- หน้าแรก
- ผมมีสกิลติดตัว อัปเกรดจากสามระบบสุ่มเพื่อพลิกชีวิต
- บทที่ 31 - ระดมพลคนวัยเกษียณ
บทที่ 31 - ระดมพลคนวัยเกษียณ
บทที่ 31 - ระดมพลคนวัยเกษียณ
บทที่ 31 - ระดมพลคนวัยเกษียณ
จู่ๆ ก็คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น
บรรดาผู้เกษียณอายุเหล่านี้พอได้ยินว่ามีเรื่องดีๆ แบบนี้ ตาเบิกโพลง บางคนลังเลถามว่า "งั้น หลานสาวฉันมาได้ไหม?"
"หลานชายฉันเป่าแตรมาตั้งแต่เด็ก จะมาแสดงได้ไหม?"
ที่แท้คนที่มีหลานๆ เหล่านี้ พอได้ยินว่าได้ออกทีวี ดวงตาเป็นประกาย รีบเอ่ยปากกันใหญ่
"บ้านฉันก็มีเด็กนะ..."
"แล้วเด็กบ้านเธอทำอะไรเป็นบ้างล่ะ?"
"ทำอะไรไม่เป็นเลย..."
"โอ้ย งั้นก็พลาดโอกาสแล้วล่ะสิ!" เหล่าคนแก่ทำท่าเสียดายแทน
นี่คือแสงสุดท้ายแห่งความรุ่งโรจน์ของสถานีโทรทัศน์ ยุคนี้ใครได้ลงหนังสือพิมพ์ก็นับเป็นคนดังแล้ว ถ้าได้ออกทีวี จะต่างอะไรกับดารา?
"ฟังผมก่อน ฟังผมก่อน!" จางเฉินโบกมือ ห้ามปรามการถกเถียงของพวกเขา ที่จู่ๆ ก็เหมือนตลาดสด ทั้งที่ยังไม่ทันเริ่มแจกใบปลิวเลย!
ยังไงซะเขาก็เป็นเถ้าแก่จ่ายเงิน แม้อายุยังน้อย แต่ทุกคนก็ไม่แปลกใจ ใครใช้ให้จางเฉินป่าวประกาศว่าพวกเขามาจาก "แพลตฟอร์มส่งเสริมเยาวชน" ล่ะ องค์กรศูนย์กลางแพลตฟอร์มพวกนี้มีคนหนุ่มสาวเยอะเป็นเรื่องปกติ แถมยังจ่ายเงินไม่อั้น เบื้องหลังต้องมีองค์กรใหญ่หนุนหลังแน่!
"ทุกคนมีโอกาส ทำอะไรไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ถึงตอนนั้นยังมีกลุ่มความสนใจ เลือกความสามารถที่อยากแสดงได้ จะมีครูมาฝึกสอนโดยเฉพาะ ให้หลานชายคุณลงสมัครอ่านบทกวีสิ ฝึกซ้อมล่วงหน้าสักหน่อย"
"ฝึกแล้วก็ได้ออกทีวีเหรอ?"
"ได้แน่นอน"
"เฮ้อ ก็ได้ ฉันก็อยากให้เด็กได้ออกทีวีเหมือนกัน!"
"ดี งั้นตกลงตามนี้! วันนี้พวกคุณรับเงินจากผมไปก่อนคนละสิบหยวน รับใบปลิวคนละปึก ปากกาหนึ่งด้าม สมุดหนึ่งเล่ม จำไว้ เก็บสมุดไว้ให้ดี นี่เป็นหลักฐานสำหรับจ่ายเงินให้พวกคุณทีหลัง วันนี้เริ่มงาน พรุ่งนี้หกโมงเย็นค่อยมารับเงินที่นี่! เอาล่ะ แยกย้าย!"
กลุ่มคนสลายตัวไป
หวังซั่วเหว่ยยืนงงอยู่ที่เดิม "ต่อไปเราทำอะไร?"
"กลับบ้าน!" จางเฉินบอก
"กลับบ้านเลยเหรอ? เชี่ย แล้วถ้าพวกนั้นรับเงินแล้วไม่ทำงานล่ะ?"
"ไม่หรอก พวกเขายังอยากได้ค่าแรงวิ่งเต้นของพรุ่งนี้อีก แถมคนพวกนี้แยกย้ายกันไปทั่ว เรามีกันแค่สองคน จะไปคอยคุมทุกโรงเรียนได้ไง เก็บแรงที่มีจำกัดไว้เถอะ ผมให้สมุดรายชื่อไปแล้วหนิ ใช้ไอ้นั่นเบิกเงิน หนึ่งรายชื่อห้าเหมา พวกเขาจะไปทำงานอะไรถึงหาเงินได้ขนาดนี้?"
"แล้วเขาจะเซ็นเอง หรือหาคนมาเซ็นแทนล่ะ!" หวังซั่วเหว่ยแย้ง
ก็ได้นะ ถ้าเขาหาคนมาเซ็นชื่อไม่ซ้ำกันได้ 100 ชื่อ ผมก็นับว่าเขาเก่ง ต่อให้หาเพื่อนบ้านมาเซ็น ก็ต้องอธิบายให้เขาฟังอยู่ดีว่าทำไมต้องเซ็น ผลลัพธ์ก็พอๆ กับที่เราต้องการนั่นแหละ นายไม่เห็นเมื่อกี้เหรอ ขนาดพวกเขาเองยังอยากยัดหลานตัวเองเข้ามาเลย! อีกอย่าง สิทธิ์ในการตีความขั้นสุดท้ายอยู่ที่ผม เงินยังไม่ได้จ่าย ถ้าเจอเซ็นชื่อโกง ค่อยว่ากัน
"งั้นเรากลับบ้านกันจริงเหรอ?" หวังซั่วเหว่ยรู้สึกว่าประสบการณ์วันนี้แปลกใหม่และตื่นเต้นมาก
"กลับบ้านนาย เล่นเน็ตต่อ"
ทั้งสองกลับไปบ้านหวังซั่วเหว่ย จางเฉินเปิดเว็บ "หรงเฉิงโลคอลเน็ต"
ถ้าถามว่าคีย์เวิร์ดของอินเทอร์เน็ตยุคมิลเลนเนียมคืออะไร?
เว็บท่า, ห้องแชท, เว็บบอร์ด
ตอนนั้นเว็บท่ากำลังรุ่งเรือง เว็บบอร์ดท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองก็ถูกสร้างขึ้น เพื่อแบ่งปันข้อมูลท้องถิ่น สมุดหน้าเหลือง ข่าวสารต่างๆ
เว็บบอร์ดคือร่างพัฒนาของห้องแชท คนจากทั่วทุกสารทิศมารวมตัวกัน แบ่งปันความรู้ข้อมูลข่าวสารในเว็บบอร์ดเดียวกัน
เว็บบอร์ดท้องถิ่นมีความเป็นปัจจุบันและเจาะจงพื้นที่สูง ทราฟฟิกก็ไม่น้อย
แน่นอน ตอนนี้ OICQ กำลังค่อยๆ เข้ามา โปรแกรมแชทกำลังจะกลายเป็นดาราตัวท็อปที่เฟื่องฟู
ตอนจางเฉินทำโปสเตอร์เสร็จ เขาก็โพสต์ลงในเว็บบอร์ดท้องถิ่นด้วยชุดหนึ่ง
ตอนนั้นเว็บบอร์ดท้องถิ่นไม่ขาดทราฟฟิก แต่ขาดกระทู้คุณภาพ พอเห็นโปสเตอร์ที่ทำมาอย่าง "ประณีต" แบบนี้โผล่มา ผู้ดูแลบอร์ด ก็รีบปักหมุดให้ทันที พร้อมกับตอบกลับข้อความส่วนตัวที่จางเฉินส่งไปขอปักหมุดว่า "ขอบคุณเพื่อนจากสถานีโทรทัศน์หรงเฉิงที่ให้เกียรติมาโพสต์กระทู้ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง กระทู้ถูกปักหมุดและไฮไลท์แล้ว หวังว่ารายการจะราบรื่น ไม่ทราบว่ารายการพิเศษตรุษจีนนี้จะออกอากาศเมื่อไหร่ ผมจะได้แจ้งให้ครอบครัวรอชม รบกวนแจ้งด้วยครับ!"
ข้อความขอปักหมุดของจางเฉินก็ไม่มีอะไรมาก เริ่มต้นแนะนำตัวว่าเป็นทีมงานสถานีโทรทัศน์ มีรายการทีวีอยากให้บอร์ดท้องถิ่นช่วยโปรโมต ลิงก์กระทู้คือ *** สุดท้ายขอบคุณท่านผู้ดูแลบอร์ด ตีลังกากราบกรานขอปักหมุด
ผู้ดูแลบอร์ดเจ้าของฉายา "รู้หนังสือรู้มารยาท" เป็นหมอโรงพยาบาลระดับ 3A ชื่อจริงว่าหวังหง ปกติเขารักษาคนไข้ พอตอนเที่ยงว่างๆ หรือกลับถึงบ้านก็จะใช้คอมพิวเตอร์ที่ทำงานล็อกอินเข้ามาจัดการหน้าบอร์ดของเว็บไซต์ท้องถิ่น
ในยุคนี้ ผู้คนบนโลกอินเทอร์เน็ตต่างสุภาพนอบน้อม เวลาเพิ่มเพื่อนแปลกหน้าในโปรแกรมแชท ก็ยังคงใช้รูปแบบการสนทนาเหมือนการเขียนจดหมายโต้ตอบสมัยก่อน เต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่ก็เปี่ยมด้วยความคาดหวัง
"สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ คุณเป็นคนทีไหนคะ อ๋อ ผมเป็นคน... ที่นั่นมีที่เที่ยวอะไรดีๆ บ้าง มีของกินอะไรอร่อยๆ..." ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเริ่มต้นคุยกันแบบนี้แหละ
หวังหงไม่เคยเจอการขอปักหมุดในลักษณะนี้มาก่อน เขาคิดในใจว่าสหายจากสถานีโทรทัศน์คนนี้ช่างเป็นคนตลกดี พอดูเนื้อหาแล้วก็อุทานว่า เอ๊ะ! สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นหรงเฉิงของเราจะปั้นดาราเด็กแล้วเหรอ? ดีงาม นี่เป็นเรื่องดี ต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่!
ดังนั้นตอนพักเที่ยง เขาจึงล็อกอินเข้ามาปักหมุดไฮไลท์ให้กระทู้นี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังติดต่อผู้ดูแลบอร์ดคนอื่นที่รู้จักกัน ให้ช่วยแชร์กระทู้ เพื่อช่วยกันโปรโมตเรื่องดีๆ นี้ในบอร์ดของแต่ละคน
ตอนที่จางเฉินล็อกอินเข้ามาในช่วงบ่าย ก็เห็นกระทู้ไปโผล่ในบอร์ดกินดื่มเที่ยวเล่น บอร์ดคุยสัพเพเหระ บอร์ดกวีศิลป์ บอร์ดกีฬาและนันทนาการ ครบทุกบอร์ดใหญ่ๆ
ผู้คนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นข้างล่างก็คึกคักมาก
"โหว! ดาวแห่งอนาคต! สถานีโทรทัศน์หรงเฉิงครั้งนี้เล่นใหญ่สมจริง!"
"ดีเลย ลูกฉันเรียนเต้นรำที่ศูนย์เยาวชนมาตั้งแต่เด็ก ครั้งนี้จะได้ออกทีวี รายการพิเศษตรุษจีน เดี๋ยวฉันจะไปสมัคร!"
"ลูกฉันเรียนหมากล้อมที่ศูนย์เยาวชน สมัครได้ไหม? ทางสถานีจะถ่ายทอดสดแข่งหมากล้อมหรือเปล่า?"
หวังหงเฝ้าดูความคึกคักที่ถูกกระตุ้นให้เพิ่มขึ้น ยิ่งดูก็ยิ่งตื่นเต้น ครุ่นคิดไปมา เขาก็มีหลานสาวที่ร้องรำทำเพลงเป็นเหมือนกันนี่นา จึงรีบโทรไปแจ้งข่าว ผลคือพอบ้านของเขารู้เรื่องก็ตื่นเต้นกันใหญ่ และขอข้อมูลในกระทู้จากหวังหง เพื่อรอไปสมัครในอีกไม่กี่วัน
หวังหงจึงติดต่อคนโพสต์จากสถานีโทรทัศน์ เพื่อถามเวลาออกอากาศที่แน่นอน เพราะในกระทู้มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว แต่เวลาออกอากาศยังไม่ถูกระบุ
"ตอนนี้ทางสถานียังปรึกษาหารือเรื่องเวลาที่แน่นอนอยู่ จะเปิดเผยในขั้นตอนสุดท้ายของการสมัคร ถึงตอนนั้นผมจะติดต่อไปหาท่านผู้ดูแลบอร์ดอีกครั้ง รบกวนช่วยกระจายข่าวด้วยนะครับ!" จางเฉินตอบข้อความส่วนตัว
"ได้ครับได้ครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง! ยินดีเป็นอย่างยิ่ง!"
คำโบราณว่านักข่าวคือราชาไร้มงกุฎ สถานีโทรทัศน์ก็คือใบผ่านทางพิเศษ
ในยุคนี้ แค่บอกว่าจะได้ออกทีวี ความกระตือรือร้นก็เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างเต็มที่แล้ว
เพราะการได้โปรโมตบนทีวีนั้นถือเป็นเกียรติยศที่สูงส่งอย่างยิ่ง
แค่ได้เป็นลูกมือทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็รู้สึกเป็นเกียรติแล้ว
(จบแล้ว)