- หน้าแรก
- ทะลุมิติโลก เพอร์เฟค เวิลด์ เกิดใหม่เป็นหญ้าเซียน เคียงคู่เทพหลิว
- บทที่ 29 หมอเทวดาน้อย!
บทที่ 29 หมอเทวดาน้อย!
บทที่ 29 หมอเทวดาน้อย!
บทที่ 29 หมอเทวดาน้อย!
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน นี่คือวิชาวานรปีศาจ ข้าซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับ"
ในลานบ้าน หลินหยางเดินเข้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังง่วนอยู่กับการต้ม 'นมสัตว์อสูร' แล้วยื่นสมุดกระดูกเล่มหนึ่งให้
"หา? เจ้าซ่อมแซมวิชาวานรปีศาจได้แล้วรึ!"
หัวหน้าหมู่บ้านได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบรับสมุดกระดูกมาจากมือหลินหยางแล้วเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้น
"นี่มันวิชาวานรปีศาจฉบับสมบูรณ์จริงๆ ด้วย! ช่างลึกล้ำยิ่งนัก แข็งแกร่งกว่าวิชาฉบับไม่สมบูรณ์หลายเท่าตัว!" หัวหน้าหมู่บ้านจมดิ่งไปกับเนื้อหาในสมุดกระดูก ปิติยินดีจนเก็บอาการไม่อยู่
ในช่วงเวลานี้ ทุกครั้งที่หลินหยางซ่อมแซมวิชาล้ำค่าสำเร็จ เขาจะจารึกมันลงบนสมุดกระดูก เพื่อมอบให้เป็น 'มรดก' แก่หมู่บ้านหิน
"ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน เลิกอ่านก่อนเถอะ! นมสัตว์อสูรจะไหม้หมดแล้ว!" ทันใดนั้น เจ้าตัวน้อยที่นั่งยองๆ จ้องมองหม้อดินเผาตาแป๋วก็ร้องเตือนขึ้น
หัวหน้าหมู่บ้านสะดุ้งตื่นจากภวังค์ "ดูข้าสิ มัวแต่เพลินจนลืมนมสัตว์อสูรไปซะสนิท"
จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็รีบเติมสมุนไพรโบราณนานาชนิดลงในนมสัตว์อสูร คนให้เข้ากันแล้วต้มต่อ ครู่ต่อมา นมสัตว์อสูรหอมกรุ่นหม้อใหญ่ก็เสร็จสมบูรณ์
"หอมจังเลย!" เจ้าตัวน้อยสูดจมูกฟุดฟิด ทำหน้าเคลิบเคลิ้ม
จากนั้น หลินหยางและเจ้าตัวน้อยต่างคนต่างคว้าช้อนไม้ ตักนมสัตว์อสูรจากหม้อซดกินอย่างเอร็ดอร่อย
หัวหน้าหมู่บ้านยืนมองทั้งสองอยู่เงียบๆ แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู
นับตั้งแต่ทั้งสองแสดง 'พลังเทพโดยกำเนิด' ให้เห็นคราวนั้น หัวหน้าหมู่บ้านก็ตั้งความหวังไว้กับเจ้าตัวน้อยและหลินหยางไว้อย่างสูงลิ่ว มองเห็น 'ทารกน้อยชอบกินนม' ทั้งสองคนนี้เป็นดั่งความหวังและอนาคตของหมู่บ้าน
ในสายตาของหัวหน้าหมู่บ้าน ทั้งสองคนจะต้องเติบโตขึ้นเป็นยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานในอนาคตอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะหลินหยาง ที่อายุยังน้อยแต่กลับเชี่ยวชาญอักขระกระดูก ทั้งยังสามารถซ่อมแซมวิชาล้ำค่าที่ไม่สมบูรณ์ได้ ด้วยพรสวรรค์ในการเรียนรู้ระดับนี้ ในอนาคตเขาจะต้องก้าวออกจากแดนรกร้างไปผงาดเป็นยอดคนผู้เกรียงไกรแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้แน่
ทว่า สิ่งที่หัวหน้าหมู่บ้านกังวลใจคือ เขาควรจะฟูมฟักเด็กทั้งสองคนนี้อย่างไร
ตกเย็น หัวหน้าหมู่บ้านเรียกประชุมผู้อาวุโสในหมู่บ้านเพื่อปรึกษาหารือเรื่องแนวทางการฝึกฝนของหลินหยางและเจ้าตัวน้อย
"พวกเราต้องดูแลฟูมฟักเจ้าหนูหลินหยางกับสือฮ่าวให้ดี พวกเขาคือความหวังในการรุ่งโรจน์ของหมู่บ้านเรา"
"ด้วยพลังเทพโดยกำเนิด หากพวกเขาเติบโตขึ้น ในการต่อสู้ตัวต่อตัว พวกเขาอาจจะสามารถสังหาร 'จวนโฮ่ว' ตัวจริงด้วยมือเปล่า และฆ่า 'ซวนหนี' สายเลือดบริสุทธิ์ตัวเต็มวัยได้เลยทีเดียว! พวกเจ้าต้องเข้าใจนะว่า แค่สัตว์อสูรบรรพกาลในตำนานเพียงตัวเดียว ก็สามารถล้างบางตระกูลใหญ่ๆ ได้อย่างง่ายดาย"
ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความเสียดาย "น่าเสียดายที่ 'รากฐาน' ของหมู่บ้านหินเรายังล้าหลังเกินไป ไม่อาจเทียบเคียงกับชนเผ่ามนุษย์ขนาดใหญ่เหล่านั้นได้"
ทุกคนต่างเงียบกริบ พยักหน้ายอมรับความจริง
หัวหน้าหมู่บ้านขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า "ใช่แล้ว การที่หลินหยางและเจ้าตัวน้อยเกิดในหมู่บ้านของเรา ทำให้พวกเขามีข้อเสียเปรียบโดยกำเนิด จุดเริ่มต้นของพวกเขาต่ำกว่าคนอื่น เราไม่สามารถหาสายเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรสายเลือดบรรพกาล หรือสมบัติวิเศษในตำนานและโอสถศักดิ์สิทธิ์มามอบให้พวกเขาได้อย่างที่ชนเผ่าใหญ่ทำกัน"
สือหลินหูเสริมว่า "ตอนเด็กๆ ก็ยังพอไหว แต่ถ้าปล่อยไว้นานเข้า พวกเขาคงเทียบไม่ได้กับเด็กๆ ในตระกูลใหญ่เหล่านั้นจริงๆ"
หัวหน้าหมู่บ้านครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว "เท่าที่ข้ารู้มา ในตระกูลที่ทรงอำนาจ ณ ปลายสุดของผืนพิภพ เด็กที่มีพรสวรรค์มักจะได้รับการทำพิธีชำระล้างครั้งสำคัญเมื่ออายุห้าขวบ พวกเขาจะถูกผนึกไว้ใน 'หม้อสำริด' ร่างกายจะถูกขัดเกลาด้วยโอสถศักดิ์สิทธิ์มากมายและโลหิตบริสุทธิ์บรรพกาล ผ่านพิธีกรรมชำระล้างร่างกายเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพ"
คนอื่นๆ ต่างถอนหายใจ นี่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ จะเอาอะไรไปเทียบกับชนเผ่าใหญ่โตเหล่านั้น? พวกเขาหาไม่ได้หรอก ทั้งโอสถศักดิ์สิทธิ์และโลหิตบริสุทธิ์ในตำนานของสัตว์อสูรสายเลือดบรรพกาล
"เราจะทำเท่าที่ทำได้ พยายามล่าสัตว์ยักษ์ให้ได้มากที่สุด สกัด 'โลหิตล้ำค่า' ออกมา ค่อยๆ สะสมไปทีละนิด เพื่อเตรียมทำพิธีให้เจ้าตัวเล็กทั้งสอง" ผู้อาวุโสคนหนึ่งถอนหายใจ
สือหลินหูขมวดคิ้ว พูดถึงอีกประเด็นหนึ่ง "เพื่อจะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับเด็กอัจฉริยะในตำนานเหล่านั้น นอกจากการสร้างรากฐานร่างกายที่แข็งแกร่งแล้ว 'มรดก' วิชาการบำเพ็ญเพียรก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน"
เมื่อถึงตรงนี้ หัวหน้าหมู่บ้านหินอวิ๋นเฟิงพยักหน้าและกล่าวว่า "เรื่องนั้นข้าจะจัดการเอง"
พูดจบ หัวหน้าหมู่บ้านก็เผลอเอามือแตะกระดูกหยกที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อ
ทุกคนต่างตะลึงงัน พวกเขารู้ดีว่าเมื่อหลายปีก่อน หัวหน้าหมู่บ้านพร้อมด้วยคนในเผ่าเคยเดินทางไกลระหกระเหินไปเยือนตระกูลสูงศักดิ์หลายแห่ง ในที่สุดก็ได้แลกเอาชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ได้สมุดกระดูกบางส่วนกลับมา สิ่งเหล่านี้จะเทียบเคียงกับมรดกวิชาของตระกูลมหาอำนาจได้หรือ?
จากพี่น้องนับสิบคนที่ร่วมเป็นร่วมตาย กลับมาได้เพียงสองคนในสภาพโชกเลือด สุดท้ายเหลือรอดเพียงหัวหน้าหมู่บ้านคนเดียวที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง เขาไม่เคยเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ในปีนั้น และชาวบ้านก็ไม่เคยกล้าซักไซ้
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในปีนั้น? เห็นได้ชัดว่าต้องมีเรื่องราวเบื้องหลังซ่อนอยู่อีกมาก
ในวันต่อๆ มา หัวหน้าหมู่บ้านหินอวิ๋นเฟิงยุ่งวุ่นวายทุกวัน มักขลุกอยู่กับการกลั่นสมุนไพรหลากหลายชนิด หม้อต้มยาในลานบ้านไม่เคยว่างเว้นจากเปลวไฟ กลิ่นยาลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ
"ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน อย่าหักโหมนักนะครับ พักผ่อนบ้างนะ" เจ้าตัวน้อยกระพริบตาปริบๆ ขนตายาวงอนงามยิ่งกว่าเด็กผู้หญิง เอ่ยเตือนชายชราด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรหรอก" หัวหน้าหมู่บ้านยิ้มและส่ายหน้า
เหล่าผู้อาวุโสและผู้ที่รู้เรื่องราวอย่างสือหลินหูไม่ได้พูดอะไรกับเจ้าตัวน้อยมากนัก เจ้าตัวน้อยจึงไม่รู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านกำลังเตรียมการสำหรับพิธี "ชำระล้าง" ให้กับเขาและหลินหยาง
ส่วนหลินหยางที่เคยอ่านนิยายต้นฉบับมาก่อน ย่อมรู้อยู่แล้วว่าหัวหน้าหมู่บ้านกำลังเตรียมการสำหรับพิธีที่กำลังจะมาถึง
อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายหลินหยางในตอนนี้ พิธี "ชำระล้าง" แทบไม่จำเป็นเลย 'วารีทิพย์คืนชีวิต' ในร่างของเขาคือสารชำระล้างชั้นเลิศที่สุดอยู่แล้ว และร่างกายของเขาก็พัฒนาไปถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก...
ภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง ทีมล่าสัตว์เดินทางกลับมา แต่ละคนแบกซากสัตว์อสูรไว้บนบ่า แม้บางคนจะได้รับบาดเจ็บ แต่ทุกคนต่างหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ลานบ้านหินของหัวหน้าหมู่บ้านตั้งอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน เจ้าตัวน้อยและหลินหยางกำลังเล่นกันอยู่ที่หน้าประตูรั้ว เห็นกลุ่มคนเดินกลับมาพอดี
"ท่านลุง กลับมากันแล้ว!" เจ้าตัวน้อยเงยหน้าขาวผ่องใส ดวงตากลมโตเป็นประกาย ทักทายทุกคนอย่างนอบน้อม
"นี่... ผลไม้โปรดของเจ้า ลุงเก็บมาฝากเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ" สือหลินหูยื่นถุงหนังใบหนึ่งให้ เมื่อเปิดออกก็เผยให้เห็นผลไม้สีแดงสด ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แต่ละลูกอวบอิ่มราวกับหินโมราสีเลือดที่ใสกระจ่าง
"ขอบคุณครับท่านลุง" เจ้าตัวน้อยกระพริบตาโต รับมาด้วยความดีใจ
"อ้าว ท่านลุง ไปโดนอะไรมาครับเนี่ย?" ทันใดนั้น เจ้าตัวน้อยสังเกตเห็นรอยกรงเล็บยาวบนหลังของสือหลินหู ราวกับถูกสัตว์อสูรขย้ำจนเป็นแผลลึก
"ไม่มีอะไรหรอก พักสักสองสามวันก็หายแล้ว" สือหลินหูข่มความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง ฝืนยิ้มให้เจ้าตัวน้อย เตรียมจะกลับไปรักษาตัว
"เดี๋ยวก่อน ท่านลุงอาหู!" หลินหยางร้องเรียก
"เสี่ยวหยางจื่อ มีอะไรเหรอ? แบ่งผลไม้กินกับเจ้าตัวน้อยนะ" สือหลินหูคิดว่าหลินหยางน้อยใจที่ไม่ได้ผลไม้ จึงยิ้มเย้า
หลินหยางไม่ได้สนใจเรื่องผลไม้แม้แต่น้อย เขาเดินเตาะแตะเข้าไปด้วยสีหน้าจริงจัง มองดูแผลบนหลังของสือหลินหู แล้วยื่นมือน้อยๆ ออกไป "ท่านลุงอาหู เจ็บไหม? เดี๋ยวข้าช่วยรักษาให้นะ"
หลินหยางรู้ดีว่าช่วงนี้สือหลินหูและทีมล่าสัตว์ต้องออกล่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง เพื่อรวบรวม 'โลหิตล้ำค่า' มาทำพิธีให้เขาและเจ้าตัวน้อย
เมื่อเห็นสือหลินหูบาดเจ็บหนักขนาดนี้ เขาจะทนดูเฉยๆ ได้อย่างไร
"โอ้ เสี่ยวหยางจื่อ เจ้ารักษาคนเป็นด้วยเหรอ?"
สือหลินหูถามด้วยความประหลาดใจ
หลินหยางพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น
"ท่านลุง เวลาหลินหยางรักษาให้ สบายตัวสุดๆ ไปเลยล่ะ" เจ้าตัวน้อยช่วยยืนยันอีกเสียง
"สบายตัว?"
แม้สือหลินหูจะยังสงสัย แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหลินหยาง เขาก็รู้สึกอบอุ่นใจ เด็กคนนี้มีเจตนาดี ยอมตามใจเขาสักหน่อยก็แล้วกัน
คิดได้ดังนั้น สือหลินหูก็ยิ้มแล้วว่า "งั้นช่วยลุงหน่อยนะ"
หลินหยางพยักหน้า จากนั้นอักขระสีเขียวก็สว่างวาบขึ้นในมือ เขาใช้วิชา 'มหาเวทเยียวยา' ทันที
แสงสีเขียวเจิดจ้าพุ่งออกจากฝ่ามือหลินหยาง ไหลตรงเข้าสู่บาดแผลเหวอะหวะบนแผ่นหลังของสือหลินหู
"ซี๊ดดด!"
"แม่เจ้าโว้ย! สบายสุดยอด!" เมื่อแสงสีเขียวปกคลุมร่าง สือหลินหูรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ใบหน้าแสดงความเคลิบเคลิ้มออกมาทันที
สมาชิกทีมล่าสัตว์คนอื่นๆ ต่างพากันมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เสี่ยวหยางจื่อใช้อักขระกระดูกงั้นรึ?"
"ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเคยบอกว่าเสี่ยวหยางจื่อมีพรสวรรค์ด้านอักขระกระดูกมาก ท่าทางจะจริงแฮะ"
"นี่คือพลังวิเศษของอักขระกระดูกหรือนี่?"
สมาชิกทีมล่าสัตว์จ้องมองแผ่นหลังของสือหลินหูตาไม่กระพริบ แล้วความตกตะลึงก็ปรากฏบนใบหน้าของทุกคน
พวกเขาเห็นว่าภายใต้การหล่อเลี้ยงของแสงสีเขียว บาดแผลขนาดใหญ่บนตัวสือหลินหูกำลังสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"เช้ดเข้! มหัศจรรย์ชิบเป๋ง!"
"นี่คือพลังลึกลับของอักขระกระดูกงั้นเรอะ? มันเจ๋งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!"
ชั่วพริบตาเดียว แผลเป็นขนาดใหญ่บนตัวสือหลินหูก็หายไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็น
สือหลินหูลูบหลังตัวเองที่ไร้รอยแผลด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวหยางจื่อจะมีความสามารถขนาดนี้!"
สือหลินหูลองขยับตัว แล้วเขาก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทันที
ในฐานะหัวหน้าทีม เขาบาดเจ็บมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปี ร่างกายสะสมอาการบาดเจ็บเรื้อรังไว้เพียบ
แต่หลังจากการรักษาของหลินหยาง สือหลินหูพบว่าอาการบาดเจ็บเรื้อรังทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้สึกว่าร่างกายกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ราวกับหนุ่มๆ เปี่ยมไปด้วยพละกำลังและปราณที่พลุ่งพล่าน
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายเริ่มเสื่อมถอย แม้แต่เรื่องบนเตียงก็เริ่มไร้น้ำยา จนโดนเมียค่อนขอดอยู่บ่อยๆ
แต่ตอนนี้ เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่พลุ่งพล่านในกาย สือหลินหูแทบอยากจะรีบกลับบ้านไปเล่นเกม 'ปั๊มลูก' กับเมียเสียเดี๋ยวนี้
นังแก่นั่น คอยดูเถอะ!
คืนนี้ถ้าข้าไม่ทำให้เจ้าร้องขอชีวิต ข้าไม่ขอเป็นลูกผู้ชาย!
เมื่อสือหลินหูเล่าสิ่งที่ค้นพบให้ทุกคนฟัง สมาชิกทีมล่าสัตว์ต่างตาลุกวาว รีบกรูกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังหลินหยางทันที
"เสี่ยวหยางจื่อ ลุงมีแผลที่แขนนิดหน่อย รักษาให้ลุงบ้างสิ"
"ลุงปวดเอวนิดหน่อย ขอทีนึงนะ"
"ลุงขาอ่อนแรง ขอทีนึงด้วยคน"
สมาชิกทีมล่าสัตว์ต่างสรรหาอาการบาดเจ็บเก่าเก็บมาอ้าง เพื่อให้หลินหยางช่วย "ฉายแสงเขียว" ใส่บ้าง
"ลุงนิ้วโดนบาด รักษาให้ทีสิ" ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมยื่นนิ้วให้ดู
สือหลินหูเห็นเข้าก็เตะก้นเข้าให้ "ไปให้พ้น! แผลแค่นี้เลือดหยุดไหลไปตั้งนานแล้ว ยังจะหน้าด้านมาขออีก"
ชายร่างใหญ่ร้องโอดโอย เอามือกุมก้นแล้วพูดว่า "เสี่ยวหยางจื่อ ลุงเจ็บตูดจังเลย รักษาให้หน่อยสิ"
หลินหยาง: "..."
"สุดยอดไปเลย! มีเสี่ยวหยางจื่ออยู่ ต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องกลัวเจ็บตัวอีกแล้วสิเนี่ย?"
"หมู่บ้านเราเจอสมบัติล้ำค่าเข้าให้แล้วจริงๆ!"
สมาชิกทีมล่าสัตว์มองหลินหยางราวกับเจอของวิเศษ แววตาแต่ละคนเป็นประกายระยิบระยับ
ในฐานะทีมล่าสัตว์ พวกเขาต้องต่อสู้เสี่ยงตายกับสัตว์อสูรในป่าเป็นประจำ การบาดเจ็บเป็นเรื่องปกติ บางครั้งต้องนอนซมเป็นสิบวันครึ่งเดือน หรือร้ายแรงกว่านั้นก็อาจพิการหรือตายได้
ดังนั้น ความสามารถที่หลินหยางแสดงออกมาจึงมีความสำคัญต่อทีมล่าสัตว์อย่างมหาศาล
ในชั่วพริบตา หลินหยางก็กลายเป็น 'ไข่ในหิน' ของทีมล่าสัตว์ไปโดยปริยาย
ไม่นาน เรื่องความสามารถในการ "รักษา" ของหลินหยางก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน
จากนั้นมา หลินหยางก็ได้รับสมญานามว่า "หมอเทวดาน้อย" แห่งหมู่บ้านหิน
ตกเย็น ชาวบ้านนำซากสัตว์อสูรมาทำพิธีบูชาหน้าต้นหลิว หลังจบพิธี ซากสัตว์ที่มีพลังวิญญาณหลายตัวถูกลำเลียงเข้ามาในลานบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
ไม่นาน กลิ่นคาวเลือดก็คละคลุ้งไปทั่วลานหิน ซากสัตว์อสูรนอนเรียงราย เลือดไหลริน ร่างกายค่อยๆ เหี่ยวแห้งลง พร้อมกับอักขระลึกลับที่ส่องประกายวูบวาบ ดูลึกลับน่าขนลุก
นั่นคืออักขระกระดูกที่ตอนนี้ผสานเข้ากับกระแสเลือดดุจสายฟ้าแลบแปลบปลาบ หัวหน้าหมู่บ้านกำลังร่ายมนตร์ ใช้อำนาจลึกลับกลั่นสกัดแก่นแท้จากเลือดสัตว์อสูร เพื่อเก็บเกี่ยว "โอสถโลหิต"
ผ่านการกลั่นกรองอย่างต่อเนื่อง เลือดสัตว์อสูรลดน้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุด สัตว์อสูรหนึ่งตัวก็เหลือเพียงเลือดบริสุทธิ์หยดเดียว ตกลงสู่ขวดหยก หยดเลือดใสดุจแก้วผลึก ราวกับเพชรโลหิตที่เปล่งประกาย
"ตามตำรากระดูก หากมีโอสถศักดิ์สิทธิ์และโลหิตบริสุทธิ์เพียงพอในพิธีชำระล้างตอนห้าขวบ รากฐานที่สร้างขึ้นจะส่งผลลึกซึ้งยาวนาน เกี่ยวพันถึงความสำเร็จในอนาคต" หัวหน้าหมู่บ้านพึมพำ
เขาไม่อยากให้พรสวรรค์ของเจ้าตัวน้อยและหลินหยางต้องสูญเปล่า ไม่อยากให้พวกเขาล้าหลังอัจฉริยะของตระกูลใหญ่ เขาเฝ้าครุ่นคิดว่าจะสะสมของล้ำค่าสำหรับพิธี "ชำระล้าง" ให้พวกเขาได้อย่างไร
"คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ มีเพียงโลหิตบริสุทธิ์ชั้นเลิศเท่านั้นที่มีประโยชน์ต่อพวกเขา น่าเสียดายที่สัตว์อสูรสายพันธุ์พิเศษนั้นหายากและทรงพลังเกินไป ยากจะรับมือไหว" เขากระซิบกับตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม