เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 สายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด

บทที่ 15 สายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด

บทที่ 15 สายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด


อาหารมื้อนี้อุดมสมบูรณ์มาก สวี่มู่กินอย่างอิ่มหนำสำราญใจ

แต่กลับทำให้จั๋วเกว๋อหาวและจั๋วอิงนั่งมองตาค้าง

นี่มันจะกินจุเกินไปแล้ว

อาหารเต็มโต๊ะ ทั้งหมดตั้งสิบแปดอย่าง

พวกเขาสองคนแทบไม่ได้ขยับตะเกียบเลย ทุกอย่างถูกสวี่มู่ฟาดเรียบจนเกลี้ยง

ต่อให้เป็นหมูตัวหนึ่ง ก็คงกินไม่เยอะขนาดนี้มั้ง

เอิ๊ก!

สวี่มู่เรอออกมาคำโตพลางลูบท้องที่พองกลมแล้วยิ้ม "ในเมืองนี่สบายจริงๆ นะเนี่ย แม้แต่อาหารก็ยังอร่อยขนาดนี้"

"ถ้าได้กินมื้อใหญ่แบบนี้ทุกวันก็คงดี"

จั๋วเกว๋อหาวไม่ได้ตอบอะไร

เรื่องนี้มันตอบไม่ถูกจริงๆ

อาหารมื้อเดียวล่อไปเกือบสี่หมื่นหยวน นี่ขนาดนังไม่ได้สั่งเหล้ายาปลาปิ้งนะ

ถ้าวันหนึ่งกินสามมื้อ ก็เท่ากับแสนกว่าหยวนน่ะสิ

ต่อให้มีสมบัติพัสถานมหาศาลแค่ไหน ก็คงล่มจมเพราะการกินแบบนี้แน่ๆ

อย่างน้อยตระกูลจั๋วของเขาก็เลี้ยง 'หมู' ตัวนี้ไม่ไหว

"จริงด้วย พี่จั๋ว พี่พอจะรู้จักงานที่ได้เงินเดือนสูงๆ บ้างไหมครับ?"

พอกินอิ่ม สวี่มู่ก็นึกถึงปัญหาสำคัญขึ้นมาได้ทันที

เขาไม่มีที่ซุกหัวนอน

จะให้ไปนอนใต้สะพานลอยก็คงไม่ไหว

ดังนั้นเขาต้องหางานทำก่อน ทางที่ดีคือต้องเป็นงานที่มีที่พักและอาหารเลี้ยงด้วย

"เงินเดือนสูงเหรอ? จะเอาสูงแค่ไหนล่ะ?"

จั๋วเกว๋อหาวถามไปตามสัญชาตญาณ

สวี่มู่นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "เมื่อเที่ยงผมกินไปมื้อหนึ่งเสียไปสองหมื่นกว่าหยวนถึงจะพออิ่ม ถ้ายึดตามมาตรฐานนี้ กินสามมื้อต่อวันให้อิ่ม อย่างต่ำก็ต้องได้สักหกหมื่นหยวน"

"แล้วถ้ามีที่พักด้วยก็ยิ่งดี เพราะผมเพิ่งมาถึงเมืองเจียงเฉิง ยังไม่มีที่นอนเลย"

เอ่อ!

จั๋วเกว๋อหาวถึงกับอึ้งไปเลย

วันละหกหมื่น เดือนหนึ่งก็เกือบสองล้าน ปีหนึ่งล่อไปหลายสิบล้าน... ให้ตายเถอะ รายได้สุทธิของตระกูลจั๋วทั้งปีรวมกันยังได้ไม่เยอะขนาดนี้เลย

จั๋วอิงเองก็มองสวี่มู่ด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า

หากไม่เห็นว่าอีกฝ่ายมีวิชาแพทย์สูงส่งพอจะรักษาอาการป่วยของนางได้ล่ะก็ ป่านนี้นางคงไล่เขาไปพ้นหน้าแล้ว

บังอาจกล้าให้พ่อของนางแนะนำงานที่ได้เงินวันละหกหมื่น

ถ้ามีงานที่รายได้ดีขนาดนั้นจริงๆ นางคงจะแย่งชิงเข้าไปทำเองแล้ว จะเหลือมาถึงสวี่มู่ได้ยังไง

"มีปัญหาอะไรเหรอครับ?"

เมื่อเห็นทั้งสองคนเงียบไป สวี่มู่จึงถามด้วยความสงสัย

"มีสิ ปัญหาใหญเลยล่ะ"

จั๋วเกว๋อหาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่งสอน "ในเมืองเจียงเฉิง พนักงานออฟฟิศทั่วไปได้เงินเดือนแค่สี่พันหยวนเท่านั้นแหละ"

"ถ้าดีหน่อยก็อาจจะได้สักหมื่นหยวน"

"แต่ไอ้ประเภทวันละหกหมื่นเนี่ย น้าหาให้ไม่ได้จริงๆ"

"เอ๊ะ ไม่ใช่สิ"

สวี่มู่ขมวดคิ้ว "เงินในเมืองเจียงเฉิงมันหายากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"

"แต่ผมเพิ่งมาวันนี้ วันเดียวยังไม่ทันจะจบเลย ผมก็หาได้ตั้งล้านกว่าหยวนแล้วนะ"

"เธอหาเงินยังไงน่ะ?"

จั๋วเกว๋อหาวเริ่มสนใจขึ้นมา

จั๋วอิงเองก็หูผึ่ง ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ

"เมื่อเช้าผมปล้นพวกหม่าซานมา ได้มาสองพันกว่าหยวน"

สวี่มู่เล่า "ตอนเที่ยงรักษาคนไข้ไปคนหนึ่ง ได้มาหนึ่งล้านหยวน"

"เมื่อกี้ที่สวนตัวเป่า รักษาแม่ของหลี่เก็นเซิง ได้มาอีกแสนหนึ่ง รวมๆ แล้วก็ล้านกว่าหยวนพอดีไงครับ"

จั๋วเกว๋อหาวพูดไม่ออกไปพักใหญ่

ความเร็วในการหาเงินแบบนี้มันพอๆ กับบริษัทที่มีพนักงานเป็นพันคนเลยนะนั่น

ทว่าจั๋วอิงกลับตาเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย แล้วพูดว่า "คุณหมอสวี่ ในเมื่อวิชาแพทย์ของคุณเก่งกาจขนาดนี้ แถมยังหาเงินได้เยอะขนาดนั้น ทำไมคุณไม่เปิดคลินิกเองเลยล่ะคะ?"

"ไม่ต้องไปโฆษณาที่ไหนเลย ขอแค่ฝีมือการรักษาของคุณยอดเยี่ยมจริง คนไข้ก็จะบอกต่อกันปากต่อปากเอง คลินิกของคุณคนต้องแน่นขนัดแน่นอน"

"ถึงตอนนั้น คุณอยากจะหาเงินได้เท่าไหร่ มันก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะค่ะ"

"มันก็จริงอย่างที่เจ้าว่านะ แต่การเปิดคลินิกมันเสียเวลาเกินไป"

สวี่มู่ส่ายหน้า "ผมมาเมืองเจียงเฉิงเพื่อจะมาถอนหมั้น ถอนหมั้นเสร็จผมก็จะไปที่อื่นต่อ ไม่มีเวลามาวุ่นวายเรื่องเปิดคลินิกหรอก"

"ถ้าอย่างนั้นคุณก็หาที่พักก่อน แล้วให้พ่อของฉันแนะนำคนไข้ให้สิคะ"

จั๋วอิงเสนอแนะ "ถึงพ่อของฉันจะไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไร แต่ในเมืองเจียงเฉิงก็นับว่ามีหน้ามีตาพอสมควร รู้จักกับพวกคนรวยๆ เยอะแยะ"

"แล้วพวกคนรวยพวกนั้นพอก็เริ่มมีอายุ ร่างกายก็มักจะมีโรคประจำตัวกันทั้งนั้น"

"คุณก็ไปรักษาพวกเขา เก็บค่ารักษานิดหน่อย ก็น่าจะพอจ่ายค่ากินค่าอยู่ประจำวันได้แบบไม่มีปัญหาแล้วล่ะ"

"แล้วผมจะไปนอนที่ไหนล่ะครับ?"

สวี่มู่ถาม

"ก็นอนที่บ้านอิงอิงไง"

จั๋วเกว๋อหาวโพล่งออกมาทันที ทำเอาจั๋วอิงหน้าแดงซ่าน

นางรีบแย้งเสียงเบา "พ่อคะ ห้องของหนูมันเป็นแค่ห้องเล็กๆ นะ พ่อจะให้ผู้ชายมานอนด้วยกันได้ยังไง มันไม่สะดวกเลยนะคะ"

"มันจะเป็นอะไรไปล่ะ"

จั๋วเกว๋อหาวพูดอย่างใจป้ำ "เขาเป็นหมอ ในสายตาหมอน่ะไม่มีคำว่าชายหรือหญิงหรอก"

"อีกอย่าง ตอนนี้แกคือคนไข้ของเขา ถ้าพวกแกอยู่ด้วยกัน เกิดอาการป่วยกำเริบขึ้นมา คุณหมอสวี่จะได้รักษาให้แกได้ทันท่วงทียังไงล่ะ"

จั๋วอิงยังอยากจะเถียงต่อ แต่ก็ถูกจั๋วเกว๋อหาวสรุปจบเรื่องทันที

"ไม่ต้องพูดแล้ว ตกลงตามนี้แหละ"

"ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว จะปล่อยให้คุณหมอสวี่ไปนอนข้างถนนได้ยังไง"

"ไป เดี๋ยวพ่อขับรถไปส่งพวกแกที่บ้านเอง"

เขาเป็นคนกว้างขวาง คบหาสมาคมไปทั่ว มองคนไม่เคยพลาด

สวี่มู่คนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นยอดฝีมือที่เพิ่งลงมาจากเขา ไม่เพียงแต่มีฝีมือแข็งแกร่ง วิชาแพทย์ยังล้ำเลิศ ที่สำคัญคือเป็นพ่อหนุ่มหน้ามนที่ยังไม่ประสีประสาต่อโลก

นี่มันคือหุ้นที่รอวันพุ่งทะยานชัดๆ

การให้เขาไปอยู่กับลูกสาว ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดสปาร์กจนกลายเป็นความรักขึ้นมาก็ได้

ถึงตอนนั้น ตระกูลจั๋วของเขาต้องก้าวหน้าขึ้นไปอีกระดับแน่นอน

หรือต่อให้ทั้งสองคนจะบริสุทธิ์ใจต่อกัน แต่ด้วยความช่วยเหลือที่เขามอบให้สวี่มู่ในตอนนี้ เมื่อวันหนึ่งสวี่มู่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา แค่เขาออกปากช่วยเหลือตระกูลจั๋วนิดหน่อย ก็เพียงพอให้ตระกูลเขากินอยู่อย่างสบายไปนานแล้ว

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ในย่ามของสวี่มู่ก็ดังขึ้น

ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเป็นโทรศัพท์ที่เขาปล้นมาจากหม่าซานต่างหากที่ดัง

สวี่มู่ยังไม่ทันรู้สึกตัว จนกระทั่งจั๋วเกว๋อหาวเตือนให้เขารับสาย เขาถึงเพิ่งจะรู้

เขาหยิบออกมาดู หน้าจอโชว์ชื่อ 'ลูกพี่ฉู่'

สวี่มู่ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาสไลด์หน้าจอรับสายทันที

จากนั้น ปลายสายก็คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว

"ไอ้หม่าซาน มัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหนวะ? ไม่รู้หรือไงว่าคืนนี้คุณชายหลี่จะจัดการเซี่ยจิ้งหยาแล้ว"

"รีบไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้ พาคนไปเฝ้าที่โรงแรมอวิ๋นเถิงให้ดี ถ้าเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นแม้แต่นิดเดียว กูจะสับมึงส่งไปให้หมากิน!"

เพียะ!

ด่าเสร็จ ฝ่ายนั้นก็กดตัดสายทิ้งไปทันที

สวี่มู่อึ้งไปครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ เขาจึงรีบถามจั๋วเกว๋อหาวทันที "พี่จั๋ว คุณชายหลี่นี่คือใครครับ?"

"คุณหมอสวี่ครับ ลูกพี่ฉู่กับหม่าซานเป็นพวกคนในเงามืด เรื่องของพวกเขาเราอย่าไปยุ่งเลยดีกว่าครับ รีบกลับบ้านกันเถอะ"

จั๋วเกว๋อหาวรีบห้ามปราม

เขาคิดว่าสวี่มู่คิดว่าตัวเองคือหม่าซานจริงๆ เลยอยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน

"แต่เซี่ยจิ้งหยาคือน้าสาวของผมนะครับ!"

สวี่มู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงโกรธจัด "ถ้าผมไม่รู้เรื่องนี้ก็ว่าไปอย่าง แต่ในเมื่อรู้แล้วว่าน้าสาวของผมกำลังถูกคุกคามอยู่ที่นี่ ผมจะนิ่งดูดายได้ยังไง"

"คุณหมอสวี่คะ ตอนที่เราขึ้นมาเมื่อกี้ ฉันเห็นคุณชายหลี่เดินเข้าไปในห้องวีไอพีข้างๆ นี่เอง เดี๋ยวฉันจะพาคุณไปหาเขาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"

ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน จั๋วอิงเกลียดที่สุดคือพวกคุณชายเสเพลที่ใช้ความรวยมารังแกผู้หญิงบริสุทธิ์

ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ถูกรังแกยังเป็นน้าสาวของสวี่มู่อีก จั๋วอิงยิ่งทนไม่ได้

"อิงอิง แกรู้ไหมว่าคุณชายหลี่คือใคร?"

จั๋วเกว๋อหาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงขมขื่น "นั่นคือคุณชายเล็กของตระกูลหลี่เชียวนะ ตระกูลหลี่แห่งเมืองเจียงเฉิง ไม่ใช่ใครที่ไหนจะไปล่วงเกินได้ง่ายๆ หรอก"

"พ่อคะ พ่อเองก็มีเรื่องที่กลัวด้วยเหรอ?"

จั๋วอิงแค่นหัวเราะ "ปกติพ่อพร่ำสอนหนูเสมอว่าเห็นคนเดือดร้อนต้องยื่นมือเข้าช่วย แล้วทำไมตอนนี้พ่อถึงได้ขี้ขลาดแบบนี้ล่ะคะ?"

"พ่อ... คือ..."

จั๋วเกว๋อหาวพูดไม่ออก

การจะยื่นมือเข้าช่วยมันก็ต้องดูสถานการณ์ด้วยนะ ถ้าตระกูลจั๋วไปล่วงเกินตระกูลหลี่เข้า ต่อไปในเมืองเจียงเฉิงคงจะใช้ชีวิตลำบากแน่ๆ

แต่เขาก็ไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าลูกสาว จึงจำต้องฝืนใจพูดว่า "ก็ได้ พ่อจะไปกับพวกแกด้วยสักรอบ"

"คุณชายหลี่คนนี้ก็เคยร่วมโต๊ะอาหารกับพ่ออยู่สองสามครั้ง อย่างน้อยเขาก็น่าจะเห็นแก่หน้าพ่อบ้าง"

"แต่เขาเป็นคนอารมณ์ร้ายนะ ถ้าพ่อไม่อนุญาต พวกแกห้ามเปิดปากพูดเด็ดขาด ทุกอย่างต้องดูสัญญาณจากพ่อ อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่จนไปยั่วโทสะเขาเข้าล่ะ"

สวี่มู่ต้องการแค่ช่วยคน จึงไม่ได้โต้แย้งอะไร

เมื่อจั๋วอิงเห็นพ่อตกลงจะช่วย ความโกรธบนใบหน้าก็หายไปและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแทน

นางรีบเดินนำหน้าพาทั้งสองคนมุ่งตรงไปยังห้องวีไอพีที่คุณชายหลี่อยู่ทันที

ที่หน้าประตูมีชายฉกรรจ์ในชุดดำสองคนยืนคุมอยู่ ในมือถือกระบองยืดหด เตรียมพร้อมตลอดเวลา

"มาทำอะไร?"

หนึ่งในนั้นถามเสียงเย็น

"พวกเรามาพบคุณชายหลี่ครับ"

จั๋วเกว๋อหาวรีบปั้นหน้ายิ้มประจบ พร้อมกับยื่นบุหรี่ให้ แต่ถูกบอดี้การ์ดปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

"มีธุระอะไร?"

"ผมชื่อจั๋วเกว๋อหาวครับ เมื่อวันก่อนตอนที่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับคุณชายหลี่ ได้ยินท่านเปรยว่าชอบสะสมของเก่าและภาพวาด วันนี้ผมบังเอิญได้ภาพวาดของแท้ของถังอวิ๋นมาม้วนหนึ่ง เลยตั้งใจจะเอามามอบให้คุณชายหลี่ รบกวนช่วยเข้าไปแจ้งให้ทราบหน่อยนะครับ"

"รอประเดี๋ยว ฉันจะไปถามคุณชายให้"

อีกฝ่ายมองจั๋วเกว๋อหาวอย่างระแวงก่อนจะเริ่มเคาะประตู

"เคาะหาพระแสงอะไรวะ! ไม่รู้หรือไงว่าข้ากำลังทำธุระสำคัญอยู่ข้างใน? ไสหัวไป!"

เสียงตวาดดังลั่นออกมาจากข้างในห้อง

บอดี้การ์ดตกใจจนหดหัวรีบหันมาถลึงตาใส่จั๋วเกว๋อหาว "คุณชายของพวกเรากำลังทำธุระสำคัญอยู่ พวกแกไสหัวไปเดี๋ยวนี้!"

"อย่าเข้ามานะ... ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"

ขณะที่จั๋วเกว๋อหากำลังลังเลอยู่นั้น เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังแว่วออกมาจากในห้อง

สวี่มู่ได้ยินชัดเจนเต็มสองหู นั่นคือเสียงของเซี่ยจิ้งหยา น้าสาวของเขาจริงๆ!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 15 สายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด

คัดลอกลิงก์แล้ว