- หน้าแรก
- ผมมีสกิลติดตัว อัปเกรดจากสามระบบสุ่มเพื่อพลิกชีวิต
- บทที่ 200 - นิ่งเงียบ
บทที่ 200 - นิ่งเงียบ
บทที่ 200 - นิ่งเงียบ
บทที่ 200 - นิ่งเงียบ
"พวกเธอแข่งหรือไม่แข่ง คนดูอย่ามายืนบนอัฒจันทร์ เดินไปไกลๆ หน่อย!" ครูคัดกรองต้นฉบับที่โต๊ะข้างๆ เร่งเร้าอย่างหงุดหงิด
จวงเหยียนเยว่ยิ้มขอโทษให้ทั้งสองคน บทความเชียร์ที่ผ่านการคัดกรองแล้วทยอยส่งจากมือครูมาถึงจวงเหยียนเยว่
ถ้าไม่มีครูคัดกรอง บทความเชียร์คงมีสารพัดสำเนียง ทั้งแบบชวนฝัน แบบตลกคาเฟ่ จนกลายเป็นเรื่องตลก
จวงเหยียนเยว่รับต้นฉบับมา ละความสนใจจากจางเฉินและหวังซั่วเหว่ย กลับมาจดจ่อกับงานตรงหน้า จัดเรียงต้นฉบับ หยิบไมค์ขึ้นมาเริ่มอ่าน "บนลู่วิ่ง สายตาของพวกคุณลุกโชน มุ่งมั่นและร้อนแรง... ทุกก้าวย่างที่ข้ามผ่าน ล้วนอัดแน่นด้วยหยาดเหงื่อและพลัง ทุกการพุ่งชนเส้นชัย ล้วนมุ่งสู่ชัยชนะ... สู้เขานะ เหล่านักกีฬา! ให้วัยรุ่นเบ่งบานแสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดในสนามแข่ง!"
หวังซั่วเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ อยากจะขำกับความจริงจังของจวงเหยียนเยว่ แม้จวงเหยียนเยว่จะไม่ได้มองเขา แต่ต้องโดนรบกวนสมาธิแน่ๆ หน้าแดงขึ้นมาทันที
จางเฉินเลยลากหวังซั่วเหว่ยเดินลงมา "พอแล้ว อย่ากวนเธอ"
จวงเหยียนเยว่ส่งสายตาขอบคุณมาให้จางเฉินแวบหนึ่ง
พอเสียงจวงเหยียนเยว่ดังขึ้น คนนับไม่ถ้วนในสนามต่างหันมองมาที่แท่นประธาน เสียงซุบซิบดังไม่ขาดสาย ไม่ต้องบอกก็รู้ มีทั้งจินตนาการไปไกล ทั้งพูดจาสองแง่สองง่าม และพวกที่เหมือนโดนฉีดเลือดไก่ (คึกคัก) ได้รับกำลังใจ
ครูประจำชั้นห้องเจ็ดที่ส่งจวงเหยียนเยว่ขึ้นเวทีหน้าบานทันที นักเรียนห้องตัวเองได้หน้า ก็เหมือนตัวเองได้หน้าด้วย อย่าเอาแต่ผลการเรียนมาพูด บางทีรูปร่างหน้าตาก็เป็นคะแนนบวกชั้นดี ห้องตัวเองพอขึ้นไป มีทั้งหน้าตา มีทั้งความสามารถ ในฐานะครูประจำชั้นย่อมต้องยืด
จากนั้นก็มีบทความเชียร์หลั่งไหลออกมาจากปากจวงเหยียนเยว่ แม้เสียงจวงเหยียนเยว่จะเป็นสายน้ำอันสดใสในงานกีฬาสี แต่การปล่อยพลังบวกต่อเนื่อง ก็ทำให้คนฟังเริ่มล้า
บทความเชียร์มีแต่ "เสียงปืนดังขึ้น การพุ่งชนอยู่ตรงหน้า สู้เขา นักกีฬา ม.6/1..." "มิตรภาพที่หนึ่ง การแข่งขันทื่สอง คือความเชื่อของเรา แข่งอย่างมีสไตล์ แข่งอย่างมีระดับ คือเป้าหมายของเรา ม.6/2 มุ่งไปข้างหน้า!" "..."
ต่อให้เสียงผู้ประกาศจะเพราะแค่ไหน คำเชียร์จะเร้าใจเพียงใด ถ้าขึงตึงตลอดเวลาก็ไม่ต่างอะไรกับการอ่านข่าว นานเข้าก็กลายเป็นแค่เสียงประกอบฉากท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องในสนาม
จวงเหยียนเยว่คอแห้งผาก แต่ก็ยังทำงานอย่างมืออาชีพ เพียงแต่อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น เธอก็ร้อนเหมือนกัน ตอนนี้มีนักเรียนชายเอาน้ำมาให้ เธอขอบคุณเขา นักเรียนชายคนนั้นทำท่าจะชวนคุยต่อ จวงเหยียนเยว่ก็นั่งตัวตรง หยิบบทความใหม่ขึ้นมา กลับมากระตือรือร้นอีกครั้ง
นักเรียนชายเห็นกองต้นฉบับปึกใหญ่ ซึ่งหลายอันเป็นของรายการที่แข่งพร้อมกัน ดังนั้นไม่ใช่ทุกใบที่จะได้อ่าน ปกติพอจวงเหยียนเยว่อ่านของรายการหนึ่ง หรือห้องหนึ่งเสร็จ ห้องอื่นก็มักจะพลาดโอกาสไป เว้นแต่จะรีบหยิบใบที่สองมาอ่านต่อทันที
ตอนนี้มีปึกต้นฉบับอยู่ จวงเหยียนเยว่กวาดตามองหัวข้ออย่างรวดเร็ว แล้วดึงออกมาใบหนึ่ง นักเรียนชายคนนั้นเห็นว่าเป็นบทความเชียร์ของห้อง ม.6/5 ก็รู้ว่าตัวเองหมดสิทธิ์ ข่าวลือว่าจวงเหยียนเยว่ยังชอบจางเฉินอยู่ เห็นท่าทางแบบนี้ ชัดเจนแจ่มแจ้ง
แล้วจวงเหยียนเยว่ก็ประกาศ: "4x100 เมตร คือหัวใจสี่ดวงที่เชื่อมโยงกันแน่นแฟ้น เหงื่อและลมหายใจอันหนักหน่วง เติมเต็มอากาศในสนาม..."
ไม่รู้ใครเป็นคนเขียน พออ่านออกมา มันเลี่ยนจนขนลุก คนห้องอื่นแทบจะอ้วก "เชี่ย... จวงเหยียนเยว่อ่านลงไปได้ไง!"
หนักกว่านั้นคือมีการขยิบตาทำหน้าทำตา
ยังไม่จบ มีต่อ "เสียงหวีดหวิวข้างหู ไม้ผลัดในมือที่กำแน่น ทุกการส่งต่อ คือการส่งมอบความไว้วางใจ! ไม้ท่อนเล็กๆ ไม้ที่มีพลัง ส่งต่อมิตรภาพ ส่งต่อความรู้ใจ เชื่อมโยงความสามัคคีและความรัก..."
ข้างล่างขำกันจนตัวงอ แม้แต่คนเดินผ่านไปมายังหันมองสนามแข่งวิ่งผลัด อยากเห็นว่า ม.6/5 มีคนเก่งขนาดนี้เชียวเหรอ บทความเชียร์นี่มันระดับความตระหนักรู้ของทายาทสังคมนิยมชัดๆ!
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของฝูงชน สี่คนที่กำลังวิ่งผลัดคิดในใจ จวงเหยียนเยว่เธอหยุดอ่านเถอะ อ่านต่อพวกเราสี่คนจะมองหน้ากันไม่ติดแล้ว นี่มันประจานกันชัดๆ!
หวังซั่วเหว่ยไม้แรก จางเฉินไม้สุดท้าย ส่งมาถึงจางเฉิน บทความเชียร์ของจวงเหยียนเยว่จบพอดี เสียงหัวเราะรอบข้างดังลั่น จางเฉินก็จนปัญญา จวงเหยียนเยว่อาจจะไม่ได้ดูละเอียด คว้ามาได้ก็อ่านเลย พออ่านไปถึงรู้ว่าคนขำกันทั้งสนาม จวงเหยียนเยว่เริ่มร้อนรน มองไปเห็นจางเฉินรับไม้สุดท้าย ก็ไม่สนอะไรแล้ว ถือไมค์ตะโกน "ม.6/5 สู้ๆ! จางเฉินสู้ๆ นะ! สู้เขา!"
เอาสิ ท่ามกลางเสียงเชียร์แบบนี้ จางเฉินพุ่งเข้าเส้นชัยคนแรก หวังซั่วเหว่ยกับเขาลง 4x100 ไม่ใช่แค่หวังซั่วเหว่ยประเมินตัวเองสูงเกินไป แต่ทั้งคู่รู้ใจกัน วิ่งเร็วด้วย การวิ่งแย่งเครื่องร้านเน็ตเมื่อก่อนไม่ได้ฝึกมาเสียเปล่า ดังนั้นหวังซั่วเหว่ยลงสมัครเพราะมีฝีมือ ไม่ใช่พึ่งดวง บวกกับอีกสองคนก็เป็นนักกรีฑา เลยวิ่งทำเวลาได้ 44.29 วินาที คว้าแชมป์วิ่งผลัด 4x100 ชาย ม.ปลายของอวี้เต๋อไปครอง
พอผลออกมา คนที่รู้ว่า ม.6/5 ได้แชมป์ถึงกับงง หรือว่าบทความเชียร์แบบนั้นจะปลุกขวัญกำลังใจได้จริง?
แต่ก็ทำให้ทุกคนในห้องห้าได้ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ ทุกคนกระโดดโลดเต้นดีใจ
ส่วนผู้บริหารบนแท่นประธาน เดิมทีกำลังคุยกันอยู่ ตอนนี้ก็มองจวงเหยียนเยว่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม
ครูคัดกรองเคาะโต๊ะ หลักๆ คือโดนสายตาผู้บริหารกดดันจนไม่กล้ามองตรงๆ พูดกับจวงเหยียนเยว่ว่า "เอ่อ นักเรียนจวง ครูเข้าใจนะว่าอยากเชียร์เพื่อนสนิท แต่ว่า เธอก็ไม่ต้องกระโดดโลดเต้นขนาดนั้นก็ได้ ครูละกลัวไมค์จะพัง..."
จวงเหยียนเยว่ถึงได้นั่งลง กลับมาสำรวม แลบลิ้นใส่ครู "ขอโทษค่า รู้แล้วค่า!" แล้วเธอก็หยิบใบอื่นมา เตรียมอ่านต่อ
ครูคัดกรองก็ทำอะไรเธอไม่ได้
ส่วนในกลุ่มผู้บริหาร รองผอ. 'หวังฮวา' พูดกับเฉินชิวสือว่า "จวงเหยียนเยว่คนนี้ดังน่าดูนะ!"
เฉินชิวสือพยักหน้า เขารู้อยู่เต็มอก รองผอ.หวังฮวาจะไม่รู้จักรึ ก็คุณรองผอ.หวังยังเคยดื่มเหล้ากับพ่อเธอเลยนี่นา มาแกล้งทำเป็นไม่สนิท!
เฉินชิวสือยิ้ม "นี่แหละวัยรุ่น"
หวังฮวาก็หัวเราะแห้งๆ ความหมายแฝงคืออยากจะบอกว่า เธน่าจะชอบเด็กผู้ชายคนนั้นนะเนี่ย แต่เฉินชิวสือประโยคเดียวจบข่าว ไม่สืบสาว ไม่เอาเรื่อง
จางเฉิน หวังซั่วเหว่ย และนักกีฬาคนอื่นเข้ามาในโซนพักของห้องห้าที่มีโต๊ะเก้าอี้น้ำดื่มวางไว้ กลุ่มนักเรียนหญิงกรูกันเข้ามา พร้อมกับเสียงอิจฉาหรือแซวที่เกิดจากการเชียร์แบบไม่เกรงใจใครของจวงเหยียนเยว่ "ว้าว จางเฉิน นายโชคดีสุดๆ ไปเลยนะ!"
"จางเฉิน จวงเหยียนเยว่ลงสนามขนาดนี้แล้ว นายยังไม่เข้าใจความรู้สึกอีกเหรอ? จะตอบแทนเขายังไงล่ะ!"
"บทเชียร์ของพวกนายโคตรเกย์เลย! พวกนายสี่คนเป็นแบบนี้กันอยู่แล้วใช่ไหม!"
พวกผู้หญิงดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่ ทำหน้าทำตาล้อเลียนกันยกใหญ่
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เสิ่นนั่วอีที่เปลี่ยนเป็นชุดกีฬา กางเกงขาสั้น รองเท้าวิ่งสีชมพูขาว มองดูความคึกคักทางนั้น แล้วเงียบกริบ ไม่พูดอะไรสักคำ
(จบแล้ว)