- หน้าแรก
- จุติใหม่องค์หญิงใหญ่ ชายาพราวเสน่ห์ผู้เป็นนายเหนือหัว
- บทที่ 16 ชีวิตนี้เป็นของเธอ
บทที่ 16 ชีวิตนี้เป็นของเธอ
บทที่ 16 ชีวิตนี้เป็นของเธอ
บทที่ 16 ชีวิตนี้เป็นของเธอ
"ต้องการให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม?"
กู้หนานเยี่ยนเอ่ยถามเมื่อทราบว่าจั้นอี้หรานจะกลับไปที่โรงเรียน
จั้นอี้หรานส่ายหน้าเบาๆ "หนูจัดการเองได้ค่ะ"
กู้หนานเยี่ยนอมยิ้มมุมปาก รู้สึกพอใจกับคำตอบของน้องสาวสามี นี่แหละคือสิ่งที่ลูกผู้หญิงควรจะเป็น
กล้ารักกล้าเกลียด รู้จักปล่อยวาง และก้าวเดินต่อไป
ท้องฟ้าสดใส ยุคสมัยนี้ช่างเปิดกว้าง ไม่มีโซ่ตรวนใดๆ ผูกมัดสตรีอีกต่อไป ผู้หญิงควรคว้าโอกาสสร้างชื่อเสียงและไล่ตามความฝัน การจมปลักอยู่กับความรักเล็กๆ น้อยๆ และทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับผู้ชายคนหนึ่ง ช่างเป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ
กู้หนานเยี่ยนลุกขึ้นจูงมือจั้นอี้หรานเดินไปยังห้องแต่งตัว เพื่อเลือกชุดให้เธอ
กู้หนานเยี่ยนมีรสนิยมเป็นเลิศ แม้รูปแบบเครื่องแต่งกายในอดีตและปัจจุบันจะแตกต่างกัน แต่ความงามทางศิลปะนั้นเป็นสากล
เมื่อพิจารณาจากส่วนสูง รูปร่าง หน้าตา และบุคลิกของจั้นอี้หราน กู้หนานเยี่ยนจึงเลือกเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงยีนส์เอวสูง และเสื้อกั๊กไหมพรมให้เธอสวมใส่ พร้อมแต่งหน้าบางๆ ให้ดูสดใสสมวัย
"ดูดีมากเลย"
กู้หนานเยี่ยนพิจารณาจั้นอี้หรานแล้วเอ่ยให้กำลังใจ "ไปเถอะ ไปบอกลาอดีต โอบกอดอนาคต และทำในสิ่งที่เธออยากทำ จำไว้นะ ว่าต้องเป็นสิ่งที่ เธอ อยากทำ อย่าให้ใครหรืออะไรมามีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของเธอ"
"ชีวิตของเธอ ทางเลือกของเธอ"
"ชีวิตของหนู ทางเลือกของหนู" จั้นอี้หรานทวนคำ สีหน้าของเธอดูมุ่งมั่นขึ้น รัศมีแห่งความมั่นใจเปล่งประกายออกมาจากตัวเธอ
"ขอบคุณค่ะ พี่สะใภ้ใหญ่"
พูดจบ จั้นอี้หรานก็หันหลังเดินจากไป
ทางตระกูลจั้นได้ติดต่อประสานงานกับทางโรงเรียนไว้เรียบร้อยแล้ว จั้นอี้หรานเพียงแค่ต้องไปเซ็นเอกสารลาออกให้เสร็จสิ้นกระบวนการเท่านั้น
อาจารย์แนะแนวกำลังรอจั้นอี้หรานอยู่ที่ห้องพักครู เมื่อเห็นนักเรียนหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามา เธอก็นึกว่าเด็กคนนี้เข้าห้องผิด "หนูจ๊ะ มาหาใครหรือเปล่า?"
"อาจารย์คะ หนูจั้นอี้หรานค่ะ" นักเรียนหญิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"จั้นอี้หราน เธอคือจั้นอี้หรานเหรอ!!!"
อาจารย์แนะแนวไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง คิดว่าตาฝาดไป ขยี้ตาแรงๆ แล้วเพ่งมองจั้นอี้หรานอยู่นานกว่าจะกล้ายืนยัน
ไม่ใช่ว่าเธอจำลูกศิษย์ตัวเองไม่ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงของจั้นอี้หรานนั้นมหาศาลเกินไป
เมื่อก่อนเด็กคนนี้แต่งตัวฉูดฉาด ผมเผ้าหลากสี ขอบตาดำปานหมีแพนด้า ทำให้จำแทบไม่ได้จริงๆ
"ทำไมจู่ๆ ถึงลาออกล่ะ? เป็นเพราะเรื่องความรักหรือเปล่า? อย่าให้เรื่องความรักมากระทบอนาคตเลยนะ"
อาจารย์แนะแนวพยายามเกลี้ยกล่อม จริงๆ แล้วเธอก็เอ็นดูจั้นอี้หรานอยู่ไม่น้อย แม้ผลการเรียนจะไม่ค่อยดี แต่เด็กคนนี้ใจกว้างและมักจะช่วยออกเงินในกิจกรรมของห้องเสมอ
จั้นอี้หรานรู้สึกขำ อนาคตอะไรกัน? อนาคตที่จะสอบตกห้าวิชาตอนปลายภาคน่ะเหรอ?
"อาจารย์คะ หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูไม่เหมาะกับวิชาฟิสิกส์ หนูอยากไปเรียนอย่างอื่น เปลี่ยนเส้นทางตอนนี้ตอนที่ยังอายุน้อยก็ยังไม่สาย ถ้าฝืนเรียนต่อไปจะยิ่งเสียเวลานะคะ"
"ถ้าคิดดีแล้วก็ตามใจ" อาจารย์แนะแนวยื่นเอกสารให้จั้นอี้หรานพร้อมอวยพร "ขอให้เธอมีอนาคตที่สดใสนะ"
"ขอบคุณค่ะอาจารย์"
หลังจากออกจากตึกอำนวยการ เธอก็เดินสวนกับ 'หูตู' รูมเมทของเหลิ่งจื่อหาว
หูตูใช้เวลาอยู่นานกว่าจะจำจั้นอี้หรานได้ เขาอุทานเสียงดัง "จั้นอี้หราน เธอคือจั้นอี้หรานใช่ไหมเนี่ย?!"
หูตูรู้สึกประหลาดใจและดีใจที่ได้เจอจั้นอี้หรานเศรษฐินีตัวน้อยที่นี่
พอดีเลย เขาอยากได้คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ จะได้ให้จั้นอี้หรานซื้อให้
"จั้นอี้หราน เธออยากรู้ข่าวของเหลิ่งจื่อหาวไหม? ถ้าเธอซื้อคอมพิวเตอร์ให้ฉันเครื่องหนึ่ง ฉันจะบอกให้"
จั้นอี้หรานขมวดคิ้ว มองหูตูด้วยสายตาเหยียดหยาม ผู้ชายคนนี้ช่างต่ำตมสิ้นดี เธอตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้า "ยุงมันกัดหน้าแกเข้าบ้างไหมเนี่ย? หนังหน้าหนาขนาดนี้! คิดว่าเป็นใครถึงกล้ามาขอให้คนอื่นซื้อคอมให้? ไสหัวไปซะ!"
หูตูไม่คิดว่าจั้นอี้หรานจะกล้าหยาบคายใส่เขาขนาดนี้ หน้าเขาซีดเผือดทันที ก่อนจะพูดด้วยความแค้นเคือง "อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!"
พูดจบ เขาก็ก้มหน้าส่งข้อความหาเหลิ่งจื่อหาวในกลุ่มแชทหอพัก: "จื่อหาว ฉันเจอจั้นอี้หราน ยัยนั่นเปลี่ยนลุคใหม่ เดี๋ยวต้องไปตามตอแยนายแน่ๆ เห็นแก่หน้าเพื่อนหน่อยนะ อย่าไปสนใจยัยนั่น เมื่อกี้ยัยนั่นด่าฉันด้วย มารยาททรามสุดๆ"
จั้นอี้หรานไม่ได้มาโรงเรียนกว่าครึ่งเดือน จู่ๆ ได้ยินข่าวของเธอ เหลิ่งจื่อหาวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง สักพักเขาก็ตอบกลับมาว่า "เดี๋ยวฉันจะให้ยัยนั่นมาขอโทษนายเอง"
หูตู: "ต้องชดเชยหนักๆ เลยนะ ให้ยัยนั่นซื้อคอมพิวเตอร์ Apple ให้ฉันเป็นการขอโทษซะ"
เหลิ่งจื่อหาว: "ได้สิ ยัยนั่นรวยจะตายอยู่แล้ว"
เมื่อเห็นข้อความตอบกลับจากเหลิ่งจื่อหาว หูตูก็แสยะยิ้มมองจั้นอี้หรานอย่างผู้ชนะ วาดฝันในใจว่าเดี๋ยวจั้นอี้หรานจะต้องร้องไห้ฟูมฟายมาขอขมาเขาแน่
ทุกคนในหอพักของเหลิ่งจื่อหาวต่างตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าจั้นอี้หรานมาที่โรงเรียน
หัวหน้าหอพักพูดอย่างมั่นใจ "เดี๋ยวเธอก็ต้องมาหาจื่อหาวที่หอชายแน่นอน"
รูมเมทคนที่สองเสริม "ไม่ต้องรอเดี๋ยวหรอก ป่านนี้คงกำลังเดินมาแล้วมั้ง"
"ฮ่าๆๆ ยัยผู้หญิงคลั่งรัก!"
จั้นอี้หรานกลับไปที่หอพักหญิงเพื่อเก็บของ
เพื่อนร่วมห้องต่างตกใจเมื่อรู้ว่าเธอจะลาออก
"ทำไมถึงลาออกล่ะ? เป็นเพราะเหลิ่งจื่อหาวกับเหรินซินเหลียนเหรอ? ยัยเหรินซินเหลียนนั่นมันนางมารร้ายชัดๆ ตัวเองไม่มีปัญญาชนะการประกวดนวัตกรรมเองแท้ๆ ยังหน้าด้านไปฟ้องเหลิ่งจื่อหาวอีก น่าไม่อายที่สุด! อี้หราน อย่าไปโกรธพวกมันเลย เดี๋ยวเหลิ่งจื่อหาวก็รู้เองว่าเธอดีกับเขาแค่ไหน"
ทุกคนในห้องไม่อยากให้จั้นอี้หรานไป แม้จั้นอี้หรานจะเคยแต่งตัวเหมือนทอมบอยและอารมณ์ร้อนไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วเธอก็เข้ากับคนง่ายและใจปั้ม มักจะมีเครื่องสำอางมาแบ่งปันเพื่อนๆ เสมอ
จั้นอี้หรานส่ายหน้า "ไม่ใช่เพราะพวกเขาหรอก ฉันมีเหตุผลของฉันเอง"
ของในหอพักมีไม่มาก เธอจึงเก็บเสร็จอย่างรวดเร็ว คนขับรถขึ้นมาช่วยขนของลงไป จั้นอี้หรานกล่าวลาเพื่อนๆ สั้นๆ ก่อนจะเดินจากไป
ข่าวจากหอพักหญิงแพร่สะพัดไปยังกลุ่มแชทใหญ่ของห้องเรียนอย่างรวดเร็ว
รูมเมทของเหลิ่งจื่อหาวอดไม่ได้ที่จะตะโกนขึ้นมา "เชี่ยแล้ว จื่อหาว รีบดูแชทกลุ่มห้องเร็ว! จั้นอี้หรานลาออกแล้ว ตอนนี้กำลังเก็บของอยู่ที่หอหญิง"
"ไม่สิ มีคนกำลังไลฟ์เส้นทางของเธออยู่ ตอนนี้เธอออกมาจากหอหญิงแล้ว"
รูมเมทคนที่สองลุกพรวดขึ้นมา "เธอเดินมาทางหอชายหรือเปล่า?"
หัวหน้าหอพยักหน้า "ต้องมาแน่ๆ จื่อหาว จั้นอี้หรานลาออกแล้วนะ นายจะเอายังไง?"
"จะเอายังไงล่ะ? จะลาออกก็เรื่องของเธอสิ ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย"
เหลิ่งจื่อหาวทำหน้าเคร่งขรึม หึ จั้นอี้หรานชักจะเอาใหญ่แล้วนะ คิดจะใช้เรื่องลาออกมาขู่ฉันงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ ฉันไม่หลงกลหรอก!
ถ้าจั้นอี้หรานไม่ยอมขอโทษซินเหลียน เขาก็จะไม่มีวันยกโทษให้เด็ดขาด
นักเรียนในกลุ่มแชทต่างตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้าน เหลิ่งจื่อหาวกับจั้นอี้หรานต่างก็เป็นคนดังในโรงเรียน ใครๆ ก็อยากเผือกเรื่องของทั้งคู่
แต่ละคนต่างช่วยกันรายงานความเคลื่อนไหวของจั้นอี้หรานในกลุ่มแชทแบบเรียลไทม์:
"จั้นอี้หรานขึ้นรถแล้ว"
"รถออกตัวแล้ว เหมือนจะมุ่งหน้าไปทางสนามกีฬานะ นั่นปอร์เช่ใช่ไหม? ได้ยินว่าคันละเป็นล้านเลยนะ รวยชะมัด"
"ดูเหมือนจะไปทางหอพักชายนะ..."
เมื่อเห็นประโยคนี้ เหลิ่งจื่อหาวก็แสยะยิ้มในใจ เขารู้อยู่แล้วว่าจั้นอี้หรานต้องมาง้อเขาแน่
ในขณะที่เขากำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่นั้น ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา:
"ไม่สิ ไม่ได้ไปหอชาย ไปทางประตูตะวันตก รถกำลังจะออกจากโรงเรียนแล้ว"
อะไรนะ?!
เหลิ่งจื่อหาวตกตะลึงจนผุดลุกขึ้นยืนทันที