- หน้าแรก
- ฉันแค่จะถอนหมั้น ทำไมถึงได้ฮาเร็ม
- บทที่ 48 อู๋เมิ่งเฟยร้องขอความช่วยเหลือ
บทที่ 48 อู๋เมิ่งเฟยร้องขอความช่วยเหลือ
บทที่ 48 อู๋เมิ่งเฟยร้องขอความช่วยเหลือ
"ประจำเดือนฉันมาค่ะ"
เซี่ยอวี่ชิงพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง "วันนี้คงร่วมหอกับคุณไม่ได้แล้วล่ะ"
"ประจำเดือนของเธอมาขวางพวกเราได้ด้วยเหรอ?"
สวี่มู่พูดเสียงเย็น "เธออยู่ที่ไหน? ฉันจะไปอัดเธอให้ฟันร่วงหมดปากเดี๋ยวนี้แหละ"
เอ่อ!
เซี่ยอวี่ชิงถึงกับหน้าเหวอ มีเส้นดำพาดผ่านหน้าทันที
เธอต้องอดทนอธิบายว่า "มันคือรอบเดือนน่ะค่ะ"
"เวลานี้ทำเรื่องอย่างว่าไม่ได้แล้ว"
สวี่มู่เพียงแค่ปรายตามองแวบเดียว ก็ยืนยันได้ว่าสิ่งที่เซี่ยอวี่ชิงพูดเป็นความจริง
เธอมีรอบเดือนมาจริงๆ
คิ้วของเขาขมวดมุ่นเข้าหากันทันที "รู้ว่าตัวเองจะมา ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้? ปล่อยให้ฉันดีใจเก้ออยู่ได้"
"ฉันไม่รู้นี่นา"
เซี่ยอวี่ชิงพูดอย่างน้อยใจ "ปกติรอบเดือนของฉันมาตรงเวลาตลอด ตามกำหนดการแล้วอย่างน้อยก็ต้องอีกหนึ่งสัปดาห์นู่น"
"ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ มันจะเลื่อนมาเร็วขนาดนี้ล่ะ?"
"ดื่มเหล้า เสียใจ อัดอั้นตันใจ กังวล ตื่นเต้น แล้วก็ตกใจ"
สวี่มู่พูดด้วยท่าทางจริงจัง "อารมณ์พวกนี้ปนเปกันไปหมด ถ้าไม่มาเร็วสิแปลก"
"แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะเขียนใบสั่งยาให้ เอาไปบำรุงร่างกายเสียหน่อย เดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติแล้ว"
"พรืด!"
เซี่ยอวี่ชิงหลุดขำออกมากับท่าทางจริงจังเกินเหตุของเขา
เธอถามยิ้มๆ ว่า "นายไม่โกรธเหรอ?"
"โกรธเรื่องอะไร?" สวี่มู่ถามกลับ
"ก็ที่ไม่ได้เข้าหอยังไงล่ะ"
เซี่ยอวี่ชิงกะพริบตาปริบๆ แล้วพูดอย่างเขินอายว่า "เมื่อกี้ฉันเห็นนายพุ่งเข้ามาเหมือนหมาป่าหิวโซ แต่ตอนนี้จู่ๆ ก็สงบเสงี่ยมลงทันควัน ฉันกลัวว่านายจะ..."
"สวี่มู่ หรือจะให้ฉันพานายไปย่านโคมแดงดีล่ะ?"
"ย่านโคมแดง?"
สวี่มู่ชะงักไปอีกครั้ง "มันคือที่ไหน เอาไว้ทำอะไรเหรอ?"
เอ่อ!
เซี่ยอวี่ชิงมองสวี่มู่ราวกับมองตัวประหลาด
นี่เขาไม่รู้จักแม้กระทั่งย่านโคมแดงจริงๆ เหรอเนี่ย ยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า?
แต่พอคิดอีกที เซี่ยอวี่ชิงกลับรู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ
ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าสวี่มู่นี่ใสซื่อบริสุทธิ์จนแทบจะคั้นออกมาเป็นน้ำได้เลยนะเนี่ย
เธอได้ของดีเข้าให้แล้วสิ
หลังจากนิ่งคิดครู่หนึ่ง เซี่ยอวี่ชิงรู้สึกว่าไม่ควรจะไปทำลายความใสซื่อของผู้ชายคนนี้
เธอยิ้มส่ายหน้าแล้วบอกว่า "ไม่มีอะไรค่ะ"
"ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
พูดจบ เซี่ยอวี่ชิงก็หน้าแดงวิ่งหนีไปทันที
เมื่อเห็นท่าทางวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตของเธอ ใบหน้าของสวี่มู่ก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา
ยัยเด็กคนนี้ ดันเขินซะได้
ในเมื่อเข้าหอไม่ได้ สวี่มู่จึงตั้งใจจะนั่งสมาธิเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังต่อไป
แต่เพิ่งจะนั่งขัดสมาธิลงได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เป็นอู๋เมิ่งเฟยที่โทรมา
สวี่มู่กดรับสาย และได้ยินเสียงอันร้อนรนของเธอ "คุณอยู่ที่ไหน?"
"รีบมาที่ยาเฟยกรุ๊ปเดี๋ยวนี้เลย พี่จิ้งหยาเกิดเรื่องแล้ว!"
เพียะ!
ยังไม่ทันที่สวี่มู่จะได้ตอบอะไร ก็ได้ยินเสียงคนโดนตบหน้าอย่างแรง
"อ๊าย!"
อู๋เมิ่งเฟยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ตามมาด้วยเสียงแค่นหัวเราะเย็นชาของผู้ชายคนหนึ่ง
"แม่มรึงเถอะ ยังกล้าโทรศัพท์อีกเหรอ คิดจะเรียกคนมาช่วยหรือไง?"
"ด้วยขนาดของตระกูลอู๋อย่างพวกแก จะไปเรียกใครมาช่วยได้? ต่อให้ตาแก่โอกังคังมายืนอยู่ตรงนี้ เขาก็ไม่กล้าหือหรอก"
"แต่ว่ายัยหนูนี่หน้าตาใช้ได้เลยนะ มาเถอะ พวกเราอย่าเอาแต่ดูละครกันเลย มาลองเล่นละครด้วยกันดีกว่า"
"อย่าแตะต้องฉันนะ! อย่ามาโดนตัวฉัน!"
อู๋เมิ่งเฟยแผดเสียงตะโกน
เคร้ง!
น่าจะเป็นเสียงโทรศัพท์ร่วงลงพื้น จากนั้นสัญญาณก็ตัดไป
น้าเซี่ยจิ้งหยาเกิดเรื่อง สวี่มู่ไม่รอช้า เขารีบลุกขึ้นจากไปทันทีโดยไม่ได้บอกกล่าวเซี่ยอวี่ชิงเลยสักคำ
จากที่นี่ไปยาเฟยกรุ๊ปอยู่ไม่ไกลนัก
สวี่มู่ใช้ท่าเท้าเมฆาเลือนพุ่งทะยานออกไป ร่างของเขาเคลื่อนที่รวดเร็วปานภูตผี หายวับไปในความมืดทันที
ไม่ถึงห้านาที เขาก็มาถึงหน้าบริษัทยาเฟยกรุ๊ป
ที่นั่นมีบอดี้การ์ดในชุดรัดรูปสีดำยืนคุมอยู่สองแถว
สวี่มู่ไม่ได้สนใจพวกมัน เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปข้างในทันที
"ไอ้หนู มรึงจะทำอะไรวะ?"
บอดี้การ์ดคนหนึ่งก้าวออกมาขวางทางเขาไว้ พร้อมพูดเสียงเย็น "ที่นี่ถูกปิดล้อมห้ามเข้า ถ้าไม่มีธุระก็รีบไสหัวไปซะ"
ปัง!
สิ้นเสียงนั้น สวี่มู่ก็ลงมือทันที
เขาเตะเข้าที่หน้าอกของมันทีเดียวจนร่างกระเด็นหายไป
"เชี่ย! กล้าลงมือกับคนของตระกูลหลี่เหรอ มรึงรนหาที่ตายแล้ว"
คนรอบข้างเห็นดังนั้นก็ตะโกนด่าลั่น "พวกเรา ลุย! จัดการหักขามันซะ"
บอดี้การ์ดสิบกว่าคนชักอาวุธออกมาจากเอวทันที มีทั้งท่อเหล็ก กระบองดิ้ว และมีดที่ส่องประกายวาววับ
ทุกคนพุ่งเข้าใส่สวี่มู่พร้อมกัน
ทว่าพวกมันพุ่งเข้าไปเร็วเท่าไหร่ ก็กระเด็นกลับมาเร็วเท่านั้น
เห็นเพียงสวี่มู่ออกเท้าเตะเบาๆ ไม่กี่ที ก็ส่งพวกมันลอยละลิ่วไปคนละทิศละทาง
ปัง ปัง ปัง!
คนสิบกว่าคนร่วงลงไปกองกับพื้น สลบเหมือดไปตามๆ กัน
สวี่มู่ไม่ได้แม้แต่จะชายตามองพวกมัน เขาพุ่งตรงขึ้นไปยังชั้นบนทันที
...
ที่ชั้นบน ภายในห้องทำงานประธาน
ชายชราในชุดยาวสีเทานั่งจิบชาอยู่อย่างสบายอารมณ์บนโซฟา
เซี่ยจิ้งหยานั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง สีหน้าของเธอย่ำแย่อย่างถึงที่สุด
ข้างหลังของเธอมีบอดี้การ์ดในชุดรัดรูปสีดำยืนคุมอยู่สองคน ในมือถืออาวุธครบมือ ดูแล้วไม่ใช่พวกที่จะคุยด้วยดีๆ ได้แน่นอน
ถัดไปคืออู๋เมิ่งเฟย
เธอนอนฟุบอยู่ที่พื้น มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมา
บนใบหน้ามีรอยนิ้วมือห้านิ้วแดงชัดจนบวมเป่ง
ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าสวยงามเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเท้า
เธอกำลังจ้องมองบอดี้การ์ดชุดดำตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง
"จ้องอะไรนักหนาวะ?"
บอดี้การ์ดคนนั้นพูดอย่างดูแคลน "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณอาคนรองห้ามไว้ ป่านนี้กูแก้ผ้าอาภรณ์มรึงจนล่อนจ้อนไปนานแล้ว"
"อาเปียว"
ชายชราที่นั่งอยู่บนโซฟาวางถ้วยชาลง แล้วตวาดเสียงเข้ม "พวกเราคือคนของตระกูลหลี่ อย่าเอาวิธีการต่ำๆ ของพวกสิบแปดมงกุฎในยุทธจักรมาใช้"
"อีกอย่าง วันนี้เป้าหมายหลักของเราคือการตามหาตัวคน อย่าหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น"
"คุณอาครับ ถ้าไม่สั่งสอนพวกมันให้หนักๆ พวกมันก็ไม่ยอมเชื่อฟังหรอกครับ"
บอดี้การ์ดที่ชื่ออาเปียวขมวดคิ้วพูด "ดูตอนนี้สิ ว่านอนสอนง่ายขึ้นตั้งเยอะ"
"เซี่ยจิ้งหยา เวลาห้านาทีหมดลงแล้ว ถ้าเธอยังไม่ยอมบอกที่ซ่อนของสวี่มู่ล่ะก็ ฉันจะจัดการอู๋เมิ่งเฟยตรงนี้แหละ"
"แกกล้าเหรอ!"
เซี่ยจิ้งหยาพูดเสียงเย็น
"ฮ่าๆๆ"
อาเปียวหัวเราะลั่น "ฉันไม่กล้างั้นเหรอ?"
"เซี่ยจิ้งหยา เธอคงยังไม่เห็นความจริงสินะ"
"ล่วงเกินนายน้อยหลี่เข้าให้แล้ว เธอคิดว่าตระกูลเซี่ยจะช่วยเธอเหรอ?"
"แล้วถามจริงๆ เถอะ ต่อหน้าตระกูลหลี่ ตระกูลเซี่ยของเธอมีความกล้าพอจะลงมือเชียวเหรอ?"
"วันนี้ฉันจะจัดการอู๋เมิ่งเฟยให้ดูต่อหน้าต่อตาเธอเลย มาดูกันว่าอู๋เมิ่งเฟยกับสวี่มู่ ใครจะสำคัญในใจเธอมากกว่ากัน"
เซี่ยจิ้งหยาทำได้เพียงหันไปขอความเมตตาจากหลี่กวงฮุย
"คุณอาหลี่คะ ท่านจะปล่อยให้ลูกน้องทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้จริงๆ เหรอ?"
"ไม่กลัวว่าตำรวจจะตามมาหาเรื่องจนทำให้ตระกูลหลี่ต้องเดือดร้อนหรือไงคะ?"
"ประธานเซี่ยครับ ผมก็อยากจะช่วยนะ"
หลี่กวงฮุยแบมือออกอย่างจนใจ "แต่ภารกิจที่ผมได้รับมาคือต้องหาตัวสวี่มู่ให้เจอ ถ้าหาไม่เจอ นายน้อยหลี่คงถลกหนังพวกผมแน่"
"ในเมื่อคุณไม่ยอมร่วมมือแบบนี้ ลูกน้องของผมจะใช้วิธีที่รุนแรงบ้างมันก็เป็นเรื่องปกติ"
"และถ้าคุณยังยืนกรานจะไม่พูด พวกเขาก็คงต้องลงไม้ลงมือกับคุณด้วย รวมถึงผมด้วยเช่นกัน"
"แต่ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ!"
เซี่ยจิ้งหยาพูดอย่างอัดอั้น "ฉันแค่บังเอิญเจอสวี่มู่โบกรถกลางทาง เลยรับเขาติดรถมาส่งที่เมืองเจียงเฉิงเท่านั้น พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันเลย และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน!"
"เหอะ ถ้าไม่มีความสัมพันธ์กัน แล้วทำไมเขาถึงเรียกคุณว่าน้าล่ะ?"
หลี่กวงฮุยไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด
"นั่นมันเป็นธรรมเนียมบ้านนอกของเขาค่ะ เจอผู้หญิงที่อายุมากกว่าเขาก็เรียกน้าไปหมดทุกคนแหละ"
เซี่ยจิ้งหยาพยายามแถ
"เซี่ยจิ้งหยา ความอดทนของฉันมีจำกัด"
สีหน้าของหลี่กวงฮุยเริ่มมืดมนลง เขาพูดเสียงเย็น "จะให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังไม่ยอมพูด ฉันไม่รับประกันนะว่าลูกน้องพวกนี้จะทำอะไรลงไปบ้าง"
เซี่ยจิ้งหยากำลังจะอ้าปากพูด แต่อู๋เมิ่งเฟยกลับชิงพูดขึ้นมาก่อนด้วยความร้อนรน "พี่จิ้งหยาคะ เพื่อคนที่ไม่เกี่ยวข้องกันคนเดียว จะมายอมแลกด้วยพวกเราสองคนทำไมล่ะ?"
"พี่ก็แค่บอกพวกเขาไปว่าสวี่มู่อยู่ที่ไหนก็จบแล้ว"
"ทำไมมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ?"
"หรือพี่อยากจะเห็นยาเฟยกรุ๊ปที่พี่สร้างมากับมือต้องพังพินาศไปต่อหน้าต่อตากันแน่?"
"ฉัน..."
เซี่ยจิ้งหยากัดริมฝีปากแน่น ในใจเต็มไปด้วยความสับสน
แต่เธอก็ทำไม่ได้
สวี่มู่ช่วยชีวิตเธอไว้ถึงสองครั้ง เธอจะทำเรื่องเนรคุณแบบนั้นได้ยังไง
เซี่ยจิ้งหยาส่ายหน้าแล้วหลับตาลง
เธอยอมรับชะตากรรมแล้ว
ต่อให้ต้องทนทุกข์แค่ไหน เธอก็ไม่คิดจะบอกที่อยู่ของสวี่มู่ออกไปเด็ดขาด
เคร้ง!
เห็นดังนั้น หลี่กวงฮุยก็ทุ่มถ้วยชาลงพื้นอย่างแรง พร้อมตะคอกออกมาด้วยความโกรธ "ในเมื่อพวกเธอชอบวิธีรุนแรง ฉันก็คงต้องจัดให้แล้วล่ะ"
"อาเปียว ลงมือ!"
อาเปียวคว้าหมับเข้าที่เส้นผมของอู๋เมิ่งเฟย เตรียมจะลงมือทันที
อู๋เมิ่งเฟยตกใจจนหน้าถอดสี ร้องตะโกนสุดเสียง "ช่วยด้วย! สวี่มู่! รีบมาช่วยฉันที!"
"เฮ้อ!"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงถอนหายใจดังมาจากหน้าประตู
ตามมาด้วยบานประตูที่ถูกผลักออก
สวี่มู่เดินทอดน่องเข้ามาข้างใน
ความเร็วของเขานั้นรวดเร็วปานสายฟ้า เพียงชั่วพริบตาก็มาถึงข้างกายอู๋เมิ่งเฟย
เขาเงื้อมมือขึ้นคว้าเข้าที่คอของอาเปียว
จากนั้นก็สะบัดมือเพียงครั้งเดียว เหวี่ยงร่างยักษ์ที่หนักเกือบหนึ่งร้อยจินกระเด็นออกไปนอกประตู
ปัง!
อาเปียวกระแทกพื้นอย่างแรงก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต
แล้วคอพับสลบเหมือดไปทันที
อู๋เมิ่งเฟยพอเห็นสวี่มู่ เธอก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาในทันที
น้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตก สองมือน้อยๆ ทุบเข้าที่แผงอกของสวี่มู่รัวๆ
เธอตัดพ้อปนสะอื้นว่า "ไอ้บ้า ทำไมเพิ่งจะมาเอาป่านนี้ ทำไมมาช้าแบบนี้..."
(จบบท)