- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 10: ส่งอาหารให้ดี ก็มีเศรษฐีนีมาเลี้ยงดูได้ไร้กังวล!
บทที่ 10: ส่งอาหารให้ดี ก็มีเศรษฐีนีมาเลี้ยงดูได้ไร้กังวล!
บทที่ 10: ส่งอาหารให้ดี ก็มีเศรษฐีนีมาเลี้ยงดูได้ไร้กังวล!
บทที่ 10: ส่งอาหารให้ดี ก็มีเศรษฐีนีมาเลี้ยงดูได้ไร้กังวล!
หานจงรีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอความเมตตาทันที
“คุณหนู... พอกลับไปแล้ว ผมจะไปคุยกับคุณชายหานทันทีครับ”
ตำแหน่งพ่อบ้านตระกูลหานนั้นมีความสำคัญเพียงใด
แค่ค่าตอบแทนปีละ 3 ล้านก็มากพอที่จะทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนยอมทำทุกอย่างเพื่อแย่งชิงตำแหน่งนี้มาครอง
ยังไม่นับรวมสวัสดิการและผลประโยชน์อื่นๆ อีกมหาศาล
หากต้องสูญเสียสิทธิพิเศษเหล่านี้ไป
เขาคงต้องกลับไปเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อหาเลี้ยงชีพ
เรื่องศักดิ์ศรีหรือหน้าตาอะไรนั่น มันไม่สำคัญเลยสักนิด
ความดุร้ายของสัตว์อสูรเป็นอย่างไร เขาย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
เขาไม่ได้ลงสนามต่อสู้มานานกี่ปีแล้ว
หากไร้ซึ่งการคุ้มกันจากกลุ่มทหารรับจ้างของตระกูลใหญ่ ขืนออกไปตัวคนเดียวก็คงถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
“นายไปได้แล้ว” หานเยียนหลิงคลายแรงกดดันลง พลางเอ่ยเสียงเรียบ
หลังจากปลุกพรสวรรค์เมื่อวานนี้
เธอก็เบิกผลึกวิญญาณขั้น 4 หนึ่งชิ้นออกมาจากคลังสมบัติของตระกูล
และทะลวงระดับขึ้นสู่ผู้ฝึกยุทธขั้น 1 ได้ในรวดเดียว
ในเมื่อหานจงกล้าตั้งข้อสงสัยในตัวเธอ ก็สมควรไสหัวไปซะ
ในความทรงจำจากสองชาติภพก่อน หานจงไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ
ทั้งไม่สามารถทะลวงผ่านการเป็นผู้ฝึกยุทธขั้น 3 และไม่ได้สร้างผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ผู้ฝึกยุทธระดับนี้ ในตระกูลหานมีอยู่ถมเถไป
จะไล่ออกไปสักคนก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนของหานจ่านเซียวอีกด้วย
ชาติที่แล้วเธอพัฒนาตัวเองเร็วเกินไป จนแผนการร้ายทั้งหลายของคนพวกนั้นกลายเป็นเรื่องไร้สาระ
ชาตินี้ เธอขี้เกียจจะเล่นละครตบตาแล้ว มันน่าเบื่อสิ้นดี
“กระดูกวัวตุ๋นมาเสิร์ฟแล้วครับ~”
เถ้าแก่หลี่เดินออกมาจากห้องครัวด้วยท่าทีภาคภูมิใจ
ในมือประคองจานกระดูกวัวตุ๋นซอสที่เคี่ยวกรำมาอย่างพิถีพิถัน
น้ำซอสสีเข้มข้นเป็นประกายมันวาว ผสานกลิ่นอายของเครื่องเทศและสมุนไพรนานาชนิด ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลจนชวนให้น้ำลายสอ
ขณะกำลังจะอ้าปากคุยโวถึงสรรพคุณ สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นพ่อบ้านหานที่เมื่อวานยังวางท่าใหญ่โต วันนี้กลับกำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น
ภาพนั้นเล่นเอาเขาตกใจจนมือไม้สั่น เกือบจะทำน้ำซอสหกเลอะเทอะ
คุณพระช่วย!
กินฟรีไม่จ่ายเงินก็ว่าแย่แล้ว
นี่ถึงขั้นต้องเอาชีวิตมาทิ้งด้วยหรือเนี่ย
ผู้ฝึกยุทธมีสถานะสูงส่งเพียงใด
หากคนธรรมดาอย่างเขาไปเห็นฉากน่าอับอายเช่นนี้เข้า อีกฝ่ายคงหาข้ออ้างบีบให้เขาตายคามือได้ง่ายๆ เหมือนบี้มดตัวหนึ่ง
เขาอยากจะเอาน้ำมันวัวทาฝ่าเท้าแล้วลื่นไถลกลับเข้าครัวไปเสียเดี๋ยวนี้ แกล้งทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
“ซูเซวียน ทานเนื้อสิ”
หานเยียนหลิงเลิกสนใจหานจงที่ยังคงคุกเข่าอยู่อย่างสิ้นเชิง
เธอถูกใจซูเซวียน
แค่ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับตระกูลใหญ่โดยไม่เกรงกลัว ก็นับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว
“???” ซูเซวียนมองใบหน้าอันงดงามนั้นด้วยความงุนงง เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจว่าแม่สาวน้อยคนนี้ดู... ผิดที่ผิดทางชอบกล
สวยน่ะสวยจริง
แต่ก็แปลกจริงเช่นกัน
เป็นถึงคุณหนูตระกูลหานผู้สูงศักดิ์ แต่กลับชอบมากินกระดูกวัวตุ๋นร้านข้างทาง
เรื่องแบบนี้ต่อให้เล่าให้ใครฟัง ก็คงไม่มีใครเชื่อ
เมื่อวานเขาวุ่นวายมาทั้งคืน ทั้งตามหาผลึกวิญญาณ ทั้งต้องต่อสู้
น้ำสักหยดก็ยังไม่ตกถึงท้อง
ตอนนี้ท้องของเขาก็เริ่มส่งเสียงร้องประท้วงอย่างหนักหน่วง
ยิ่งพอเห็นกระดูกวัวตุ๋นที่เถ้าแก่หลี่ยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมนั่น... มันช่างยั่วน้ำลายชะมัด!
ส่งอาหารมาสามปี แค่เหลือบมองปราดเดียวก็รู้ว่าจานนี้ต้องใส่เครื่องมาเป็นพิเศษแน่ๆ!
ซูเซวียนรีบนั่งลงตรงข้ามหานเยียนหลิงทันที แล้วเอ่ยอย่างเกรงใจว่า “ได้ครับ ขอบคุณคุณหาน พอดีผมยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย”
เถ้าแก่หลี่แอบมองซูเซวียนผ่านช่องประตูห้องครัว
หลังจากเพ่งมองจนแน่ใจว่าเป็นพ่อหนุ่มไรเดอร์หน้าตาดีที่มารับอาหารที่ร้านทุกวัน เขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เขาเองก็พอจะรู้เรื่องราวชีวิตของซูเซวียนอยู่บ้าง
และเดาได้ว่าเจ้าหนุ่มนี่ แปดในสิบส่วนคงเป็นเพื่อนร่วมชั้นของคุณหนูตระกูลใหญ่นั่นเป็นแน่
เสี่ยวหลี่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของเถ้าแก่หลี่ แม้อายุยังน้อยแต่ก็มาช่วยพ่อฝึกปรือฝีมือ โดยมีความฝันอันยิ่งใหญ่ว่าจะขยายสาขาร้านกระดูกวัวตุ๋นเถ้าแก่หลี่ให้ได้สิบแห่ง
พอเห็นผู้เป็นพ่อถอนหายใจ ก็รีบกระซิบถามข้างๆ ว่า “พ่อ ถอนหายใจทำไมเหรอ”
เถ้าแก่หลี่หันมามองลูกชาย ความรู้สึกจุกอกก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ
การที่เขาให้เสี่ยวหลี่ลาออกจากโรงเรียนมาตั้งแต่เด็ก เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือเปล่านะ
ถ้ากัดฟันส่งเสียก็น่าจะพอไหว... เขาได้แต่ถอนหายใจอีกครั้งแล้วพูดว่า
“เฮ้อ... ความรู้นี่มัน... เปลี่ยนชะตาชีวิตคนได้จริงๆ สินะ”
เสี่ยวหลี่: “???????”
......
กระดูกวัวชิ้นโตคลุกเคล้าด้วยซอสสูตรลับเฉพาะของเถ้าแก่หลี่ ผ่านการตุ๋นด้วยไฟอ่อนเป็นเวลานานจนเนื้อร่อนออกจากกระดูกอย่างง่ายดาย สัมผัสนุ่มละมุนและชุ่มฉ่ำไปด้วยรสชาติ
ซูเซวียนจัดการฟาดเรียบอย่างเอร็ดอร่อย
เขากล้ายืนยันเลยว่า ที่เขานั่งอยู่นี่ก็เพื่อกระดูกวัวล้วนๆ
ไม่มีความคิดอกุศลอื่นใดแอบแฝงทั้งสิ้น
ผู้หญิงน่ะรึ มีแต่จะทำให้ความเร็วในการแทะกระดูกของเขาลดลงเท่านั้นแหละ!
“เสี่ยวอู่ ให้พวกเขาเข้ามาเอาของได้” หานเยียนหลิงหันไปสั่งบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
“ครับ คุณหนู” บอดี้การ์ดทางฝั่งซ้ายรีบพยักหน้ารับคำสั่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหากลุ่มไรเดอร์ที่ยืนรออยู่
พอได้ยินดังนั้น ซูเซวียนก็ยิ่งก้มหน้าก้มตากินอย่างตั้งอกตั้งใจกว่าเดิม
‘แม่เจ้าโว้ย โหดชะมัด!’
จริงอย่างที่เขาว่า ผู้หญิงยิ่งสวยก็ยิ่งร้ายกาจ!
หานจงแค่ตั้งคำถามกับอำนาจของเธอเพียงนิดเดียว
ก็โดนปลดออกจากตำแหน่งจนอนาคตดับวูบ
แถมตอนนี้ยังไม่คิดจะเปิดโอกาสให้แก้ตัวเลยสักนิด
ที่มาคุกเข่าอยู่ตรงนี้ ก็เห็นได้ชัดว่ากำลังเล่นละครเรียกความเห็นใจ
แต่ดูเหมือนหานเยียนหลิงจะมองทะลุปรุโปร่ง... ‘ชอบคุกเข่านักใช่ไหม? งั้นก็ให้ทุกคนได้เห็นกันชัดๆ ไปเลย ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ดูซิว่าผู้ฝึกยุทธขั้น 3 อย่างแกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?’
“คุณหนู... ผมรับใช้ท่านมาตั้งห้าปีนะครับ ได้โปรดให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะ” หานจงคร่ำครวญเสียงหลง
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เขาทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไม่เคยมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย
เพียงเพราะพูดผิดไปแค่ประโยคเดียว ถึงกับต้องถูกขับออกจากตระกูลหานเลยหรือ?
ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาต้องสูญเปล่าเชียวหรือ?
หานเยียนหลิงไม่ได้เอ่ยตอบ เพียงใช้นิ้วเรียวยาวดุจหยกเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังพิจารณาคำพูดของหานจง
ทว่าประโยคถัดมา กลับทำลายความหวังของหานจงจนย่อยยับ “นายเป็นคนของหานจ่านเซียว”
หานจงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า
สีหน้าอ้อนวอนเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ก่อนที่เหล่าไรเดอร์จะเดินเข้ามา เขาก็สาวเท้าก้าวเดินออกจากร้านกระดูกวัวตุ๋นเถ้าแก่หลี่ไปทันที
เขาไม่รู้ว่าความลับของตนรั่วไหลไปตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่เขารู้ดีว่า ขืนเล่นละครตบตาต่อไปก็ไร้ความหมาย
......
ซูเซวียนแทะกระดูกวัวอย่างเอร็ดอร่อย พลางเสพดราม่าตรงหน้าไปด้วย
ตระกูลใหญ่นี่ช่างมากความจริงๆ
หานจ่านเซียวเป็นใครเขาไม่รู้หรอก แต่ใช้แซ่หานเหมือนกันก็คงหนีไม่พ้นพวกทายาทอะไรทำนองนั้น
สู้กระดูกวัวในมือก็ไม่ได้ หอมกว่ากันเยอะ
“ซู้ดดด~”
เสียงสูดปากกลืนน้ำลายดังระงมมาจากหน้าประตู
“แม่เจ้าโว้ย สวยวัวตายควายล้มเลยว่ะ”
“หยิกฉันทีซิ ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
“ขอถ่ายรูปได้ไหมเนี่ย ชาติหน้าฉันจะเอามาตรฐานนี้ไปหาเมีย...”
ในเวลานี้ ร้านเถ้าแก่หลี่ทั้งร้านดูหรูหรามีระดับขึ้นมาทันตา เพียงเพราะการมีอยู่ของหญิงสาวผู้นี้
อย่างไรก็ตาม เหล่าไรเดอร์ต่างก็เข้าแถวรับออเดอร์ของตัวเองอย่างเป็นระเบียบ
พวกเขาใช้เพียงหางตาในการตรวจสอบหมายเลขคำสั่งซื้อ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพขั้นสูง
ก็แหม หานเยียนหลิงสวยหยาดเยิ้มขนาดนั้น มองน้อยไปแค่วินาทีเดียวก็ถือว่าขาดทุนย่อยยับแล้ว
“พรุ่งนี้ไปรายงานตัวที่ตระกูลหาน ต่อไปนี้นายมาเป็นพ่อบ้านให้ฉัน”
น้ำเสียงไพเราะเสนาะหูเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ
ซูเซวียนถึงกับชะงักค้างไปทั้งตัว
นั่งดูละครอยู่ดีๆ ไหงหวยมาออกที่ตัวเองได้ล่ะเนี่ย?
แต่ไอ้ความรู้สึกแอบสะใจลึกๆ นี่มันคืออะไรกัน?
ช่างเถอะ กินให้หมดก่อนแล้วค่อยปฏิเสธก็แล้วกัน
เหล่าไรเดอร์ต่างพากันเงียบกริบ
ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของหานเยียนหลิง เพราะเรื่องของพวกเศรษฐีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาอยู่แล้ว
ช่วยไม่ได้ ก็บอดี้การ์ดสองคนนั้นดูน่าเกรงขามซะขนาดนั้น แค่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็รู้สึกกดดันจะแย่
ก่อนจะเดินออกจากร้านเถ้าแก่หลี่ สายตาของแต่ละคนจำต้องละจากใบหน้าสวยหวานของหานเยียนหลิงอย่างอาลัยอาวรณ์
และใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีสุดท้าย กวาดมองใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ
คนแบบไหนกันที่คู่ควรจะได้นั่งร่วมโต๊ะทานมื้อเช้ากับนางฟ้าเช่นนี้
คนแบบไหนกันที่คู่ควรจะได้เป็นพ่อบ้านของตระกูลมหาเศรษฐี?
“???... ซูเซวียน?!”
หน้าประตูร้านเถ้าแก่หลี่แทบจะระเบิดเป็นจุล ทุกคนลืมเรื่องส่งอาหารไปชั่วขณะแล้วหันมาจับกลุ่มซุบซิบกันเสียงดัง
“เชี่ย! ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นั่นมันพี่เซวียนนี่หว่า!?”
“จริงด้วย ฉันก็นึกว่าดูผิด แต่เสื้อตัวนั้นใช่เขาแน่ๆ ไซส์ รุ่นเดียวกับฉันเลย”
“นี่น่ะเหรอเรื่องใหญ่ที่พี่เซวียนว่า? แล้วแบบนี้พวกเราจะไปเลียนแบบได้ยังไงวะเนี่ย...”
“พี่น้องทั้งหลาย ลุยงานให้เต็มที่! จำไว้ว่าขอแค่ส่งอาหารให้ดี ก็มีเศรษฐีนีมาเลี้ยงดูได้ไร้กังวล!”
“เดือนหน้า ฉันจะต้องเป็นราชาออเดอร์ให้ได้...”
“ฉันด้วย!”
เสี่ยวหวังยืนงงเป็นไก่ตาแตก ใบหน้าคล้ำแดดของเขาพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความคับแค้นใจ นั่นมันใช่เรื่องที่ราชาออเดอร์จะทำได้ที่ไหนกันเล่า?
ฉันส่งมาตั้งกี่ออเดอร์แล้ว
อย่าว่าแต่สาวสวยเลย
แม้แต่ป้าแก่แม่ม่ายรวยๆ ยังไม่เคยเจอสักคน!
ยิ่งส่งเยอะ ก็มีแต่จะยิ่งตัวดำขึ้นเท่านั้นแหละโว้ย