เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52: ฉันก็แค่มาที่นี่เพื่อกำจัดแมลงวันสองสามตัว

บทที่ 52: ฉันก็แค่มาที่นี่เพื่อกำจัดแมลงวันสองสามตัว

บทที่ 52: ฉันก็แค่มาที่นี่เพื่อกำจัดแมลงวันสองสามตัว


บทที่ 52: ฉันก็แค่มาที่นี่เพื่อกำจัดแมลงวันสองสามตัว

 

หวังเต็งตามหลินซัวหานไปตลอดทางและสังเกตเห็นว่าเธอก็กำลังกลับบ้าน

เขาเห็นเธอเข้าไปในบ้านของเธอจากระยะไกล ขณะที่เขากำลังวางแผนที่จะจากไป หวังเต็งก็สังเกตเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังเดินเข้ามา

หัวหน้ากลุ่มเป็นคนหัวล้านสวมสูทสีดำ

มีลูกน้องสองสามคนติดตามมัน  และพวกมันก็ดูเหมือนกับพวกอันธพาล

หวังเต็งหยุดเดินและจุดบุหรี่ เขายืนอยู่ข้างถนนและเริ่มสูบบุหรี่

“แกมองหาอะไรวะ? ไอ้หนู!” ชายหัวล้านสวมชุดสูทสีดำเห็นหวังเต็งจ้องมองพวกมัน ดังนั้นมันจึตะคอกใส่เขาไปอย่างดุเดือด

หวังเต็งไม่ได้พูดอะไร เขาหันศีรษะของเขาออกไป

ชายหัวล้านสวมชุดสูทสีดำไม่ได้ถามอะไรเขาต่อเช่นกัน  จากนั้นมันก็เดินเข้าไปในบ้านของหลินซัวหานด้วยความโกรธ

บ้านของหลินซัวหานเป็นอพาร์ตเมนต์สามชั้น มันดูเก่ามาก ชั้นแรกเป็นหน้าร้านซึ่งพวกเขาได้เปิดร้านสะดวกซื้อเล็กๆ

ชายหัวล้านได้บุกตรงเข้าไปที่แผงขายของของครอบครัวหลิน จากนั้นมันก็หยิบขวดโค้กออกมาแล้วดื่ม

หญิงวัยกลางคนในร้านมองดูพวกมัน เธอน่าจะเป็นแม่ของหลินซัวหาน เธอยืนดูอยู่ข้างๆอย่างหวาดกลัวและไม่กล้าที่จะพูดหยุดพวกมันแม้แต่คำเดียว

หลังจากเรอออกมา  ชายหัวโล้นก็หันมามองหญิงวัยกลางคน มันกล่าวว่า  “เป็นยังไงบ้าง? เตรียมเงินไว้รึยัง?”

“บอส ลูกของฉันได้ไปขอยืมเงินจากญาติของเราแล้ว ได้โปรดให้เวลาพวกเราอีกสักสองสามวันด้วยเถอะ” หญิงวัยกลางคนอ้อนวอน

“ขอเวลาอีกสองสามวัน? พวกแกยังอยากมีชีวิตอยู่ไหม? ห้ะ?”

ชายหัวล้านสวมสูทสีดำจ้องไปที่ผู้หญิงคนนั้นและเตะกล่องที่เต็มไปด้วยลูกอมข้างๆมัน ลูกอมในกล่องกระเด็นออกไปในทันทีและกระจัดกระจายไปทุกที่

“แกคิดที่จะไม่คืนเงินฉันใช่ไหม?”

“บอส เราไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นจริงๆ เรายังไม่ได้รับเงินของเรามาเลย  ได้โปรดขอเวลาอีกสักสองสามวันเถอะ ได้โปรด!”  หญิงวัยกลางคนตกใจและทรุดตัวลงที่มุมห้อง ตาของเธอแดงก่ำขณะที่เธอพูด

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ถ้าวันนี้แกไม่ให้เงินฉัน ฉันก็จะทำลายร้านของแกทิ้งซะ!” ชายหัวล้านไม่มีท่าทีจะผ่อนลง

“นี่… คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ ทั้งครอบครัวของเราอาศัยร้านนี้เพื่อหาเลี้ยงชีพ ลูกสาวของฉันก็ยังต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้นถ้าคุณทำลายร้านของเรา แล้วเราจะอยู่ต่อไปได้ยังไง!” หญิงวัยกลางคนกังวลมากจนน้ำตาไหล

“ใครจะไปสน นั่นมันเรื่องของแก อิแก่! ดูเหมือนว่าแกจะไม่สามารถหาเงินมาคืนได้ในวันนี้จริงๆสินะ แกคิดว่าฉันมาทำบุญรึไง?  ห้ะ?  เด็กๆ ทำลายที่นี่ทิ้งซะ!”

ชายหัวล้านสวมสูทสีดำนั่งบนเก้าอี้อย่างเย่อหยิ่งแล้วโบกมือ จากนั้นลูกน้องของมันก็กำลังจะเริ่มทำลายข้าวของในร้าน

“หยุด!”

เสียงดังมาจากชั้นบน

หลินซัวหานวิ่งลงบันไดมา  เมื่อกลับถึงบ้านเธอก็เข้าห้องน้ำทำธุระ  และในทันทีที่เธอออกมา เธอก็ได้ยินเสียงความโกลาหลดังออกขึ้นมาจากด้านล่างและเมื่อเธอลงมา  มันก็เป็นไปตามที่คาดไว้ คนเหล่านี้มาที่นี่เพื่อตามหาพวกเขาอีกครั้ง

“เฮ้!” ดวงตาของชายหัวล้านเป็นประกายเมื่อเห็นหลินซัวหาน

“ลูกลงมาทำไม?”

หญิงวัยกลางคนตื่นตระหนก เธอรีบดึงหลินซัวหานไปทางด้านหลังและพูดกับชายหัวล้านที่สวมสูทสีดำว่า “บอส ลูกสาวของฉันยังเด็กอยู่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ ดังนั้นอย่าใส่ใจสิ่งที่เธอพูดเลย”

“ฉันไม่คิดว่าเธอยังเด็กแล้วนะ” ชายหัวล้านยืนขึ้น และจ้องมองไปที่เรือนร่างของหลินซัวหานราวกับว่าหมาป่าที่กำลังมองเหยื่อของมัน

หลินซัวหานไม่ถอยหนี เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของหญิงวัยกลางคนและพูดว่า “ครอบครัวของฉันเป็นหนี้แก 150,000 ใช่ไหม? ฉันจะคืนเงินให้ แล้วพวกแกก็รีบออกไปได้แล้ว”

“ฮ่าฮ่า เธอนี่ช่างกล้า เธอจะไปมีเงิน 150,000 ได้ยังไง”  ชายหัวล้านสวมสูทสีดำยิ้มอย่างดูถูก

“ลูกแม่ เราไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกนะ” แม่ของหลินซัวหานขมวดคิ้ว เธอคิดว่าลูกสาวของเธอกำลังเล่นตลก ดังนั้นเธอจึงอยากจะดึงหลินวัวหานกลับไปข้างหลังอีกครั้ง

แม่ของหลินซัวหานเข้าใจสายตาของชายหัวโล้นอย่างชัดเจน  พวกมันไม่ใช่คนดี และลูกสาวของเธอก็เป็นเพียงนักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถต่อสู้กับพวกมันได้เลย

หลินซัวหานยังคงไม่ขยับเขยื้อน “ส่งสัญญาเงินกู้มาให้เรา แล้วฉันจะโอนเงินให้แกเดี๋ยวนี้”

“เด็กคนนี้มีเงินจริงๆอย่างงั้นหรอ? เธอสวยมาก ดังนั้นมันก็อาจจะมีคนยอมให้เธอยืมเงินจริงๆ” ชายหัวล้านสวมชุดสูทสีดำพึมพำกับตัวเองเบาๆ

เขามองไปที่ใบหน้าที่สวยงามของหลินซัวหานที่เต็มไปด้วยพลัง หัวใจของมันร้อนรุ่มด้วยแรงปรารถนา ในทันใดนั้น ความคิดชั่วๆก็ได้ปรากฎขึ้นมาในใจของมัน

“เอาล่ะ ตราบใดที่แกคืนเงินให้กับเรา เราก็จะจากไป อย่างไรก็ตาม เงิน 150,000  นั้นมันเป็นของเมื่อสามวันก่อน และเมื่อผ่านไปสามวันแล้ว  ตอนนี้พวกแกก็เป็นหนี้เรา  200,000!”

“คิดว่าไงสาวน้อย? เธอมี 200,000 ไหม”

“200,000?  มันเพิ่งผ่านไปเพียงสามวันเท่านั้น มันจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ได้ยังไง!” ใบหน้าของแม่ของหลินซัวหานเปลี่ยนเป็นสีซีด มันเป็นการยากที่จะบอกได้ว่ามันเป็นแบบนั้นเพราะความกลัวหรือความโกรธ

“แกมันน่ารังเกียจ!” ร่างกายของหลินซัวหานสั่นด้วยความโกรธ

ตอนแรกพวกเขายืมเงินจากคนเหล่านี้เพียง 100,000 เท่านั้น จากนั้นพวกมันก็บอกพวกเขาว่ามันดอกเบี้ยสามเดือนคือ 50,000 และนั่นก็ทำให้ครอบครัวของพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากก้มหน้าก้มตาทำงาน

แต่หลังจากผ่านไปหลายปี พวกเขาก็ได้ยืมเงินจากญาติส่วนใหญ่ไปแล้วและ พวกญาติทุกคนต่างก็รู้ดีถึงสภาพของครอบครัวของหลินซัวหาน

พ่อของหลินซัวหานเป็นอัมพาตและนอนติดเตียงและไม่มีความสามารถในการทำงาน น้องสาวของเธอเองก็มีอาการป่วยแปลกๆ  มันมีเพียงแม่และหลินซัวหานเท่านั้นที่สามารถทำงานเป็นปกติได้

อย่างไรก็ตาม แม้ญาติๆจะให้พวกเขายืมเงิน แต่มันก็ไม่ต่างอะไรจากการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เงินเหล่านั้นไม่สามารถแก้ไขเรื่องที่พวกเขาเผชิญอยู่ได้

เมื่อไม่นานมานี้ หลินซัวหานก็พยายามอย่างมากที่จะลดอัตตาของเธอและขอยืมดเงิน 150,000 จากหวังเต็ง เธอคิดว่าในที่สุดเธอก็จะสามารถล้างหนี้นี้ได้สักที

กระนั้นเธอก็ไม่คิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะน่ารังเกียจได้ถึงขนาดนี้ ตอนนี้พวกมันกลับต้องการเพิ่มเงินอีก 50,000 หยวน เพราะพวกเขาจ่ายล่าช้าไปสามวัน!

“สาวน้อย อย่าพูดเรื่องไร้สาระ ฉันเป็นคนชอบธรรม ฉันจะมาโกงเธอได้ยังไง” ชายหัวล้านพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“แบบนี้มันผิดกฎหมาย ฉันฟ้องแกได้นะ” หลินซัวหานกัดฟัน

“เอาเลย  ฉันจะไม่หยุดเธอหรอก อย่างไรก็ตาม เรื่องนั้มนก็อาจะจบไม่สวยเท่าไหร่ในอนาคต” ชายหัวล้านหัวเราะเยาะ

“แก!”  หลินซัวหานชี้ไปที่มัน เธอโกรธจนพูดไม่ออก

“ดูเหมือนว่าพวกแกจะไม่สามารถจ่ายเงินคืนให้เราได้สินะ…  เอางี้เป็นไง? ฉันยังไม่มีแฟน  ดังนั้นหากเธอยินดีที่จะเป็นผู้หญิงของฉัน ฉันก็สามารถยกหนี้ก้อนนี้ให้กับพวกเธอได้” ชายหัวโล้นหัวเราะเยาะและพูด

“นั่นไม่มีทาง อย่าแม้แต่จะคิดเกี่ยวกับมัน ต่อให้เราจะเปิดร้านไม่ได้แล้ว แต่แกก็อย่าหวังจะมาแตะต้องลูกสาวฉัน” แม่หลินซัวหานเป็นเหมือนเสือโคร่งที่ระเบิดด้วยความโกรธ เธอกันหลินซัวหานไว้ข้างหลังและจ้องไปที่ชายหัวล้านที่สวมสูทสีดำ

การแสดงออกของหลินซัวหานเองก็เปลี่ยนไปเป็นน่าเกลียด มันมีความเป็นห่วงเป็นใยในดวงตาของเธอ เธอไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะมีเจตนาชั่วร้ายเช่นนี้ เธอประเมินความชั่วร้ายในจิตใจของพวกมันต่ำเกินไป

“ถ้าอย่างงั้น เราก็จะไม่สุภา --”

ชายหัวล้านยิ้มอย่างชั่วร้าย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่มันจะทันได้พูดจบประโยค เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากข้างหลังมัน

“แกจะไม่สุภาพแล้วอย่างงั้นหรอ?”

ชายหัวล้านหันศีรษะของเขา “ไอ้หนู นี่แก!”

“หวังเต็ง!” ทันทีที่หลินซัวหานเห็นผู้มาใหม่ หัวใจของเธอก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ฮึ่ม รู้จักกันอย่างงั้นหรอ?” ชายหัวล้านสวมสูทสีดำเหล่ตามองหวังเต็ง “แกคิดจะช่วยแม่หนูนี่อย่างงั้นหรอ?”

“ช่วยหรอ? ไม่ใช่เลย” หวังเต็งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ดูสิว่ามันขี้อายขนาดไหน” ชายหัวล้านหัวเราะออกมา ลูกน้องของมันเองก็เริ่มเยาะเย้ยและเย้ยหยันหวังเต็ง

“ฉันก็แค่มาที่นี่เพื่อกำจัดแมลงวันสองสามตัว” หวังเต็งพูดต่ออย่างใจเย็น

ใบหน้าของชายหัวล้านเปลี่ยนไป มันถูกดูถูกจริงๆ การแสดงออกที่ไม่แยแสบนใบหน้าของเด็กเหลือขอคนนี้ทำให้มันรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

“แกกำลังเล่นกับความตาย!” มันพูดประโยคนี้ออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว

จบบทที่ บทที่ 52: ฉันก็แค่มาที่นี่เพื่อกำจัดแมลงวันสองสามตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว