- หน้าแรก
- อุตส่าห์ได้เปิดร้านอาหารทั้งทีแต่ดันมาเปิดตอนตีสามเนี่ยนะ
- ตอนที่ 341 คืนเงินฉันมา! ไม่งั้นแกอย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่!
ตอนที่ 341 คืนเงินฉันมา! ไม่งั้นแกอย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่!
ตอนที่ 341 คืนเงินฉันมา! ไม่งั้นแกอย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่!
ตอนที่ 341 คืนเงินฉันมา! ไม่งั้นแกอย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่!
คำพูดที่เถ้าแก่เฉียนและจ้าวเจิ้นฮุยทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง
พวกเขาบอกให้เขาอย่าเพิ่งรีบกลับ วันนี้จะมีละครสนุกๆ ให้ดู
ตอนแรกหนุ่มแว่นไม่ได้ใส่ใจ คิดว่าพวกนั้นแค่พูดขู่ไปงั้นๆ
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พวกนั้นพูดถูกเผงเลย
ราคาเครื่องดื่มในตู้ขายของลดลงมาเท่ากับร้านสะดวกซื้อแล้ว
แต่กลับขายไม่ได้แม้แต่ขวดเดียว
ไอ้ 'แจ้งเตือนด้วยความหวังดี' บนกระดานดำหน้าร้านลู่เฟิงนั่น มันมีอิทธิพลขนาดนี้เชียวเหรอ?
นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!
ลูกค้าพวกนี้เชื่อฟังไอ้แซ่ลู่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ?
"บอกมาตามตรงนะ! เครื่องดื่มแกมีปัญหาใช่ไหม!"
เถ้าแก่เเนี๊ยะร้านของตุ๋นชี้หน้าด่าหนุ่มแว่น น้ำลายกระเด็นใส่หน้าเขาเต็มๆ "แกเอาของปลอมมาหลอกขายฉันใช่ไหม! ไม่งั้นทำไมเมื่อวานขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่วันนี้กลับขายไม่ออกสักขวด!"
"เจ๊ครับ ข้าวระวังจะกินติดคอได้ แต่คำพูดระวังจะติดคุกเอานะครับ!"
หนุ่มแว่นเริ่มโมโห สวนกลับอย่างไม่เกรงใจ "ผมบอกเจ๊ไปกี่รอบแล้ว! เครื่องดื่มผมรับมาจากโรงงานใหญ่ทั้งนั้น! ถ้าผมเอาของปลอมมาหลอกขายเจ๊ ขอให้ผมโดนฟ้าผ่าตายเลยเอ้า!"
เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธมาตลอด
เถ้าแก่เเนี๊ยะเอาแต่สงสัยว่าเครื่องดื่มมีปัญหา ชัดเจนว่าพยายามหาข้ออ้างโยนความรับผิดชอบมาให้เขา
ยอมรับว่าปกติเวลาส่งของให้ร้านเล็กๆ เขาอาจจะมีตุกติกบ้าง
เช่น แอบเอาของใกล้หมดอายุไปปนกับของใหม่
หรือแอบยัดไส้ของก๊อปเกรดเออย่างยี่ห้อ 'เล่ยปี้' หรือน้ำแร่ 'หนงฟู' ปลอมๆ แถมไปให้บ้าง
แต่ของสองล็อตที่เขาส่งให้เถ้าแก่เเนี๊ยะร้านของตุ๋น เป็นของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีปนเปื้อน
ยังไงซะเธอก็เป็นลูกค้าใหม่ เขายังไม่มีเวลาวางแผนตุกติกด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เถ้าแก่เเนี๊ยะกลับมาชี้หน้าด่า หาว่าเขาเอาของปลอมมาขาย
หนุ่มแว่นจะไปพอใจได้ยังไง?
"ถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องดื่มแกมีปัญหา งั้นบอกมาซิ! ทำไมวันนี้ไม่มีคนซื้อ!"
เถ้าแก่เเนี๊ยะยืนเท้าสะเอว ตะคอกถามด้วยความเกรี้ยวกราด
"ยังไม่ชัดอีกเหรอ!"
หนุ่มแว่นชี้ไปทางร้านลู่เฟิง พูดด้วยน้ำเสียงก้าวร้าว "ก็เป็นเพราะไอ้เด็กนั่นมันเล่นสกปรกไง! มันเป่าหูให้ลูกค้าไม่ซื้อของเจ๊ เจ๊ดูไม่ออกหรือไง? มาเถียงกับผมจะมีประโยชน์อะไร? ไปเคลียร์กับมันโน่น!"
"เฮ้ย ไอ้หนุ่ม พูดแบบนี้ใส่ร้ายเถ้าแก่ลู่นี่หว่า!"
ทันทีที่หนุ่มแว่นพูดจบ เสียงคัดค้านก็ดังระงมมาจากฝูงชนที่มุงดูอยู่
"ใช่! เถ้าแก่ลู่แค่แนะนำให้ลูกค้าดื่มน้ำหวานน้อยลง ไม่ได้เอ่ยถึงตู้ขายของแกเลยสักคำ!"
"เถ้าแก่ลู่ไม่ได้บังคับ พวกเราไม่อยากซื้อเอง แบบนี้เรียกว่าเป่าหูได้ไง?"
คนในฝูงชนส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของร้านลู่เฟิง พอได้ยินหนุ่มแว่นใส่ร้ายเถ้าแก่ลู่ พวกเขาก็ไม่พอใจทันที
แม้เถ้าแก่เเนี๊ยะจะกำลังร้อนรน แต่เธอก็ไม่ได้โง่
สถานการณ์ในวันนี้ ดูยังไงก็เกี่ยวข้องกับลู่เฟิงร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่เนื้อหาใน 'แจ้งเตือนด้วยความหวังดี' ของลู่เฟิง ไม่มีคำไหนพาดพิงถึงตู้ขายของเธอเลย
ต่อให้เธออยากจะไปหาเรื่องลู่เฟิง ก็ไม่มีเหตุผลให้ไปเอาผิดเขาได้
แต่เธอยังต้องการคนมารับผิดชอบความเสียหายนี้ และหนุ่มแว่นตรงหน้าก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
จะว่าไป ต้นตอของเรื่องนี้ก็มาจากหนุ่มแว่นนั่นแหละ
"ไม่เกี่ยวกับไอ้หนูแซ่ลู่นั่น! แกอย่ามาปัดความรับผิดชอบ!"
เถ้าแก่เเนี๊ยะตาเบิกโพลง ผลักแขนหนุ่มแว่นอย่างแรง "ฉันว่าเครื่องดื่มแกนั่นแหละมีปัญหา! ไม่งั้นทำไมร้านสะดวกซื้อถึงขายได้ แต่ของฉันกลับขายไม่ได้สักขวด!"
"ถามผมแล้วผมจะไปถามใคร!"
หนุ่มแว่นเริ่มหมดความอดทน ผลักภาระกลับไปให้เถ้าแก่เเนี๊ยะบ้าง "ผมว่าเพราะเมื่อวานเจ๊ขายแพงหน้าเลือดเกินไปนั่นแหละ คนเขารู้สึกเหมือนโดนเจ๊ปล้น วันนี้เขาเลยไม่มาซื้อไง!"
"แกอย่ามามั่ว!"
เถ้าแก่เเนี๊ยะโกรธจัด นิ้วแทบจะจิ้มเข้าจมูกหนุ่มแว่น "เมื่อวานฉันขายดีจะตาย! ไม่เห็นมีใครบ่นว่าแพงสักคำ! ต้องเป็นเพราะเครื่องดื่มแกมีปัญหาแน่ๆ! แกตั้งใจเอาของปลอมมาหลอกขายพวกเราใช่ไหม? มิน่าล่ะไอ้หนูแซ่ลู่นั่นถึงไม่ยอมร่วมมือกับแก!"
พอพูดแบบนี้ เจ้าของร้านอื่นที่เคยสั่งของกับหนุ่มแว่นก็เริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ
เมื่อก่อนเวลาขายน้ำ พวกเขามักจะเจอของใกล้หมดอายุปนมาบ้าง
ตอนแรกนึกว่าเป็นความผิดพลาดของคนส่งของที่เช็กไม่ละเอียด
แต่พอเถ้าแก่เเนี๊ยะพูดแบบนี้ พวกเขาก็เริ่มเอะใจว่าหนุ่มแว่นอาจจะจงใจยัดไส้มาให้
มิน่าล่ะอาทิตย์ก่อนตอนที่ไปเสนอขายให้เถ้าแก่ลู่ ถึงโดนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
เถ้าแก่ลู่ต้องดูออกแน่ๆ ว่าเครื่องดื่มที่หมอนี่เอามาขายเป็นของเกรดต่ำ ถึงได้ไม่เอา!
เห็นคนมุงดูมากขึ้นเรื่อยๆ แถมลูกค้าเจ้าอื่นก็เริ่มมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร หนุ่มแว่นรู้สึกว่าขืนอยู่ต่อ เขาอาจจะเสียลูกค้าทั้งถนนคนเดินไปหมดแน่ๆ เลยคิดจะชิ่งหนี
"ผมขี้เกียจเถียงกับเจ๊แล้ว เครื่องดื่มผมผลิตจากโรงงานมาตรฐานทั้งนั้น ถ้าไม่เชื่อเจ๊ก็เอาไปตรวจเองเลย! อย่ามาโทษผม! ผมมีธุระต้องไปทำ ไม่มีเวลามาไร้สาระกับเจ๊ตรงนี้หรอก"
พอเห็นหนุ่มแว่นทำท่าจะหนี มีหรือเถ้าแก่เเนี๊ยะจะยอมปล่อยไป?
ถ้าเขาหนีไป แล้วเครื่องดื่มที่กองพะเนินอยู่นี่เธอจะไปเรียกร้องกับใคร?
"แกหยุดเดี๋ยวนี้นะ! วันนี้ถ้าแกไม่แก้ปัญหานี้ให้ฉัน แกอย่าหวังว่าจะได้ก้าวขาออกไปจากที่นี่!"
เถ้าแก่เเนี๊ยะคว้าแขนหนุ่มแว่นไว้แน่น บีบจนเจ็บแล้วไม่ยอมปล่อย
หนุ่มแว่นเซถลาเพราะแรงดึงเกือบหน้าทิ่ม รู้สึกเจ็บแปลบที่แขนตรงที่โดนบีบ
เขาพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่มือของเถ้าแก่เเนี๊ยะแข็งแรงราวกับคีมเหล็ก เขาไม่สามารถสลัดหลุดได้เลย
"เจ๊ทำอะไรเนี่ย? ปล่อยนะ! เจ๊ขู่ผมเหรอ? ผมทำธุรกิจสุจริต ไม่กลัวคำขู่ของเจ๊หรอกนะ!"
หนุ่มแว่นตะโกนเสียงหลง ในใจนึกเสียใจสุดขีด
ถ้ารู้ว่าจะต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ ต่อให้ตีให้ตายเขาก็จะไม่มาเหยียบถนนคนเดินวันนี้เด็ดขาด
"แกหลอกเอาเงินฉันไปตั้งเยอะ ตอนนี้เครื่องดื่มขายไม่ออก คิดจะหนีไปง่ายๆ เหรอ?"
เถ้าแก่เเนี๊ยะล็อกแขนหนุ่มแว่นแน่น "ขนของปลอมๆ ของแกกลับไปให้หมด ฉันไม่เอาแล้ว! คืนเงินฉันมา! ไม่งั้นแกอย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่!"
บรรยากาศเริ่มคุกรุ่นขึ้นทันที มวยคู่เอกกำลังจะระเบิดศึก
หนุ่มแว่นที่เดิมทีคอยตามรังควานลู่เฟิง ตอนนี้กลับโดนเถ้าแก่เเนี๊ยะตามรังควานเสียเอง
สมกับคำที่ว่า 'คนพาลก็ต้องเจอคนพาลกว่า' จริงๆ
"เจ๊ปล่อยผมนะ! ไม่งั้นผมจะ..."
หนุ่มแว่นเริ่มหมดหนทาง อยากจะพูดขู่สักคำ
แต่พอเห็นแขนล่ำๆ และรูปร่างบึกบึนของเถ้าแก่เเนี๊ยะ คำขู่ที่เตรียมไว้ก็จุกอยู่ที่คอ กลืนกลับลงไปแทบไม่ทัน
เถ้าแก่เเนี๊ยะตัวใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเกิดลงไม้ลงมือกันขึ้นมาจริงๆ หุ่นกุ้งแห้งอย่างเขาคงรับมือไม่ไหวแน่ๆ
แขนข้างหนึ่งถูกเถ้าแก่เเนี๊ยะล็อกไว้แน่น ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด
แรงของเถ้าแก่เเนี๊ยะก็เยอะกว่าเขาตั้งหลายเท่า
ขืนโดนเจ๊แกตบสักฉาด เขาอาจจะลงไปนอนกองกับพื้นเลยก็ได้