เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - การบำเพ็ญเพียรในเมืองใหญ่

บทที่ 7 - การบำเพ็ญเพียรในเมืองใหญ่

บทที่ 7 - การบำเพ็ญเพียรในเมืองใหญ่


บทที่ 7 - การบำเพ็ญเพียรในเมืองใหญ่

หลังจากพวกเสิ่นเมี่ยวอีจากไป เย่เฉิงก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านเช่าต่อ เขาตรงไปเข้าเรียนที่โรงเรียน กว่าจะไปถึงก็เป็นเวลาเริ่มคาบเรียนแรกของช่วงบ่ายพอดี

อาจารย์เห็นเย่เฉิงตะโกนขออนุญาตอยู่หน้าห้อง ก็แค่ปรายตามองแวบหนึ่ง แล้วอนุญาตให้กลับเข้าไปนั่งที่ได้

"เป็นไงบ้างเจ้าเย่ ลูกสาวเพื่อนแม่นายรับมาเรียบร้อยไหม สวยหรือเปล่า" ทันทีที่หย่อนก้นลงนั่ง เจ้าอ้วนหวังที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาถามด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

ตอนนึ้รอยฟกช้ำบนตัวเจ้าอ้วนหวังหายไปจนหมดเกลี้ยง หลังจากได้ดื่มยาต้มสูตรพิเศษที่เย่เฉิงลงมือต้มเอง ผิวพรรณของเขาก็ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ดูสุขภาพดีสุดๆ ไม่เหมือนคนที่เพิ่งโดนรุมยำมาเมื่อวานเลยสักนิด

เย่เฉิงหัวเราะอย่างระอา "ในหัวนายนี่มีแต่เรื่องผู้หญิงหรือไง หัดทำตัวให้มีอนาคตหน่อยสิ เช่นตั้งใจเรียนให้เกรดดีๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้พ่อแม่ภูมิใจบ้าง"

"นอกจากเรื่องผู้หญิงกับเรื่องกิน ฉันก็ทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้วล่ะ ใจจริงก็อยากจะเรียนให้เก่งนะ แต่นายก็รู้ว่าความจำฉันมันแย่ขนาดไหน อ่านอะไรไปก็จำไม่ได้เลย" เจ้าอ้วนหวังคอตก

เย่เฉิงนึกขึ้นได้ว่าเจ้าอ้วนหวังเคยเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ เคยหัวกระแทก ตั้งแต่นั้นมาความจำก็เลยไม่ค่อยดี

"ฉันจะสอนเคล็ดวิชาท่องจำให้ชุดหนึ่ง ไม่แน่มันอาจจะช่วยแก้โรคขี้ลืมของนายได้" เย่เฉิงกล่าว

เจ้าอ้วนหวังตาลุกวาว "จริงเหรอ เคล็ดวิชาอะไรวะ เจ๋งขนาดนั้นเลย"

"ไม่ต้องถามมาก ฟังให้ดี"

"เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งพูด ขอฉันจดใส่สมุดก่อน ขืนนายพูดจบฉันก็ลืมพอดี!"

"..."

เย่เฉิงพูดไม่ออก แต่ก็โกรธเพื่อนไม่ลง "ไม่ต้องห่วง เคล็ดวิชานี้รับรองว่านายจำได้แม่นแน่นอน"

เย่เฉิงถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้เจ้าอ้วนหวัง เจ้าอ้วนหวังรู้สึกเหมือนสมองโล่งขึ้นทันตาเห็น เคล็ดวิชาที่เย่เฉิงเพิ่งสอนเมื่อครู่กลับสลักลึกอยู่ในความทรงจำ อยากจะลืมก็ลืมไม่ลง

หลังจากจัดการเรื่องเจ้าอ้วนหวังเสร็จ เย่เฉิงก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียน เขาหลับตาลงช้าๆ เริ่มโคจรพลังตามวิชา 'เก้าวัฏจักรโกลาหล' อย่างเงียบเชียบ

จักรพรรดิสวรรค์เย่เทียนตี้ ผู้คิดค้นวิชาเก้าวัฏจักรโกลาหล ต้องใช้ความพยายามถึงแปดครั้ง จนกระทั่งครั้งที่เก้าถึงจะย้อนเวลากลับมาเป็นวัยรุ่นได้สำเร็จ อดีตจอมราชันผู้สะเทือนเลือนลั่นทั่วจักรวาล บัดนี้เป็นเพียงเด็กมัธยมธรรมดา การบำเพ็ญเพียรทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

การบำเพ็ญเพียรแบ่งออกเป็นสามระดับใหญ่ ได้แก่ ผลัดเปลี่ยนกายา เข้าสู่มรรคคา และทะยานฟ้า

ระดับผลัดเปลี่ยนกายา แบ่งย่อยออกเป็น ขัดเกลาผิวหนัง หลอมอวัยวะ ทะลวงเส้นเอ็น และกระดูกหยก สี่ระดับย่อย ในขั้นนี้ผู้ฝึกตนยังไม่ต่างจากคนธรรมดามากนัก อย่างมากก็แค่อายุยืนขึ้น พละกำลัง ความเร็ว และประสาทสัมผัสทั้งห้าเฉียบคมขึ้นเท่านั้น

แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับเข้าสู่มรรคคา ก็จะสามารถสร้างรากฐานได้ เมื่อสร้างรากฐานสมบูรณ์ก็จะก่อกำเนิดครรภ์เต๋า

เมื่อถึงขั้นครรภ์เต๋าสมบูรณ์ ก็จะสามารถฝึกฝนจนเกิดการแบ่งจิต ในขั้นนี้ยังถือว่าอยู่ในขอบเขตของระดับเข้าสู่มรรคคา จนกว่าจะเข้าสู่สภาวะแปลงมังกร จึงจะนับว่าเข้าสู่ระดับทะยานฟ้าอย่างแท้จริง

ระดับทะยานฟ้ามีเพียงสองขั้นคือ แปลงมังกร และมหายาน

เมื่อถึงขั้นมหายานสมบูรณ์ ก็จะสามารถบรรลุเป็นเซียนเหาะเหินเดินอากาศสู่แดนสวรรค์ ผู้ที่มีความแข็งแกร่งเป็นเลิศจะสามารถพิสูจน์มรรคผลกลายเป็นจักรพรรดิได้!

ในอดีตหลังจากเย่เฉิงไปเกิดใหม่ในโลกผู้ฝึกตน เขาไต่เต้าทีละก้าว ผ่านกาลเวลานับหมื่นปี จนในที่สุดก็ได้ขึ้นไปสู่แดนสวรรค์ พิสูจน์มรรคผลเป็นจักรพรรดิ สร้างชื่อเสียงเกริกไกรในนามจักรพรรดิสวรรค์เย่เทียนตี้!

สรุปโดยรวมแล้วลำดับการฝึกตนคือ ขัดเกลาผิวหนัง หลอมอวัยวะ ทะลวงเส้นเอ็น กระดูกหยก สร้างรากฐาน ครรภ์เต๋า แบ่งจิต แปลงมังกร และมหายาน

'ขนาดตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์ข้ายังไปถึงมาแล้ว จะกลัวอะไรกับการเริ่มใหม่อีกครั้ง ในเมื่อได้กลับมาเกิดใหม่ในเมืองใหญ่ งั้นก็ขอฝึกตนในแบบฉบับคนเมืองนี่แหละ!'

เย่เฉิงเริ่มโคจรวิชา 'เก้าวัฏจักรโกลาหล' ทันใดนั้นบนท้องฟ้าเหนือพื้นดินนับหมื่นลี้ เมฆหมอกจำนวนมหาศาลก็เริ่มก่อตัวขึ้น พลังปราณธรรมชาติในรัศมีร้อยลี้ต่างหลั่งไหลมารวมกันโดยมีเย่เฉิงเป็นศูนย์กลาง

ในชั่วพริบตา ท้องฟ้าเหนือโรงเรียนเถิงหยวนก็ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทมึน เสียงฟ้าร้องครืนครานดังสนั่น สายฟ้าสีม่วงฟาดผ่าลงมาจากความสูงนับหมื่นเมตร

"เปรี้ยง!"

ทุกคนสะดุ้งโหยง นักเรียนและอาจารย์ในห้องต่างมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความแตกตื่น มีเพียงเย่เฉิงคนเดียวที่หลับตาแน่นิ่ง ราวกับเรื่องราวภายนอกไม่เกี่ยวข้องกับเขา

วินาทีต่อมา ฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมา

จากท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสไร้เมฆ กลับกลายเป็นมืดมิดและฝนตกหนักภายในเวลาไม่ถึงสามนาที ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป

"เปรี้ยง!"

สายฟ้าสีม่วงบนท้องฟ้ายังคงคำรามกึกก้อง สายฟ้านับสิบสายปรากฏขึ้นพร้อมกัน ภาพเหตุการณ์ดูยิ่งใหญ่อลังการ ราวกับมังกรยักษ์สีม่วงเลื้อยลงมาจากฟากฟ้า ผู้คนมากมายตื่นตะลึงจนอ้าปากค้าง ลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ใจกลางพายุฝนฟ้าคะนอง พวกเขาไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อนในชีวิต

ในขณะเดียวกัน ทางอำเภอเทียนสุ่ยก็ได้ประกาศเตือนภัยพายุฝนฟ้าคะนอง

"ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เหนือน่านฟ้าอำเภอของเรามีกลุ่มเมฆฝนก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน จะมีพายุฝนฟ้าคะนองกินวงกว้าง ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือ หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสาร ห้ามยืนในที่สูง และห้ามหลบฝนใต้ต้นไม้ใหญ่..."

พายุฝนดูท่าจะไม่หยุดง่ายๆ สายฟ้ายังคงอาละวาดบนท้องฟ้า พลังปราณธรรมชาติมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ร่างกายของเย่เฉิง

"ขัดเกลาผิวหนัง หลอมอวัยวะ... น่าเสียดาย ปราณในโลกนี้เบาบางเกินไป รวบรวมปราณในรัศมีร้อยลี้มาได้ ก็ทำได้แค่ดันระดับให้ถึงขั้นหลอมอวัยวะเท่านั้น! ถ้าไม่สร้างค่ายกลรวบรวมวิญญาณ เกรงว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสฝึกไปถึงระดับสูงๆ แน่" เย่เฉิงถอนหายใจในใจ แล้วหยุดโคจรวิชา

"แต่เรื่องแค่นี้ จะคณามือเราได้ยังไง!"

ทันทีที่เขาหยุด ท้องฟ้าก็กลับมาสว่างสดใสในพริบตา เมฆฝนหนาทึบที่สะสมตัวสูงเสียดฟ้านั้นหายวับไปราวกับไร้ร่องรอย

ทุกคนต่างยืนนิ่งมองเหตุการณ์ด้วยความงุนงง ประชาชนนับล้านในอำเภอเทียนสุ่ยต่างเป็นสักขีพยาน กลุ่มเมฆมหึมาที่ก่อตัวในไม่กี่นาที และเทฝนลงมาอย่างบ้าคลั่ง จู่ๆ ก็หายวับไปเฉยๆ

ผู้คนนับล้านยังคงตกอยู่ในความตะลึง พายุฝนในวันนี้จะต้องถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของอำเภอเทียนสุ่ยอย่างแน่นอน!

เย่เฉิงลืมตาขึ้น พบว่าการเรียนการสอนถูกยกเลิกไปแล้ว พายุฝนที่น่ากลัวเมื่อครู่ดูเหมือนวันสิ้นโลก ไม่มีอาจารย์คนไหนมีกะจิตกะใจจะสอนต่อ ครูผู้หญิงบางคนถึงกับสติแตก ส่วนนักเรียนก็สภาพดูไม่จืด

"เจ้าเย่ นายนี่ยังจะหลับลงอีกนะ ทั้งห้องมีนายคนเดียวนี่แหละที่นิ่งได้ขนาดนี้ ผู้หญิงหลายคนร้องไห้กันระงม เมื่อกี้มันน่ากลัวมาก ฉันนึกว่าโลกแตกแล้วซะอีก สายฟ้านับสิบผ่าลงมาพร้อมกัน แทบจะถึงพื้นดินอยู่แล้ว พระเจ้าช่วย ภาพนั้นมัน..." เจ้าอ้วนหวังปากสั่น หน้าซีดเผือด

"ก็แค่ฝนฟ้าคะนองเล็กน้อย จะกลัวไปทำไม"

เย่เฉิงรู้ดีว่านี่คือผลจากการที่เขาใช้วิชาเก้าวัฏจักรโกลาหล

ก็แค่สายฟ้าไม่กี่สิบสาย ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้น!

ตอนที่เย่เฉิงบรรลุเป็นจักรพรรดิสวรรค์ สายฟ้าปกคลุมไปทั้งกาแล็กซี จักรวาลทั้งใบสั่นสะเทือน เผ่าพันธุ์นับล้านก้มกราบกราน ดวงดาวนับไม่ถ้วนกลายเป็นผุยผงท่ามกลางสายฟ้า แม้แต่หลุมดำยังถูกทัณฑ์สายฟ้าของจักรพรรดิเจาะทะลวง สายฟ้าแค่ร้อยลี้นี้เทียบไม่ได้แม้แต่เศษธุลี

"นายนี่มันแน่จริงๆ! ฉันเกือบฉี่ราดแล้วเนี่ย" เจ้าอ้วนหวังยกนิ้วโป้งให้ นับถือความนิ่งของเย่เฉิงจากใจจริง

"เชอะ ฉันว่ามันกลัวจนไม่กล้าลืมตามากกว่า แกล้งทำเป็นนิ่งไปงั้นแหละ!" เสียงดูถูกดังแทรกขึ้นมา

เย่เฉิงหันไปมอง พบว่าคนที่พูดคือหลี่เจ๋อ หน้าของหลี่เจ๋อเองก็ซีดเผือด เห็นได้ชัดว่ากำลังฝืนทำเป็นเก่งเหมือนกัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - การบำเพ็ญเพียรในเมืองใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว