เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 - กลยุทธ์

บทที่ 90 - กลยุทธ์

บทที่ 90 - กลยุทธ์


บทที่ 90 - กลยุทธ์

ภายในอาคารสตูดิโอ มีเสียงหัวเราะครึกโครมดังออกมาเป็นระยะ

ที่อาคารบริหารฝั่งตรงข้าม มีคนกระซิบกระซาบกัน

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น? วันๆ เอาแต่ส่งเสียงดัง ช่วงนี้ในตึกสตูดิโอมีกิจกรรมอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงได้ดูเอิกเกริกขนาดนี้?"

"คุณไม่รู้เหรอ? อ้อ คุณเพิ่งกลับมาจากไปราชการ... รายการใหม่แนวไกล่เกลี่ยปัญหาอารมณ์ของหวังปั๋วเหวินน่ะสิ มันสุดเหวี่ยงเกินไปแล้ว ต้องการผู้ชมในห้องส่ง แค่ประกาศออกไป ก็มีคนแห่ไปเป็นผู้ชมรับเชิญเพียบ ปรากฏว่ากลับมาขำกันแทบตาย!"

"มันสุดเหวี่ยงขนาดนั้นเชียว?"

"ก็ใช่น่ะสิ ฉันยังกะว่าจะไปเป็นผู้ชมบ้างเลย! แม่เจ้า ความสนุกตื่นเต้นระดับนั้น ไม่ดีกว่ารอดูทีวีทีหลังเหรอ? หวังปั๋วเหวินคนนี้ถือว่าได้ทีขี่แพะไล่เลยนะ รายการร้องรำทำเพลงช่วงตรุษจีนที่ว่ากันว่าเอาลูกท่านหลานเธอขึ้นไปแสดง ผลตอบรับกลับดีมาก ตอนนี้ดูเหมือนจะจับเส้นสายผู้ใหญ่ได้แล้ว แม้แต่ผอ.อวี๋ยังออกหน้าให้ รายการนี้ก็เป็นรายการที่ผอ.อวี๋สนับสนุนให้ทำนะ"

"งั้นหลิวปิ่งหรงคงไม่พอใจแน่ หวังปั๋วเหวินเคยเป็นหนามยอกอกที่เขาจ้องจะจัดการ รอบนี้พลิกเกมกลับมาเล่นงานเขาเข้าให้แล้ว!"

"ชู่ว... เบาๆ หน่อย! ยังไม่แน่หรอก ยังไงรองผอ.หลิวก็ต้องได้ขึ้นเป็นผอ.สถานีสักวัน ถึงตอนนั้นหวังปั๋วเหวินอาจจะจบไม่สวยก็ได้!"

ทั้งสองสนทนากัน พลางมองไปทางตึกสตูดิโอที่มีเสียงหัวเราะดังมาอีกระลอก ต่างคิดว่าผลตอบรับในห้องส่งดีขนาดนี้ ถึงเวลาที่รายการฉายจริงจะเป็นอย่างไรนะ? จะสร้างแรงสั่นสะเทือนในเมืองหรงเฉิงได้ขนาดไหนกัน?

......

ช่วงปิดเทอมฤดูหนาว จางเฉินยังได้ไปที่ร้านเกมของจ้าวเทากับหวังซั่วเหว่ยอีกด้วย

เหมือนกับที่เสิ่นนั่วอีปฏิเสธฉินถังซีที่ชวนไปเดินเที่ยวไม่ได้ จางเฉินก็ถูกหวังซั่วเหว่ยลากมาร้านเกมเช่นกัน

เดิมทีจางเฉินไม่อยากมาสถานที่แบบนี้ ร้านเกมหรือศูนย์รวมความบันเทิงในยุคนี้มักถูกพวกอันธพาลยึดครอง บรรยากาศอึมครึมวุ่นวาย เทียบกันแล้วไปร้านอินเทอร์เน็ตยังดีกว่า

แต่หวังซั่วเหว่ยรับประกันว่าที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นแน่นอน จางเฉินเลยลองตามมาดู แล้วก็พบว่ามันต่างออกไปจริงๆ

ร้านเกมของจ้าวเทามีพื้นที่กว้างขวาง ผนังทั้งหมดทาแค่แล็กเกอร์เคลือบเงา ท่อบนเพดานและผนังทาสีดำ สไตล์โดยรวมเป็นแบบลอฟท์อินดัสเทรียล

บริเวณโถงทางเข้าวางเครื่องเกม PS และทีวีจอใหญ่ไว้หลายเครื่อง พื้นปูด้วยโซฟาไม่กี่ตัว ให้ความรู้สึกสบายๆ นั่งเล่นเกมบนโซฟาได้เลย บนพื้นที่กว่าหนึ่งพันตารางเมตร เดินลึกเข้าไปถึงจะเป็นตู้เกมอาร์เคดและตู้ดันเหรียญ เท่ากับว่าใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่แปลกใหม่มากในยุคนี้ ฉีกกฎเกณฑ์ของร้านเกมทั่วไป

ร้านเกมของจ้าวเทานี้ มีคนเข้าออกขวักไขว่ บรรยากาศคึกคักมาก ดูท่าทางธุรกิจจะไปได้สวยสุดๆ

จางเฉินคิดว่าในอนาคตจ้าวเทาสามารถเติบโตขึ้นมาได้ คงไม่ใช่แค่เพราะเรื่องชกต่อยเก่งกว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะแนวคิดการทำธุรกิจที่ล้ำหน้ากว่าคนในยุคเดียวกันนี้ด้วย

ดูร้านเกมตอนนี้สิ ระดับเหนือกว่าร้านอื่นอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าก็ต้องถูกดึงดูดมาที่นี่โดยธรรมชาติ

สิ่งที่ต่างออกไปในวันนี้คือ ที่มือข้างหนึ่งของจ้าวเทามีผ้าพันแผลพันอยู่ เขาเดินตรงมาที่เครื่องโซฟาฝั่งจางเฉินและหวังซั่วเหว่ย

จางเฉินกับหวังซั่วเหว่ยกำลังดวลวินนิ่ง บนเครื่อง PS กันอยู่ ได้ข่าวว่าเดือนหน้า PS2 จะวางจำหน่ายแล้ว ถึงตอนนั้นจ้าวเทาคงต้องอัปเกรดเครื่องพวกนี้อีกรอบ

"พี่จ้าว มือเป็นอะไรครับ?" หวังซั่วเหว่ยชี้ไปที่มือของจ้าวเทา

"ไม่มีอะไร หกล้มน่ะ"

จางเฉินหันไปมองจ้าวเทา แล้วพูดว่า "เรื่องคราวก่อนขอบคุณมากนะครับ"

จางเฉินหมายถึงเรื่องที่ไปช่วยแก้สถานการณ์ให้กลุ่มเสิ่นนั่วอี

จ้าวเทาโบกมือ "ถ้าไม่ใช่เพราะแถวนี้พวกนักเลงเยอะ ร้านเปิดตรงนี้ทำเลดี ผมก็ไม่ชอบแถวนี้หรอก วุ่นวายฉิบหาย ข้างๆ ก็ลานสเก็ต วันๆ พวกนี้เอาแต่ก่อเรื่องข้างนอก ทำเอาคนดีๆ ไม่กล้าเดินผ่าน ต้องดัดนิสัยซะบ้าง"

ร้านของจ้าวเทาคนเยอะจริงๆ ระหว่างคุยก็มีลูกค้าใหม่เข้ามาทักทายจ้าวเทาไม่ขาดสาย จนบทสนทนาขาดช่วง

"พวกนายเล่นไปเถอะ เดี๋ยวฉันไปดูทางโน้นหน่อย" จ้าวเทาลุกเดินจากไป ท่าทางดูผ่อนคลายไม่เบา

อีกด้านหนึ่ง มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา

คนหนึ่งเป็นคนอ้วนชื่อ ปู่รุ่ยเจี๋ย อีกคนเป็นชายร่างผอมฉายา "ลิง" และอีกคนเป็นชายหนุ่มผมยาวสลยายชื่อ หงเย่า จางเฉินรู้จักคนพวกนี้ดี ปู่รุ่ยเจี๋ยเป็นสายบู๊ที่ฝีมือไม่แพ้จ้าวเทา เปรียบเหมือนรถถัง อดีตนักกีฬายกน้ำหนักโรงเรียนกีฬา แรงเยอะมหาศาล ต่อยทีเดียวร่วง

"ลิง" เฉียนจวินอี้ เป็นนักวิ่งระยะไกลระดับสอง เคยได้แชมป์ระดับมณฑล ส่วนหงเย่าเป็นนักร้องประจำบาร์ ว่ากันว่าเสียงร้องของเขาโด่งดังในหรงเฉิง ไปร้องที่ไหนสาวๆ กรี๊ดสลบ แถมยังทำวงดนตรีเองด้วย

คนพวกนี้เป็นเพื่อนเก่าของจ้าวเทา มีทั้งที่โตมาด้วยกัน และที่รู้จักกันในโรงเรียน ภายหลังก็กลายมาเป็นพี่น้องกันหมด

คนกลุ่มนี้เห็นหวังซั่วเหว่ยก็เดินเข้ามา แล้วจ้องมองจางเฉินเขม็ง "หวังซั่วเหว่ย หมอนี่ใช่ไหมที่เอาพริกป่นปาใส่หน้าพวกกุ๊ยพวกนั้น?"

เพื่อนๆ ของจ้าวเทากลุ่มนี้ชัดเจนว่าพุ่งเป้ามาที่จางเฉิน "กุ๊ย (เถาโข่วจื่อ)" เป็นคำเรียกของคนท้องถิ่นหรงเฉิง หมายถึงพวกอันธพาลชั้นต่ำที่แม้แต่นักเลงด้วยกันยังดูถูก

วันนั้นพวกมันลงมือกับผู้หญิง เรื่องราวบานปลายจนรู้กันไปทั่ว พวกนักเลงเจ้าถิ่นอย่างจ้าวเทาก็อยากจะหาเรื่องสั่งสอนพวกนี้อยู่แล้ว

และพวกเขาก็ย่อมได้ยินวีรกรรมของจางเฉิน

ตอนนี้ก็เลยมาทำความรู้จัก

"นายเจ๋งว่ะ! ปาพริกป่น ถึงจะดูหน้าด้านไปหน่อย แต่ตอนนั้นพวกนายก็คงไม่มีทางเลือกอื่น!" ปู่รุ่ยเจี๋ยเป็นพวกชอบใช้กำลังและไม่ชอบวิธีสกปรกเหมือนจ้าวเทา เลยมองจางเฉินด้วยสายตาหยาบๆ ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

เฉียนจวินอี้ที่สวมรองเท้าผ้าใบยี่ห้อซวงซิง นั่งยองๆ ลงข้างจางเฉิน ท่าทางดูน่ากลัวแบบหลอนๆ แต่พริบตาถัดมาเขาก็ยื่นบุหรี่ให้ "สูบไหม?"

จางเฉินปฏิเสธ บอกว่าไม่สูบบุหรี่ เฉียนจวินอี้ก็ยิ้ม เก็บซองบุหรี่ แล้วลุกเดินลอยชายไปที่อื่น

กลับเป็นหนุ่มผมยาวอย่างหงเย่า ที่นั่งลงบนพนักแขนโซฟาข้างจางเฉิน แล้วยิ้มพูดว่า "นายอย่าไปฟังพวกมันว่าวิธีไม่ใสสะอาด พวกนายเป็นนักเรียน ถ้าไม่ใช้วิธีนี้จะเอาตัวรอดยังไง? สมกับที่เป็นเด็กหัวกะทิ สมองไว ใช้ได้เลย"

เขาแสดงความเป็นมิตรกับจางเฉิน

ที่เรียกว่าเด็กหัวกะทิ เพราะรู้ว่าเป็นเด็กโรงเรียนอวี้เต๋อเหมือนหวังซั่วเหว่ย ในสายตาพวกเขา เด็กอวี้เต๋อก็คือหัวกะทิ หวังซั่วเหว่ยคงไม่ได้ป่าวประกาศหรอกว่าในห้องพวกเขาสอบได้ที่โหล่ เวลาออกข้างนอก สถานะคือสิ่งที่เราสร้างเอง หวังซั่วเหว่ยรู้เรื่องนี้ดี

"มือพี่จ้าวไปโดนอะไรมา?" หวังซั่วเหว่ยถามหงเย่า

หงเย่ามองสายตาสงสัยของทั้งคู่แล้วพูดว่า "จ้าวเทาเปิดร้านเกมที่นี่ ไอ้ซุนเชาน่ะสิ... ขาใหญ่เจ้าเก่า ทำตัวกร่าง มันไม่ยอมให้จ้าวเทาของพวกเราเปิด ก็เลยมีการนัดดวลกัน พวกเราสองกลุ่มเปิดศึกกันที่ใต้สะพานประตูเหนือ (เป่ยเหมิน) พวกเรามีสิบสองคน พวกมันมีห้าหกสิบคน ซุนเชามันกว้างขวาง ลูกน้องเยอะ ขนมาทั้งมีดไม้ครบมือ แต่จะมีประโยชน์อะไรล่ะ จ้าวเทาของพวกเราจ้องเล่นงานแค่ตัวหัวหน้า มือมันเละไปหมด ซุนเชาถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล ชนะขาดลอย!"

"เพราะงั้น ต่อไปย่านนี้ พวกเราคุม"

หวังซั่วเหว่ยฟังเรื่องราวในวงการนักเลงพวกนี้ ตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นและชื่นชม

"งั้นมือพี่จ้าวก็หักเหรอครับ?"

"เปล่า แค่ถลอกนิดหน่อย ที่พันไว้นั่นสร้างภาพเฉยๆ" หงเย่าส่ายหน้า

จางเฉินมองจ้าวเทาที่เดินพันมือไปมาทั่วร้าน ก็เข้าใจทันที จ้าวเทาคนนี้ไม่ได้มีแค่หัวการค้า แต่ยังมีกลยุทธ์ด้วย เขาไม่ได้เจ็บหนัก แต่จงใจพันมือไว้ ใครเห็นสภาพเขาแบบนี้ก็ต้องถามว่า จ้าวเทาไปฟัดกับใครมา ทำไมถึงเจ็บตัว?

พอได้รู้เรื่องราวการดวลเดือดที่สะพานประตูเหนือ ก็จะรับรู้ความจริงที่ว่าจ้าวเทาได้กดซุนเชาแห่งทิศเหนือลงได้แล้ว ข่าวการศึกที่สะพานประตูเหนือก็จะแพร่สะพัดไปในวงการนักเลงหรงเฉิงโดยธรรมชาติ

จางเฉินส่ายหน้า นี่มันตำราพิชัยสงครามชัดๆ

อะไรคือการตลาด นี่แหละคือการตลาด

แสดงความอ่อนแอให้เห็น ล่อศัตรูให้ตายใจ แล้วสร้างผลลัพธ์การประชาสัมพันธ์ที่คาดไม่ถึง

มิน่าล่ะในอนาคตจ้าวเทาถึงสร้างชื่อเสียงได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น พอเข้าสู่ยุคศตวรรษใหม่ นักเลงที่ไม่รู้กลยุทธ์และการตลาด สุดท้ายก็จะถูกคัดทิ้ง

ร้านเกมยุคใหม่กำลังผลัดใบ

จางเฉินในวันนี้ ได้เห็นฉากการผลัดเปลี่ยนอำนาจเก่าใหม่ของวงการนักเลงหรงเฉิงกับตาตัวเอง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 90 - กลยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว