- หน้าแรก
- เลิกกับแฟนเฮงซวย แล้วมาช่วยเลี้ยงลูกแฝดท่านประธาน
- บทที่ 2 เด็กน้อยทั้งสองมาขอพึ่งพิง
บทที่ 2 เด็กน้อยทั้งสองมาขอพึ่งพิง
บทที่ 2 เด็กน้อยทั้งสองมาขอพึ่งพิง
บทที่ 2 เด็กน้อยทั้งสองมาขอพึ่งพิง
เจียงหลินกำลังนั่งกินโจ๊กอยู่
หางจื่อมีท่าทางเหมือนโดนไฟลนก้น นั่งไม่ติด ยืนก็ไม่เป็นสุข
เจียงหลินเห็นแล้วก็พูดไม่ออก "นายรีบเหรอ? ถ้ารีบก็ไปเข้าห้องน้ำสิ ไม่ต้องให้ฉันเดินไปเป็นเพื่อนหรอกมั้ง?"
"ไม่ใช่! นายไม่สังเกตเหรอว่าแฝดชายหญิงคู่นั้นหน้าเหมือนนายเปี๊ยบ เหมือนแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันเลย!"
"เจียงหลิน นายมีลูกสองคนหรือเปล่า? สารภาพมาซะดี ๆ ถ้าเด็กน่ารักสองคนนั้นเป็นลูกนายจริง ฉันขอจองตัวเป็นพ่อทูนหัวนะเว้ย!"
เจียงหลินอดขำไม่ได้ "อย่ามาพูดมั่วซั่ว ฉันกับหนิงเสวี่ยไม่เคยมีอะไรเกินเลยกันขนาดนั้น"
"อีกอย่าง เด็กสองคนนั้นดูมีชาติตระกูล ไม่เกี่ยวกะเด็กจบใหม่จน ๆ อย่างฉันหรอก"
หางจื่อนับนิ้วคำนวณ "เด็กพวกนั้นอายุสามขวบกว่า ถ้าเป็นลูกนายจริง นายก็ต้องทำลูกตั้งแต่ตอนปีหนึ่ง..."
"ปีหนึ่งนายยังปั้นดินน้ำมันเล่นอยู่เลยนี่หว่า งั้นก็ไม่น่าใช่ สงสัยฉันจะคิดมากไปเอง!"
หางจื่อรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เด็กน่ารักขนาดนั้น ถ้าได้พาไปเดินด้วยคงยืดน่าดู!
ถ้าเขามีลูกน่ารักแบบนั้นได้ ชีวิตนี้ก็คุ้มค่าแล้ว!
"ปีหนึ่งเหรอ?"
เศษเสี้ยวความทรงจำผุดขึ้นมาในแววตาของเจียงหลิน สีหน้าของเขาดูปั้นยากขึ้นมาเล็กน้อย
ตอนปีหนึ่ง เขาเองก็เหมือนนักศึกษาทั่วไปที่บ้าทำกิจกรรมชมรมต่าง ๆ ด้วยความที่ยังเด็กและอ่อนต่อโลก เขาจึงดื่มหนักเกินไปในงานสังสรรค์ครั้งหนึ่ง
คนอื่น ๆ กำลังร้องคาราโอเกะกันอย่างสนุกสนาน แต่เขาไม่ไหวแล้ว แถมตอนนั้นหอพักในมหาวิทยาลัยก็ปิดแล้วด้วย เขาเลยเปิดห้องนอนพัก แต่ดันเข้าผิดห้อง แล้วก็... เสียบริสุทธิ์ไปในคืนนั้น
ตอนนั้นเขายังเป็นมือใหม่ เลยเสร็จกิจค่อนข้างไว แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่ยอมปล่อยเขา เขาถูกเคี่ยวกรำอยู่หลายรอบในคืนนั้น
ทว่า พอได้หลับนอนกับเขาแล้ว เธอก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร!
มันไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีนัก เขาจึงเลือกที่จะลืม ๆ มันไป
เจียงหลินส่ายหัว
ข้อแรก ในฐานะมือใหม่ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยิงแม่นขนาดนั้น
ข้อสอง ผู้หญิงแบบนั้นไม่มีทางมาตั้งท้องลูกของเขาหรอก
และข้อสุดท้าย โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญขนาดนั้น!
หางจื่อเห็นเจียงหลินทำหน้าครุ่นคิดก็ตบไหล่เพื่อน "เพื่อน เลิกเพ้อเถอะ นายพูดถูก บ้านเด็กนั่นดูรวยมาก แม่เด็กก็คงรวยไม่แพ้กัน เราเอื้อมไม่ถึงระดับนั้นหรอก"
เจียงหลินเลิกคิดเรื่องไร้สาระ แค่คิดก็แฟนตาซีเกินพอแล้ว
เขาเปลี่ยนเรื่องคุย "มะรืนฉันต้องไปทำงานที่บริษัทแล้ว นายสอบเข้าแบงก์ก็น่าจะช่วงวันสองวันนี้ไม่ใช่เหรอ? อ่านหนังสือถึงไหนแล้ว?"
หางจื่อถอนหายใจ "แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว สงสัยจะไม่รอด..."
"พ่อแม่ฉันอยากให้ฉันเข้าระบบราชการให้ได้ สอบข้าราชการก็ตก สอบรัฐวิสาหกิจก็ไม่ผ่าน ตอนนี้ท่านยื่นคำขาดว่าต้องสอบเข้าแบงก์ให้ได้ ไม่งั้นฉันต้องกลับไปอยู่บ้านนอกแน่..."
เจียงหลินเข้าใจความกดดันของหางจื่อดี
ตอนนี้พวกเขาอยู่ปีสี่ เดือนพฤษภาคมแล้ว อีกสองอาทิตย์หลังจากถ่ายรูปจบและรับปริญญา ทุกคนก็ต้องแยกย้ายกันไปตามทาง
คนที่สอบต่อปริญญาโทก็ไปเรียนต่อ คนที่สอบราชการได้ก็ไปทำราชการ ส่วนคนทำงานบริษัทก็ได้งานกันหมดแล้ว พอถึงเดือนพฤษภาคม ทุกอย่างก็เริ่มลงตัว ใครที่ยังเคว้งอยู่ตอนนี้ถือว่าเริ่มช้าไปหน่อยแล้ว
"งั้นนายรีบกลับไปอ่านหนังสือเถอะ หมอบอกว่าพรุ่งนี้ฉันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ฉันสั่งข้าวมากินเองได้ ไม่ต้องห่วง"
หางจื่อลังเลเล็กน้อย "เรื่องหนิงเสวี่ย นายก็พยายามทำใจให้สบายนะ ผู้หญิงพรรค์นั้นไม่คุ้มให้นายต้องมานั่งเสียใจหรอก"
เจียงหลินเงียบไปครู่หนึ่ง จะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงโกหก แต่เขาไม่อยากดูน่าสมเพชเกินไป
"ฉันไม่เป็นไร"
วันต่อมา เมื่อเจียงหลินออกจากโรงพยาบาล เขาก็กลับเพียงลำพัง
ข้าวของที่หอพักมหาวิทยาลัยถูกย้ายออกไปหมดแล้ว เขาจึงนั่งรถเมล์กลับไปที่ห้องเช่าของตัวเอง
เดิมทีอยู่คนเดียว เขาจะเช่าหอพักเก่า ๆ โทรม ๆ หรือแชร์ห้องกับคนอื่นก็ได้ แต่ตอนนั้นหนิงเสวี่ยบอกว่าอยากอยู่สบายหน่อยตอนเริ่มทำงาน เขาถึงได้ยอมเช่าคอนโดฯ แถวถนนวงแหวนรอบที่สอง แบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น
ราคาค่าเช่าก็ไม่ใช่ถูก ๆ เดือนละ 2,200 หยวน
งานที่เจียงหลินได้ เงินเดือนช่วงทดลองงานอยู่ที่แค่ 5,000 หยวนเท่านั้น
ระหว่างทาง แม่ของเขาโทรมาหา
"ลูก ลูกพี่ลูกน้องบอกแม่เรื่องอาการป่วยของลูกแล้วนะ ไม่สบายทำไมไม่บอกพ่อกับแม่เลย!"
"แม่เพิ่งโอนเงินไปให้ 2,000 หยวน หาของดี ๆ กินบำรุงร่างกายนะลูก"
"แม่เห็นในเฟซบุ๊กหนิงเสวี่ยแล้ว หายดีเมื่อไหร่เดี๋ยวแม่จะแนะนำลูกสาวป้าให้ คนนี้เป็นครู สวยมากเลยนะ!"
เจียงหลินรู้สึกชาหนึบในใจ "แม่ครับ ไม่ต้องห่วง ช่วงนี้ผมยังไม่คิดเรื่องมีแฟน ขอทำงานให้มั่นคงก่อน"
แม่กำชับด้วยความเป็นห่วงอีกหลายประโยคก่อนวางสายไป
"ซู่ ซู่..."
ทัศนียภาพนอกหน้าต่างรถพร่ามัวไปด้วยสายฝน เจียงหลินมองท้องฟ้าด้านนอกที่เริ่มมืดครึ้ม ดูท่าฝนคงจะตกหนักน่าดู
พอถึงป้ายรถเมล์ เจียงหลินก็วิ่งฝ่าฝนกลับห้อง โชคดีที่ที่พักอยู่ใกล้ป้ายรถเมล์มาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเปียกโชกเหมือนลูกหมาตกน้ำ
ทันทีที่เดินเข้าล็อบบี้ เขาก็สวนกับหนิงเสวี่ยที่กำลังเดินออกมาพอดี
หลิวเซี่ย เพื่อนสนิทของเธอกำลังช่วยถือของพะรุงพะรัง
"อย่าเข้าใจผิดนะ!" หลิวเซี่ยรีบเอาตัวมาบังหนิงเสวี่ยไว้ มองสภาพอันน่าสมเพชของเจียงหลินด้วยแววตาดูถูก "เสี่ยวเสวี่ยไม่ได้มาเยี่ยมนายเพราะเห็นว่านายเมาจนเข้าโรงพยาบาลหรอกนะ!"
"แค่ยังมีเอกสารบางอย่างอยู่ที่ห้องนาย เธอเลยต้องมาเอาคืนก็เท่านั้น"
"จะบอกให้เอาบุญนะ ตั้งแต่วันนี้ไป เสี่ยวเสวี่ยจะย้ายไปอยู่กับท่านประธานซ่งที่คอนโดหรูวิวทะเลสาบในโครงการปี้สุ่ยหยวน!"
"ห้องรูหนูของนาย มันเล็กเกินไป เก็บเสื้อผ้าแบรนด์เนมของเสี่ยวเสวี่ยไม่พอหรอก!"
สีหน้าของเจียงหลินเย็นชา "เอาของแล้วก็ไปซะ อย่ามาเสียเวลาฉันตรงนี้"
"นี่แก!" หลิวเซี่ยทำท่าจะโกรธ แต่แล้วก็แสยะยิ้ม "อ้อ ที่แท้ก็ของขึ้น น่าสมเพชจริง ๆ เมาจนต้องหามส่งโรงพยาบาล ตัดใจจากเสี่ยวเสวี่ยไม่ได้ล่ะสิ แต่มันช่วยไม่ได้หรอกนะ คนเรามันคนละชั้นกันแล้ว... หัดยอมรับความจริงซะบ้าง!"
หนิงเสวี่ยหลบอยู่หลังหลิวเซี่ย สีหน้าดูซับซ้อน แต่แววตาก็ฉายความรังเกียจออกมาเช่นกัน
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเจียงหลินถึงยังตามตอแยไม่เลิก คราวที่แล้วเธอก็พูดชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ?
เจียงหลินจามออกมาฮัดชิ้วใหญ่ ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับพวกเธอ จึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง
เสียงของหลิวเซี่ยยังดังไล่หลังมา "เสี่ยวเสวี่ย ฝากขอบคุณท่านประธานซ่งด้วยนะ งานดี ๆ สมัยนี้หายากจริง ๆ ต้องขอบใจเธอมากนะเพื่อนรักที่ช่วยฝากงานให้ฉัน!"
เจียงหลินไม่ได้สนใจฟัง เขาเดินเข้าลิฟต์และตรงกลับไปที่หน้าห้องพักของตัวเอง
แต่ไกล ๆ นั้น เขาเห็นตุ๊กตาเด็กน้อยหน้าตาน่ารักสองคนนั่งจุ้มปุ๊กขนาบข้างประตูห้องของเขา ราวกับเด็กสมบูรณ์ในภาพวาดมงคลวันตรุษจีน
ทันทีที่ถังถังเห็นเจียงหลิน เธอก็ทำหน้าเบะปากเหมือนโดนรังแก "แด๊ดดี้! หม่ามี้ไม่เอาพวกเราแล้ว พวกเราโดนไล่ออกจากบ้าน! ข้างนอกฝนตกหนักมาก ถังถังหนาวจะตายอยู่แล้ว แด๊ดดี้รับพวกเราเข้าไปหน่อยนะค้า~"
เจียงหลินสะดุดกึก "อย่ามาเรียกมั่วซั่วสิ เดี๋ยวฉันก็โดนตำรวจจับหรอก"
ถังถังหันขวับไปหาพี่ชาย "พี่คะ รีบพูดสิ!"
เด็กชายตัวน้อยเก๊กขรึมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก "ผมชื่อโต้วโต้ว ตั้งแต่วันนี้ไป เราจะมาอยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง ถ้าคุณเป็นพ่อที่ใช้ได้ ผมจะยกโทษให้เรื่องที่คุณทิ้งผมไปตั้งหลายปี!"
ทำไมเจียงหลินถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ ว่านี่มันคือหลุมพรางที่รอให้เขาตกลงไปชัด ๆ?