- หน้าแรก
- เปลี่ยนอาชีพเป็นหมอนวดไร้ค่า แต่ไหงลูกค้าทุกคนกลายเป็นเทพสงคราม
- บทที่ 14 - อู่ไหวเยียน
บทที่ 14 - อู่ไหวเยียน
บทที่ 14 - อู่ไหวเยียน
บทที่ 14 - อู่ไหวเยียน
ตูมมมม!
ชายแว่นในเครื่องแบบหน่วยพิทักษ์นภาร่วงลงมาจากฟ้า กระแทกพื้นดินอย่างรุนแรง
ฝุ่นตลบอบอวล
เศษหินดินทรายกระเด็นกระดอนไปทั่วทิศ
"แค่ก... แค่ก แค่ก..."
ซูเสี่ยวเสี่ยวหน้าซีดเผือด ไอโขลกขลกอย่างรุนแรง
เมื่อครู่เธอใช้พลังธาตุสร้างเกราะหินให้เพื่อนทั้งสอง แต่ไม่นึกเลยว่าพลังโจมตีของอีกฝ่ายจะน่ากลัวขนาดนี้
แค่คลื่นพลังเลือดลมกระแทกเข้ามา ก็ทำลายเกราะหินจนพังพินาศ
เธอโดนผลสะท้อนกลับจากท่านี้เต็มๆ ตอนนี้พลังธาตุในกายปั่นป่วน ทรมานสุดขีด
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!
เก่งเกินไปก็ผิดเหรอ! ตรรกะบ้าบออะไรกัน!
ซูเสี่ยวเสี่ยวอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
ลำพังแค่ลงดันเจี้ยนกับไอ้สองปีศาจนี่ก็จิตตกพอแล้ว ยังต้องมาเจอเรื่องซวยซ้ำซ้อนแบบนี้อีก คนเรามันจะซวยได้ขนาดนี้เชียวเหรอ
เธอเริ่มเสียใจจริงๆ แล้วที่มาลงดันเจี้ยนกับสองคนนี้
ตอนนี้อีกฝ่ายปักใจเชื่อว่าพวกเธอเป็นผู้มีอาชีพลัทธิมาร เปิดฉากมาก็ใส่เต็มตีนกะเอาให้ตาย
อู่ชิงฮวนเมื่อกี้ปล่อยอัลติไปจนหมดแม็ก พลังจิตเกลี้ยง หมดสภาพต่อสู้
ตัวเธอเองเลเวลแค่สิบ เป็นอาชีพสายปกป้อง พลังต่อสู้แทบไม่มี
ฉินเฟิง... ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ถึงฝีมือนวดจะเทพซ่า แต่ยังไงก็เป็นแค่อาชีพสายสนับสนุน อ่อนกว่าเธอซะอีก
แล้วจะทำยังไงดี!
อีกฝ่ายไม่ฟังคำอธิบายเลย ไม่เปิดช่องให้คุยด้วยซ้ำ
ถ้าทำตามที่มันบอกให้ยอมจำนน มีหวังโดนซ้อมปางตายแน่
เปรี๊ยะ!
แสงสายฟ้าแลบแปลบ ตาข่ายไฟฟ้าก่อตัวขึ้นอย่างหนาแน่น
ตาข่ายสายฟ้าพุ่งไปข้างหน้า
แต่ตอนนี้พลังจิตของอู่ชิงฮวนเหลืออยู่น้อยนิด อานุภาพสกิลที่ใช้ออกมาก็ลดฮวบ
ปัง!
เหมือนเมื่อครู่ไม่มีผิด ตาข่ายสายฟ้าถูกชายแว่นฉีกกระชากอย่างง่ายดาย
ร่างของเขาห่อหุ้มด้วยคลื่นพลังสีเลือดเข้มข้น ราวกับกระทิงดุ พุ่งตะบึงเข้ามาหา
ดุดันไม่เกรงใจใคร!
ลูกทีมหน่วยพิทักษ์นภาอีกสองคนก็คุมเชิงอยู่สองด้าน ปิดทางหนีทีไล่ทุกทิศทาง
ชายแว่นพุ่งมาถึงหน้าทั้งสามคน มือใหญ่ตะปบเข้ามา
ซูเสี่ยวเสี่ยวสัมผัสได้ชัดเจนถึงพลังเลือดลมที่เดือดพล่านบนตัวอีกฝ่าย
หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
ตัวเธอไม่มีพลังสู้ อู่ชิงฮวนหมดสภาพ ฉินเฟิงก็แค่สายซัพ
ชายแว่นคนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่พวกเธอจะรับมือไหวแน่!
นี่มันจบเห่ของจริงแล้วเหรอ
ถ้าโดนจับไปในข้อหาผู้มีอาชีพลัทธิมาร คงโดนซ้อมจนน่วมแน่ๆ
จบกัน! จบสิ้นแล้ว!
วินาทีนั้น ซูเสี่ยวเสี่ยวเห็นอู่ชิงฮวนก้าวเท้าออกมา ประกายไฟสายฟ้าเดือดพล่านรวมตัวกันที่หมัดขาวเนียนของเธอ
ถ้าเป็นตอนเพิ่งเข้ามา หมัดนี้คงทรงพลังน่าดู
แต่ในสภาพร่อแร่แบบนี้ ร่างกายแทบจะถึงขีดจำกัดแล้ว
การเอาหมัดนี้ไปแลกกับชายแว่น ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง เอาไข่ไปกระทบหิน!
สีหน้าซูเสี่ยวเสี่ยวเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
แต่ความคิดในหัวของอู่ชิงฮวนตอนนี้ ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนซูเสี่ยวเสี่ยว
เธอรู้แค่อย่างเดียว ข้างหลังเธอคือฉินเฟิง
ในเมื่อตอนเข้ามาเธอรับปากแล้วว่าจะไม่ให้เขาเจ็บตัว งั้นเธอก็ต้องทำให้ได้ แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
จนกว่าเธอจะล้มลง จนกว่าจะสู้ไม่ไหว!
หมัดของทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกัน แสงสีแดงแห่งพลังเลือดลมและแสงสีขาวแห่งสายฟ้ากำลังจะระเบิดใส่กัน
ตูมมม!
เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท อู่ชิงฮวนหลับตาปี๋
เธอกัดฟัน รอรับแรงกระแทกที่จะตามมา
แต่ไม่รู้ทำไม ร่างกายกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือได้รับผลกระทบอะไรเลย
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบว่าคนตรงหน้าหายไปแล้ว
ร่างของชายแว่นกระเด็นไปไกลสิบกว่าเมตร ฝังจมเข้าไปในลำต้นไม้ใหญ่
"เอ๊ะ...?"
นี่ฝีมือเธอเหรอ
เธอเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
อู่ชิงฮวนไม่อยากจะเชื่อ เธอก้มมองมือเล็กๆ ขาวผ่องของตัวเอง
กำหมัดแน่น แล้วค่อยๆ คลายออก
ความรู้สึกในใจยิ่งแปลกประหลาด
"เหมือน... จะไม่ได้ปะทะพลังกันเลยนี่นา..."
ทันใดนั้น เธอสังเกตเห็นความผิดปกติ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด
เสียงทุกอย่างราวกับหายไป โลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบ
เธอมองไปรอบๆ เห็นแต่... สายตาของทุกคนที่จ้องมองมาที่เธอ
ไม่สิ! พวกเขาไม่ได้มองเธอ!
พวกเขามองคนข้างหลังเธอต่างหาก!
อู่ชิงฮวนค่อยๆ หันกลับไป เธอเห็นร่างที่คุ้นเคย
ฉินเฟิง!
เธอมองเขาอย่างเหม่อลอย ทันใดนั้น รูม่านตาก็หดเกร็ง
อู่ชิงฮวนเหมือนจะนึกอะไรออก
สีหน้าเปลี่ยนเป็นพิลึกกึกกือถึงขีดสุด "เมื่อกี้... นายต่อยเขาปลิวเหรอ?!"
......
......
......
หน้าทางเข้าดันเจี้ยนทดสอบ หน่วยพิทักษ์นภาหลายทีมรวมพลกัน
เจ้าหน้าที่หลายสิบนายตรึงกำลังอยู่ที่ลานกว้างหน้าดันเจี้ยน เตรียมพร้อมรบเต็มอัตราศึก
ด้านหน้าสุด มีคนสี่คนยืนอยู่
"หัวหน้าอู่ เลเวลของคุณสูงที่สุดในบรรดาพวกเรา แต่เพราะแบบนั้น พอเข้าไปในดันเจี้ยน คุณจะโดนผลสะท้อนกลับรุนแรงที่สุด ดังนั้นครั้งนี้คุณคอยบัญชาการอยู่ข้างนอกดีกว่าครับ"
หัวหน้าทีมทั้งสามคนหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลาง
หญิงสาวคนนั้นรูปร่างสูงโปร่ง ส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนใจ
สวมเครื่องแบบหัวหน้าหน่วยพิทักษ์นภา ตัดผมสั้นทะมัดทะแมง
อู่ไหวเยียน พี่สาวของเธอคือหัวหน้ากิลด์ระดับท็อปของเมืองหนานหยาง
อดีตเคยมีเลเวลเกินร้อย
แต่ในการสำรวจดันเจี้ยนห้วงลึกครั้งหนึ่ง เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสัตว์อสูร ทำให้เลเวลลดฮวบ
ถึงกระนั้น ตอนนี้เธอก็ยังมีเลเวลสูงสุดในบรรดาหัวหน้าทีมทั้งสี่คน
สูงถึงเจ็ดสิบแปด
ยิ่งเลเวลสูง ตอนกดเลเวลลงมาก็จะยิ่งโดนผลสะท้อนกลับรุนแรง
ผู้มีอาชีพเลเวลสี่สิบกดเลเวลลงมาเหลือยี่สิบ กับอู่ไหวเยียนกดเลเวลลงมา ผลสะท้อนกลับที่ได้รับเทียบกันไม่ได้เลย
"หัวหน้าอู่ คุณมีแผลเก่าอยู่แล้ว ถ้าตอนนี้มากดเลเวลโดนผลสะท้อนกลับอีก อาการกำเริบขึ้นมา การฝึกฝนในวันหน้าจะยิ่งลำบากนะ"
อู่ไหวเยียนส่ายหน้า
พูดเสียงเรียบว่า "ไม่ต้องพูดมาก! พวกนายสามคนทิ้งคนนึงไว้เฝ้าที่นี่! ที่เหลือตามฉันเข้าไป!"
สถานการณ์ตอนนี้ อยู่ข้างนอกปลอดภัยที่สุด
คนเข้าไปข้างในเสี่ยงที่สุด ใครจะรู้ว่าข้างในเป็นยังไง
เข้าไปแล้ว อาจจะไม่ได้กลับออกมาก็ได้
หัวหน้าทีมมองหน้ากัน สุดท้ายเลือกหัวหน้าทีมที่อายุน้อยที่สุดให้อยู่ข้างนอก
อีกสองคนที่เหลือกับอู่ไหวเยียนกดเลเวลตัวเองลง แล้วเข้าสู่ดันเจี้ยนทดสอบ
โลกหมุนติ้วผ่านไป ทิวทัศน์รอบกายเปลี่ยนไป
ทั้งสามคนมาปรากฏตัวในป่าทึบ
ทันทีที่เข้ามา อู่ไหวเยียนสัมผัสได้ถึงพลังธาตุสายฟ้าอันรุนแรงที่ระเบิดออก
สีหน้าของเธอเคร่งเครียดขึ้นทันที แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
"ท่าสังหารที่น่ากลัวมาก!"
เธอหันมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สายตาคมกริบราวกับจะมองทะลุป่าทึบไปเห็นฉากการต่อสู้
แม้จะอยู่ไกล แต่เธอสัมผัสได้ชัดเจนถึงอานุภาพของเจ้าของพลังสายฟ้านั้น
อีกฝ่ายเลเวลประมาณยี่สิบ แต่ค่าสถานะกลับสูงจนน่าตกใจ
สูงในระดับที่... ไม่ควรจะมีอยู่ในดันเจี้ยนนี้อย่างเด็ดขาด!
"ผู้มีอาชีพลัทธิมารจริงๆ ด้วยสินะ..."
ตอนอู่ไหวเยียนได้รับข้อความขอความช่วยเหลือ ในใจยังลังเลอยู่บ้าง
เพราะพวกสาวกลัทธิมารแม้จะบ้าคลั่ง แต่ก็เหมือนหนูสกปรกในท่อระบายน้ำ มีวิธีซ่อนตัวที่แนบเนียนมาก
ไม่น่าจะเปิดเผยตัวเร็วขนาดนี้ แถมยังเปิดเผยตัวแบบเอิกเกริกขนาดนี้ด้วย
เธอยังคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด
แต่พอมาเห็นตอนนี้ เป็นลัทธิมารจริงๆ
"มีแต่ไอ้พวกนั้นแหละ ที่จะฝืนกฎของดันเจี้ยน พร้อมกับเพิ่มค่าสถานะตัวเองจนเวอร์วังขนาดนี้ได้!"
อู่ไหวเยียนปวดหัวตึบ
คนพวกนี้ใช้วิชามานสังเวยเลือดเนื้อตัวเอง แลกกับพลังรบที่พุ่งสูงขึ้นชั่วคราว
ด้วยวิชามารนี้ ทำให้มีพลังเหนือมนุษย์ในดันเจี้ยน
ด้วยข้อจำกัดของดันเจี้ยน ต่อให้เป็นผู้มีอาชีพเลเวลเจ็ดสิบกว่าอย่างเธอ พอกดเลเวลเข้ามา ก็ไม่แน่ว่าจะสู้พวกมันได้
"ไอ้พวกระยำเอ๊ย!"
ความคิดทั้งหมดแล่นผ่านสมองในชั่วพริบตา
อู่ไหวเยียนก้าวเท้า พุ่งร่างดุจภูตพราย มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่มีการต่อสู้อย่างรวดเร็ว
หัวหน้าทีมอีกสองคนก็รีบตามไปติดๆ
[จบแล้ว]