- หน้าแรก
- เลิกกับแฟนเฮงซวย แล้วมาช่วยเลี้ยงลูกแฝดท่านประธาน
- บทที่ 23 ผมเข้าใจเธอผิด
บทที่ 23 ผมเข้าใจเธอผิด
บทที่ 23 ผมเข้าใจเธอผิด
บทที่ 23 ผมเข้าใจเธอผิด
เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันพุธแล้ว
เจียงหลินไปรับเด็กๆ กลับมาบ้าน เขาสังเกตเห็นรองเท้าสตรีคู่ใหม่วางอยู่ที่หน้าประตู และมีกระเป๋าผ้าแขวนอยู่ตรงทางเดิน
เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังลอดออกมาจากห้องครัว
เจียงหลินเดินเข้าไปดูด้วยความสงสัย แล้วก็เห็นมู่อวิ๋นเกอสวมผ้ากันเปื้อนกำลังยกจานอาหารออกมาจากครัว
ใบหน้าสวยสง่าของเธอดูสงบนิ่ง
แสงแดดยามเย็นสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนโยนลงมาก ราวกับภาพวาดอันงดงาม
เมื่อดวงตาคู่สวยเบนมาสบตาเจียงหลิน เธอยิ้มบางๆ แล้วหันไปมองเด็กน้อยทั้งสอง "ถังถังกับโต้วโต้วกลับมาแล้วเหรอลูก?"
ถังถังที่ยังสะพายกระเป๋าใบเล็กและใส่รองเท้าแตะรีบวิ่งถลาเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น "หม่ามี้กลับมาจากทำงานแล้ว!"
โต้วโต้วเองก็ดีใจมาก "หม่ามี้ทำกับข้าวเหรอครับ?"
มู่อวิ๋นเกอลูบหัวลูกๆ อย่างเอ็นดู "ลองชิมดูสิ ปกติแม่ให้พี่เลี้ยงทำให้กินตลอด นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่แม่ลงมือทำเอง ไม่รู้ว่าจะพอกินได้ไหม"
โต้วโต้วยิ้มร่า "ฝีมือหม่ามี้ต้องอร่อยที่สุดในโลกอยู่แล้วครับ"
"โต้วโต้ว พาน้องไปล้างมือแล้วมากินข้าวเร็วลูก"
โต้วโต้วรีบจูงมือถังถังไปห้องน้ำทันที
เจียงหลินเองก็วางของแล้วไปล้างมือเช่นกัน "คุณกลับมาเร็วจัง ผมนึกว่าจะกลับวันพฤหัสบดีซะอีก"
"งานเสร็จเร็วเลยกลับมาก่อนน่ะ" มู่อวิ๋นเกออธิบาย "ที่บริษัทช่วงนี้ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมากด้วย"
อาหารบนโต๊ะล้วนเป็นเมนูรสอ่อนๆ
เจียงหลินนั่งลงแล้วลองชิมดู หน้าตาดูจืดชืด รสชาติก็จืดชืดสมหน้าตาจริงๆ
เขายิ้มแก้เก้อ "ดูดีต่อสุขภาพมากเลยครับ"
ถังถังตักเข้าปากคำหนึ่งแล้วก็รู้ทันทีว่าฝีมือหม่ามี้สู้แด๊ดดี้ไม่ได้เลย แต่คุณครูสอนไว้ว่าต่อให้ทำออกมาไม่ดีก็ต้องชมไว้ก่อน คนทำจะได้มีกำลังใจปรับปรุง
หนูน้อยจึงชูนิ้วโป้งให้ "กับข้าวของหม่ามี้สวยจังเลยค่ะ!"
โต้วโต้วก็พยักหน้าสนับสนุน "สารอาหารครบถ้วนดีต่อสุขภาพมากครับ"
มู่อวิ๋นเกอไม่ได้โง่ ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าลูกๆ คงไม่ถูกปากเท่าไหร่
และเป็นไปตามคาด ถังถังกับโต้วโต้วกินไปได้นิดหน่อยก็วางช้อนตะเกียบ
เจียงหลินรู้หน้าที่ รีบเก็บจานชามไปล้าง
พอออกมาจากครัว เขาเห็นมู่อวิ๋นเกอนั่งอยู่บนโซฟา
"คุณเพิ่งกลับจากทำงานมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนไหม?"
"ไม่เป็นไร ปกติฉันก็นอนน้อยอยู่แล้ว" มู่อวิ๋นเกอชี้ไปที่กองบัตรบนโต๊ะ "นายเก็บพวกนี้ไว้ใช้สิ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้บ้าง"
เจียงหลินนั่งลงแล้วหยิบบัตรพวกนั้นขึ้นมาดู มีทั้งบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 100 และ 200 หยวน รวมไปถึงบัตรกำนัลห้างสรรพสินค้า
"บัตรพวกนี้เติมน้ำมันได้ตั้งนานเลยนะครับเนี่ย"
"อืม เดือนหน้าฉันจะเอามาให้อีก"
"คุณเพิ่งเริ่มงานใหม่ รับของมาเยอะขนาดนี้จะดีเหรอครับ?" เจียงหลินเริ่มกังวล
"ไม่เป็นไรหรอก ฉันทำงานดี บริษัทเล็กๆ กฎระเบียบไม่เยอะเหมือบริษัทใหญ่ เจ้านายใจดี เห็นว่าฉันลำบากเลยช่วยเหลือเป็นพิเศษน่ะ"
เจียงหลินพยักหน้า "เจ้านายคุณใจดีจังเลยนะครับ"
"อืม เป็นผู้หญิงน่ะ นิสัยดีมาก"
เจียงหลินเก็บของเข้าที่ "เดี๋ยวผมจะพาเด็กๆ ไปเดินเล่นหลังกินข้าว คุณจะไปด้วยกันไหม?"
"ไปเถอะ ฉันขอบาย"
มู่อวิ๋นเกอรอจนพวกเขาออกไป จึงกลับเข้าห้อง หยิบแล็ปท็อปออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แล้วนั่งสะสางงานที่ยังค้างคาอยู่ต่อ
เจียงหลินนั่งลงบนม้านั่งในสวนสาธารณะ วิดีโอคอลหาพ่อกับแม่
มองดูถังถังกับโต้วโต้ววิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน และคิดถึงมู่อวิ๋นเกอที่พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าชีวิตตอนนี้ช่างเหมือนครอบครัวพ่อแม่ลูกธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่งจริงๆ
เรียบง่าย วนเวียนอยู่กับเรื่องปากเรื่องท้องในชีวิตประจำวัน แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
จ้าวเซี่ยที่อยู่ในหน้าจอยิ้มแก้มปริ "หลานย่าน่ารักจริงๆ ดูสิ แข็งแรงร่าเริงกันเชียว เด็กน่ะ ยังไงก็ต้องอยู่กับพ่อแม่ ดูสิ โต้วโต้วร่าเริงขึ้นตั้งเยอะ!"
"เอ้อ จริงสิ สมุนไพรที่ปลูกไว้ที่บ้านนอกขายได้หมดแล้วนะ พรุ่งนี้แม่จะโอนเงินเข้าบัญชีลูกให้"
"ลูกบอกว่าแม่เด็กงานยุ่ง ลูกก็ต้องดูแลบ้านช่องให้ดีๆ หน่อย รอเด็กๆ โตกว่านี้อีกนิด อะไรๆ ก็คงจะดีขึ้นเอง"
นางพูดพลางถามต่อ "แล้วลูกกับอวิ๋นเกอเข้ากันได้ดีไหม? นิสัยใจคอเธอเป็นยังไงบ้าง?"
"เธอเป็นคนดีมากครับแม่" เจียงหลินเล่า "คราวก่อนเธอให้เงินผมมา 5,000 หยวน บอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายเดือนนี้ ผมเห็นว่าเธอก็ลำบากไม่อยากรับไว้ แต่เธอก็ยัดเยียดให้จนได้ คราวนี้เธอก็ให้บัตรเติมน้ำมันกับบัตรห้างมาอีกตั้งเยอะ"
"งั้นเด็กคนนี้ก็ไว้ใจได้ เธอคงตั้งใจจะสร้างครอบครัวกับลูกจริงๆ นั่นแหละ" จ้าวเซี่ยพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วแนะนำต่อ "ลูกก็พยายามปรับตัวเข้าหาเธอนะ พ่อแม่รักใคร่กลมเกลียวกัน ผลดีมันก็ตกอยู่กับลูกหลานทั้งนั้น"
"ยังไงลูกสองคนก็โตขนาดนี้แล้ว ไม่มีอะไรต้องเขินอายแล้วน่า"
เจียงหลินสำลักน้ำลาย "แม่ครับ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลานะครับ"
"ไร้สาระ! สมัยพ่อกับแม่ ผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนแท้ๆ พอใจกันก็แต่งเลย ดูที่นิสัยใจคอก็พอแล้ว ไม่เห็นต้องใช้เวลาดูใจอะไรนักหนา!"
เจียงหลินรีบตัดบท "ครับๆ ผมรู้แล้วๆ!"
"อย่ามาทำเป็นรับปากส่งเดช แม่จะบอกให้นะ ผู้หญิงน่ะหน้าบาง ในเมื่อเธอยอมมาอยู่กับลูกแบบนี้ ท่าทีเธอก็ชัดเจนอยู่แล้ว ลูกต้องเป็นฝ่ายรุกสิ อย่ารอให้ผู้หญิงเขาต้องเริ่มก่อน" จ้าวเซี่ยสอนมวยลูกชาย "เดี๋ยวเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง พ่อกับแม่จะไปหา จะเอาหลานมานอนด้วย ลูกก็ฉวยโอกาสนี้ซะ"
เจียงหลินอยากจะวางสายเต็มแก่ "แม่ครับ พูดอะไรเนี่ย... เธอยังไม่ได้รับรักผมเลย จะไปบังคับขืนใจกันได้ยังไง"
"เรื่องของความรู้สึกน่ะ มันไม่เหมือนเรื่องอื่น..."
"ลูกนี่มันทึ่มจริงๆ"
จ้าวเซี่ยก็พูดตรงๆ กับเจียงหลินมากไม่ได้ ได้แต่รอให้ถึงวันไหว้บ๊ะจ่าง แล้วให้เจียงเจี้ยนจวินคุยกับลูกชายเอง ประสาผู้ชายคุยกันน่าจะเข้าใจง่ายกว่า
ตกดึก
เพราะคำพูดของแม่ ทำให้เจียงหลินรู้สึกประดักประเดิดเล็กน้อยเวลาต้องเผชิญหน้ากับมู่อวิ๋นเกอ เมื่อพาเด็กๆ กลับถึงบ้าน เขาเห็นไฟในห้องนอนใหญ่ปิดแล้ว แต่ประตูเปิดแง้มไว้
มู่อวิ๋นเกอคงเหนื่อยและหลับไปแล้ว แต่เปิดประตูทิ้งไว้เผื่อถังถังอยากจะเข้าไปนอนด้วย
เขาสังเกตเห็นเสื้อผ้าตากอยู่ที่ระเบียงด้วย
"ถังถัง หม่ามี้หลับแล้ว ให้แด๊ดดี้พาหนูไปอาบน้ำนอนดีไหมคะ?"
เมื่อก่อนเจียงหลินไม่รู้ว่าถังถังเป็นลูกสาว เลยต้องระวังตัวแจ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นลูกในไส้ ความตะขิดตะขวงใจก็ลดน้อยลง อีกอย่าง ตอนมู่อวิ๋นเกอไม่อยู่ เขาก็ต้องดูแลเอง จะไปหาคนมาช่วยตลอดเวลาก็คงไม่ได้
"ได้ค่ะ! ถังถังอยากอาบน้ำกับเป็ดน้อย!"
เป็ดน้อยคือของเล่นที่เจียงหลินซื้อให้ถังถังจากแผงลอยเมื่อวาน มีเป็ดแม่ลูกหลายตัวลอยตุ๊บป่องอยู่ในอ่างอาบน้ำใบใหญ่ได้
"ได้จ้ะ ได้จ้ะ"
ส่วนโต้วโต้วไม่ชอบแช่น้ำ เขาชอบอาบน้ำฝักบัวมากกว่า อาบเสร็จก็มักจะไปนั่งดูข่าวประจำวัน
เป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยมาก
หลังจากจัดการเด็กสองคนเรียบร้อย
ถังถังดึงมือเจียงหลิน อยากจะเข้าไปฟังนิทานในห้องนอนใหญ่
เจียงหลินลดเสียงลงกระซิบปลอบ "ถังถัง หม่ามี้ทำงานเหนื่อย อย่าไปกวนหม่ามี้เลยนะลูก"
ทันใดนั้น ไฟในห้องก็สว่างพรึ่บ
ตามมาด้วยเสียงขยับตัวลุกจากเตียงและเสียงฝีเท้า
เจียงหลินมองไป เห็นมู่อวิ๋นเกอเดินออกมาในชุดนอน ผมยาวสยายคลอเคลียไหล่และลำคอขาวผ่อง เธอก้มลงลูบหัวถังถัง คอเสื้อที่กว้างเผยให้เห็นเนินอกรำไร
ยิ่งไปกว่านั้น บนผิวขาวเนียนบริเวณลำคอมีรอยแดงจางๆ ดูผิดปกติ...
หรือว่าตอนไปทำงานต่างจังหวัด เธอ...
เจียงหลินรีบเบนสายตาหนี แม้จะมีความสงสัยผุดขึ้นในใจ แต่ก็ไม่เหมาะสมที่จะเอ่ยปากถาม หัวใจของเขาหนักอึ้งขึ้นมาดื้อๆ
พวกเขายังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ต่อให้เธอจะมีแฟน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าโสด เขาถึงยอมตกลงมาอยู่ด้วยกัน
อยู่ชายคาเดียวกัน อย่างน้อยก็น่าจะจริงใจต่อกันบ้าง
มู่อวิ๋นเกอสังเกตเห็นสายตาของเขา "เป็นอะไรไป?"
ถังถังกระพริบตาปริบๆ "คอหม่ามี้แดงจัง โดนแมลงกัดเหรอคะ?"
มู่อวิ๋นเกอยกมือขึ้นแตะลำคอตัวเองอย่างงุนงง "งั้นเหรอ?"