เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - กลลวง และ ความถังแตก

บทที่ 40 - กลลวง และ ความถังแตก

บทที่ 40 - กลลวง และ ความถังแตก


บทที่ 40 - กลลวง และ ความถังแตก

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เรื่องบางเรื่อง เบื้องบนมีนโยบาย เบื้องล่างก็มีวิธีรับมือ

แต่เรื่องบางเรื่อง ทันทีที่มีคำสั่งลงมา ก็ต้องทำให้สำเร็จแม้ตัวตาย

และสำหรับกฎระเบียบใหม่ในครั้งนี้ เหล่าประธานบริษัทต่างพร้อมใจกันเลือกปฏิบัติตามแนวทางที่สองอย่างรู้กัน

พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะยืนหยัดเคียงข้างทางบ้านตลอดไป จะรักทางบ้านตลอดกาล!

สาเหตุไม่ใช่เพราะเห็นประธานคนแรกที่ลุกขึ้นถาม โดนเจ้าหน้าที่จากสองหน่วยงานมอบ "กำไลข้อมือสีม่วงทองรุ่นลิมิเต็ด" ให้ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องประชุมหรอกนะ...

ต่อหน้าต่อตาประธานทุกคน เจ้าหน้าที่จากสองหน่วยงานจับประธานผู้กล้าคนนั้นสวมกุญแจมือ ขนาบข้างซ้ายขวา แล้วหิ้วปีกพาลากออกไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง...

ลากออกไปเลย...

อืม พวกเขารักทางบ้านจริงๆ นะ!

ไม่ได้ร้อนตัวหรือกลัวอะไรเล้ย...

ดังนั้น พอประกาศกฎระเบียบใหม่ออกมาปุ๊บ เหล่าประธานพวกนี้ก็รีบปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดทันที

ส่วนพวกคู่แข่งที่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม ตอนแรกก็นึกว่าพอกฎใหม่ออกมา พวกขาใหญ่เหล่านี้จะส่งสัญญาณ หรือบอกใบ้ให้ช่วยกันคัดค้านหรือทำอะไรสักอย่าง

ปรากฏว่า เงียบกริบ!?

แถมประธานบางคน พอกฎออกปุ๊บ ก็ประกาศยุบบริษัททันที

ต่อให้ต้องควักเนื้อจ่ายค่าชดเชย ก็ยอมยุบวงเดี๋ยวนั้น

ไม่มีบ่น ไม่ลังเล และไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ...

ดังนั้นพวกที่มีเส้นสาย หรือพวกหัวไว ก็พากันทำตามกฎอย่างว่าง่าย

ไม่พูดมาก ก้มหน้าก้มตาทำไป...

ส่วนพวกที่ไม่มีเส้นสาย แล้วยังอวดฉลาด หรือพวกที่มีจุดประสงค์แอบแฝง ก็พากันหยิบกฎใหม่มาถกเถียงทีละข้อ ทีละประโยค ทีละคำ

ผลก็คือ กฎใหม่ประกาศออกมาไม่ถึงครึ่งวัน ก็กลายเป็นประเด็นร้อนระดับชาติ

มีทั้งฝ่ายสนับสนุน

มีทั้งฝ่ายคัดค้าน

มีทั้งฝ่ายเป็นกลางที่ขออยู่เงียบๆ รอดูละครฉากใหญ่

และมีพวกฝ่ายปั่นป่วน ที่กระโดดไปกระโดดมา วันนี้กดไลก์ประเด็นนี้ แล้วแชร์ไปให้ฝ่ายตรงข้ามด่า

พรุ่งนี้ไปกดดิสไลก์ตรงโน้น แล้วสวมรอยด่ากราด

แน่นอนว่าต้องมีพวกผู้ไม่หวังดีผสมโรงเข้ามาด้วย

จุดประสงค์ของพวกนี้ รู้ๆ กันอยู่ พูดไปก็เท่านั้น

ดังนั้น ช่วงนี้ชาวเน็ตสายเผือกของทางบ้านเลยมีความสุขกันถ้วนหน้า!

ไม่ดาราคนนั้นภาพลักษณ์พัง ก็คนนี้ประกาศลาวงการ

แน่นอนว่านอกจากจะมีดราม่าให้เสพแล้ว สกิลการด่าของทุกคนยังพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดจากการลงสนามจริง

สรุปสั้นๆ คือ ยึดแม่เป็นศูนย์กลาง ยึดพ่อเป็นรัศมี แล้วด่าวนรอบบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตร

ชนะ พ่อแม่ก็อยู่ครบ

แพ้ ก็ส่งบรรพบุรุษขึ้นสวรรค์ยกตระกูล

โคตรเร้าใจ!

ด้วยเหตุนี้ ตอนที่ผู้อาวุโสโจวมาหากัวอี้ ก็เลยเห็นเขากำลังขลุกอยู่ในห้อง โดยมีหน้าจอโฮโลแกรมฉายภาพเว็บบอร์ดต่างๆ ของทางบ้านเต็มไปหมด

ส่วนเจ้าตัว ก็นั่งแทะเมล็ดแตงโมไป พลางอ่านดราม่าชาวบ้านไปอย่างเพลิดเพลิน...

"นี่เธอว่างมากเหรอ?"

ผู้อาวุโสโจวเดินทะลุภาพโฮโลแกรมเข้ามานั่งข้างกัวอี้ "ของพวกนี้มีอะไรน่าดู?

โปรเจกต์ตู้รักษาอเนกประสงค์กับยาอายุวัฒนะเสร็จแล้วหรือไง?"

"ของพวกนั้นไม่รีบหรอกครับ

ขอดูเรื่องสนุกๆ ก่อน คุณไม่คิดว่าข้างนอกตอนนี้มันโคตรบันเทิงเลยเหรอ?" กัวอี้กำเมล็ดแตงโมไว้ในมือ ปากก็แทะไป ตาซ้ายแลขวา "ดูนี่สิคุณ... คนนี้ภายนอกดูตุ้งติ้ง แต่ความจริงฟาดเรียบ..."

"..."

ผู้อาวุโสโจวมองกัวอี้ที่ทำหน้าตื่นเต้น แล้วก็หลุดขำ "พอได้แล้ว เลิกเผือกได้แล้ว

เธอไม่ใช่ชาวเน็ตว่างงานนะ จะไปสนใจเรื่องที่สร้างมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจทำไม?

ฉันมาหาเธอ..."

"เบี่ยงเบนความสนใจ?" กัวอี้ได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสโจว ก็รีบขัดขึ้นทันที "นี่ทางบ้านเป็นคนจัดฉากเหรอครับ?"

"ไม่งั้นล่ะ?" ผู้อาวุโสโจวมองหน้ากัวอี้ที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็รู้ว่าถ้าไม่เล่าให้กระจ่าง คงคุยเรื่องอื่นไม่รู้เรื่องแน่

ผู้อาวุโสโจวเลยหยิบเมล็ดแตงโมมาหนึ่งกำมือ นั่งแทะไปพลางพูดเรียบๆ "เธอคิดว่าถ้าทางบ้านไม่พยักหน้า จะกลายเป็นวาระแห่งชาติแบบนี้ได้เหรอ?

ไม่ต้องพูดถึงว่าใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน ก็กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนคุยกันทั้งบ้านเมือง แถมยังเลี้ยงกระแสได้ยาวนานขนาดนี้"

"!!!"

กัวอี้ตกใจจนลืมเคี้ยวเมล็ดแตงโม "เล่ามาเลยครับ มันยังไงกันแน่!"

"ง่ายมาก" ผู้อาวุโสโจวอธิบายให้กัวอี้ฟังแบบสบายๆ "ก่อนหน้านี้ พวกเราส่งสรุปรายงานแผนการยี่สิบปีขึ้นไปใช่ไหมล่ะ?

หลังจากนั้น ทางบ้านก็หารือและจัดการตามเอกสารสรุปนั้นมาตลอด

เมื่อไม่กี่วันก่อน รายละเอียดทั้งหมดลงตัวแล้ว ก็เลยเริ่มลงมือทันที

และสัญญาณเริ่มปฏิบัติการ ก็คือดราม่าวงการบันเทิงนี่แหละ"

"???"

กัวอี้ฟังแล้วงงเป็นไก่ตาแตก "เรื่องวงการบันเทิงเกี่ยวอะไรกับปฏิบัติการของเราครับ?"

"เราไม่อยากให้ชาวเน็ตไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ หรือการอัปเกรดอุปกรณ์ของบริษัทบางแห่ง ก็เลยเอาวงการบันเทิงมาดึงความสนใจซะเลย

แบบนี้ บริษัทพวกนั้นจะได้ปรับโครงสร้างหรืออัปเกรดอุปกรณ์ได้อย่างเงียบสงบ

ส่วนพวกที่จะเข้ามาสอดส่องหรือขุดคุ้ยบริษัทเหล่านั้นในช่วงเวลานี้ หน่วยข่าวกรองจะคอยดูแลเป็นพิเศษเอง...

อีกอย่าง เธอเคยบอกว่าคนไม่พอไม่ใช่เหรอ?

ถือโอกาสนี้รีดไขมันส่วนเกินในวงการบันเทิงซะเลย อย่าให้ใครต่อใครก็วิ่งมาฝันอยากเป็นดารา"

"พวกเล่นยุทธวิธีนี่ ใจดำจนน้ำมันไหลเยิ้มจริงๆ!"

กัวอี้ฟังคำตอบของผู้อาวุโสโจวก็เข้าใจสถานการณ์ทันที

พูดง่ายๆ คือ บริษัทบางแห่งมันใหญ่เกินไป ขยับตัวนิดเดียวก็ดึงดูดความสนใจแล้ว

ถ้าแค่ชาวเน็ตคุยกันขำๆ ก็ไม่เท่าไหร่ แต่กลัวจะกลายเป็นกระแสใหญ่ หรือไปสะดุดตา "ผู้ไม่หวังดี" เข้า

ถึงตอนนั้น ถ้าปิดข่าวได้ก็ดีไป แต่ถ้าปิดไม่อยู่จะยุ่ง

ดังนั้นเพื่อกันไว้ก่อน ก็โยนเรื่องไร้สาระให้คนทั้งบ้านเถียงกันซะเลย

แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าชาวเน็ตจะไปคุยเรื่องที่ไม่ควรคุย

แถมยังคัดคนคุณภาพต่ำออกจากวงการบันเทิงได้ด้วย

ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวชัดๆ...

"เดี๋ยวนะ แล้วผู้อาวุโสโจวรู้ได้ไงครับ?"

"เมื่อก่อนก็เคยทำคล้ายๆ แบบนี้แหละ แค่สเกลไม่ใหญ่ขนาดนี้..."

กัวอี้มองสีหน้าเรียบเฉยของผู้อาวุโสโจว ในใจได้แต่คิดว่า: สมกับเป็นกระต่ายจริงๆ!

"เอาล่ะ เผือกพอแล้ว เรามาคุยเรื่องงานกัน!"

จากนั้น ผู้อาวุโสโจวก็เปิดประกาศข่าวชิ้นเท่าแมวดิ้นตายจากบอร์ดไหนสักแห่งขึ้นมา: ธีมงานมหกรรมอาวุธนานาชาตินานาตระกูลครั้งนี้คือ: ทหารราบ

ปัจจุบัน หลายตระกูลแจ้งว่าจะนำอุปกรณ์ทหารราบรุ่นทดลองล่าสุดอย่างชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันมาจัดแสดง...

"อีกหนึ่งเดือน บ้านเราจะเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมอาวุธนานาชาตินานาตระกูลที่เมืองซวงสุ่ย

ฉันอยากถามเธอว่า พอจะมีชุดเกราะเอ็กโซสเกเลตันแบบที่เรียบง่าย เทคโนโลยีไม่สูงมาก แต่สมเหตุสมผล และขายได้ไหม"

ผู้อาวุโสโจวถอนหายใจ มองกัวอี้ด้วยสายตาลึกล้ำ "เดิมทีเรามีทีมวิจัยโปรเจกต์เอ็กโซสเกเลตันอยู่

แต่ตั้งแต่เธอเอาชุดเกราะฉยงฉีไปให้ทีมนั้นดู พวกเขาก็เทใจไปวิจัยและพัฒนาซีรีส์ฉยงฉีของเธอหมดเลย

โปรเจกต์เดิมก็เลยถูกพับเก็บไป..."

กัวอี้แบมือ "โทษผมเหรอ... ไม่สนอะ ไม่อยากทำ..."

"โรงงานเงินหมดแล้ว นี่เป็นออเดอร์นอกที่ฉันอุตส่าห์ไปแย่งมานะ

เบื้องบนกะว่าจะทำแบบขอไปที เพราะตระกูลอื่นอย่างมากก็เอาแค่ของทดลองมาโชว์"

ผู้อาวุโสโจวได้ยินกัวอี้ปฏิเสธ ก็พยักหน้าอย่างใจเย็น แล้วพูดเหมือนบ่นกับตัวเอง "เฮ้อ ในเมื่อเธอไม่อยากรับงาน งั้นพวกเราก็คงต้องลำบากกันสักปี

รอให้บริษัทพวกนั้นปรับโครงสร้างเสร็จ เงินทุนหมุนเวียนกลับมา ค่อยเดินเครื่องเต็มกำลังแล้วกัน..."

"เดี๋ยวนะ เราหมดเงินแล้วเหรอ?"

กัวอี้มองผู้อาวุโสโจวด้วยความตกใจ "แค่เดือนเดียวเองนะ ก่อนหน้านี้เราได้งบมาห้าพันล้านไม่ใช่เหรอ?"

"เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ดีดตัวด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าลำหนึ่ง ต้นทุนต่ำสุดก็ห้าหมื่นล้านแล้ว

ยานรบอวกาศของเธอต้องใช้เงินเท่าไหร่ล่ะ?"

"..."

เออแฮะ ขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ

ก่อนหน้านี้ตอนวางแผนการผลิต ยานรบอวกาศกะว่าจะชะลอไว้ก่อน

แต่กัวอี้ไม่อยากรอ

วัสดุ สถานที่ แรงงาน ขอแค่กัวอี้เอ่ยปาก เบื้องบนก็สนับสนุนทันที

ยกเว้นเงิน...

ดังนั้น กัวอี้เลยทุบโต๊ะสั่งลุย: สร้างกันดั้มสิบเอ็ดเครื่อง พร้อมยานแม่กันดั้มอีกหนึ่งลำพร้อมกัน

ผลก็คือ...

หนึ่งเดือน เงินห้าพันล้าน เกลี้ยงกระเป๋า...

ด้วยเหตุนี้ กัวอี้จึงกัดฟันพูดกับผู้อาวุโสโจว "เงินที่ขายได้ หักต้นทุนแล้ว กำไรสุทธิผมขอหมดเลยนะ!"

ส่วนผู้อาวุโสโจว ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าแปลกๆ กึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง "ได้สิ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - กลลวง และ ความถังแตก

คัดลอกลิงก์แล้ว