรค์ของสมาชิกบางคนในการจับกุมและคุมขังสัตว์อสูรระดับต่ำ เพื่อกอบโกยความมั่งคั่งมหาศาล
เทคนิคนี้ในเก้าอาณาเขตก็นับว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง
เพราะอาณาเขตอื่นๆ ค่อนข้างวุ่นวาย ในสนามประลองใต้ดินมักจะมีการจัดการต่อสู้แลกชีวิตระหว่างสัตว์อสูรกับผู้ฝึกยุทธอยู่บ่อยครั้ง
หัวอวี้ถือว่ามีการจัดการที่เข้มงวดมากแล้ว
ตอนนั้นเอง รอสเตอร์ก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที:
“บอสหลง สมาคมผู้ฝึกยุทธของพวกคุณสนใจจะขายถ้ำใต้ดินขนาดเล็กบ้างไหมครับ?”
“เรื่องราคาคุยกันได้ ทรัพยากรขาดแคลนก็ไม่เป็นไร”
แววตาของหลงกงฉายแววไม่พอใจวูบหนึ่ง: “เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึง ต่อให้ทรัพยากรขาดแคลนแค่ไหน แต่ละปีก็ยังมีผลึกวิญญาณขั้น 1 ออกมาตั้งยี่สิบกว่าชิ้น”
รอสเตอร์ดูเหมือนจะเดาผลลัพธ์นี้ไว้อยู่แล้ว จึงพูดต่อ: “ถ้าพวกเรายินดีใช้ผลึกวิญญาณขั้น 2 จำนวน 20 ชิ้น แลกกับสิทธิ์ในการพัฒนา 10 ปีล่ะครับ?”
หลงกงใจสั่นสะท้าน ราคานี้ถือว่าไม่ต่ำเลย แถมเขายังสามารถกินส่วนต่างตรงกลางได้อีกไม่น้อย: “เรื่องนี้... ฉันจะลองพิจารณาดู เลขาหวัง จดไว้ก่อน”
“ค่ะ บอสหลง” เลขาหวังจ้องโทรศัพท์มือถือ พลางจดบันทึกตารางงาน
รอสเตอร์ยิ้มมุมปาก หากข้อตกลงนี้สำเร็จลุล่วง
เขาก็มีหวังจะได้รับทรัพยากรจำนวนมาก เพื่อทะลวงสู่ระดับผู้ฝึกยุทธขั้น 5
ช่างเป็นชาวหัวอวี้ที่สายตาสั้นเสียจริง
พวกเขาไม่รู้เลยว่าอาณาเขตอินทรีได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในการใช้มนุษย์ดัดแปลงชีวภาพเพื่อบุกเบิกถ้ำใต้ดินแล้ว
แค่ปีละยี่สิบกว่าชิ้นก็พอใจแล้วอย่างนั้นรึ?
ขอแค่มีชีวิตคนมากพอ ในอาณาเขตอินทรี ถ้ำใต้ดินขนาดเล็กสามารถผลิตผลึกวิญญาณขั้น 1 ได้อย่างสบายๆ ปีละ 50 ชิ้น และผลึกวิญญาณขั้น 2 อีก 5 ชิ้น