เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: ทักษะปืน

บทที่ 26: ทักษะปืน

บทที่ 26: ทักษะปืน


บทที่ 26: ทักษะปืน

หลังจากที่โจวไป่หยุนพูดจบ ผู้คนก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ล่าสัตว์หลังจากแจ้งเพื่อนของพวกเขา

หวังเต็งเองก็รู้สึกสนใจเช่นกัน ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม เขาก้ได้เรียกหน้าต่างค่าคุณสมบัติของเขาออกมา

คามรู้แจ้ง: 82

ร่างกาย: 167

ความแข็งแกร่ง: 2888

ความเร็ว: 1033

เทคนิคการต่อสู้: ทักษะหมัดขั้นพื้นฐาน (ผู้เชี่ยวชาญ), ฟุตเวิร์คขั้นพื้นฐาน (ผู้เชี่ยวชาญ), ทักษะดาบขั้นพื้นฐาน (ผู้เชี่ยวชาญ), ทักษะมีดขั้นพื้นฐาน (ผู้เชี่ยวชาญ), ทักษะปืน (ผู้สัมฤทธิ์)

ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา คะแนนค่าคุณสมบัติของเขาก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเขาก็ได้เพิ่ม 'ทักษะปืน' เข้ามาให้กับคลังค่าคุณสมบัติของเขาด้วย

ซึ่งตอนนี้มันก็อยู่ในขั้นผู้สัมฤทธิ์แล้วเช่นกัน

มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับความรู้เกี่ยวกับปืนในใจของหวังเต็ง เขารู้สึกว่าการเล็งของเขานั้นแม่นยำมาก และสายตาของเขาก็ค่อนข้างเฉียบขาดและเฉียบคม

เขาเก็บปืนขึ้นมาเมื่อสองวันก่อนในตอนที่เขาฆ่าโจรทั้งห้าเสร็จแล้ว

โจรเหล่านี้เป็นศิษย์นักสู้ทั้งหมด และพวกมันก็มีเพียงทักษะหมัดขั้นพื้นฐานและฟุตเวิร์ค ด้วยเหตุนั้นเองพวกมันจึงดรอปคุณสมบัติออกมาด้วย อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่พวกมันใช้ปืนนี้เอง พวกมันจึงดรอปค่าคุณสมบัติทักษะปืนออกมาค่อนข้างมากอีกด้วย

ค่าคุณสมบัติจากโจรทั้งห้าได้ผลักดันทักษะปืนของหวังเต็งให้ไปสู่ระดับขั้นผู้สัมฤทธิ์

พูดกันตามตรง ฟองสบู่ค่าคุณสมบัติจะดรอปออกมามากที่สุดก็ต่อเมื่อเขาได้ไปฆ่าใครสักคน!

แต่แค่คิดก็สยองแล้ว!

นอกจากค่าคุณสมบัติแล้ว หวังเต็งก็ยังได้รับอีกสิ่งหนึ่งในวันนั้น ปืนรูนฟอร์ส!

โจรทั้งห้าคนมีปืนรูนฟอร์สคนละหนึ่งกระบอก อย่างไรก็ตาม หัวหน้าโจรก็ยังมีอีกกระบอกหนึ่งซ่อนอยู่ในร่างกายของมัน และหลังจากที่ตัวประกันวิ่งออกจากอาคารสำนักงานไปหมดแล้ว ตามมารยาทหวังเต็งก็อดไม่ได้ที่จะทำการ...ค้นศพ!

นี่เป็นนิสัยที่ดีที่ฉันได้รับมาจากการเล่นเกม o(╯□╰)o

โชคดีที่กล้องวงจรปิดได้ถูกทำลายไปแล้วโดยโจรเหล่านั้น ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่สะดวกแลเหมาะเจาะที่สุดสำหรับหวังเต็ง

และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้ตอนนี้หวังเต็งมีอาวุธซ่อนอยู่บนร่างกายของเขา!

หลังจากที่เขาเก็บฟองสบู่ค่าคุณสมบัติของทักษะปืนได้แล้ว เขาก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลองทดสอบมันดูสักที ด้วยเหตุนั้นเอง เมื่อเขาได้ยินว่าเขาสามารถที่จะใช้ปืนในพื้นที่ล่าสัตว์ได้ ความตื่นเต้นจึงผุดขึ้นมาในหัวใจของเขา

“พี่หวังเต็ง เรามาร่วมสนุกกันหน่อยไหม?” ซูเจี๋ยถามด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

หยูห่าวและซุนเกาหยานเองก็ดูตื่นเต้นเช่นกัน

หวังเต็งยิ้มในใจ ดูเหมือนว่าทุกคนจะมีความคิดเดียวกัน

“เว่ยน้อย เธอจะไปด้วยไหม” หวังเต็งมองไปที่ไป่เว่ยและถาม

“ไม่ พวกนายเล่นปืนจริงไปเถอะ ส่วนฉันจะไปเล่นปืนฉีดน้ำเล็กๆของฉัน” ไป่เว่ยโบกปืนฉีดน้ำที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ

“อืม… แน่นอน ตราบใดที่เธอมีความสุข” หวังเต็งพยักหน้า เขาพูดกับซูเจี๋ยและชายหนุ่มอีกสองคนว่า  “เอาล่ะ ไปกันเถอะ”

ขณะเดียวกันไป่เว่ยก็ไปเข้าร่วมทีมต่อสู้ปืนฉีดน้ำกับหญิงสาวอีกสองสามคน

หวังเต็งและเพื่อนๆของเขามาถึงทางเข้าพื้นที่ล่าสัตว์ หลังจากเสร็จสิ้นการลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์กับเจ้าหน้าที่และรับปืนมาแล้ว พวกเขาก็เข้าไปข้างในพื้นที่ล่าสัตว์

ปืนที่เจ้าหน้าที่ได้จัดมาให้นั้นก็เป็นปืนรูนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พลังของพวกเขาก็ไม่สามารถเทียบได้กับปืนที่พวกโจรใช้

แม้ว่าพวกมันจะเป็นปืนรูนฟอร์สทั้งคู่ แต่มันก็มีความแตกต่างกันมากในเรื่องของพลังของพวกมัน ปืนรูนฟอร์สที่ทรงพลังนั้นสามารถฆ่านักสู้ได้ ในขณะที่ปืนรูนฟอร์สที่อ่อนแอนั้นสามารถใช้เพื่อฆ่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์ระดับต่ำสุดได้เท่านั้น

ตามพลังของปืน ปืนรูนฟอร์สก็สามารถจำแนกได้ตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงเก้าดาว

และปืนล่าสัตว์ที่พวกเขามีนั้นก็ยังไม่ถือว่าเป็นปืนระดับหนึ่งดาวด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อซูเจี๋ยและเพื่อนของเขาได้สัมผัสกับปืน พวกเขาก็รู้สึกว่าพวกเขากำลังสัมผัสกับสมบัติล้ำค่าบางอย่าง

ท่ามกลางความรู้สึกสับสน กลุ่มก็ได้เดินเข้าไปในพื้นที่ล่าสัตว์

พื้นที่ล่าสัตว์ทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยลวดหนามโลหะซึ่งเสริมด้วยอักษรรูนอีกที ดังนั้นความสามารถในการป้องกันของมันจึงดีกว่าลวดหนามโลหะทั่วไป

พื้นดินเต็มไปด้วยใบไม้ที่เน่าเปื่อยและกิ่งก้านที่ซ้อนกันตลอดหลายปี

“ปกติแล้วมันไม่มีเจ้าหน้าที่พิเศษเข้ามาทำความสะอาดพื้นที่นี้หน่อยเลยหรอ?” ซูเจี๋ยบ่น

“การทำความสะอาดนั้นไม่จำเป็น หลายคนหลงใหลในบรรยากาศแบบนี้ ซึ่งหากมันมีกลิ่นอายของมนุษย์มากเกินไป มันก็จะทำให้เสียบรรยากาศในการล่าสัตว์ได้” ซุนเกาหยานอธิบาย

“อืม...” ซูเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “มีเหตุผล”

หยูห่าวกลอกตา เขาต้องยอมรับว่าซูเจี๋ยนั้นเป็นคนที่งี่เง่าและโง่ในบางครั้ง

ปัง

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เสียงปืนก็ดังขึ้นข้างหูของพวกเขาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า พวกเขาเกือบจะกระโดดออกจากจุดนั้นด้วยความตกใจ

“เชี่ย พี่หวังเต็ง ทำไมพี่ถึงได้ยิงโดยไม่บอกกล่าวกัน?” ซูเจี๋ยลูบหน้าอกของเขาและถาม

หวังเต็งเงยหน้าขึ้น จากนั้นซูเจี๋ยและอีกสามคนก็มองไปในทิศทางที่หวังเต็งกำลังชี้ไป

มันมีกระต่ายสีเทาตัวใหญ่กำลังนอนอยู่!

ไม่สิ มันตายแล้ว

“เอาเรื่องจริงๆ!” ซูเจี๋ยหัวเราะเสียงดัง

หยูห่าวและซุนเกาหยานมองไปที่หวังเต็งด้วยความตกใจ พวกเขาไม่ทันสังเกตเลยว่ามันมีกระต่ายปรากฎตัวขึ้น

นอกจากนี้ การยิงของหวังเต็งก็ยังแม่นยำอีกด้วย หนึ่งนัดต่อหนึ่งชีวิต!

หลังจากที่ซูเจี๋ยหยิบกระต่ายขึ้นมา พวกเขาก็ยังคงเดินลึกเข้าไปในส่วนลึกของพื้นที่ล่าสัตว์ ส่วนที่ลึกกว่านั้นเป็นสนามเด็กเล่นที่แท้จริงสำหรับสัตว์ป่า

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปในพริบตา

ซูเจี๋ยและเพื่อนๆของเขาต่างก็ถือสัตว์ป่าอยู่ในมือ มันเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดี

“มีการเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้า”

หวังเต็งพูด จากนั้นอีกสามคนก็หยุดเดินและยกปืนขึ้น

พวกเขาฟังเสียงอย่างระมัดระวังและสังเกตเห็นเสียงแผ่วเบาดังออกมาจากระยะไกล พวกเขาคุ้นเคยกับความรู้สึกที่เฉียบแหลมของหวังเต็งแล้ว ดังนั้นตอนนี้พวกเขาจึงดูเฉยๆกับเหตุการณ์นี้

แต่ละคนหาต้นไม้ของตัวเองและซ่อนอยู่ข้างหลัง

“รีบไปไล่มันเร็ว! อย่าให้มันหนีไปได้!” จากนั้นมันก็มีคนตะโกนอยู่ข้างหน้า

ซูเจี๋ยแลกเปลี่ยนสายตากับเพื่อนของเขา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้มาพบกับกลุ่มนักล่าอีกกลุ่มหนึ่ง

ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมที่จะถอยออกไป พุ่มไม้ที่อยู่ตรงหน้าก็เริ่มสั่นไปมา หวังเต็งและคนอื่นๆหยุดกลางทางและเห็นเงาสีดำที่ว่องไวพุ่งออกมาจากพุ่มไม้

จากนั้นเจ้าของเสียงตะโกนก็วิ่งตามออกมาจากพุ่มไม้

“มันคือพวกเขา!”

ซูเจี๋ยและเพื่อนๆของเขาได้ชำเลืองมองไปและอุทานออกมา มันคือโจวไป่หยุน,หลี่หรงเฉิงและเพื่อนของพวกเขา

หลี่หรงเฉิงกระตือรือร้นที่จะแสดงฝีมือให้โจวไป่หยุนเห็น ดังนั้นเขาจึงยกปืนขึ้นและยิงใส่เหยื่อของเขาขณะวิ่ง

ปัง ปัง ปัง!

อย่างไรก็ตาม ทั้งสามนัดก็ไม่โดนอะไรเลย เงาดำหลบไปทางขวาและซ้าย มันคล่องตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

“หลี่หรงเฉิง ถ้าแกยิงไม่ได้ งั้นก็แกก็หยุดยิงเถอะ แกกำลังทำเสียกระสุนไปโดเปล่าประโยชน์ และที่สำคัญกว่านั้น แกก็เกือบจะพลาดยิงมาโดนเราแล้ว ไอ้โง่” ซูเจี๋ยตะโกนด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

“ ไอ้เชี่ยเอ้ย พวกแกมาที่นี่ทำไมกัน? หลี่หรงเฉิงสาปแช่พวกเขาราวกับว่าการได้พบกับพวกเขานั้นเป็นเรื่องอัปมงคล

“ฮ่าฮ่า พื้นที่ล่าสัตว์แห่งนี้ไม่ใช่ของตระกูลแกสักหน่อย อย่างงั้นแล้วแกจะมาไล่เราไดยังไงกัน?” ซูเจี๋ยโต้แย้ง

“แก...”

“รีบไปหยุดมันได้แล้ว มันจะหนีไปแล้ว!”

ก่อนที่หลี่หรงเฉิงจะพูดอะไร โจวไป่หยุนก็ตะโกนออกมาจากด้านหลัง

“เชี่ย พี่หวังเต็ง นั่นมันหมาป่าสีขาว มันกำลังวิ่งไปทางพี่แล้ว” ซูเจี๋ยเหลือบมองสัตว์และตะโกนด้วยน้ำเสียงแปลกๆ

หวังเต็งไม่ต้องการยิง หมาป่าตัวนี้เป็นเหยื่อของโจวไป่หยุน ดังนั้นถ้าเขาเข้าไปยุ่งกับการล่าของเธอ ความแค้นก็อาจจะหยั่งรากลึกในใจของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม หลี่หรงเฉิงก็ยังคงยิงไม่โดนมันสักที

“ถ้าใครสามารถเก็บหมาป่าตัวนั้นได้ ฉันก็จะเติมเต็มความปรารถนาให้เขา 1 อย่าง!” โจวไป่หยุนตะโกนเมื่อเธอเห็นว่าหมาป่าสีขาวกำลังจะหลบหนีไป

หวังเต็งมองไปที่หมาป่าสีขาวที่พุ่งเข้าหาเขาอย่างรู้สึกหมดหนทาง

ทำไมแกต้องวิ่งมาหาฉันนด้วยนะ

ทำไมแกต้องบังคับให้ฉันทำแบบนี้กัน

ปัง!

นัดเดียว!

หวังเต็งทำนายการเคลื่อนไหวของหมาป่า จากนั้นเขาก็จัดการเก็บมันด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว

หมาป่าสีขาวหอนด้วยความเจ็บปวดและไถลไปกับพื้น มันตกลงบนพื้นด้วยเสียงอันดังก้อง

“ฮ่าฮ่า โดน!”

ซูเจี๋ยมีความสุขมากกว่าหวังเต็งเสียอีก เขาเดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้และหัวเราะเยาะหลี่หรงเฉิงจนกระทั่งใบหน้าของหลี่หรงเฉิงเปลี่ยนเป็นสีเขียว

“ก็แค่โชคช่วย!” หลี่หรงเฉิงเย้ยหยัน

หยูห่าวและซุนเกาหยานเองก็เดินเข้ามาเช่นกัน พวกเขารวมตัวกันรอบๆหมาป่าและตรวจดูมัน  พกวเขาเดาะลิ้นเป็นเสียงดียวกัน

“ขนของหมาป่าตัวนี้สวยมากจริงๆ!”

โจวไป่หยุนเดินเข้าไปและก้มลงลูบขนของหมาป่า เธอพูดอย่างร่าเริงว่า “ดีมาก ขนเจ้านี่เหมาะสำหรับการเอาไปทำเป็นผ้าพันคอ”

จบบทที่ บทที่ 26: ทักษะปืน

คัดลอกลิงก์แล้ว