- หน้าแรก
- แผนลับหุ่นรบสะท้านฟ้า
- บทที่ 11 - มนุษย์ดัดแปลง
บทที่ 11 - มนุษย์ดัดแปลง
บทที่ 11 - มนุษย์ดัดแปลง
บทที่ 11 - มนุษย์ดัดแปลง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หือ
กัวอี้มองสื่อต้าฟานด้วยความสงสัย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามเสียงอ่อยๆ ว่า "นี่คุณดูดราก้อนบอลมากไปจนเพี้ยน หรือฝึกหนักจนสมองกลับไปแล้วเนี่ย
คนบ้าอะไรจะฉีกกันดั้มด้วยมือเปล่าได้ ถึงผมจะไม่รู้วิทยาการร่างกายมนุษย์ลึกซึ้งขนาดนั้น แต่ช่องว่างระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีมันต้องมีอยู่เสมอ ถ้ามนุษย์แข็งแกร่งขนาดฉีกกันดั้มได้ด้วยมือเปล่า สังคมยุคนั้นก็ต้องมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปกว่านั้นอีกสิ"
กัวอี้มองหน้ามึนงงของทุกคน แล้วอธิบายอย่างใจเย็น "ยกตัวอย่างง่ายๆ นะ พวกเซียนวิเศษที่เรียกลมเรียกฝนได้ อาวุธวิเศษของพวกเขาก็ต้องเทพกว่าตัวคนใช่ไหมล่ะ อาวุธวิเศษก็เปรียบเสมือนเทคโนโลยีของพวกเขานั่นแหละ
ลองไปดูเรื่องห้องสินสิ เขาไม่ได้วัดกันที่พลังส่วนตัว แต่วัดกันว่าของวิเศษใครเจ๋งกว่ากันต่างหาก"
สมาชิกหมาป่าสันโดษคิดตามสักพักก็เข้าใจความหมายของกัวอี้ ใช่แล้ว เซียนอาจจะเก่ง แต่อาวุธเซียนก็ต้องเก่งกว่า เซียนต้องบำเพ็ญเพียรกี่ปี แล้วอาวุธวิเศษต้องใช้เวลาสร้างนานแค่ไหน เซียนต้องพึ่งวาสนา พรสวรรค์ ความพากเพียร สุดท้ายความสำเร็จก็อยู่แค่ที่ตัวบุคคล แต่อาวุธวิเศษ ขอแค่มีวัตถุดิบ ก็สามารถผลิตจำนวนมากแจกจ่ายให้ทุกคนได้ ดังนั้นสรุปสั้นๆ ก็คือ วรยุทธ์สูงส่งแค่ไหน ก็แพ้มีดอีโต้ได้เหมือนกัน
ความก้าวหน้าของมนุษย์ ย่อมมาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
"เทคโนโลยีกับร่างกายมนุษย์มันเกื้อหนุนกันครับ" กัวอี้กลับไปนั่งที่โต๊ะ แก้ไขแบบแปลนต่อพลางอธิบาย "อย่างเช่นนักบินกันดั้มหรือยานรบอวกาศ เอาง่ายๆ แค่นักบินเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงก็ได้ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นนักบินเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงได้นะ มันติดทั้งเรื่องสมรรถภาพร่างกายและสมอง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ทุกคนสามารถเป็นนักบินเครื่องบินความเร็วเหนือเสียงได้ เมื่อนั้นเทคโนโลยีก็ต้องมีเครื่องบินที่เร็วกว่าเสียงมากๆ ออกมาแล้ว"
สมาชิกหมาป่าสันโดษขยับเข้ามาล้อมวง เกิ่งจี้ฮุยถามขึ้นว่า "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกันดั้ม"
กัวอี้ขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด "นกกระจอกเทศ คุณอธิบายซิ ในฐานะพลร่มและคนที่ขับเครื่องบินเป็น ถ้าคุณไม่เข้าใจ ก็ไปผูกคอตายซะเถอะ"
ทุกคนหันไปมองนกกระจอกเทศ ตอนนี้นกกระจอกเทศทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพูดขึ้นว่า "แรงจีจากการเคลื่อนที่"
"ถูกต้องนะคร้าบ" กัวอี้ดีดนิ้วเปาะ แบบแปลนตรงหน้าเขาเริ่มจัดเรียงตัวใหม่อย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เขาอธิบายให้ทุกคนฟัง "ความคล่องตัวของกันดั้ม ทำให้เวลายังคับในชั้นบรรยากาศ จะเกิดแรงจีที่สูงมากและถี่มาก ต่อให้มีชุดต้านแรงจีหรืออุปกรณ์ช่วยลดแรงจีที่ล้ำสมัยแค่ไหน ก็หนีความจริงข้อนี้ไม่พ้น
ดังนั้นร่างกายของพวกคุณในตอนนี้ ไม่สามารถขับกันดั้มสเปกที่ผมตั้งไว้ใช้เองได้หรอก ผมเลยต้องปรับสเปกให้คนทั่วไปใช้ได้ ส่วนผมน่ะ ร่างกายผ่านการปรับแต่งมาแล้ว สมรรถภาพร่างกายของผมไม่ใช่ระดับที่พวกคุณจะมาเทียบได้หรอก"
พูดจบ กัวอี้ก็มองพวกเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม "ร่างกายพวกคุณแข็งแรงก็จริง แต่ข้างในบอบช้ำไปหมดแล้ว แถมยังรีดเร้นศักยภาพร่างกายจนเกินขีดจำกัด ทำให้ร่างกายพวกคุณอาจจะไม่มีวันแตะมาตรฐานที่กำหนดได้เลยตลอดชีวิต"
"เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คุณบอกว่าร่างกายผ่านการปรับแต่ง" สื่อต้าฟานตะโกนขึ้นมาทันที "คุณดัดแปลงพันธุกรรมตัวเองเหรอ"
"ห๊ะ" สมาชิกหมาป่าสันโดษได้ยินคำถามของสื่อต้าฟาน ต่างก็หันขวับไปมองกัวอี้ด้วยความตกใจ
กัวอี้มุมปากกระตุก พูดอย่างเอือมระอาว่า "ปรับแต่งด้วยยาสมุนไพรครับ เป็นการซ่อมแซมยีน ไม่ใช่ดัดแปลงพันธุกรรม พวกคุณน่าจะเห็นรายการของที่ผมลักลอบนำเข้ามาแล้วนี่ ในนั้นมีสมุนไพรเพียบเลย แพทย์แผนจีนลึกล้ำพิสดาร มีทฤษฎีมากมายที่แพทย์แผนตะวันตกเทียบไม่ติด โดยเฉพาะในระดับการซ่อมแซมยีน"
กัวอี้เว้นช่วงนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างลังเลว่า "แน่นอน เทคโนโลยีพันธุกรรมไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ แต่ด้วยความรู้ที่ผมมี ถ้าปล่อยเทคโนโลยีพันธุกรรมออกมาตอนนี้ มนุษย์สูญพันธุ์แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมคุมสถานการณ์ไม่อยู่ แล้วก็แก้ไขอะไรไม่ได้ด้วย ดังนั้นเทคโนโลยีพันธุกรรมมันคือดาบสองคม นอกจากเทคโนโลยีที่ผมรับประกันได้ว่าไม่มีผลข้างเคียง ไม่อย่างนั้นให้ตายผมก็ไม่ปล่อยออกมาแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะไอ้พวกการดัดแปลงพันธุกรรม หรือพวกซูเปอร์โซลเจอร์พวกนั้น ไม่มีทางปล่อยเด็ดขาด นั่นมันหลุมพรางที่จะแลกมาด้วยความล่มสลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอนาคตชัดๆ"
"แล้วมนุษย์ดัดแปลงล่ะ" สื่อต้าฟานตาเป็นประกาย ถามคำถามใหม่ขึ้นมา "เจ้าตูบของคุณฉลาดขนาดนั้น คุณน่าจะสร้างมนุษย์ดัดแปลงได้ไม่ใช่เหรอ อย่างมนุษย์ดัดแปลงหมายเลขสิบแปดในดราก้อนบอล หรือหมายเลขแปดอะไรพวกนั้น"
กัวอี้เหลือบมองสายตาคาดหวังของทุกคน ก็รู้ทันทีว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่ ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ดัดแปลงหมายเลขสิบแปดที่มีพลังงานอนันต์ พละกำลังไม่มีวันหมด รูปร่างหน้าตาไม่มีวันแก่เฒ่า แค่พลังระดับทำลายดวงดาวได้ด้วยตัวคนเดียว ก็ถูกจริตพวกเขาจะแย่แล้ว
"ทำได้สิ คุณไปหาวัตถุดิบมาให้ผมสิ" กัวอี้แค่นหัวเราะ "หัวใจสำคัญของหมายเลขสิบแปดคือเตาปฏิกรณ์พลังงานอนันต์ ไปหามาให้ผมหน่อยสิ หรืออย่างหมายเลขแปด นอกจากโครงสร้างร่างกายแล้ว ที่เหลือก็เหมือนมนุษย์เปี๊ยบ และส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือเซลล์ประสาท เซลล์ประสาทพวกนี้มาจากมนุษย์ คุณไปหาคนแข็งแรงๆ มาให้ผมสักแสนคน แล้วกระตุ้นเซลล์ประสาทสมองของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง คัดเลือกเซลล์ที่เข้าเกณฑ์ออกมาตอนที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แล้วเอามาใส่ในร่างมนุษย์ดัดแปลง อ้อ ลืมบอกไป การกระตุ้นที่ว่าเนี่ย เซลล์ประสาทสมองมนุษย์จะตื่นตัวที่สุดตอนโดนทรมาน ความเจ็บปวดคือวิธีที่ดีที่สุดในการกระตุ้นเซลล์สมองอย่างต่อเนื่อง และเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดด้วย"
"..."
สมาชิกหมาป่าสันโดษขนลุกซู่ มองกัวอี้ด้วยความหวาดผวา
"ไม่ต้องมองผมแบบนั้น" กัวอี้มองพวกเขาอย่างเอือมๆ ยักไหล่พูดหน้าตาเฉย "นี่คือทฤษฎี ผมไม่มีวัตถุดิบ ดังนั้นจะทำสำเร็จหรือเปล่าผมก็ไม่รู้"
"ถ้ามีวัตถุดิบคุณก็คง..."
กัวอี้ลูบคาง แววตาเป็นประกายจ้องมองพวกเขา "ไม่คิดว่ามันน่าสนุกเหรอ ร่างกายมนุษย์สามารถปล่อยพลังงาน เหาะเหินเดินอากาศ ข้ามจักรวาลได้ จุ๊ๆๆ นี่แหละเสน่ห์ของวิทยาศาสตร์"
"ไอ้โรคจิต"
สมาชิกหมาป่าสันโดษมองหน้ากัน กลืนน้ำลายลงคอ แล้วสรุปออกมาเป็นคำเดียวกัน พร้อมกันนั้น พวกเขาตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องรายงานเรื่องนี้อย่างละเอียดที่สุด ต้องมีคนคอยจับตาสภาพจิตใจของกัวอี้ตลอดเวลา และต้องเฝ้าระวังงานวิจัยของเขาด้วย อย่าเผลอปล่อยให้เขากลายเป็นนักวิทยาศาสตร์จอมวายร้ายทำลายล้างมนุษยชาติเชียว
แน่นอนว่าพวกเขาก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง โชคดีที่กัวอี้สนใจจักรวาลมากกว่าร่างกายมนุษย์ ไม่อย่างนั้นดูจากทัศนคติแล้ว สิ่งที่เขากำลังสร้างคงไม่ใช่กันดั้ม แต่เป็นกองทัพมนุษย์ดัดแปลง ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเขาคงไม่ได้มายืนคุยกันฉันมิตรแบบนี้ แต่คงต้องเตรียมโลงไว้ใส่ตัวเองแล้วแลกชีวิตกันไปข้าง
"ใจเย็นๆ น่า" กัวอี้โบกมือ เห็นความกังวลของพวกเขา ก็พูดเสียงเรียบ "มนุษย์ดัดแปลง ที่สร้างน่ะคือคน ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ เจ้าตูบต่อให้ดูฉลาดแค่ไหน มันก็แค่ปัญญาประดิษฐ์ รอให้มันวิวัฒนาการจนเหมือนคนจริงๆ เมื่อไหร่ นั่นถึงจะเรียกว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอารยธรรม ใครจะไปรู้ เจ้าตูบจะอยู่ถึงวันนั้นไหม หรือมนุษย์จะอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า อีกอย่าง ผมไม่มีความสนใจเรื่องการสร้างมนุษย์... ไม่สิ วิธีการสร้างมนุษย์แบบเบสิกที่สุดน่ะผมสนใจมาก ทั้งผ่อนคลายทั้งมีความสุข ในเมื่อมีวิธีง่ายๆ แถมยังฟินได้ด้วย จะไปใช้วิธีซับซ้อนและเจ็บปวดทำไม ส่วนเรื่องท่องอวกาศ สิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ก็เพื่อเป้าหมายนั้นไม่ใช่หรือไง เป้าหมายเหมือนกัน กระบวนการก็ต้องเลือกวิธีที่ปลอดภัยและดีต่อตัวผมที่สุดสิ"
สมาชิกหมาป่าสันโดษมองกัวอี้ที่หันกลับไปแก้แบบแปลนต่อ แล้วหันมาสบตากัน จากนั้นเกิ่งจี้ฮุยก็รีบวิ่งออกไปทันที ไม่ต้องเดา เรื่องนี้ต้องรายงานด่วน น่าสยองขวัญเกินไปแล้ว
[จบแล้ว]