- หน้าแรก
- ระบบแก้ไขชาติกำเนิด
- บทที่ 79: องค์หญิงแห่งหย่วนหมิง! นิกายเสวี่ยแห่งแคว้นหานโจว!
บทที่ 79: องค์หญิงแห่งหย่วนหมิง! นิกายเสวี่ยแห่งแคว้นหานโจว!
บทที่ 79: องค์หญิงแห่งหย่วนหมิง! นิกายเสวี่ยแห่งแคว้นหานโจว!
บทที่ 79: องค์หญิงแห่งหย่วนหมิง! นิกายเสวี่ยแห่งแคว้นหานโจว!
"เคยได้ยินชื่อราชวงศ์หย่วนหมิงหรือไม่?" พระสนมซือเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ราชวงศ์หย่วนหมิง?"
ฉู่ฮ่าวและฉู่ซินเหยียนพลันจมดิ่งสู่ภวังค์แห่งความทรงจำ
ในไม่ช้า ฉู่ฮ่าวก็เลิกคิ้วขึ้นพร้อมกล่าวออกไปตามสัญชาตญาณ "เสด็จแม่หมายถึง ราชวงศ์หย่วนหมิงที่ถูกสิบราชวงศ์ใหญ่ร่วมมือกันล้อมปราบจนล่มสลายไปเมื่อห้าร้อยปีก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
พระสนมซือพยักหน้า "ถูกต้อง คือราชวงศ์หย่วนหมิงที่ล่มสลายไปกว่าห้าร้อยปีแล้วนั่นแหละ"
"ในอดีต ท่ามกลางดินแดนร้อยราชวงศ์แห่งนี้ รากฐานและพลังอำนาจของราชวงศ์หย่วนหมิงนั้น สามารถจัดอยู่ในสิบราชวงศ์ใหญ่ได้อย่างสบาย"
"ในช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด บารมีของพวกเขายิ่งใหญ่ดั่งตะวันกลางฟ้า แม้แต่ยอดฝีมือระดับราชันย์ของสิบราชวงศ์ใหญ่ยังต้องเกรงใจอยู่หลายส่วน"
"น่าเสียดายที่จักรพรรดิหย่วนหมิงหยิ่งผยองเกินไป เพราะความทะนงตนจึงไม่เห็นสิบราชวงศ์ใหญ่อยู่ในสายตา ทั้งยังหักหน้าพวกเขาหลายต่อหลายครั้ง สุดท้ายจึงได้พบกับจุดจบอันน่าเศร้าเช่นนี้"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของพระสนมซือ ฉู่ฮ่าวและฉู่ซินเหยียนก็พอจะจำได้ลางๆ พวกเขาเคยอ่านเจอในบันทึกประวัติศาสตร์ว่าราชวงศ์หย่วนหมิงล่มสลายลงก็เพราะความทะนงตนของจักรพรรดิหย่วนหมิง ทำให้ไม่มีพันธมิตร และสุดท้ายก็ถูกสิบราชวงศ์ใหญ่โค่นล้มอย่างง่ายดาย!
"แต่ว่าเสด็จแม่ แล้วหยุนเนี่ยนเหนียงแห่งหอเมฆาหมอก เกี่ยวข้องอะไรกับราชวงศ์หย่วนหมิงด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ฉู่ฮ่าวอดไม่ได้ที่จะถามต่อ
"ตัวตนที่แท้จริงของหยุนเนี่ยนเหนียง ก็คือทายาทผู้รอดชีวิตของราชวงศ์หย่วนหมิง"
"อดีตองค์หญิงแห่งหย่วนหมิง... ซือเนี่ยนอวิ๋น" พระสนมซือกล่าว
"องค์หญิงแห่งหย่วนหมิง!!"
ฉู่ฮ่าวและฉู่ซินเหยียนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ในแววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
พวกเขาไม่คุ้นเคยกับราชวงศ์หย่วนหมิงมากนัก แต่การที่องค์หญิงแห่งหย่วนหมิงจะสามารถหลบหนีจากการไล่ล่าของสิบราชวงศ์ใหญ่แล้วรอดชีวิตมาได้นั้น!
มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น ทายาทผู้สูงศักดิ์ของราชวงศ์หย่วนหมิง กลับมาหลบซ่อนตัวอยู่ในต้าเซี่ยของพวกเขา
และยังยอมเป็นคนของฝ่ายฮองเฮาอีก นี่มันยิ่งทำให้ชวนคิดไม่ตก
"เสด็จแม่ ในเมื่อหยุนเนี่ยนเหนียงเป็นถึงองค์หญิงแห่งหย่วนหมิง แล้วเหตุใดนางถึงเลือกที่จะเป็นคนของฝ่ายฮองเฮาล่ะพ่ะย่ะค่ะ?"
"พลังที่แท้จริงของนาง คงจะแข็งแกร่งกว่าใครๆ ในฝ่ายฮองเฮาเสียอีกใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" ฉู่ฮ่าวเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
ความแข็งแกร่งในอดีตของราชวงศ์หย่วนหมิงนั้น เหนือกว่าราชวงศ์ต้าเซี่ยในปัจจุบันอยู่หลายขุม
และองค์หญิงของราชวงศ์นั้น ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานปานนี้ พลังย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
"ตอนนี้นางน่าจะอยู่ในระดับเทวะสวรรค์เป็นอย่างน้อย และถ้าแม่เดาไม่ผิด บนตัวนางอาจจะมีสมบัติประจำราชวงศ์ของหย่วนหมิงอยู่ด้วย"
"คราวนั้นที่สิบราชวงศ์ใหญ่สังหารหมู่ชาวหย่วนหมิง แต่กลับหาสมบัติประจำราชวงศ์ไม่พบ"
"เป็นไปได้สูงว่ามันจะอยู่ในมือของหยุนเนี่ยนเหนียง" พระสนมซือกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ฉู่ฮ่าวตกตะลึงเล็กน้อย หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม "เสด็จแม่ เช่นนั้นคืนนี้ ท่านจะให้ลูกไปเจรจากับหยุนเนี่ยนเหนียงอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
พระสนมซือตอบ "ง่ายมาก เจ้าแค่บอกจุดประสงค์ของเรากับนางไปตรงๆ หากนางยอมช่วยเรา รอให้ท่านตาของเจ้าเป็นอิสระและฟื้นฟูพลังกลับคืนมาแล้ว จะช่วยนางทำเรื่องหนึ่งเป็นการตอบแทน"
"บุญคุณของอดีตยอดฝีมือระดับราชันย์ขั้นสูงสุด ข้าคิดว่านางคงไม่ปฏิเสธ"
ฉู่ฮ่าวพยักหน้า "พ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่"
"ลูกเข้าใจแล้ว"
………
ยามค่ำคืน ภายในจวนของฉู่หยุน
"องค์ชาย ผู้อาวุโสฟางกับผู้อาวุโสหยางมาขอรับ"
ณ ศาลากลางสวน
ฉู่หยุนและนางมารฟ้ากำลังนั่งจิบชาสนทนากันอยู่ หลัวเฟิงก็เดินเข้ามารายงานอย่างช้าๆ
ทันใดนั้น ฉู่หยุนก็ทอดสายตาออกไป เห็นฟางจื่อหลี่และหยางมู่เชียนเดินเข้ามาประสานมือคารวะ "องค์ชาย"
ฉู่หยุนพยักหน้ารับ "นั่งลงเถอะ"
"ขอบคุณองค์ชาย"
หลังจากทั้งสองนั่งลง ฉู่หยุนจึงเอ่ยปาก "ผู้อาวุโสทั้งสอง ท่านมาหาข้า มีเรื่องอันใดรึ?"
"องค์ชาย รองประมุขนิกายสวรรค์ เหยียนหรูจวิน นำยอดฝีมือของนิกายจำนวนมากมาถึงแคว้นชิงโจวแล้ว อีกทั้งยังล้อมนิกายของพวกข้าไว้ แต่ไม่ลงมือโจมตี" ฟางจื่อหลี่กล่าวด้วยสีหน้ากังวล
ฉู่หยุนวางถ้วยชาลงแล้วกล่าว "ท่านลุงของข้ามิได้ส่งยอดฝีมือระดับจอมปราชญ์จากตระกูลซือไปแล้วมิใช่รึ? สถานการณ์ยังคงเสียเปรียบอยู่อีกหรือ?"
ฟางจื่อหลี่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ "องค์ชาย ขณะนี้ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลซือก็อยู่ในนิกาย แม้จะไม่เกรงกลัวเหยียนหรูจวิน"
"แต่ทางนิกายสวรรค์เอาแต่ใช้กลยุทธ์ล้อมแต่ไม่ตี ท่านบรรพชนของเราจึงกังวลว่า พวกมันอาจจะกำลังรอทัพเสริมอยู่"
เมื่อได้ฟังดังนั้น ฉู่หยุนก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
ในเมื่อเหยียนหรูจวินพบว่ามีคนของตระกูลซืออยู่ที่นิกายเต๋าว่างเซียน วิธีที่ดีที่สุดก็คือการเรียกกำลังเสริม ใช้จำนวนยอดฝีมือที่มากกว่าบดขยี้ เพื่อมอบบทเรียนอันเจ็บปวดให้กับนิกายเต๋าว่างเซียน
"ซินเอ๋อร์ เรื่องนี้เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?" ฉู่หยุนหันไปมองนางมารฟ้า เพื่อฟังความคิดเห็นของนาง
นางมารฟ้ากล่าวอย่างเยือกเย็น "หากนิกายสวรรค์จะเรียกกำลังเสริม ที่ใกล้ที่สุดก็คงจะเป็นคนของนิกายเทพโลหิต"
"ตระกูลซืออยู่ไกลจากแคว้นชิงโจวเกินไป แม้จะมีค่ายกลเคลื่อนย้าย แต่ความเร็วในการส่งกำลังเสริมก็ไม่อาจเทียบกับนิกายเทพโลหิตที่อยู่ใกล้กว่าได้"
"ตอนนี้มีเพียงวิธีเดียว คือให้นิกายเสวี่ย ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นหานโจวส่งยอดฝีมือมาช่วยนิกายเต๋าว่างเซียนคลี่คลายสถานการณ์"
แคว้นหานโจวและแคว้นหนานโจว ตั้งอยู่ขนาบข้างแคว้นชิงโจว
ผู้ปกครองแห่งแคว้นหนานโจวคือนิกายเทพโลหิต
ส่วนผู้ปกครองแห่งแคว้นหานโจว ก็คือนิกายเสวี่ย
โชคดีที่นิกายเทพโลหิตมีความสัมพันธ์อันดีกับนิกายสวรรค์ และต่างก็เป็นคนของฝ่ายฮองเฮา
ส่วนนิกายเสวี่ยนั้น กลับมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลซือ!
โดยเฉพาะประมุขนิกายเสวี่ยคนปัจจุบัน ยังเป็นแฟนคลับตัวยงของอสุราจอมปราชญ์ เป็นติ่งตัวน้อยผู้ภักดีของเขา
ฉู่หยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า "วิธีนี้ไม่เลว นับว่าเป็นวิธีที่ทำได้จริงที่สุดในตอนนี้"
"ข้าจะส่งข่าวให้ท่านลุงทันที ให้เขาไปขอความช่วยเหลือจากนิกายเสวี่ย"
ฉู่หยุนจึงส่งข้อความออกไปในบัดดล
ฟางจื่อหลี่และหยางมู่เชียนต่างก็แสดงสีหน้ายินดีปรีดาออกมา "ขอบคุณองค์ชาย!"
"ไม่จำเป็น นิกายเต๋าว่างเซียนถูกนิกายสวรรค์จ้องเล่นงานก็เพราะข้า เรื่องที่ข้าทำก็นับว่าเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว จะขอบคุณกันไปไย"
ฉู่หยุนโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ต้องขอบคุณ
การกระทำนี้ยิ่งทำให้หัวใจของฟางจื่อหลี่และหยางมู่เชียนอบอุ่นยิ่งนัก พวกเขาดีใจที่นิกายเต๋าว่างเซียนเลือกคนไม่ผิด!
ไม่นานนัก ฟางจื่อหลี่และหยางมู่เชียนก็ออกจากจวนองค์ชายไป
เมื่อราตรีล่วงลึก ฉู่หยุนก็เริ่มจัดการเคลื่อนไหว
จอมปราชญ์ว่านเหลย มุ่งหน้าไปยังกลุ่มทหารรับจ้างเชียนซา เพื่อจัดการกับคนทั้งหมดที่นั่น
ส่วนตัวฉู่หยุนเองนั้น จะไปเยือนหอเมฆาหมอกพร้อมกับเย่ทุนในยามวิกาล เตรียมกวาดล้างคนของหอแห่งนี้ให้สิ้นซากในคราวเดียว!
………
หอเมฆาหมอก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองหลวง แม้พื้นที่จะไม่ใหญ่โตโอ่อ่าเท่าหอหมอกพิรุณ แต่หอเมฆาหมอกกลับสูงตระหง่านเสียดฟ้า ยอดตึกจมหายเข้าไปในหมู่เมฆ รอบด้านรายล้อมด้วยเมฆหมอก จึงเป็นที่มาของชื่อ
ในขณะเดียวกัน องค์ชายแปดฉู่ฮ่าวก็มาเยือนในยามวิกาล อ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะหารือกับหยุนเนี่ยนเหนียง ประมุขแห่งหอเมฆาหมอก
ภายในห้องรับแขกของหอเมฆาหมอก
องค์ชายแปดฉู่ฮ่าวนั่งรออย่างใจเย็น ไม่นานนัก สตรีในชุดสีม่วงผู้มีท่วงท่าสง่างาม กลิ่นกายหอมกรุ่นก็เดินเข้ามา
"องค์ชายแปดเสด็จมาเยือนหอเมฆาหมอกของหม่อมฉันในยามวิกาล เนี่ยนเหนียงออกมาต้อนรับช้าไป หวังว่าองค์ชายจะไม่ถือสานะเพคะ"
หยุนเนี่ยนเหนียงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรและกล่าวอย่างสุภาพ