- หน้าแรก
- จุติใหม่องค์หญิงใหญ่ ชายาพราวเสน่ห์ผู้เป็นนายเหนือหัว
- บทที่ 23 พี่สะใภ้ใหญ่ผู้เผด็จการ
บทที่ 23 พี่สะใภ้ใหญ่ผู้เผด็จการ
บทที่ 23 พี่สะใภ้ใหญ่ผู้เผด็จการ
บทที่ 23 พี่สะใภ้ใหญ่ผู้เผด็จการ
"นี่ไม่ใช่ความคิดที่แย่นะครับ"
ถึงทนายเปียนจะพูดแบบนั้น แต่จั้นอี้หรานยังรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอยู่ดี เธอเชื่อปักใจว่า 'เล่อเสวียนจี' คือตัวการของเรื่องนี้ แล้วทำไมถึงต้องยอมปล่อยหล่อนไปง่ายๆ ด้วย?
ทนายเปียนมองออกถึงความคิดของจั้นอี้หราน จึงเอ่ยเตือนสติว่า "คุณหนูสามครับ อาจารย์เล่อเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการศิลปะมาก และท่านประธานจั้นเองก็ชื่นชอบผลงานของอาจารย์เล่ออยู่ไม่น้อย หากคุณหนูต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ผมคงต้องเรียนรายงานเรื่องนี้ให้ท่านประธานจั้นทราบเพื่อขอความเห็นก่อนครับ"
พอได้ยินทนายเปียนเอ่ยชื่อพี่ชายใหญ่ 'จั้นหลิงเฟิง' จั้นอี้หรานก็สงบปากสงบคำลงทันที
แม้ว่าจั้นอี้หรานจะยังเรียนหนังสืออยู่ แต่การได้เกิดมาในตระกูลใหญ่อย่างตระกูลจั้น ทำให้เธอซึมซับความซับซ้อนของสังคมชั้นสูงมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้ดีว่าในหมู่ตระกูลเศรษฐี คนรุ่นลูกหลานอาจจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างเล็กน้อยได้ แต่การก่อเรื่องใหญ่โตจนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่กระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลนั้นเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างเด็ดขาด
ตัวอย่างเช่น เธอสามารถเปิดศึกสงครามน้ำลายกับเล่อเสวียนจีบนโลกออนไลน์ได้
แต่การส่งจดหมายทนายหรือการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ซึ่งต้องดึงผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลลงมาเกี่ยวข้องด้วยนั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วน
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะความด้อยกว่าของเธอเอง เธอมีผู้ติดตามในโลกออนไลน์ไม่เยอะเท่าเล่อเสวียนจี
"เชอะ ถ้าที่บ้านไม่สะดวกออกหน้า งั้นฉันจัดการเองก็ได้"
จั้นอี้หรานเดินปึงปังออกไปหา 'นานเยี่ยน' ด้วยความหงุดหงิด
นานเยี่ยนกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน
หลังจากวิญญาณข้ามภพมาสู่ยุคปัจจุบัน แม้เธอจะมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอยู่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ก็ยังคงเลือนราง แปลกประหลาด และพิสดารสำหรับนานเยี่ยนอยู่ดี
ดังนั้น นานเยี่ยนจึงทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสือเพื่อซึมซับความรู้ที่ก้าวหน้า
ทุกสิ่งในยุคสมัยนี้ช่างแตกต่างจากแคว้นต้าฉีอย่างสิ้นเชิง
ระยะเวลาที่ห่างกันนับพันปี เทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกล และการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์มาหลายยุคหลายสมัย
นานเยี่ยนกำลังทำความรู้จักโลกใบนี้ผ่านตัวอักษรในหนังสือ
จั้นอี้หรานเดินเข้ามาในห้องทำงานและยืนรออยู่ครู่หนึ่ง แต่นานเยี่ยนกลับไม่สังเกตเห็นเธอเลย
จั้นอี้หรานรอไม่ไหว อาศัยจังหวะที่นานเยี่ยนพลิกหน้ากระดาษ รีบชิงจังหวะพูดขึ้นว่า "พี่สะใภ้ใหญ่คะ หนูมีเรื่องอยากจะรบกวนให้พี่ช่วยหน่อยค่ะ"
"เคาะประตูสิ"
นานเยี่ยนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวหนังสือ แผ่กลิ่นอายเย็นชาห่างเหิน ดูสูงส่งจนยากจะเอื้อมถึงและน่าเกรงขาม
จั้นอี้หรานยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะจิกเล็บลงบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา
"แปลกจัง เมื่อกี้พี่สะใภ้ใหญ่ดูไม่เหมือนพี่สะใภ้ใหญ่เลย แต่เหมือนองค์จักรพรรดิที่ประทับอยู่บนบัลลังก์สูงส่ง แผ่รังสีอำมหิตจนฉันสั่นไปหมด"
จั้นอี้หรานส่ายหน้า สงสัยเธอจะโดนยัยเล่อเสวียนจีปั่นหัวจนเบลอ เลยเกิดภาพหลอนไปเอง
แต่พี่สะใภ้พูดถูก เธอควรจะเคาะประตูก่อน การทะเล่อทะล่าเข้ามาแบบนี้มันเสียมารยาทจริงๆ
"ขอโทษค่ะพี่สะใภ้ คราวหน้าหนูจะเคาะประตูแน่นอนค่ะ"
เมื่อได้ยินคำขอโทษของจั้นอี้หราน นานเยี่ยนถึงยอมเงยหน้าขึ้นมอง "ว่ามาสิ มีเรื่องอะไร?"
จั้นอี้หรานรีบเล่าเรื่องราวความขัดแย้งกับเล่อเสวียนจีให้ฟังอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการ "พี่สะใภ้ใหญ่คะ หนูอยากให้พี่วาดภาพสุดยอดผลงานสักชิ้น เพื่อตบหน้ายัยเล่อเสวียนจีให้หงายเงิบไปเลยค่ะ"
คลิปวิดีโอที่เธอโพสต์ไปก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีคลิปไหนที่พี่สะใภ้วาดภาพใหม่ทั้งภาพเพื่อโชว์ทักษะเต็มๆ เลยสักครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขภาพวาดของเธอเสียมากกว่า
จั้นอี้หรานอยากให้นานเยี่ยนวาดภาพระดับตำนานออกมาสักภาพ เพื่อให้พวกเกรียนคีย์บอร์ดตาบอด และทำให้เล่อเสวียนจีต้องอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
นานเยี่ยนส่ายหน้า ไม่ตอบรับคำขอของจั้นอี้หราน แต่กลับลุกเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ แล้วยื่นแท่งหมึกให้จั้นอี้หรานแทน
จั้นอี้หรานรับมาฝนหมึกอย่างงงๆ ตามสัญชาตญาณ
เธอรู้สึกน้อยใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่สะใภ้ถึงไม่ยอมช่วย แต่หลังจากฝนหมึกไปได้สักพัก จู่ๆ เธอก็เกิดพุทธิปัญญาขึ้นมา
เธอเข้าใจความหมายของนานเยี่ยนแล้ว!
"พี่สะใภ้ใหญ่ หนูเข้าใจแล้วค่ะ! พี่ให้หนูฝนหมึกเพื่อฝึกความอดทน สอนให้หนูไม่ใจร้อนวู่วาม ไม่ยึดติดกับผลแพ้ชนะชั่วครั้งชั่วคราว ชีวิตคนเรายังอีกยาวไกล ขอแค่มีความอดทนและพากเพียร สักวันหนูจะต้องเก่งกว่าเล่อเสวียนจีแน่นอน"
"ไม่ใช่" นานเยี่ยนส่ายหน้า "ฉันกำลังบอกเธอว่าอย่ามัวแต่เอ้อระเหย รีบฝนหมึกเข้าสิ ฉันจะวาดภาพชุดใหญ่ไปตบหน้าคนพวกนั้นต่างหาก!"
จั้นอี้หราน: "..."
"ยืนบื้ออยู่ทำไม? กางกระดาษสิ" นานเยี่ยนสั่งเสียงเรียบ
เธอไม่ได้เป็นองค์หญิงเจิ้นกั๋วแห่งแคว้นต้าฉีอีกต่อไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องอดทนอดกลั้น ไม่จำเป็นต้องวางแผนแยบยลก่อนลงมือ และไม่จำเป็นต้องกดข่มอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง
ตอนนี้เธอคือนานเยี่ยน ไม่มีน้องชายให้ต้องห่วงใย ไม่มีภาระบ้านเมืองให้ต้องรับผิดชอบ เธออยากจะทำอะไรก็ย่อมทำได้
สวรรค์มอบโอกาสให้เธออีกครั้ง เธอจะต้องใช้ชีวิตให้ดี ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีตามใจปรารถนา เพื่อไม่ให้เสียทีที่สวรรค์เมตตา
กระดาษซวนจื่อสีขาวสะอาดถูกคลี่กางออก หมึกถูกฝนจนได้ที่ สีสันต่างๆ ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ
จั้นอี้หรานถูมือไปมา ยืนรอชมการวาดภาพของนานเยี่ยนด้วยความตื่นเต้น
ทว่า นานเยี่ยนกลับหันมามองหน้าเธอด้วยความสงสัย "เธอจะไม่ใช้มือถือถ่ายเก็บไว้เหรอ?"
จั้นอี้หรานชะงัก
นานเยี่ยนค่อยๆ ถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบ "เด็กโง่ ทำอะไรต้องทำให้รอบคอบ ถ้าถ่ายแค่ตอนวาดเสร็จแล้ว จะเอาอะไรไปพิสูจน์ว่าฉันเป็นคนวาดล่ะ? ในเมื่อคิดจะตอบโต้และตบหน้าอีกฝ่าย ก็ต้องทำให้เหนือความคาดหมายและไร้ที่ติ ให้อีกฝ่ายดิ้นไม่หลุดจนต้องยอมจำนน!"
"จำไว้ เวลาจะลงมือทำอะไร อย่าเปิดช่องโหว่ให้คู่ต่อสู้โจมตีกลับได้เด็ดขาด!"
"ไปเตรียมมือถือมาสองเครื่อง เครื่องหนึ่งถ่ายเจาะที่มือ เน้นให้เห็นทักษะชัดๆ เอาให้พวกนั้นตาพร่าไปเลย ส่วนอีกเครื่องตั้งถ่ายมุมกว้างให้เห็นกระบวนการวาดทั้งหมดของฉัน เก็บไว้เป็นหลักฐานสำรองเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน"
ตายิ่งฟัง จั้นอี้หรานก็ยิ่งเป็นประกาย ร้องอุทานอย่างตื่นเต้น "พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สุดยอดมาก! พี่คิดทุกอย่างได้รอบคอบขนาดนี้ได้ยังไงคะ? หนูคิดไม่ถึงเลยสักนิด"
"เพราะเธอเป็นคนจิตใจใสซื่อน่ะสิ"
นานเยี่ยนลูบหัวจั้นอี้หรานเบาๆ ธรรมชาติของเด็กคนนี้ใสซื่อ สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาก็น เรียบง่าย ไม่แปลกที่เธอจะไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน
แต่นานเยี่ยนไม่อาจทำตัวใสซื่อได้ ชีวิตที่ต้องเผชิญกับศึกในและศึกนอก เหมือนเดินบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ตลอดเวลา
ตั้งแต่อายุ 13 ปี เธอก็ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ต้องดูแลน้องชายและแบกรับภาระของทั้งราชวงศ์ไว้บนบ่าเล็กๆ
สภาพแวดล้อมเช่นนั้นบีบบังคับให้เธอต้องคิดเยอะ ต้องคำนึงถึงทุกความเป็นไปได้ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงการตกลงสู่หุบเหวลึกที่ไม่มีวันได้กลับขึ้นมาอีก
เมื่อกระดาษพร้อม นานเยี่ยนก็จรดพู่กันเริ่มวาดทันที
คราวที่แล้วจั้นอี้หรานมาเห็นตอนที่ภาพ "ทิวทัศน์หมื่นลี้" ใกล้จะเสร็จแล้ว จึงไม่ได้เห็นขั้นตอนการวาดทั้งหมด
แต่ครั้งนี้ เมื่อได้เฝ้าดูตั้งแต่ต้นจนจบ เธอถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นคนวาดภาพได้งดงามปานนี้ ราวกับการร่ายรำที่ต่อเนื่องลื่นไหล เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันพลุ่งพล่าน โดยไม่ต้องหยุดคิดแม้แต่น้อย ราวกับว่าภาพนั้นปรากฏอยู่ในสมองของเธออยู่แล้ว
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ภาพ "หงส์เพลิงนิพพาน" ก็เสร็จสมบูรณ์
จั้นอี้หรานยืนเหม่อลอยอยู่เป็นนาน จ้องมองหงส์เพลิงสีแดงฉานที่ดูมีชีวิตชีวาราวกับจะพุ่งออกมาจากภาพ ราวกับได้เห็นการเกิดใหม่ของหงส์เพลิงจริงๆ
มันช่างงดงามจนแทบหยุดหายใจ!
จั้นอี้หรานกุมหน้าอกตัวเอง ลมหายใจถี่รัว
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงได้สติกลับมา รีบคว้าโทรศัพท์แล้ววิ่งกลับไปที่ห้องเพื่อตัดต่อวิดีโอทันที
เร่งความเร็ว ใส่เพลงประกอบ ตัดต่อ... วิดีโอความยาวหนึ่งชั่วโมงถูกย่อเหลือเพียงสามนาที
จั้นอี้หรานอัปโหลดวิดีโอลงใน Douyin (TikTok จีน) ทันที ขณะที่กำลังจะกดโพสต์ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งกลับไปหานานเยี่ยน
"พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่คะ พี่ว่าหนูควรใส่แคปชั่นว่าอะไรดี? เอาเป็น 'รีบมาดูภาพวาดของพี่สะใภ้ฉันเร็ว' หรือ 'พี่สะใภ้มาแล้ว เตรียมตัวตาค้างกันได้เลย' ดีไหมคะ? ไม่สิๆ มันดูไม่ค่อยทรงพลังเท่าไหร่เลย"
นานเยี่ยนหยิบโทรศัพท์ไป พิมพ์คำสั้นๆ ลงไปสองพยางค์ว่า "ตัวตลก" พร้อมกับแท็ก @เล่อเสวียนจี
จั้นอี้หรานตกใจในตอนแรก แต่แล้วก็เข้าใจความหมายในทันที
ทันทีที่วิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เล่อเสวียนจีจะต้องกลายเป็นตัวตลก
กล้าดียังไงมาบอกว่าภาพวาดของพี่สะใภ้ไม่สวย? หึ! คราวนี้แหละจะได้โดนตบหน้าฉาดใหญ่ จนกลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งโลกหัวเราะเยาะ
ฮ่าๆๆๆ พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอนี่ยังคงความเผด็จการและเหนือชั้นที่สุด!