- หน้าแรก
- เปลี่ยนอาชีพเป็นหมอนวดไร้ค่า แต่ไหงลูกค้าทุกคนกลายเป็นเทพสงคราม
- บทที่ 170 - ฉันเอง... ก็จะมานวด
บทที่ 170 - ฉันเอง... ก็จะมานวด
บทที่ 170 - ฉันเอง... ก็จะมานวด
บทที่ 170 - ฉันเอง... ก็จะมานวด
เวลา ราวกับถูกยืดออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในวินาทีนี้ ทุกวินาทียาวนานและทรมานเหมือนผ่านไปหนึ่งศตวรรษ
ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปไม้จันทน์สงบจิตที่ฉู่โย่วเวยตั้งใจสกัดมาอย่างดี ซึ่งเพียงพอจะปลอบประโลมจิตใจผู้แข็งแกร่งระดับ S ได้
แต่ตอนนี้
อย่าว่าแต่สงบจิตเลย
แม้แต่จะหายใจ ยังกลายเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย
ฉินเฟิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกจับมัดอยู่บนเก้าอี้ไต่สวน รอคำพิพากษาขั้นเด็ดขาด
และตรงหน้าเขา
ก็นั่งไว้ด้วย ผู้พิพากษา ห้าคนที่มีสไตล์ต่างกันสุดขั้ว แต่ความอันตรายระดับถึงตายพอๆ กัน
โต๊ะกลมไม้แดงขนาดไม่ใหญ่
แบ่งพื้นที่เล็กๆ นี้ออกเป็นสนามรบที่มองไม่เห็นอย่างดิบเถื่อน
ฉินเฟิงนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน
หรือจะเรียกว่า จำเลย ก็ได้
ทางซ้ายมือของเขา
สายตาของอู่ชิงฮวนเหมือนดาบเคลือบน้ำแข็ง กรีดลงบนหน้าเขาทีละนิ้วๆ เหมือนจะคว้านเนื้อบนหน้าเขาออกมาสักสองรู
เธอนั่งตัวตรง
กอดอก
แรงกดดันของ นักเวทสายฟ้า ระดับ A ถูกปล่อยออกมาอย่างไม่มีกั๊กในตอนนี้ ผสมกับความหยิ่งในศักดิ์ศรีคุณหนูของเธอ กลายเป็นสนามพลังที่น่ากลัวชื่อว่า ความแค้น
ข้างๆ เธอ
สภาพของเจียงมู่เย่ว์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ถ้าอู่ชิงฮวนคือสิงโตตัวเมียที่กำลังโกรธเกรี้ยวและพร้อมจะขย้ำ เธอก็คือกระต่ายน้อยที่ได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวงจนขอบตาแดงก่ำ
เธอก้มหน้า
ฟันขาวขบกัดริมฝีปากล่างแน่นจนแทบจะห้อเลือด
ดวงตาที่ปกติใสกระจ่างดุจน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ตอนนี้มีม่านน้ำปกคลุมหนาทึบ เต็มไปด้วยความตัดพ้อและ... การฟ้องร้อง ที่สังเกตได้ยาก
ราวกับกำลังตะโกนถามอย่างไร้เสียงว่า
ทำไมคุณไม่ตอบข้อความฉัน?
คุณรู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหน?
แล้วก็...
พวกหล่อนเป็นใคร?
ส่วนทางขวามือของฉินเฟิง
เป็นภาพอีกบรรยากาศหนึ่ง
ฉู่โย่วเวยก้มหน้าต่ำ ขนตายาวทาบเงาเล็กๆ ลงบนแก้มภายใต้แสงไฟ
เธอหดตัวลีบอยู่ในเก้าอี้ แทบอยากจะแปลงร่างเป็นอากาศธาตุไปซะ
ยังคงเป็นท่าทางของกระสอบทรายรองรับอารมณ์เหมือนเดิม
ราวกับบรรยากาศกดดันจนแทบระเบิดในห้องนี้ เป็นความผิดของเธอทั้งหมด
เธอเปรียบเหมือนเรือลำน้อยท่ามกลางคลื่นลมบ้าคลั่ง พร้อมจะถูกบรรยากาศที่น่ากลัวนี้พลิกคว่ำจมดิ่งได้ทุกเมื่อ
ถัดไปอีก
อู่ไหวเยียน
หัวหน้าหน่วยระดับสูงกองกำลังพิทักษ์นภา นักท่องมิติ เลเวล 78 ท่านนี้ ตอนนี้กำลังกอดอกอย่างสนใจใคร่รู้
ดวงตาดอกท้อที่สะกดวิญญาณคู่นั้น กวาดมองไปมาระหว่างอู่ชิงฮวน เจียงมู่เย่ว์ และฉินเฟิง
มุมปากประดับรอยยิ้มจางๆ ประเภท รอดูเรื่องสนุก
เธอไม่เพียงไม่รู้สึกกดดัน กลับดูเหมือนผู้ชม VIP ที่กำลังดูละครดราม่าศีลธรรมยอดเยี่ยมแห่งปีในโรงหนัง
ทั้งตัวแผ่รังสีของคำว่า
กินเผือก
ส่วนคนสุดท้าย
ผู้พิทักษ์ระดับ S ป้อมปราการศักดิ์สิทธิ์ เลเวล 108 ท่านอาวุโสอาถง
เธอ...
กำลังเหม่อ
สายตาของเธอไร้จุดโฟกัส ดูเหมือนกำลังศึกษาวิถีการร่วงหล่นของฝุ่นละอองในอากาศอย่างจริงจัง เมินเฉยต่อสนามรบแห่งความรักที่พร้อมจะระเบิดเมืองทั้งเมืองตรงหน้านี้โดยสิ้นเชิง
ราวกับวิญญาณหลุดลอยไปท่องอวกาศแล้ว
ห้าคน
ห้าปฏิกิริยาที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ร่วมกันสร้างมิติพิศวงที่ทำให้ฉินเฟิงหนังหัวชาวาบ
เขาถึงขั้นได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น ตึกตึก อย่างบ้าคลั่งในอกชัดเจน
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป
เขาไม่สงสัยเลยว่า ตัวเองอาจจะเป็นผู้มีอาชีพลับระดับ SSS คนแรกของโลก ที่ไม่ได้ตายด้วยมือสัตว์อสูร แต่โดนบรรยากาศกดดันจนขาดใจตาย
ไม่ได้การ
จะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้
ฉินเฟิงสูดหายใจลึก อากาศที่ผสมกลิ่นไม้จันทน์ น้ำมันหอมระเหย และกลิ่นน้ำส้มสายชูอันเข้มข้น ไหลเข้าปอด ทำให้จิตใจเขา ตื่นตัว ขึ้นมาทันที
เขาตัดสินใจเป็นฝ่ายรุก
ทำลายความเงียบเฮงซวยนี้ซะ!
"อะแฮ่ม"
ฉินเฟิงกระแอมเบาๆ เสียงนั้นฟังดูโดดเด่นเป็นพิเศษในห้องที่เงียบกริบ
สายตาของทุกคนพุ่งเป้ามาที่เขาทันที
"เอ่อ..."
ฉินเฟิงรู้สึกคอแห้งผาก เขาบังคับตัวเองให้สบตากับดวงตามรณะหลายคู่นั้น แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้สงบที่สุด
"พวกคุณ... นี่มันสถานการณ์อะไรครับเนี่ย?"
เขาเว้นจังหวะ สายตาไปหยุดที่ฉู่โย่วเวย ผู้ที่ไร้ความผิดที่สุดและเป็นจุดอ่อนที่เจาะง่ายที่สุดก่อน
"รุ่นพี่ฉู่ครับ"
น้ำเสียงของเขาแฝงความหมายที่ไม่ให้ปฏิเสธ
"ดึกแล้ว คุณย่ายังรออยู่ที่บ้าน"
"คุณ... น่าจะกลับได้แล้วมั้งครับ?"
พอประโยคนี้หลุดออกไป
ฉู่โย่วเวยสะดุ้งโหยงเหมือนได้รับอภัยโทษ รีบเงยหน้าขึ้นมาทันที
"อะ... ใช่ค่ะ! ใช่!"
เธอลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นยืน เก้าอี้ครูดพื้นส่งเสียง เอี๊ยด แสบแก้วหู
"ฉัน... ฉันต้องกลับแล้วค่ะ!"
"คุณย่า... คุณย่าอยู่บ้านคนเดียวฉันไม่วางใจ!"
เธอขยับเท้าไปทางประตูเหมือนกำลังหนีตาย พอผ่านข้างตัวฉินเฟิง ก็หยุดชะงัก แล้วเสริมด้วยเสียงเบาหวิวเหมือนยุงบินว่า
"เพื่อน... เพื่อนนักเรียนฉิน น้ำมันหอมระเหยกับเครื่องหอมที่สกัดวันนี้วางอยู่บนโต๊ะนะคะ คุณ... คุณเอาไปใช้ก่อน"
"พรุ่งนี้... พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่..."
พูดจบ เธอก็แทบจะวิ่งหนีออกไป
ประตูไม้ถูกเปิดออกเบาๆ แล้วปิดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อฉู่โย่วเวยจากไป
แรงกดดันในห้อง ดูเหมือนจะ...
ไม่ได้ลดลงเลย
กลับยิ่งแหลมคมและเผชิญหน้ากันชัดเจนขึ้นเพราะขาด โซนกันชน ไปหนึ่งคน
ขมับของฉินเฟิงมีเหงื่อเย็นซึมออกมา
เขาหันไปมองอู่ไหวเยียนที่กำลังดูละครอย่างสนุกสนาน
"น้าเล็กครับ"
เขาเรียกอย่างจนใจ
"คุณน้าผู้สูงส่ง ยังจะสิงอยู่ที่นี่ทำไมครับเนี่ย"
"ที่นี่พื้นที่ส่วนตัวผม ไม่ใช่ห้องชงชาของหน่วยพิทักษ์นภานะครับ"
อู่ไหวเยียนได้ยินดังนั้น ไม่เพียงไม่โกรธ กลับบิดขี้เกียจอย่างยั่วยวน
ส่วนโค้งเว้าที่น่าตื่นตะลึงเหยียดขยายเต็มที่ภายใต้ชุดต่อสู้รัดรูป แผ่เสน่ห์อันตรายของผู้หญิงเต็มวัยออกมา
"แหมๆ"
เธอหาวหวอด หางตามีน้ำตาซึมออกมาหยดหนึ่ง
"สอบมาทั้งวัน กระดูกจะหลุดเป็นชิ้นๆ แล้วเนี่ย"
"ขอนั่งพักดมกลิ่นหอมๆ ที่นี่ต่ออีกแป๊บ ไม่ได้เหรอจ๊ะ?"
น้ำเสียงของเธอแฝงจริตจะก้าน แต่สายตากลับเหล่ไปทางหลานสาวตัวเองที่กำลังจะกลายเป็นหิน
ความหมายชัดเจนมาก
ละครยังไม่จบ ฉันจะไปได้ยังไง?
มุมปากฉินเฟิงกระตุก
"น้าเล็กครับ ที่นี่มีท่านอาวุโสอาถงอยู่ ความปลอดภัยของผมไม่ต้องให้น้ามาห่วงด้วยตัวเองหรอกครับ"
เขาเน้นเสียงหนัก
"น้าเป็น นักท่องมิติ เลเวลเจ็ดสิบกว่า ถ้าเจอพวกสัตว์ประหลาดเลเวลร้อยขึ้นไปจริงๆ น้าก็รับมือไม่ไหวไม่ใช่เหรอครับ?"
คำพูดนี้แม้จะเป็นความจริงอันโหดร้าย แต่ก็แทงใจดำพอสมควร
ดวงตายั่วยวนของอู่ไหวเยียนหรี่ลงทันที
ไอ้เด็กนี่ ปีกกล้าขาแข็งแล้วนะ
กล้าเอาเรื่องเลเวลมาจี้จุดอ่อนเธอแล้ว
แต่ว่า...
เธอมองอาถงที่ยังคงท่องอวกาศอยู่ข้างๆ แล้วหันไปมอง หม้อแรงดันสูง สองใบฝั่งตรงข้ามที่กำลังจะระเบิด
เอาเถอะ
ขืนอยู่ต่อ ไฟอาจจะลามมาถึงตัว
"ก็ได้ๆ"
อู่ไหวเยียนลุกขึ้นอย่างหมดอารมณ์ จัดชายเสื้อที่ยับเล็กน้อยให้เรียบร้อย
"ในเมื่อเธอไม่อยากเห็นหน้าน้าเล็กคนนี้ งั้นน้าไปก็ได้"
เธอเดินไปที่ประตู มือจับลูกบิด หันกลับมาส่งยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งให้ฉินเฟิง
"เสี่ยวเฟิงจ๊ะ"
"วัยรุ่นน่ะ ไฟแรงเป็นเรื่องดี"
"แต่ก็ต้องระวัง... อย่าเล่นกับไฟจนไหม้ตัวล่ะ"
พูดจบ
ไม่รอให้ฉินเฟิงตอบโต้ เธอก็เปิดประตู ร่างวูบไหวหายไปด้านนอก
ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด
และ...
ความกดดันต่ำที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
ตอนนี้
ในห้องเหลือแค่สี่คน
อาถงที่จิตหลุด
ฉินเฟิงที่นั่งไม่ติด
และ
เด็กสาวสองคน ที่สายตาปะทะกันกลางอากาศจนแทบจะเกิดประกายไฟและสายฟ้า...
ขมับของฉินเฟิงเต้นตุบๆ
เขาขมวดคิ้ว เริ่มเปิดฉากสอบสวนครั้งสุดท้าย
ครั้งนี้ เป้าหมายของเขาชัดเจนมาก
"พวกเธอสองคน"
เสียงของเขา เย็นลงหลายส่วน
"สรุปมันยังไงกันแน่?"
"มีธุระก็พูดมา"
"ไม่มีธุระ... ก็กลับไปซะ"
อากาศเหมือนหยุดนิ่งไปสองวินาที
ในที่สุด
แนวป้องกันก็พังทลายลงจากจุดที่เปราะบางที่สุด
เส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะของเจียงมู่เย่ว์ ขาดผึงภายใต้คำถามที่เจือความดุของฉินเฟิง
ขอบตาเธอแดงก่ำ ม่านน้ำกลั่นตัวเป็นหยดน้ำตา กลิ้งวนอยู่ในเบ้าตา แต่เธอก็ฝืนไม่ยอมให้มันไหลออกมา
เธอเงยหน้า ใช้เสียงที่อู้อี้เพราะคัดจมูกและเต็มไปด้วยความน้อยใจ พูดว่า
"ฉัน..."
"ฉัน..."
เสียงของเธอเบามาก เบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ฉันไม่สบาย..."
"มา... มานวดค่ะ"
ข้ออ้างนี้
ห่วยแตกจนถึงที่สุด
แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่เชื่อ
แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอคิดข้ออ้างอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ออกจริงๆ
ฉินเฟิง "..."
เขามองเจียงมู่เย่ว์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ไม่สบาย?
เขาใช้ เนตรสัจธรรม สแกนดู ในช่องสถานะของเจียงมู่เย่ว์ พลังชีวิต 100% พลังจิต 98% พลังกาย 95%
สถานะผิดปกติอย่างเดียวที่มีคือ อารมณ์ น้อยใจ, ตัดพ้อ, เครียด
นี่เรียกว่าไม่สบาย?
นี่มัน ป่วยใจ ชัดๆ!
ฉินเฟิงไม่ได้เปิดโปงเธอ
เขาค่อยๆ หันหน้าไป สายตาหยุดลงที่ร่างของอีกคน
อู่ชิงฮวน
"แล้วเธอล่ะ?"
น้ำเสียงของเขา เริ่มเจือความรำคาญ
"เธอก็ไม่สบายเหมือนกัน?"
อู่ชิงฮวนประสานสายตากับฉินเฟิง หน้าอกกระเพื่อมแรง
ไฟโทสะที่อัดอั้นมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ผสมกับความตกตะลึงและความโกรธที่เห็นภาพบาดตาตอนเดินเข้ามา พลิกคว่ำคะมำหงายแผดเผาอยู่ในใจเธออย่างบ้าคลั่ง
เธออยากจะคาดคั้น
เธออยากจะอาละวาด
เธออยากจะล้มโต๊ะ ชี้หน้าด่าฉินเฟิงว่าทำไมเมื่อวานถึงเบี้ยวนัด!
ถามว่าทำไมไม่ตอบข้อความ!
ถามว่าในห้องนวดเล็กๆ นี่ ทำไมถึงซุกผู้หญิงไว้เยอะแยะขนาดนี้!
แต่คำพูดมาจ่อที่ปาก
พอมองดูใบหน้าที่หล่อเหลาแต่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่นของฉินเฟิง
มองดูเจียงมู่เย่ว์ที่ทำตัวน่าสงสาร ใช้ข้ออ้างห่วยๆ อย่าง ไม่สบาย มาเรียกร้องความเห็นใจอยู่ข้างๆ
ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของที่สองของชั้นปี ของคุณหนูกิลด์กุหลาบ ทำให้เธอกลืนคำถามและความโกรธทั้งหมดกลับลงคอไปอย่างฝืนๆ!
ทำไมล่ะ?
ทำไมยัยเจียงมู่เย่ว์ถึงใช้ท่าทีอ่อนแอแบบนั้นเข้าหาเขาได้?
แล้วฉันต้องทำตัวเป็นยัยเพิ้งขี้บ่นมาตามจิกด้วยเหรอ?
ฉันอู่ชิงฮวน ไม่ลดตัวไปทำเรื่องพรรค์นั้นหรอก!
ความรู้สึกอยากเอาชนะที่ไม่มีที่มา ลุกโชนขึ้นมาในวินาทีนี้!
เธอสะบัดหน้าหนี หลบสายตาฉินเฟิง ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงอย่างดื้อรั้น
จากนั้น
เค้นคำพูดออกมาจากซอกฟันประโยคหนึ่ง
ทีละคำ
หนักแน่น เด็ดขาด
"ใช่!"
"ฉันก็ไม่สบาย!"
"ฉันเอง... ก็จะมานวด!"