- หน้าแรก
- ชะตาลิขิต พลิกชีวิตศิษย์ไร้ค่า
- บทที่ 18 - หมอนั่นคงมีวิธีซื้อใจคนเก่งน่าดู
บทที่ 18 - หมอนั่นคงมีวิธีซื้อใจคนเก่งน่าดู
บทที่ 18 - หมอนั่นคงมีวิธีซื้อใจคนเก่งน่าดู
บทที่ 18 - หมอนั่นคงมีวิธีซื้อใจคนเก่งน่าดู
★★★★★
ซางเยี่ยนถือเป็นหัวหน้าหอที่มีความสามารถคนหนึ่งในสำนักหยุนหยาง
หลายคนเก็งว่า นางจะได้ขึ้นเป็นผู้อาวุโสคนต่อไป
หลังจากมารับไม้ต่อจากเหอเฉา ซางเยี่ยนก็ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทันที
นางสั่งให้วางกับดักเพื่อตอบโต้และจัดการกับสัตว์อสูรที่บุกรุก
ไม่ได้หวังว่าจะกวาดล้างให้สิ้นซากในคราวเดียว แต่ใครหน้าไหนกล้าบุกมา ต้องโดนดีกลับไป
แผนการของซางเยี่ยนได้ผลในระดับหนึ่ง สังหารสัตว์อสูรไปได้บ้าง แต่น้อยนิด
กับดักส่วนใหญ่ไร้ประโยชน์ สัตว์อสูรไม่หลงกล
ซ้ำร้าย บางตัวยังฉวยโอกาสนี้อ้อมไปโจมตีด้านหลังค่ายใหญ่
ในเขตอิทธิพลของสำนักหยุนหยาง เริ่มมีสัตว์อสูรจับกลุ่มออกอาละวาด
พื้นที่ระหว่างสำนักหยุนหยางกับค่ายทหารแนวหน้า ตอนนี้มีชาวบ้านมาตั้งรกรากอยู่ไม่น้อย
สองปีก่อน ชาวบ้านแถบนี้แทบจะลืมไปแล้วว่าหน้าตาของสัตว์อสูรเป็นอย่างไร
ถึงกับมีคำกล่าวในต้าโจวว่า "ร้อยลี้รอบหยุนหยาง ปลอดภัยไร้อสูร"
หมายความว่าในรัศมีร้อยลี้ของสำนักหยุนหยาง ไม่มีปีศาจหน้าไหนกล้าย่างกรายเข้ามา
แต่ ณ ตอนนี้ คำกล่าวนั้นคงใช้ไม่ได้อีกต่อไป
ณ หอคอยสำนักหยุนหยาง
เหล่าผู้อาวุโสนั่งอยู่บนบัลลังก์ มองดูเหอเฉาที่ยืนอยู่เบื้องล่าง
ตอนแรก พวกเขาตั้งใจจะเรียกเหอเฉามาตำหนิ
แต่ขนาดหัวหน้าหอซางเยี่ยนที่ส่งไปแทน ก็ยังคุมสถานการณ์ไม่อยู่
ดังนั้นวันนี้ การเรียกตัวมาจึงไม่ใช่การสอบสวน แต่เป็นการหารือเพื่อหาสาเหตุ
"เมื่อคืนมีจดหมายด่วนจากแนวหน้าส่งมาอีกแล้ว
ศิษย์สายในได้รับบาดเจ็บ ค่ายใหญ่ถูกอสูรใหญ่ลอบโจมตี
โชคดีที่จัดการอสูรตัวนั้นได้..."
ผู้อาวุโสห้าซุนเสวี่ยหรงเอ่ยขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่น
"สองปีก่อน ภารกิจแนวหน้าของเราราบรื่นมาตลอด
พวกสัตว์อสูรถึงจะโง่เง่า แต่พอเห็นค่ายของเราก็รู้จักหลบหนีไปไกลๆ
แต่ช่วงนี้มันเกิดอะไรขึ้น แนวหน้าสุดมีปัญหาก็ว่าแย่แล้ว
นี่ลามมาถึงค่ายใหญ่ แถมยังมีคนโดนจับตัวไปจากค่ายอีก
เป็นไปได้ไหมว่า ภายในเวลาไม่กี่เดือน ไอ้เดรัจฉานพวกนี้มันจะฉลาดขึ้นมาจริงๆ?"
ซุนเสวี่ยหรงคิดไม่ตก
การกวาดล้างเมื่อปลายฤดูร้อนยังทำได้สวยหรู อสูรใหญ่ตายเกลื่อน
ฤดูร้อนเพิ่งผ่านไปไม่นาน สัตว์อสูรจะเก่งขึ้นทันตาเห็นขนาดนี้เลยหรือ?
ไม่ใช่แค่ซุนเสวี่ยหรง ผู้อาวุโสท่านอื่นก็ไม่เชื่อเช่นกัน
"เหอเฉา เจ้าอยู่แนวหน้ามาหนึ่งเดือน น่าจะพอมีความคิดเห็นบ้าง
ลองว่ามาสิ เจ้าคิดว่าสาเหตุมาจากอะไร
แต่อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะเราไล่ศิษย์คนนั้นออกไป
ข้ออ้างไร้สาระพรรค์นั้น อย่าได้เอามาพูดให้ระคายหู"
เหอเฉายิ้มรับ
"ผู้อาวุโสห้าคงได้ยินข่าวลือมาบ้าง ตอนอยู่แนวหน้า ก็มีคนมาพูดถึงซูเฉินให้ข้าฟังเหมือนกัน
ดูเหมือนพวกเขาจะคิดถึงเขามาก คิดว่าเขาทำประโยชน์ให้สำนักไว้เยอะ"
ซุนเสวี่ยหรงแค่นหัวเราะ
"พูดตามตรง ข้าเริ่มเสียใจแล้วที่ปล่อยซูเฉินไปง่ายๆ
น่าจะจับมันมาประจานต่อหน้าศิษย์ทั้งสำนัก ให้มันสารภาพว่าใช้วิธีสกปรกอะไรแย่งผลงานเพื่อน
ข้าละนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าในสำนักยังมีคนหลงชื่นชมมันอยู่อีก"
น้ำเสียงของซุนเสวี่ยหรงเจือไปด้วยความกรุ่นโกรธ
เหอเฉาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับ
"ขออนุญาตถามนอกเรื่องนิดหนึ่งขอรับ ผู้อาวุโสไม่ได้ลงไปดูพื้นที่จริง แล้วท่านทราบได้อย่างไรว่าศิษย์คนนี้แย่งผลงาน
มีคนมาร้องเรียนหรือขอรับ?"
ซุนเสวี่ยหรงยิ้มเยาะ
"จะว่าไปก็เพราะความโง่และความโลภของมันเองนั่นแหละ
การกวาดล้างปลายฤดูร้อน พอลองรวมคะแนนดู แต้มผลงานของซูเฉินดันสูงกว่าซิงหว่านเสียอีก
มันคงได้ยินมาว่าคนที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัลเป็น 'ยาจิตวิญญาณทองคำ'
แต่ลำพังศิษย์ที่มีพลังแค่ขั้นเก้าอย่างมัน จะไปหาแต้มมากมายขนาดนั้นมาจากไหน
ข้าลองไปคุยกับซิงหว่านและเจี้ยนอวิ๋น เด็กสองคนนั้นพูดตรงกัน
เจี้ยนอวิ๋นบอกว่า ขนาดเขาเองยังทำไม่ได้เลย แล้วคนอย่างซูเฉินจะทำได้ยังไง
ถ้าทำได้จริง แสดงว่ามันต้องเก่งกว่าเจี้ยนอวิ๋นงั้นสิ?
พอไปถามศิษย์คนอื่น ก็พบว่าหลายคนไม่พอใจเรื่องนี้มานานแล้ว
นิสัยชอบแย่งผลงานของมัน เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว"
เรื่องพวกนี้คนในสำนักรู้กันดี ข่าวลือแพร่สะพัดมานานแล้ว
เพียงแต่ช่วงนั้นเหอเฉาไม่อยู่สำนัก เลยตกข่าวไปบ้าง
"เอาล่ะ เข้าเรื่องเถอะ เจ้ามีความเห็นอย่างไรกับสถานการณ์แนวหน้า"
เหอเฉาพยักหน้า เริ่มอธิบายความคิดเห็นของตน
เขาเตรียมคำตอบมาแล้ว
เรื่องสัตว์อสูรฉลาดขึ้นหรือดุร้ายขึ้น เขาจะไม่พูดถึง
ในเมื่อซุนเสวี่ยหรงออกตัวแรงขนาดนั้นว่าไม่เชื่อ
แน่นอนว่าเหอเฉาเองก็เห็นด้วย สัตว์อสูรไม่มีทางวิวัฒนาการได้เร็วขนาดนั้น
เขาจึงสรุปว่า ปัญหาอยู่ที่ "ข้อมูลข่าวสาร"
"แหล่งข่าวมีปัญหาหรือ?"
"เรียนผู้อาวุโส ตลอดหนึ่งเดือนที่ข้าบัญชาการแนวหน้า ข่าวที่ได้รับมา
ถ้าไม่ล่าช้า ก็ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนถือว่าแย่มาก
พอข้อมูลผิด การวางแผนจัดวางกำลังของเราก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
ต่อให้ศิษย์พี่ซางเยี่ยนไปคุมเอง ก็คงแก้อะไรไม่ได้มาก
เหมือนคนตาบอดคลำช้าง ไม่รู้ความเคลื่อนไหวของศัตรู แล้วจะไปสู้รบปรบมือได้อย่างไร"
เหล่าผู้อาวุโสเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด เหตุผลนี้ฟังดูเข้าท่า
ถ้าตาบอดมองไม่เห็นข้าศึก ก็ย่อมตกเป็นรอง
"รีบเขียนจดหมายแจ้งซางเยี่ยน ให้ตรวจสอบเรื่องแหล่งข่าวโดยด่วน
เหอเฉา เจ้าเองก็กลับไปแนวหน้าอีกรอบ ไปช่วยกันหาต้นตอของปัญหา
ทำไมจู่ๆ ข่าวสารถึงได้ผิดพลาดมหาศาลขนาดนี้
คงไม่ใช่เพราะขาดไอ้ศิษย์ที่ถูกไล่ออกไปนั่นคนเดียวหรอกนะ?"
เหอเฉายิ้มแห้งๆ "ผู้อาวุโสห้าล้อข้าเล่นแล้ว
ข้าจะรีบไปแนวหน้า สืบหาสาเหตุให้เร็วที่สุด
แค่จัดระเบียบคนหาข่าวเสียใหม่ ปัญหาก็น่าจะคลี่คลาย"
เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้าพอใจ เหอเฉาจึงคารวะลาแล้วเดินออกจากหอคอย
ภายในหอคอย เหล่าผู้อาวุโสยังคงหารือกันต่อ
"ผู้อาวุโสห้า เรื่องของซูเฉิน ข้าว่าเราควรประกาศย้ำในสำนักอีกสักรอบ
ไอ้เด็กนี่นอกจากจะแย่งผลงานเก่งแล้ว ดูท่าจะมีวาทศิลป์ในการซื้อใจคนไม่เบา
ขนาดไปแล้วตั้งนาน ยังมีคนพูดถึงอยู่ได้"
ซุนเสวี่ยหรงพยักหน้าเห็นด้วย
"ตอนอยู่แนวหน้า ซูเฉินคงจงใจล่อให้คนอื่นตกอยู่ในอันตราย แล้วตัวเองค่อยโผล่ไปช่วยเป็นพระเอก
ด้วยลูกไม้นี้ หลายคนเลยหลงกลนึกขอบคุณมัน
คนพวกนั้นเลยยังมีความรู้สึกดีๆ ให้มันอยู่"
ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าสนับสนุน
"การรู้คุณคนเป็นพื้นฐานของมนุษย์ ศิษย์เหล่านั้นจะรู้สึกขอบคุณก็ไม่แปลก
แต่พฤติกรรมสร้างภาพแบบนี้ ทางสำนักต้องกระชากหน้ากากออกมาให้หมด
อย่าให้ศิษย์ตาดำๆ ต้องโดนหลอกซ้ำซาก"
หลังจากตกลงกันเสร็จ การประชุมก็เลิกรา
ส่วนทางแนวหน้าสำนักหยุนหยาง ก็เริ่มตรวจสอบเรื่องแหล่งข่าวทันที
คนทำงานก็ชุดเดิม แต่ทำไมข่าวถึงช้าและมั่วซั่วขนาดนี้
มันต้องมีสาเหตุสิ...
[จบแล้ว]