เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MS บทที่ 7 ปกครองด้วยกำปั้นเหล็ก

MS บทที่ 7 ปกครองด้วยกำปั้นเหล็ก

MS บทที่ 7 ปกครองด้วยกำปั้นเหล็ก


MS บทที่ 7 ปกครองด้วยกำปั้นเหล็ก

ในฐานะของผู้พิพากษาที่มาจากศตวรรษที่ 21 หลีมู่เคยเห็นเด็กถูกขโมยอมยิ้มจากเว่ยป๋อ เขาโกรธแทนมากจนแทบเม้นด่าพวกโจรเป็นเวลากว่าห้าวันเลยทีเดียว

“พวกมันช่างเหิมเกริมนัก! ไปพาตัวเจ้าของร้านยารายใหญ่นั่นมาซิ! ไปพาเขาเจ้าฆาตกรคนนั้นมาที่ศาลบัดเดี๋ยวนี้!”

หลีมู่ตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว ตอนแรกเขาแค่จะมาทำหน้าที่เล่นสนุกๆเท่านั้น แต่ตอนนี้เขากลับโกรธจริงจัง

ทว่าทหารยามทั้ง 6 คนกลับไม่ทำตามคำสั่งเหล่านั้น

“ทำไมกันล่ะ?” ชายหนุ่มมองไปที่พวกเขา

“คือ... ใต้เท้าขอรับ เรื่องมันเป็นอย่างนี้” ทหารคนนึงเข้ามากระซิบข้างหูเขา

กลับกลายเป็นว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงแค่การใช้อำนาจของร้านยาใหญ่ เพราะร้านนั่นขึ้นตรงกับฝ่ายเฉินหนง หนึ่งในสี่ฝ่ายที่ยิ่งใหญ่ในไถไป๋ พวกเขาออกระรานชาวบ้านไปทั่วเป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผู้พิพากษาที่ดีของเมืองนี้ควรทำก็คือปิดหูปิดตาทำเป็นไม่รับรู้เรื่องนี้ไปซะ

“ข้าไม่สนหรอก ไปลากตัวมันมาเดี๋ยวนี้! ข้าคือผู้พิพากษานะ และคำสั่งของข้าคือที่สิ้นสุด!”

สี่ฝ่ายผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองนี้มีดีอะไรกัน ทำไมพวกมันถึงได้ทำตัวโหดร้ายป่าเถื่อนเช่นนี้?

นี่มันคือพวกแก๊งยามากุจิในโลกต่างดาวแบบนี้ด้วยเหรอ?

แต่ข้าไม่สนใจหรอก! ยังไงเสียข้าก็คือผู้พิพากษาของไถไป๋!

หลีมู่คิดในใจ ยังไงเสียพวกชาวแก๊งเหล่านั้นคงไม่กล้าจะต่อต้านอัครมหาเสนาบดีได้หรอก

“ถ้าเป็นเช่นนั้น....” ทหารยามเริ่มลังเล

ทหารอีกห้าคนที่เหลือเริ่มก้มหัวรับคำสั่ง เพราะพวกเขากลัวว่าหลีมู่จะประกาศชื่อเหล่านั้นมาให้พวกเขาตามจับ

“พวกเจ้ายืนหาพระแสงอะไรอยู่อีกล่ะ? ไปพาตัวมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” หลีมู่เริ่มหมดความอดทนจนต้องใช้ประโยคที่ดูหยาบคายขึ้นมาหน่อยเพื่อให้เข้ากับตำแหน่งผู้พิพากษาขึ้นมาหน่อย

และท้ายที่สุดทหารยามทั้งหกคนก็รีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที

ทั้งศาลจึงแทบไม่เหลือใครอยู่เลย ทำให้เสียงร้องไห้สะอื้นของเด็กสาวได้ยินชัดเจน

ชายหนุ่มรู้สึกผิดต่อเธอมาก เขาเดินไปปลอบและพูดกับแม่ของเธอ “ไม่ต้องห่วง ข้าจะนำความยุติธรรมมาใหแก่พวกเจ้าเอง”

ในฐานะของข้าราชการน้ำดี เขาต้องนำความถูกต้องมามอบให้แก่ผู้คนให้จงได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็ต้องถ่อกลับบ้านไปเสีย

แม้ว่าหลีมู่จะไม่ได้เป็นข้าราชการที่ถูกแต่งตั้งมาอย่างถูกวินัย แต่เขาก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

“เป็นพระคุณอย่างยิ่งเจ้าค่ะ” หญิงสาวรู้สึกตื้นตันจากใจจริง

สภาพของเธอไม่ค่อยสู้ดีนัก เธอหายใจรุนแรงพร้อมกับเลือดที่ออกมาจากริมฝีปาก

พูดให้ถูกก็คือ นี่เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายของเธอด้วยซ้ำที่มาร้องเรียนเรื่องราวนี้กับเขา ซึ่งถ้าเป็นไปได้เธอก็ไม่อยากจะเสี่ยงดวงแขวนความหวังไว้กับผู้พิพากษาของเมืองนี้หรอก แต่บังเอิญว่าหลีมู่ดันเป็นผู้ที่รักในความถูกต้องเสียด้วยสิ

จากนั้นไม่นานนักหมิงหยู่ก็วิ่งกลับเข้ามาด้วยความตื่นเต้น

หลีมู่หันกลับไปเห็นเขาพอดี “โอ้ เจ้านี่เอง มาพอดีเลย เจ้าเข้าไปในเมืองและพาหมอที่เก่งที่สุดในเมืองมารักษาทั้งสองคนนี้ที”

หมิงหยู่หยุดนิ่ง ความตื่นเต้นและอารมณ์ขันบนใบหน้าจางหายไปทันที “ไม่ล่ะเจ้าคะ ข้าอยากจะดูการตัดสินคดีที่นี่เจ้าค่ะ ให้หมอนั่นไปก็ได้นี่เจ้าคะ”

หมอนั่น ที่เธอหมายถึงก็คือชิงเฟิงที่กำลังนั่งบันทึกสำนวนคดีความอยู่

ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาดูถูก “เจ้าอ่านหนังสือออกหรือ? เจ้าเขียนตัวอักษรได้ไหม? เจ้าบันทึกสำนวนคดีได้หรือเปล่า?”

หมิงหยู่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวและรีบวิ่งออกไปตามหมอในเมืองทันทีด้วยความเขินอาย

1 ชั่วโมงผ่านไป

ทหารยามเหล่านั้นกลับมาด้วยมือเปล่า เขาบอกว่าผู้จัดการร้านยาไม่สามารถมาที่นี่ได้เพราะเขายุ่งมากวันนี้ เลยขอเปลี่ยนเป็นวันอื่นแทน

หลีมู่แทบจะอยากขำออกมาจากคำตอบเหล่านั้น

“ไปบอกเขาให้มาที่นี่ภายในเวลาหนึ่งกำยาน หรือไม่อย่างนั้นข้าจะบุกไปพังร้านเขาด้วยมือของข้าเอง”

ชายหนุ่มขบฟันด้วยความโกรธ

“แม่งเอ้ย! ไม่มาที่นี่เพราะว่าไม่ว่างเนี่ยนะ? นี่เขาเป็นนักแสดงตลกหรือยังไงกัน?”

แม้หลีมู่เองก็เป็นคนที่หาข้ออ้างเก่ง แต่เขาเองก็ไม่ชอบใจเหมือนกันเวลาที่เขาโดนแบบนี้กับตัว

ทหารเหล่านั้นเดินออกไปด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย

สิบนาทีต่อมา เด็กสาวก็กลับมาที่ศาลพร้อมกับนายฮู หมอยาที่ไว้หนวดเครายาว เขาเช็คอาการบาดเจ็บของหญิงสาวก่อนที่จะบอกให้เธอไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบาดแผลเพราะมันไม่ร้ายแรงขนาดถึงตาย และขอให้เธอนอนพักผ่อนและทานยาตามที่จัดให้ไว้ก็พอ

เขาคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 หรือ 5 เดือนเธอถึงจะหายดี ลูกสาวของเธอขอบคุณหมอคนนี้มากจนก้มลงกราบแทบเท้า เป็นภาพที่น่าเวทนายิ่ง

หลีมู่ถอนหายใจ

การที่ครอบครัวของเธอสามารถเปิดร้านยาในไถไป๋ได้นั้นจะต้องมีฐานะอยู่พอสมควร แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจขัดขืนต่ออำนาจมืดในเมืองนี้ได้และนั่นทำให้ครอบครัวของเธอแทบจะแตกสลายในชั่วข้ามคืน

จริงๆแล้วส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะครอบครัวของเธอนั้นไม่ได้อิทธิพบมากมายอะไรที่จะพอปกป้องตัวเองได้ขนาดนั้น

การกระทำอันป่าเถื่อนโหดร้ายแบบนี้คือวิธีที่รวดเร็วและได้ผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีนยุคโบราณ

นั่นทำให้หลีมู่เริ่มรับรู้ว่าการมีอำนาจในดาวดวงนี้สำคัญมากเพียงใด

และอีก 1 ชั่วโมงต่อมา

ชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมถูกนำตัวขึ้นศาล

“ทางนี้ขอรับท่านฮวง” ทหารดูเหมือนจะให้เกียรติชายคนนี้มาก เขาหันไปทำความเคารพหลีมู่ “ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยนำตัวเขามาที่นี่แล้ว เขาคือ ฮวงเหว่ย ผู้จัดการร้านโอสถวิเศษ”

หลีมู่มองไปที่นายฮวง

“ข้าเคยเห็นท่านมาก่อน ท่านผู้พิพากษาแห่งไถไป๋” ชายคนนั้นตัวไม่สูงมาก เขายิ้มให้กับหลีมู่พร้อมกับโค้งคำนับ

แม้ว่าภายนอกเขาจะดูดี แต่หลีมู่ก็มองเขาทะลุปรุโปร่ง ซึ่งความสามารถนี้เขาได้มาจากการฝึกพลังเชียนเถียน

“ท่านหลี นี่คือคนที่พรากชีวิตครอบครัวของท่านไปหรือไม่?” หลีมู่ถามหญิงสาว

เธอมองไปที่ฮวงเหว่ยซักพัก ก่อนที่จะส่ายหัว “เรียนใต้เท้า ข้าไม่รู้จักคนผู้นี้ และเขาไม่ใช่คนที่ฆ่าครอบครัวของข้าด้วยเจ้าค่ะ”

หลีมู่มองไปเหล่าทหารยามด้วยความโกรธจนพวกเขาไม่กล้าจะสบตามอง

ฮวงเหว่ยยิ้มออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมตัวมาอย่างดิบดี “ใต้เท้า ดูเหมือนว่าจะมีข้อผิดพลาดที่นี่นะขอรับ ข้ารู้ว่าพวกท่านกำลังตามหาผู้ใดกันอยู่ และเขาผู้นั้นก็คือหนึ่งในลูกจ้างของข้าน้อยเอง แต่ช่างน่าเสียดายยิ่งที่ข้าได้ทำการไล่เขาออกไปเมื่อสามวันก่อนหน้านี้แล้วเพราะความผิดที่เขาได้ก่อเอาไว้... ข้าต้องขอแสดงความเสียใจต่อนางหลีจริงๆ แต่ข้าก็ไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านี้แล้วจริงๆ”

อะไรนะ?

บ้าจริง!

เขาทำแบบนี้ได้ยังไง?

ถ้างั้นก็แสดงว่าบนดาวดวงนี้ก็มี ลูกจ้างชั่วคราว ด้วยสินะ

หลีมู่ตะลึงพร้อมกับความโกรธในจิตใจ เขาถูกคนพวกนี้หลอก

“แหม ช่างน่าเสียดายจริงๆ อะไรมันจะบังเอิญได้ขนาดนี้กันน้อ?” หมิงหยู่ตะโกนขึ้นมาด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงที่หยาบคาย

ฮวงเหว่ยหันมามองเธอด้วยสายตาที่เย็นชา แต่เขาก็คลายสีหน้านั้นออกเมื่อเห็นว่านางเป็นแค่เด็กรับใช้

“ทำไมท่านถึงมองข้าเช่นนั้นล่ะ? ท่านไม่คิดว่าเจ้านายของข้าจะทำร้ายท่านจนตายได้หรือ?” หมิงหยู่ เด็กสาวอายุ 12 ปี ดวงตาที่สดใสและฟันที่สวยงามพร้อมด้วยผิวสะอาดดั่งหยกที่ได้รับการขัดมาเป็นอย่างดี ราวกับว่าเธอคือหมาป่างามที่พร้อมจะกัดคนที่มาห้ามเธอได้ทุกเมื่อ

ตึง!

หลีมู่ทุบค้อน พร้อมพูดด้วยความโกรธ “ข้าไม่สน ร้านโอสถวิเศษต้องพาฆาตกรมาให้ข้าภายในสามวัน หรือไม่เช่นนั้นร้านของเจ้าจะต้องถูกสั่งปิด และคืนร้านของเจ้าให้กับท่านฉางพร้อมด้วยค่าปรับจำนวน 500 เพื่อเป็นค่าทำขวัญให้กับท่านหลี และยังเป็นการเพื่อ... เอ่อ... เพื่อเยียวยาจิตใจ”

เขาจะยอมถูกหลอกด้วยคำว่า ลูกจ้างชั่วคราวได้ยังไงกัน?

หลีมู่เริ่มตัดสินคดีตามสัญชาตญานของเขา หลังจากที่ทางคู่กรณีเริ่มเล่นเล่ห์กลกับเขา

“ใต้เท้า ท่านกำลังกล่าวหาข้าอยู่นะขอรับ” ฮวงเหว่ยขมวดคิ้วพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ไม่เต็มใจ “เจ้าฆาตกรนั่นไม่เกี่ยวกับร้านของข้าแล้ว และข้าก็จ่ายเงินไปมากเพื่อซื้อร้านนั้นมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ข้ายังมีสัญญาที่ลงลายมือของนายฉางด้วยถ้าท่านต้องการจะดูหลักฐาน...”

เขาหยิบกระดาษสีเหลืองออกมาและมอบให้ทหารยาม

“ไม่จริง นี่มันของปลอมเจ้าค่ะ!” ทันทีที่นางหลีเห็นมัน เธอก็คุมสติตัวเองไม่อยู่และเข้าไปทำร้ายฮวงเหว่ยด้วยความฉุนเฉียว “เจ้าปลอมมันขึ้นมาแน่ๆ! เจ้าฆ่าครอบครัวของข้าและตัดนิ้วของเขามาใช่ไหม? เขาคงจะไม่ต้องมาแบบนี้ถ้าเขายินดีขายร้านนี้ให้กับเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์”

ทหารยามรีบมาจับตัวเธอแยกออกมาจากเขา “หยุดนะ ห้ามทะเลาะกันในศาล”

แต่เธอพยายามขัดขืนพร้อมกับกระอักเลือดออกมาและล้มลงไปกองบนพื้น

“แม่จ๋า แม่จ๋า แม่เป็นอะไรหรือเล่า? ตื่นเถอะ ข้าไม่อาจสูญเสียแม่ไปอีกคนนะ...” ลูกสาวของเธอประสบกับเหตุการณ์ที่เหมือนกับสรวงสวรรค์เพิ่งพังทลายลงมา ทุกสิ่งที่เธอผ่านมันมาจนถึงตอนนี้มันทำให้ดวงตาของเธอมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา ร่างกายของเธอสั่นเทาราวกับลูกเป็ดที่กำลังอยู่ท่ามกลางพายุฝน

หลีมู่หยิบกระดาษสัญญาแผ่นนั้นมาฉีกทิ้งโดยไม่ทันได้อ่าน

“ท่าน...” ฮวงเหว่ยหน้าซีด “ใต้เท้า ท่านทำแบบนี้กับสัญญาที่มีตราประทับของท่านโชวบนอยู่นั้น ท่านหมายความว่าเยี่ยงไร?”

หลีมู่ยืนขึ้น และเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฮวงเหว่ยพร้อมด้วยรอยยิ้ม

“ข้าหมายความว่า ข้าเบื่อที่จะเล่นลิ้นกับเจ้าแล้ว เจ้าต้องอธิบายความจริงทั้งหมดทุกอย่างรวมไปถึงหนังสือสัญญานั่นด้วย... ข้าจะไม่ถอนพูดใดๆทั้งสิ้น กลับไปบอกเจ้านายของเจ้าแบบนี้ซะ ว่าถ้าพวกเจ้าหาหลักฐานที่แท้จริงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจของเจ้าต่อหน้าข้าไม่ได้ภายในสามวัน ร้านของเจ้าได้ถูกข้าถล่มแน่”

จบบทที่ MS บทที่ 7 ปกครองด้วยกำปั้นเหล็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว