- หน้าแรก
- โร้คไลค์ จุติพร้อมสิ่งประดิษฐ์ระดับตำนาน
- ตอนที่ 14 : เขตเซี่ยงไฮ้
ตอนที่ 14 : เขตเซี่ยงไฮ้
ตอนที่ 14 : เขตเซี่ยงไฮ้
ตอนที่ 14 : เขตเซี่ยงไฮ้
ฉู่หยางไม่รู้ว่าซุนหงกลายเป็นคนบาประดับหนึ่งได้ยังไง และเขาก็ไม่ได้สนใจ
ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเริ่มโจมตีเขา ก็เท่ากับว่ารนหาที่ตายเองแล้ว
ความเร็วเคลื่อนที่และความเร็วโจมตีของซุนหงเร็วกว่าเขา แต่ซุนหงทำพลาดอย่างมหันต์ในการต่อสู้เมื่อครู่
นั่นคือการใช้สกิล 【ดอดจ์】 ไปจนหมดทั้งสองครั้งเพื่อหลบการโจมตีของเขา!
ฉู่หยางใช้ 【ดอดจ์】 พุ่งเข้าไปหาและคว้าแขนของซุนหงเอาไว้ทันที
ระหว่างการต่อสู้กับมนุษย์ค้างคาว ฉู่หยางค้นพบว่าการคว้าจับด้วยมือเปล่าเป็นเทคนิคการควบคุมที่มีประโยชน์มาก
ท่านี้ไม่ใช่สกิลและไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษอะไร แต่มันได้ผลชะงัดเมื่อคู่ต่อสู้ไม่มีสกิลหนีอย่าง 【ดอดจ์】!
เมื่อถูกจับตัวได้ ซุนหงก็เหวี่ยงมีดสั้นใส่คอของฉู่หยาง แต่ฉู่หยางก็ยังคงไม่ปัดป้อง
มือซ้ายของเขากำซุนหงไว้แน่น แล้วกระแทกโล่ไปข้างหน้าเต็มแรง
แต้มพลังชีวิตของโจรนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ที่เลเวลหนึ่งมีแค่สามร้อยกว่าแต้มเท่านั้น
ซุนหงเสียเลือดไปกว่าร้อยแต้มจากการต่อสู้รอบก่อนแล้ว และในช่วงไม่กี่วินาทีที่ยื้อยุดกับฉู่หยาง เขาก็เสียไปอีกกว่าร้อยแต้ม
ไม่นาน เขาก็ตกอยู่ในสถานะเลือดแดงและสูญเสียความสามารถในการต่อต้าน
เมื่อเห็นฉู่หยางกำลังจะทุบเขาให้ตายด้วยโล่ ซุนหงก็รีบตะโกนลั่น "หยุด! หยุดก่อน! ฉัน... ฉันยอมยกของทั้งหมดที่มีให้นาย! แค่ไว้ชีวิตฉันก็พอ!"
ได้ยินดังนั้น ฉู่หยางก็พยักหน้าและพูดว่า "อืม ตกลง"
เมื่อเห็นแสงแห่งความหวังที่จะรอดชีวิต ซุนหงรีบส่งคำขอแลกเปลี่ยนไปให้ฉู่หยาง
หน้าต่างแลกเปลี่ยนปรากฏขึ้น แต่มันมีแค่ตำราสกิลระดับสีเขียวเล่มเดียว
ฉู่หยางหัวเราะในลำคอ "นายคิดว่าชีวิตนายมีค่าแค่นี้เหรอ?"
ซุนหงรีบพูด "ไม่ ไม่ใช่! ฉันยังมีของอีกสองชิ้น ถ้านายปล่อยฉันไปใกล้ๆ ทางออก ฉันจะให้ของนาย ไม่งั้นฉันกลัวว่าพอนายได้ของแล้วนายจะ..."
ฉู่หยางกดยอมรับและทำการแลกเปลี่ยนจนเสร็จสิ้น
ทันทีที่ซุนหงคิดว่าฉู่หยางตกลงตามข้อเสนอ เขาก็เห็นฉู่หยางยกโล่ขึ้นและฟาดลงมาที่เขา!
"แก?!... ทำไม..."
ฉู่หยางเก็บโล่และพูดอย่างใจเย็น "เพราะมันยุ่งยากน่ะสิ"
ความจริงแล้วฉู่หยางเป็นคนที่เกลียดความยุ่งยาก โดยเฉพาะการต้องมานั่งวางแผนซ้อนแผนกับคนอื่น
"สังหารคนบาประดับหนึ่งสำเร็จ แต้มส่วนร่วมมนุษยชาติ +10 ได้รับหีบสมบัติสีฟ้าหนึ่งใบ"
ตอนที่อยู่นอกโดเมนประตู ฉู่หยางได้รับแต้มส่วนร่วมมนุษยชาติ 1 แต้มจากการฆ่ามิโนทอร์ ซึ่งทำให้เขาได้รับสิทธิ์ในการเปิดโดเมนประตู
ดูจากรูปการณ์แล้ว แต้มส่วนร่วมมนุษยชาตินี้น่าจะเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่ามาก
【แต้มส่วนร่วมมนุษยชาติ 10 แต้มกับหีบสมบัติสีฟ้า... ช่างล่อตาล่อใจจริงๆ...】
แค่คิดว่าต้องโดนฝูงผู้ผ่านประตูรุมทึ้งทุกครั้งที่เข้าประตูใหม่ ฉู่หยางก็รู้สึกหนังหัวชาแล้ว
ประเด็นสำคัญคือคนอื่นฆ่าเขาแล้วได้รางวัล แต่เขาฆ่าคนอื่นแล้วไม่ได้อะไรเลย
"บทลงโทษนี่หนักเอาเรื่องแฮะ..."
ฉู่หยางเปิดหีบสมบัติสีฟ้าอย่างไม่ใส่ใจ ข้างในมีไอเทมสองชิ้น
1. เงิน 500 เหรียญ
2. รูนสีฟ้าหนึ่งชิ้น
รวมกับตำราสกิลสีเขียวที่ซุนหงเพิ่งเทรดให้เขา รางวัลจากการฆ่าคนบาประดับหนึ่งถือว่าคุ้มค่ามากทีเดียว
【ดูเหมือนว่าถ้าเจอคนบาปในอนาคต ฉันคงปล่อยไปไม่ได้แล้วสินะ...】
เมื่อคิดได้ดังนั้น จู่ๆ ฉู่หยางก็ถามขึ้น "เอ้อ จริงสิเจ้าน้องประตู? คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินคนบาป?"
"ตอนที่จ้าวไป่หนิงปล่อย 'เคล็ดวิชามังกรเพลิง' เมื่อกี้ เธอก็โจมตีโดนฉันด้วยนะ ทำไมเธอไม่กลายเป็นคนบาป?"
เจ้าน้องประตูให้คำตอบ : "เราสามารถตัดสินได้เองว่ามีเจตนาทำร้ายหรือไม่"
"เจตนา? หมายความว่าคุณอ่านความคิดพวกเราได้โดยตรงเลยเหรอ?!"
"ไม่ขอตอบ"
เมื่อเห็นว่าเจ้าน้องประตูไม่ตอบอีก ฉู่หยางจึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
เขาถอดเสื้อเชิ้ตของซุนหงออกมาใส่เอง แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องขังถุงเลือดห้องสุดท้าย
ระหว่างทาง ฉู่หยางตรวจสอบข้อมูลไอเทมที่เพิ่งได้มา
【ดาบเงามายา - สีฟ้า】 รูนการโจมตีปกติ ทุกการโจมตีปกติมีโอกาส 50% ที่จะสร้างเงามายาโจมตีซ้ำครั้งที่สอง
【ดาบผ่าสองชั้น - สีเขียว】 ตำราสกิล การโจมตีสองครั้งอย่างรวดเร็ว แต่ละครั้งสร้างความเสียหายกายภาพเท่ากับ 1* พลังโจมตี และสามารถกระตุ้นเอฟเฟกต์การโจมตีปกติได้
ตำราสกิลสีเขียวไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก มันเป็นสกิลโจมตีสำหรับอาชีพสายดาบ ซึ่งฉู่หยางใช้ไม่ได้
แต่รูน 【ดาบเงามายา】 ถือว่าดีมากทีเดียว เมื่อติดตั้งแล้วจะเพิ่มความถี่ในการโจมตีปกติได้อย่างมาก ช่วยเพิ่มดาเมจให้ฉู่หยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้รูนนี้กับผู้พิทักษ์โล่อย่างเขาก็ดูจะเสียของไปหน่อย
ฉู่หยางติดตั้งรูน 【ดาบเงามายา】 ลงในช่อง 【การโจมตีปกติ】 และมาถึงห้องขังถุงเลือดห้องสุดท้าย
ข้างในเละเทะไปหมด มีศพมนุษย์ค้างคาวและมนุษย์นอนเกลื่อนกลาด เห็นได้ชัดว่าเป็นผลจากการต่อสู้ครั้งใหญ่
ฉู่หยางเข้าไปตรวจสอบทีละคนและพบว่าสมาชิกอีกสามคนของทีมนั้นตายเรียบอยู่ที่นี่
"ถ้าไม่ใช่เพราะการทรยศของซุนหง บางทีหนึ่งหรือสองคนในสามคนนี้อาจจะรอดก็ได้"
หลังจากถอนหายใจสั้นๆ ฉู่หยางก็คิดในใจ "ถึงจะมีบทลงโทษสำหรับการฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่ฉันก็ยังต้องระวังคนอื่นให้มากขึ้นในอนาคต..."
ฉู่หยางถอดเสื้อผ้าจากศพทั้งสามคนอย่างเงียบๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องขังถุงเลือด
เด็กผู้หญิงในห้องขังยังอยู่กันครบ ซุนหงคงคิดว่าพาไปคนเดียวไม่ไหว เลยทิ้งพวกเธอไว้
ฉู่หยางเก็บเสื้อเชิ้ตไว้สองตัว และสวมอีกตัวให้เด็กผู้หญิงคนที่เดินออกมาคนแรก
หลังจากนั้น ฉู่หยางก็พาเด็กผู้หญิงสิบกว่าคนจากห้องขังถุงเลือดทั้งสองห้องออกมา และไปถึงทางออกได้อย่างปลอดภัย
เขาเจอมนุษย์ค้างคาวแค่สองตัวที่ซ่อนอยู่ในเงามืดระหว่างทาง ฉู่หยางไม่ได้ไล่ตาม และมนุษย์ค้างคาวสองตัวนั้นก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้
ที่ทางออก ฉู่หยางสแต็กเกราะให้ครบ 100,000 พอดีเป๊ะ ก่อนจะเดินออกจากถ้ำ
เคลียร์ด่านที่ 3 สำเร็จ ระดับการประเมิน : ระดับ SS รางวัลเพิ่มขึ้น
ได้รับรีลิกสีม่วงหนึ่งชิ้น โปรดเลือกหนึ่งในสามรีลิกต่อไปนี้
ทันทีที่ฉู่หยางกำลังจะตรวจสอบรางวัลรีลิก เขาก็ได้ยินเสียงโจวหยวนร้องอุทานมาจากด้านข้าง "พี่ฉู่? พี่เข้ามาได้ยังไงครับ?!"
ฉู่หยางมองไปที่ทั้งสอง แขนที่ขาดของจ้าวไป่หนิงงอกกลับมาแล้ว เมื่อเห็นว่าเธอเองก็งงพอๆ กับโจวหยวน เขาจึงเข้าใจทันทีว่าสองคนนี้น่าจะยังไม่รู้ว่าการไหลของเวลาในด่านต่างจากในเซฟโซน
ก็สมเหตุสมผล คนส่วนใหญ่คงไม่มีอารมณ์จะโอเอ้วิหารรายอยู่ในด่านอันตรายหลังจากเคลียร์ด่านเสร็จแล้ว พวกเขาเพิ่งผ่านมาแค่สามด่าน จึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่สังเกต
ฉู่หยางโยนเสื้อผ้าสองชิ้นจากเป้ให้พวกเขาและอธิบาย "เวลาในด่านกับในเซฟโซนเดินไม่เท่ากัน เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง"
เสื้อแขนยาวที่โจวหยวนใส่พอดีตัวใช้ได้ แต่จ้าวไป่หนิงได้เสื้อแขนสั้นของเด็กมัธยมจางม่านไป ซึ่งมันคับไปหน่อย
ท่อนบนที่อวบอิ่มอยู่แล้วของเธอยิ่งดูโดดเด่นสะดุดตาในเสื้อที่รัดรูปขนาดนี้ ราวกับว่ามันจะปริแตกออกมาได้ทุกเมื่อ
"อะแฮ่ม~"
ฉู่หยางเบือนหน้าหนี กระแอมไอสองที แล้วอธิบายเรื่องความแตกต่างของเวลาในด่าน เซฟโซน และโลกจริงให้ทั้งสองฟัง
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ จ้าวไป่หนิงตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินเรื่องนี้ เธอคว้าแขนฉู่หยางและถามอย่างร้อนรน "ฉู่หยาง! ที่นายพูดเป็นเรื่องจริงเหรอ?! เวลาในโลกจริงเดินช้ามากๆ งั้นเหรอ?!"
ฉู่หยางพยักหน้า "ใช่ คุณลองเช็คกับระบบในหัวดูก็ได้"
ครู่ต่อมา จ้าวไป่หนิงพูดอย่างตื่นเต้น "ดีจัง! ดีจริงๆ! งั้นแปลว่าฉันยังมีเวลาออกไปช่วยน้องสาวทัน!"
เมื่อเห็นพวกเขามองมา จ้าวไป่หนิงก็อธิบาย "คืนนั้น ฉันกับน้องสาวไปช้อปปิ้งที่ 'เดอะ บันด์' จู่ๆ ถนนทั้งสายรวมถึงแม่น้ำหวงผู่ก็แยกออกจากกัน แล้วก็มีป่าเขาโผล่ขึ้นมาจากรอยแยก..."
"มอนสเตอร์หัวสัตว์ตัวคนจำนวนมากวิ่งออกมาจากป่า ฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า..."
"ฉันกับน้องสาวหนีเข้าไปซ่อนในร้านขายเสื้อผ้า แต่ก็ถูกมอนสเตอร์หัวหนูตัวนึงเจอ..."
"ฉันฆ่าไอ้มนุษย์หนูตัวนั้นได้ แต่ฉันก็พลัดหลงกับน้องสาว..."
"แล้วฉันก็มาโผล่ที่นี่"
"ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ ฉันกังวลเรื่องน้องสาวตลอดเวลา พอรู้ว่าเวลาข้างนอกผ่านไปช้ามาก งั้น... งั้นน้องสาวฉันต้องยังไม่ตายแน่!"
"ฉันต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ แล้วไปหาน้องสาว!"
ได้ยินดังนั้น จู่หยางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ "เดอะ บันด์? แม่น้ำหวงผู่? คุณก็อยู่เซี่ยงไฮ้เหรอ?"
จ้าวไป่หนิงพยักหน้า
แล้วโจวหยวนก็ตะโกนขึ้น "บังเอิญจัง! ผมก็อยู่เซี่ยงไฮ้! เขตสวีฮุ่ย"
ฉู่หยางพูดอย่างครุ่นคิด "บางทีทุกคนที่เข้ามาในโดเมนประตูขนาดใหญ่นี้ อาจจะมาจากเขตเมืองเซี่ยงไฮ้กันหมด..."