เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 331 เธอคิดว่าทุกคนจะฟังเธอจริงๆ เหรอ?

ตอนที่ 331 เธอคิดว่าทุกคนจะฟังเธอจริงๆ เหรอ?

ตอนที่ 331 เธอคิดว่าทุกคนจะฟังเธอจริงๆ เหรอ?


ตอนที่ 331 เธอคิดว่าทุกคนจะฟังเธอจริงๆ เหรอ?

เถ้าแก่เเนี๊ยะชะโงกหน้าไปสองก้าว ก็เห็นถังสแตนเลสใบใหญ่หลายใบวางเรียงรายอยู่หน้าร้านลู่เฟิง

เธอจำถังพวกนี้ได้ดี มันคือถังใส่น้ำเต้าหู้ของตาเฒ่าแซ่จางที่ขายอยู่ตรงหัวมุมถนน

ปกติแกก็ขายอยู่หัวมุมถนนไม่ใช่เหรอ? วันนี้ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้?

อีกอย่าง เมื่อก่อนเธอก็ไม่เห็นว่าจะมีคนซื้อน้ำเต้าหู้เยอะขนาดนี้ ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า?

ต่อน้ำเต้าหู้จะอร่อยแค่ไหน มันจะสู้โค้กใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบของเธอได้เหรอ?

เป็นไปไม่ได้!

อากาศร้อนตับแลบขนาดนี้ แถมยังเป็นตอนกลางวันแสกๆ ได้จิบน้ำอัดลมเย็นๆ สักอึกมันจะสดชื่นขนาดไหน?

มันต้องฟินกว่ากินน้ำเต้าหู้เป็นไหนๆ ไม่ใช่เหรอ?

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

เห็นยอดขายตู้กดน้ำที่น่าอนาถ เถ้าแก่เเนี๊ยะก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

ขณะที่กำลังครุ่นคิด จู่ๆ เธอก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากแถว ในมือถือแก้วน้ำเต้าหู้เปล่า ตรงมายังถังขยะใกล้ๆ เธอ

เถ้าแก่เเนี๊ยะรีบเดินเข้าไปหา ปั้นหน้ายิ้มแย้ม "แม่หนูคนสวย ป้าขอถามอะไรหน่อยสิ"

หญิงสาวหยุดเดิน มองเธอด้วยสีหน้าสงสัย

"วันนี้อากาศร้อนจะตาย ทำไมไม่กินน้ำอัดลมเย็นๆ ล่ะ? แก้กระหายดีนะ!"

เถ้าแก่เเนี๊ยะชี้ไปที่ตู้ขายของข้างหลังพลางถามยิ้มๆ

หญิงสาวโยนแก้วเปล่าลงถังขยะ มองเถ้าแก่เเนี๊ยะแล้วตอบอย่างจริงจัง "หนูไม่กินพวกน้ำอัดลมแล้วค่ะ หนูจะเชื่อเถ้าแก่ลู่"

"เถ้าแก่ลู่? นี่เขาเจ้ากี้เจ้าการถึงขนาดสั่งห้ามลูกค้ากินน้ำด้วยเหรอ? เขาเอาสิทธิ์อะไรมาสั่ง?"

คิ้วของเถ้าแก่เเนี๊ยะขมวดมุ่น ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

ไอ้แซ่ลู่นั่น อยากเปิดร้านอาหารก็เปิดไปสิ ทำไมต้องมายุ่งเรื่องเครื่องดื่มของลูกค้าด้วย?

นี่มันจงใจเล่นงานเธอชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?

แค่เถ้าแก่ร้านอาหารเล็กๆ คนหนึ่ง ไปเอาอำนาจบาตรใหญ่มาจากไหน?

"ไม่ได้เจ้ากี้เจ้าการหรอกค่ะ แต่เถ้าแก่ลู่เขาห่วงสุขภาพพวกเราต่างหาก!"

หญิงสาวอธิบายยิ้มๆ "เถ้าแก่ลู่บอกว่าน้ำหวานจะทำให้ต่อมรับรสเพี้ยน แถมวันนี้ยังมีน้ำเต้าหู้กับน้ำถั่วเขียวแจกฟรีด้วย ใครจะยังอยากกินน้ำอัดลมล่ะคะ?"

พูดจบ หญิงสาวก็รีบเดินกลับไปเข้าแถว

เถ้าแก่เเนี๊ยะยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ใบหน้าเริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ

"บ้าเอ๊ย! ไอ้แซ่ลู่นั่นมันเอายาเสน่ห์อะไรให้คนพวกนี้กิน? ถึงได้พร้อมใจกันไม่กินน้ำอัดลมแล้วแห่ไปกินน้ำเต้าหู้กันหมด?"

เถ้าแก่เเนี๊ยะกัดฟันกรอด มองไปที่ประตูร้านลู่เฟิง แอบด่าในใจ

เธอเริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมานิดๆ แล้ว

เมื่อวานเธอเพิ่งสั่งเครื่องดื่มหมื่นขวดจากหนุ่มแว่น แถมจ่ายเงินไปหมดแล้วด้วย

ถ้าไม่มีใครมาซื้อน้ำร้านเธอ แล้วเธอจะเอาอะไรกิน?

เถ้าแก่เเนี๊ยะไม่ยอมแพ้ เฝ้าอยู่หน้าถังขยะ คอยดักถามลูกค้าที่เดินมาทิ้งแก้วน้ำเต้าหู้อีกหลายคน

คำตอบที่ได้เหมือนกันเปี๊ยบ ทุกคนบอกว่าเป็นเพราะป้ายเตือนของลู่เฟิงกับน้ำเต้าหู้แจกฟรีหน้าร้าน

ยิ่งถาม เถ้าแก่เเนี๊ยะก็ยิ่งตื่นตระหนก

ตั้งแต่ไอ้แซ่ลู่นั่นมาที่ถนนคนเดิน ไม่เพียงแต่แย่งลูกค้าเธอไป ตอนนี้ยังจะมาแย่งธุรกิจเครื่องดื่มเธออีกเหรอ?

ไอ้เด็กนี่มันกะจะตัดทางทำมาหากินของฉันชัดๆ!

เถ้าแก่เเนี๊ยะกำหมัดแน่น ตัดสินใจเดินไปดูให้เห็นกับตาที่หน้าร้านลู่เฟิง

เธออยากรู้เหมือนกันว่าบนกระดานดำนั่นเขียนอะไรไว้ ถึงทำให้คนเชื่อฟังได้ขนาดนี้!

พอไปถึงหน้าร้านลู่เฟิง เธอก็เห็นกระดานดำเล็กๆ ตั้งอยู่

เถ้าแก่เเนี๊ยะไล่อ่านทีละตัวอักษร คิ้วที่ขมวดมุ่นก็ค่อยๆ คลายออก

พออ่านจบประโยคสุดท้าย เธอก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมา

"แค่นี้เนี่ยนะ? นึกว่าไอ้แซ่ลู่นั่นจะเอาผลประโยชน์มหาศาลอะไรมาล่อคนพวกนี้ซะอีก! ที่แท้ก็แค่เขียนเรื่องไร้สาระไม่กี่บรรทัด?"

สายตาของเถ้าแก่เเนี๊ยะกวาดมองลูกค้าในแถว

ลูกค้าต่างถือแก้วน้ำเต้าหู้ คุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครชายตามองตู้ขายของหน้าร้านเธอเลยสักคน

แต่หลังจากได้อ่านเนื้อหาบนกระดานดำ ความกังวลของเถ้าแก่เเนี๊ยะก็ลดลงไปกว่าครึ่ง

ในความคิดของเธอ ไอ้คำเตือนด้วยความหวังดีอะไรเนี่ย ไร้สาระสิ้นดี

คนที่มาซื้อน้ำจากตู้เมื่อวานส่วนใหญ่ก็เป็นวัยรุ่นอายุยี่สิบกว่าๆ

วัยรุ่นสมัยนี้มีความคิดเป็นของตัวเองจะตาย

อย่าว่าแต่คำสั่งสอนของเถ้าแก่ร้านอาหารเล็กๆ เลย

ขนาดพ่อแม่พูดยังไม่ค่อยจะฟังกันด้วยซ้ำ

ส่วนเรื่องยกเลิกการจำกัดการสั่งอาหารที่เขียนไว้นั่น เธอไม่เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด

ต่อให้ยกเลิกจำกัดการสั่งแล้วมันจะทำไม?

เธอไม่เชื่อหรอกว่า ถ้ามีคนถือขวดน้ำเข้าไปกินในร้านลู่เฟิงจริงๆ เขาจะกล้าไม่ขายอาหารให้คนคนนั้น

ส่วนเรื่อง "ส่งผลต่อการรับรส" หรือ "ช่วยสร้างนิสัย" อะไรนั่น

เถ้าแก่เเนี๊ยะรู้สึกว่าเป็นข้ออ้างข้างๆ คูๆ ทั้งเพ

เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ากินน้ำอัดลมแล้วจะไปล้างต่อมรับรสในปากได้

มันก็แค่เห็นเธอขายน้ำได้กำไรเป็นกอบเป็นกำเมื่อวาน แล้วเกิดอิจฉา อยากให้คนสั่งอาหารร้านตัวเองเพิ่มขึ้นเพื่อทำกำไรมากกว่าเดิมแค่นั้นไม่ใช่เหรอ?

ยิ่งคิด เถ้าแก่เเนี๊ยะก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นแบบนั้น แววตาฉายแววดูถูกเหยียดหยาม

ไอ้หนุ่มแซ่ลู่นี่ อายุยังน้อยแต่เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวใช้ได้

เสียดายที่สมองไม่ค่อยดี

เขาน่าจะรู้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้เกลียดการถูกสั่งสอนที่สุด

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งบอกไม่ให้กิน เดี๋ยวพวกมันก็จะยิ่งกิน

เขาคิดจริงๆ เหรอว่าแค่อาหารรสชาติดีหน่อย คนก็จะเชื่อฟังเขาทุกอย่าง?

ฮ่าๆ ช่างไร้เดียงสา!

หลักการง่ายๆ แค่นี้ยังไม่เข้าใจ สมกับเป็นพวกวัยรุ่นเลือดร้อนที่มีแต่ความกล้าแต่ไร้สมองจริงๆ

ส่วนเรื่องยอดขายตู้กดน้ำที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินตอนนี้ เถ้าแก่เเนี๊ยะไม่ตื่นตระหนกอีกต่อไป

ร้านลู่เฟิงยังไม่เปิด ลูกค้ากินน้ำเต้าหู้ก็เพราะมันฟรี

เดี๋ยวพอเข้าไปนั่งกินข้าวแล้วหิวน้ำ ยังไงก็ต้องออกมาซื้อน้ำกินอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

ถึงตอนนั้น ตู้ขายของเธอก็จะกลับมาขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเหมือนเมื่อวานแน่นอน

พอกลับมาถึงร้านของตุ๋น เถ้าแก่เเนี๊ยะก็หยิบโทรศัพท์ออกมา หาเบอร์หนุ่มแว่นแล้วกดโทรออก

"ฮัลโหล พ่อหนุ่ม วันนี้คนต่อแถวร้านไอ้แซ่ลู่เยอะกว่าเมื่อวานอีกนะ รีบจัดคนเอาเครื่องดื่มมาส่งอีกสักคันรถเลย ยิ่งเยอะยิ่งดี ฉันกลัวว่าถ้าช้าเดี๋ยวของจะไม่พอขาย!"

หนุ่มแว่นทำงานรวดเร็วทันใจ ไม่นานนักเขาก็จัดรถส่งของขนเครื่องดื่มเต็มคันรถมาที่ถนนคนเดิน

คนงานขนของยกโค้กสองลังเดินเข้ามาในร้านของตุ๋น แล้วขมวดคิ้ว "เจ๊ ร้านเจ๊วางของไม่หมดหรอกมั้งเนี่ย? บนรถยังมีอีกเพียบเลยนะ!"

"ไม่เป็นไร ถ้าวางไม่พอก็วางกองไว้หน้าประตูนั่นแหละ ยังไงเดี๋ยวก็ขายหมด"

เถ้าแก่เเนี๊ยะชี้ไปที่ที่ว่างหน้าประตูร้าน พูดอย่างไม่ใส่ใจ

"วางหน้าประตูจะไม่เกะกะเหรอครับ? ลังน้ำกองพะเนินขนาดนั้น ลูกค้าเดินเข้าออกลำบาก เดี๋ยวเจ๊จะขายของตุ๋นไม่ได้เอานะ?"

คนงานเหลือบมองไปที่ประตู แล้วพูดอย่างลังเล

"ช่างเถอะ ยังไงก็ไม่ค่อยมีคนมาซื้ออยู่แล้ว วางไว้หน้าประตู เวลาฉันเติมของจะได้ยกสะดวกๆ หน่อย เมื่อวานฉันเดินยกทั้งวัน เดินไปเดินมาเป็นสิบรอบ หลังแทบหัก!"

แม้ปากจะบ่น แต่ใบหน้าเถ้าแก่เเนี๊ยะกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มกระหยิ่มใจ

"โอเคครับ งั้นผมกองไว้หน้าประตูนะ"

เห็นดังนั้น คนงานก็ไม่พูดอะไรอีก รีบขนเครื่องดื่มจากรถมาวางกองไว้ที่หน้าร้านของตุ๋น

ระหว่างที่คนงานกำลังขนของ หนุ่มแว่นก็เดินทางมาถึงถนนคนเดินด้วยเช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 331 เธอคิดว่าทุกคนจะฟังเธอจริงๆ เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว