เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 61: ศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง

Chapter 61: ศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง

Chapter 61: ศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง


เหรียญทองและทองคำแท่ง รวมถึงเศษทองคำชิ้นเล็ก ๆ พรั่งพรูออกมาตามรอยแตกราวกับน้ำพุ คนทั้งห้าอึ้งและตกใจ ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาชะงักไป

"สมบัติของฉัน! ทรัพย์สมบัติของฉัน!" ดยุคเวย์นตะโกน

"มันอยู่ที่นี่จริง ๆ เหรอ?" ฉินหรานไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

เขาไม่เคยคิดเลยแม้สักครั้งว่าสมบัติพันปีจะอยู่ที่ห้องประชุมสภาจริง ๆ ตอนที่พวกเขาเลือกที่นี่เป็นจุดลอบสังหาร ฉินหรานจำได้ว่ากุนเธอร์สันพูดอย่างชัดเจนว่า "สมบัติไม่ได้อยู่ที่ห้องประชุมสภา เมื่อห้าสิบปีก่อนฉันตรวจสอบทุกมุมทุกผนังที่นั่นแล้ว ผนังแต่ละด้านสร้างขึ้นจากหินจากภูเขาแผ่นเดียว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างทางลับหรือประตูลับไว้ด้านหลัง!"

อัศวินคนสุดท้ายไม่ได้โกหก แต่จากภาพที่เห็นตรงหน้าพวกเขา กุนเธอร์สันคงจะหาผิดที่แล้ว ผนังไม่ได้มีทางหรือประตูลับ แต่มันครอบสมบัติทั้งหมดไว้ เหมือนเป็นหีบสมบัติ วัสดุพิเศษที่ใช้ทำผนังปกป้องสมบัติจากพวกโจรที่มีความสามารถ

ฉินหรานประทับใจในวิธีการซ่อนและโครงสร้างของผนัง ผู้สร้างอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงแต่เขาต้องเข้าใจธรรมชาติแท้จริงของมนุษย์ แต่ถึงอย่างนั้น ฉินหรานก็ไม่ได้หลงลืมอันตรายที่กำลังจะมาถึงพวกเขา

"วิ่ง!" เขาตะโกนขณะคว้าตัวจอห์นเอาไว้และเริ่มวิ่งตรงไปที่ทางออกอีกครั้ง

เทียบกับแรงสั่นสะเทือนจากการถล่มของโครงสร้าง ทองคำที่ทะลักออกมานั้นยังอันตรายกว่าหลายเท่า ถ้าใครถูกทองคำพวกนั้นท่วมทับก็คงเอาชีวิตไม่รอดเป็นแน่ จอห์นได้สติกลับมาอีกครั้งเมื่อฉินหรานลากเขาออกมาแต่ดยุคเวย์นนั้นไม่โชคดีเท่า เขามาตระหนักถึงอันตรายก็ตอนที่ฉินหรานและจอห์นเริ่มวิ่งออกไปแล้ว เขาช้ากว่าแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น แต่ในสถานการณ์เป็นตายมันต่างกันมาก ดยุคเวย์นไม่เคยรู้สึกเกลียดทองคำที่เขามีมากเท่าทองคำที่ไหลพรูพรั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ เขาอยากอยู่ให้ห่างจากทองคำพวกนี้เท่าที่จะทำได้ แต่ว่าความจริงก็ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของมนุษย์ ต่อให้เป็นความต้องการของดยุคเวย์นก็ตาม

ดยุคเวย์นวิ่งเพื่อเอาชีวิตรอด แต่แรงสะเทือนด้านหลังเขานั้นมีแต่จะดังขึ้นราวกับว่าเขากำลังถูกสัตว์ป่าหิวโหยไล่ล่า เขาตื่นตระหนกและหวาดกลัวมากจนเหงื่อไหลชุ่มเสื้อผ้าในพริบตา เขายังไม่อยากตายตอนนี้ เขามีฐานะสูงส่ง มีตำแหน่งสำคัญมากในสังคม และมีแผนการมากมายรออยู่ เขาจะมาตายอย่างนี้ได้อย่างไร?

"ไม่! ฉันไม่อยากตาย! พวกแกต่างหากที่ควรตาย!"

เมื่อความตายคุกคาม ดยุคเวย์นก็เสียสติ เขามองฉินหรานและจอห์นที่วิ่งอยู่ด้านหน้าเขา แล้วทันใดนั้นก็โถมร่างใส่พวกเขาสองคนและตะโกนดังลั่น "ตายซะ!" ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวราวปิศาจอาฆาต คำพูดน่าขนลุกลอดออกมาจากปากของเขา

คาร์ล ที่อยู่ด้านนอกห้องโถงแล้วเห็นทุกอย่างอย่างชัดเจนตะโกนออกมาอย่างอดไม่ได้ "ระวังครับ!"

ตอนที่คาร์ลตะโกน ฉินหรานรู้สึกเหมือนตัวเองเห็นอนาคต เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาหมุนตัวกลับไปทั้งที่วิ่งอยู่ และตอนที่ดยุคเวย์นกำลังจะคว้าเสื้อโค้ทของเขาได้นั้น เขาก็ปล่อยลูกเตะรุนแรงใส่หน้าดยุคเวย์น แรงกระแทกมหาศาลส่งให้ดยุคเวย์นลอยกลับไปและหล่นลงในคลื่นทองคำ

ค่าความฉลาดระดับ D ของฉินหรานทำให้เขามีประสาทสัมผัสไวขึ้นและทำให้เขาสามารถหลบหลีกการลอบจู่โจมกะทันหันจากดยุคเวย์นได้ ที่จริงแล้ว ตอนที่ผู้ชายคนนั้นมาถึงด้านหลังเขา เขาก็แบ่งความสนใจส่วนหนึ่งไปที่คนผู้นั้น พอดยุคเวย์นกระโจนเข้ามาฉินหรานก็พร้อมตอบโต้กลับแล้ว มันง่ายราวกับปอกกล้วย ดยุคเวย์นอาจจะร่ำรวยและมีอิทธิพลเหนือทุกคนและทุกสิ่งอย่างในเมือง แต่เมื่อเป็นเรื่องความแข็งแกร่งทางกายภาพ เขาค่อนข้างใช้การไม่ได้ เขาอาจจะเคยฝึกมาบ้างตอนยังเด็ก แต่ทันทีที่ได้บรรดาศักดิ์ดยุคและกลายเป็นหัวหน้าตระกูล เขาก็เลิกฝึก รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น

การลงมือครั้งสุดท้ายของดยุคเวย์นต่อฉินหรานนั้นไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่ามนุษย์คนหนึ่งดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้ายหน้าประตูแห่งความตาย

ฉินหรานที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้วสามารถจัดการกับศัตรูได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น จังหวะที่ดยุคเวย์นตัดสินใจกระโจนขึ้นหน้ามานั้นเขาก็ได้กำหนดชะตากรรมตัวเองแล้ว

"ไม่!" เขากรีดร้องโหยหวน

คลื่นสีทองสว่างกลืนกินดยุคเวย์นลงไปในพริบตาและเคลื่อนต่อมายังฉินหรานและจอห์น หลังจากฉินหรานเตะดยุคเวย์นกระเด็นไปเขาก็ไม่หันกลับไปดูผล เขายังคงวิ่งหนีเอาชีวิตรอดต่อ ถ้าเขาไม่อยากมีชะตาเดียวกันกับดยุคเวย์นเขาก็ต้องวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ว่า หลังจากชะงักเล็กน้อยครั้งนั้นคลื่นสีทองก็เกือบจะมาถึงพวกเขาแล้ว

"ปล่อยฉันไว้แล้วหนีไป!" จอห์นตะโกนบอกฉินหรานเมื่อเขารู้สึกถึงแรงสะเทือนด้านหลัง

จอห์นรู้ว่าถ้าไม่เพราะมีเขาเป็นภาระ ฉินหรานคงหนีออกไปจากห้องโถงเรียบร้อยแล้ว เพราะเขา ทั้งคู่เลยจะจบลงด้วยการถูกคลื่นทองคำถล่มใส่ จอห์นฉีกยิ้มเมื่อคิดถึงตรงนี้ ทันใดนั้นเขาก็ผลักฉินหรานออกไปแล้วโบกมือให้อีกฝ่าย "วิ่งไป!"

ตอนที่เร่งให้เพื่อนหนีไป ลำตัวท่อนล่างของจอห์นก็ถูกคลื่นทองคำท่วมทับ ฉินหรานหันกลับมามองตามสัญชาตญาณและพยายามดึงจอห์นออกมา แม้ว่าความมีเหตุมีผลจะบอกเขาว่าการวิ่งหนีไปเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง แต่ ณ ตอนนี้ ร่างกายของฉินหรานนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุม

เขาไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไร ผู้เล่นกำลังเสี่ยงชีวิตของตัวเองเพื่อ NPC คนหนึ่ง ฉินหรานอดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ตรงกันข้าม จอห์นตะลึงไปแล้ว เขามองฉินหรานที่พยายามดึงเขาออกไปสุดแรง ทันใดนั้นก็รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีเพื่อนอย่างฉินหราน

"สารวัตร! คุณฉินหราน!" คาร์ลตะโกนชื่อของพวกเขาขณะที่กุนเธอร์สันขมวดคิ้วให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ภาพตรงหน้าทำให้กุนเธอร์สันนึกถึงเรื่องอดีตที่ไม่อยากจดจำขึ้นมา ในตอนนั้นเขาไร้ประโยชน์ยิ่งนัก แต่ว่าตอนนี้?

เสียงข้อต่อลั่นกราวดังให้ได้ยินเมื่อกุนเธอร์สันปลดปล่อยพลัง กระแสพลังเริ่มรวมตัวกันที่ฝ่ามือของเขา ร่างสูงใหญ่ดูเหมือนจะขยายขนาดขึ้น "ในนามแห่งรุ่งอรุณ!" อัศวินคนสุดท้ายตวาดลั่นขณะผลักฝ่ามือไปด้านหน้าสุดแรง

กระแสพลังพุ่งตรงออกไปเป็นเส้นตรงบาง ๆ แต่รุนแรงและทรงอานุภาพราวกับมังกรทะยานขึ้นจากทะเลพุ่งตรงไปที่คลื่นสีทอง มันปะทะกับคลื่นสีทอง เมื่อสองฝ่ายปะทะกันก็เกิดระเบิดขึ้น ทองคำจำนวนมากปลิวกระจายไปทั่วขณะที่คลื่นสีทองที่เกินควบคุมได้เกิดชะงักไปครู่หนึ่ง

ภายใต้โอกาสริบหรี่ที่กุนเธอร์สันสร้างขึ้น ฉินหรานรีบคว้าตัวจอห์นเอาไว้อีกครั้งแล้วออกวิ่งสุดฝีเท้า เมื่อทั้งสองคนออกไปจากห้องโถงและเข้าสู่ทางเดินยาว โลงศพโลงหนึ่งที่ถูกฝังอยู่ภายใต้คลื่นสีทองก็ปรากฏขึ้น กุนเธอร์สันทำให้คลื่นสีทองกระจายตัวออกไปชั่วครู่ มันเลยเหมือนเป็นกระดานโต้คลื่นพุ่งฉิวฝ่าคลื่นของทองคำออกมาจากห้องโถงและเข้าสู่ทางเดิน กระแทกเข้ากับผนังอย่างแรง เมื่อโลงศพกระแทกเข้ากับผนัง โลงศพสีทองก็แตกออกก่อนจะมีคนสองคนหล่นลงมา

"อัลทิลลี่ ฮันเตอร์? จิมมี่?"

ฉินหรานและจอห์นรู้สึกประหลาดใจกับการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของทั้งสองคน อัลทิลลี่และจิมมี่เองก็มึนงงไปครู่หลังหล่นออกมาจากโลงศพ แต่วินาทีถัดมา ใบหน้าของทั้งสองก็ซีดขาวและตะโกนออกมาพร้อมกัน

"วิ่ง! ที่นี่มีสัตว์ประหลาด!"

มีเสียงคำรามดังออกมาให้ได้ยินคลอไปกับเสียงทองคำที่ไหลเข้ามาจนจะเต็มห้องโถง ด้วยความฉลาดระดับ D ของฉินหราน ทำให้เขามีการมองเห็นที่ดีเป็นพิเศษและเขาก็มองเห็นเงาร่างใหญ่โตท่ามกลางภูเขาทองคำ

[ผู้เล่นทำภารกิจหลักสำเร็จ: ตามหาอัลทิลลี่ ฮันเตอร์ ให้เจอภายในหนึ่งเดือน ไม่ว่าเป็นหรือตาย ]

[ผู้เล่นจะถูกส่งออกไปจากดันเจี้ยนภายใน 5 นาที]

[กรุณาพกไอเทมใด ๆ ที่คุณอยากจะนำออกจากดันเจี้ยนเอาไว้!]

[ไอเทมที่มีน้ำหนักเกินจะถือเป็นสิ่งของต้องห้ามและจะถูกทิ้งเอาไว้!]

การแจ้งเตือนจากระบบยังคงดังต่อเนื่อง

[ชื่อ: ชิ้นส่วนทับทิมเพลิง]

[ชนิด: อัญมณี]

[สภาพ: ดีมาก]

[ค่าสถานะ: เมื่อฝังลงที่อาวุธหรืออุปกรณ์ จะเพิ่มโอกาสเกิดแผลไหม้ 1-2 แต้มแก่อาวุธนั้น และอุปกรณ์จะมีความทนต่อไฟเพิ่มขึ้น 1-2%]

[การนำออกจากดันเจี้ยน: ได้]

[หมายเหตุ: มันมีคุณค่ามากกว่าจากอัญมณีธรรมดา ๆ มากนัก!]

...

มีอัญมณีชิ้นประมาณเล็บมือของทารกติดอยู่ที่เสื้อโค้ทของเขา น่าจะเกิดขึ้นตอนที่กุนเธอร์สันระเบิดคลื่นทองคำด้วยกระแสพลังของ "อัศวินแห่งรุ่งอรุณ" ทำให้อัญมณีพวกนี้ปลิวว่อน

ฉินหรานมองทับทิมชิ้นนั้นและทองคำที่โปรยปรายเต็มห้องโถง มีทั้งเหรียญทองคำและทองแท่ง อัญมณีนับไม่ถ้วนส่องประกายวิบวับเต็มไปหมด ฉินหรานตัวสั่นนิด ๆ เมื่อมองเห็นประกายวับวาวพวกนั้น ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ

เขาต้องเก็บอัญมณีไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในห้านาที

จบบทที่ Chapter 61: ศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว