เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ความโกรธแค้นและการต่อสู้เป็นตาย

บทที่ 2 ความโกรธแค้นและการต่อสู้เป็นตาย

บทที่ 2 ความโกรธแค้นและการต่อสู้เป็นตาย


เซียวเฉินยืนนิ่ง เขาเพียงแค่จ้องมองไปที่ฝูงชนด้วยความเยือกเย็นและไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เซียวเจี้ยนหันหลังกลับไปทางฝูงชนและเดินตรงไปอย่างช้าๆ ฝูงชนเปิดทางให้เขาเดินผ่าน พวกเขาคาดว่าการแสดงอันยอดเยี่ยมกำลังจะเกิดขึ้นซึ่งมันได้เขียนอยู่ทั่วใบหน้าของพวกเขาขณะที่พวกเขาจ้องมองเซียวเฉิน

"น้องเฉิน ทำไมเจ้าถึงยังไม่ขยับอีก? เจ้าไม่คิดจะไว้หน้าพี่ใหญ่ของเจ้าเลยงั้นหรือ?" เซียวเจี้ยนกล่าวด้วยความรังเกียจขณะที่คว้าข้อมือทั้งสองข้างของเซียวเฉินและพาเขาไปข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาดึงข้อมือของเซียวเฉิน เขาพบว่าเขาไม่อาจพาตัวเซียวเฉินไปข้างหน้าได้ มันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกตื่นตระหนก 'เจ้าขยะนี่มีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้ได้อย่างไร?' ขณะที่คิดเช่นนั้นเขาจึงใส่แรงเพิ่มขึ้นไปอีกเพื่อให้เซียวเฉินยอมจำนน...

เซียวเฉินสบัดมือออกไปอย่างรุนแรงและหลุดพ้นจากเซียวเจี้ยนแล้วตอบกลับอย่างเย็นชาว่า "ไม่จำเป็นต้องให้พี่ใหญ่พาข้าจูงเดิน ข้าสามารถเดินเองได้"

ทันใดนั้น เกิดเสียงพูดกระซิบกันไปทั่ว เจ้าขยะนี่สามารถหลุดพ้นเอื้อมมือของเซียวเจี้ยนได้อย่างไร? แม้ว่าเซียวเจี้ยนจะไม่ได้ใช้พลังปราณ แต่ระดับบ่มเพาะพลังของเขาก็อยู่จุดสูงสุดของขอบเขตจอมยุทธฝึกหัดแล้ว ซึ่งหมายความว่าอีกเพียงแค่ก้าวเดียวเขาก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญยุทธ ระดับบ่มเพาะพลังของเขาสูงกว่าเซียวเฉินมาก ดังนั้นบางทีอาจเกิดปฏิหาริย์กับเจ้าขยะนี่และทำให้เขาหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณต่อสู้ได้?

เซียวเจี้ยนเมื่อมือของเขาถูกเซียวเฉินสะบัดออก เขาดูตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ แต่สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แท้จริงแล้วเจ้าเซียวเฉินตั้งใจทำให้เขาอับอายต่อหน้าทุกคน และเดินตามเซียวเฉินไปด้วยความหม่นหมองและไม่หยุดคิดว่าเขาได้พูดอะไรไปบ้างเพื่อพยายามทำให้เซียวเฉินได้รับความอับอายในตอนแรก

เซียวเฉินยืนอยู่ตรงหน้าศิลาวัดพลังด้วยสีหน้าขมขื่น เขารู้ดีว่าตัวเขาเองนั้นอยู่ระดับไหน แต่เขาไม่อาจหนีได้ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือเขาจะถูกเยาะเย้ยอีกครั้ง แต่เมื่อคิดเช่นนั้นมันทำให้เขารู้สึกใจเย็นลง

เซียวเฉินเหยียดมือขวาของเขาออกไปและวางบนศิลาวัดพลัง และพลังของมันก็ไหลเข้ามาในร่างกายของเขา พลังวิญญาณจากตันเถียนของเขาไหลเข้าสู่จุดลมปราณที่แขนของเขา ผ่านเส้นลมปราณ และมาบรรจบกันที่ฝ่ามือข้างขวาของเขา จากนั้นศิลาวัดพลังที่อยู่ใต้ฝ่ามือของเขาเริ่มเปลี่ยนสี และสีขาวบริสุทธิ์เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆอย่างช้าๆ

หลังจากนั้น หน้าผากของเซียวเฉินถูกปกคลุมไปด้วยหยาดเหงื่อ ดูเหมือนว่าศิลาวัดพลังจะกินพลังของเขาไปมากที่ทำให้พลังวิญญาณในร่างกายของเขาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สีของศิลาวัดพลังยังคงเป็นสีแดงจางๆไม่มีเปลี่ยน

"เซียวเฉิน ขอบเขตปรับแต่งวิญญาณขั้น 9 ไม่มีความคืนหน้าเลยแม้แต่น้อย" ผู้อาวุโสหนึ่งเซียวเฉียงที่อยู่ด้านหลังศิลาวัดพลังกล่าวอย่างไร้อารมณ์

เซียวเฉินถึงกับส่ายหัวของเขาขณะที่ดึงมือขวากลับมาและเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก ศิษย์ของตระกูลเซียวที่อยู่รอบๆต่างหายใจเข้าด้วยความโล่งอก เจ้าขยะนี่ยังคงเป็นขยะวันยังค่ำ มันไม่มีปาฏิหาริย์สำหรับเขาและระดับพลังของเขายังคงอยู่ที่ขอบเขตปรับแต่งวิญญาณเช่นเดิม

เซียวเจี้ยนหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา อันที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ตอนนี้ เขาจำได้ว่าเขาต้องการที่จะกลั่นแกล้งเซียวเฉินและฟื้นความคิดเดิมของเขาที่ต้องการสร้างปัญหาให้กับเซียวเฉิน

"น้องเฉิน พรสวรรค์ของเจ้าช่างพิลึกยิ่งนัก แม้ว่าเจ้าจะฝึกบ่มเพาะพลังมา 8 ปีแล้ว แต่เจ้าก็ยังคงอยู่ขอบเขตปรับแต่งวิญญาณขั้น 9 เหมือนเดิม ภายในตระกูลเซียว...ไม่สิ...ภายในอาณาจักรต้าฉิน เจ้าเป็นคนเดียวที่มีพรสวรรค์เช่นนี้! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

บรรดาศิษย์ตระกูลเซียวทุกคนที่อยู่ภายในหอฝึกยุทธต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน ผู้อาวุโสหนึ่งที่อยู่ด้านหลังศิลาวัดพลังเพียงแค่ขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสงสาร ในขณะที่เซียวเจี้ยนมีพรสวรรค์ที่ทุกคนต่างยอมรับและฝึกฝนบ่มเพาะพลังอย่างหนักหน่วง แต่เขากลับไม่มีความเห็นอกเห็นใจแต่อย่างใด ในอนาคตเขาคงจะไม่มีทางปีนป่ายขึ้นไปได้สูงมากนัก เขาไม่แน่ใจว่าเด็กคนนี้จะมีชีวิตอยู่ถึงสัญญาสิบปีที่จะเกิดขึ้นอีกครึ่งปีต่อมาหรือไม่

เซียวเฉินยังคงนิ่งเงียบและคงความเยือกเย็นไว้ เซียวเจี้ยนเป็นพี่ชายของเขา แทนที่เขาจะปลอบโยนเขา แต่เขากลับนำความอับอายมาให้กับเขา การมีพี่น้องนั้นไม่มียังดีกว่า!

เซียวเจี้ยนยื่นมือของเขาออกไปและตบหน้าอกของเซียวเฉินเบาๆพร้อมกับยิ้มออกมาแปลกๆ "น้องเฉิน เจ้าอย่าได้ท้อแท้เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา บางทีเจ้าอาจหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณต่อสู้ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็เป็นได้ อ่าว...น้องเฉิน...ทำไมเจ้าถึงคุกเข่าลงล่ะ? อย่าได้ทำแบบนี้เลย มันจะทำให้ข้าดูไม่ดี"

เซียวเจี้ยนได้ปลดปล่อยพลังปราณของเขาออกมาเมื่อเขาตบไปที่หน้าอกของเซียวเฉิน โดยที่ใช้พลังของขอบเขตจอมยุทธฝึกหัดออกมาครึ่งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าก่อนหน้านี้เซียวเฉินทำให้เขาได้รับความอับอายต่อหน้าทุกคน เขาจึงไม่คิดที่จะปล่อยเซียวเฉินจากไปโดยง่าย

เซียวเฉินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ หลังจากที่เซียวเจี้ยนปลดปล่อยพลังปราณใส่เขา มันเหมือนกับว่ามีแรงกดดันที่หนักหน่วงกดทับไหล่ของเขา ไม่ว่าเขาจะปลดปล่อยพลังออกมามากเท่าไหร่ เขาก็ไม่อาจต่อต้านเซียวเจี้ยนได้

เสียงเยาะเย้ยดังออกมาจากฝูงชนอีกครั้ง "นายน้อยเฉิน แม้ว่าท่านจะมีระดับบ่มเพาะพลังที่โดดเด่นเช่นนั้น แต่ท่านไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้เพื่อแสดงความเคารพ!"

"นายน้อยเฉินไม่ว่าท่านจะทำตัวยังไงท่านก็ยังคงเป็นนายน้อยเฉิน แม้กระทั่งคุกเข่าท่านก็ยังคงสง่างาม"

เซียวเฉินหลับตาทั้งสองข้างลง เขากำหมัดแน่นถึงขั้นเล็บของเขาเจาะเข้าไปในผิวของเขา และเลือดสีแดงสดเริ่มหลั่งไหลออกมาและร่างกายของเขาไม่อาจที่จะหยุดสั่นได้

ยอมไม่ได้!

ข้ายอมไม่ได้!

ความแค้นที่เกิดขึ้นจากส่วนลึกของวิญญาณของเขาเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเซียวเฉิน ข้ายอมไม่ได้! เป็นเจ้าใช่หรือไม่? เซียวเฉินพูดพึมพัม ความโกรธแค้นจากส่วนลึกของดวงวิญญาณนี่ดูเหมือนจะมาจากดวงวิญญาณเจ้าของร่างกายเดิม แม้กระทั่งหลังจากที่เขาตายไปแล้ว ความโกรธแค้นที่สะสมมาแปดปีในที่สุดก็ปะทุออกมา ข้ายอมไม่ได้!

ไม่มีใครรู้สึกยินดีที่ถูกเรียกว่าขยะ! ไม่มีใครทนต่อการถูกเยาะเย้ยและถูกทำให้อัปยศจากคนอื่นได้! ไม่มีใครอยากแหงนหน้ามองคนอื่นไปตลอดชีวิต!

เจ้าคือเซียวเฉิน ข้าเองก็คือเซียวเฉิน ข้าจะมีชีวิตอยู่แทนเจ้าและจะลบล้างความอัปยศแปดปีของเจ้าทิ้งซะ ข้าจะทำให้บรรดาผู้คนที่เยาะเย้ยเจ้า ดูถูกเจ้า และล้อเลียนเจ้าได้รับรู้ว่าความโศกเศร้าคืออะไร!

เซียวเฉินลืมตาขึ้นมาอย่างฉับพลัน รูปลักษณ์ที่สดใสถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและว่างเปล่าและดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่นมั่น ข้าเซียวเฉิน ข้าไม่ได้เป็นขยะอีกแล้ว!

เซียวเฉินย่อตัวลงและกลิ้งไปด้านหลังอย่างรวดเร็วและไปยืนอยู่ด้านหลังศิลาวัดพลัง เขาจ้องมองไปที่เซียวเจี้ยนด้วยสายตาที่หนาวเย็น ก่อนหน้านี้ เซียวเจี้ยนรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากเมื่อเขาเห็นศิษย์ตระกูลเซียวที่อยู่รอบๆหัวเราะเซียวเฉิน มันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและลดความระมัดระวังลงและเผลอปล่อยให้เซียวเฉินหลบหนีจากการจับกุมของเขา มันจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกผิดหวังอีกครั้งและเมื่อคิดเช่นนั้นเขาจึงคิดที่จะจับตัวเซียวเฉินอีกครั้ง

เศษผ้าลอยออกมาและโดนที่ใบหน้าของเซียวเจี้ยน มันเป็นเศษผ้าที่ถูกฉีกออกมาจากแขนเสื้อของเซียวเฉิน นั่นหมายความว่าผู้ที่ทำอย่างนั้นคือ เซียวเฉิน

"ดี หากเจ้ารับมันไว้แล้ว ข้าจะขอท้าเจ้าสู้เป็นตายตัวต่อตัวอีกเจ็ดวันให้หลัง จากนี้เป็นต้นไป เจ้าไม่ใช่พี่ใหญ่ของข้าอีกต่อไปและมันจะไม่มีวันเป็นเช่นนั้นอีก!" เซียวเฉินจ้องมองเซียวเจี้ยนอย่างเย็นชาและน้ำเสียงของเขาราวกับดังออกมาจากขุมนรก

จบบทที่ บทที่ 2 ความโกรธแค้นและการต่อสู้เป็นตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว