เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 52: วางเหยื่อ

Chapter 52: วางเหยื่อ

Chapter 52: วางเหยื่อ


เที่ยงคืน โรงเรียนเซนต์เปาโล

ซิสเตอร์โมนี่ส่งฉินหรานออกจากโบสถ์และบอกให้เขาใช้รถม้าส่วนตัวของเธอ คนขับรถม้าย่อมเป็นหัวหน้ากองกำลังรักษาความปลอดภัยรี้ด รี้ดดูไม่เต็มใจบริการฉินหราน แต่เขาก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของซิสเตอร์โมนี่ เขาก็แค่อยากทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ ทันทีที่ฉินหรานขึ้นนั่งบนรถม้า รี้ดก็สะบัดแส้ในมือเสียงดังเพี๊ยะชัดเจน รถม้าก็เริ่มเคลื่อนที่แล้วหายไปในหมอกยามกลางคืนอย่างช้า ๆ

เมื่อรถม้าลับสายตาไปแล้ว ซิสเตอร์โมนี่ก็หันกลับและเดินเข้าไปในโบสถ์ อัศวินผู้พิทักษ์ของเธอซ่อนตัวอยู่ในเงาจากแสงเทียนคอยระแวดระวังให้ ราว ๆ สิบวินาทีหลังจากนั้น กุนเธอร์สันก็เดินออกมาจากเงามืด

"อย่างที่ฉินหรานบอก คนโลภพวกนั้นคอยจับตามองโรงเรียนอยู่ตลอดเวลา พวกมันอาจจะใช้กล้องส่องทางไกลระยะไกลพิเศษหรือกล้องส่องกลางคืน พวกมันช่างกล้า!" กุนเธอร์สันยักไหล่ท่าทางเยือกเย็นหลังพูดจบ

"งั้นตอนนี้พวกมันคงเพ่งเล็งที่คุณฉินหราน!" ซิสเตอร์โมนี่ถอนหายใจเบา ๆ น้ำเสียงกังวล

"ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าฉินหรานเลือกที่จะทำตามแผนของเขาแสดงว่าเขามีความมั่นใจพอ แล้วจนถึงตอนนี้ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามแผน พวกเราแค่ต้องอดทนรอข่าวดีจากฉินหรานเท่านั้น" กุนเธอร์สันปลอบซิสเตอร์โมนี่

"ก็หวังว่าอย่างนั้น"

ซิสเตอร์โมนี่เดินไปตรงหน้ารูปปั้นเทพธิดา และเริ่มสวดภาวนาอีกครั้ง

ริมฝีปากของกุนเธอร์สันขยับเล็กน้อยราวกับอยากพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด

เขาถอยกลับเข้าไปในเงาเงียบ ๆ

ครั้งหนึ่งเคยเป็นอัศวินผู้พิทักษ์ผู้มีเกียรติ ตอนนี้ทำได้เพียงคอยจับตาดูยามกลางคืน วันเวลาอันรุ่งเรืองของเขานั้นจบลงแล้ว และราศีของเขาก็หายไปตามวันเวลา

คำสาบานที่ครั้งหนึ่งเคยให้ไว้นั้นยังชัดเจน ทำให้เขาเริ่มเผชิญหน้ากับอารมณ์ของตัวเอง สำหรับกุนเธอร์สันแล้ว แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว เขาจะไม่ปล่อยให้ใครเข้าใกล้ซิสเตอร์โมนี่ได้อีก

...

ในเมืองตอนกลางคืนเงียบสงัด ถนนว่างเปล่า รถม้าแล่นไปตามทางโดยไม่เจออุปสรรคอะไร สิบนาทีให้หลับฉินหรานก็มาถึงบ้านเรียบร้อย รี้ดไม่แม้แต่จะกล่าวลาฉินหราน เขาแค่ขับรถม้าออกไปอย่างเร็ว ฉินหรานมองรี้ดจากไปอย่างเย็นชาแล้วยักไหล่ไม่สนใจ เขารู้ดีว่ามันเป็นความคิดเพ้อฝันที่อยากจะผูกมิตรกับคนกระด้างอย่างรี้ด มันทำไม่ได้ง่าย ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ

เขาดึงปกเสื้อโค้ทขึ้นมาปิดหน้ากันลมเย็นของกลางคืนและมุ่งหน้าขึ้นไปที่ชั้นสองที่เขาอาศัยอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องผ่านชั้นล่าง บันไดอยู่ทางด้านนอกและเขาสามารถขึ้นไปถึงห้องของเขาได้โดยตรง

ประตูทำจากไม้แผ่นเดียว ที่ด้านบนของกรอบประตู มีป้ายหยาบ ๆ ขนาดประมาณฝ่ามือแขวนไว้ มีตัวหนังสือโย้เย้สะกดออกมาได้ว่า "นักสืบฉินหราน"

ตอนที่ชื่อตัวเองที่นี่ครั้งแรกฉินหรานก็แยกเขี้ยวไม่ได้ ถ้าเลือกได้ เขาไม่มีป้ายนี้บนประตูดีกว่า

เขาเอากุญแจออกมาไขประตูเปิดและเข้าไปในห้อง ห้องพักของเขาประกอบด้วยห้องด้านหน้าและห้องด้านใน และมีห้องน้ำแยก ห้องด้านหน้าเป็นห้องรับแขก ห้องทำงาน และส่วนรับประทานอาหาร ซึ่งจัดเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้องด้านในเป็นห้องนอน

ฉินหรานพอใจกับสภาพห้องมาก เขาไม่ได้เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ เขาแค่ไม่ชอบอยู่ในห้องรก ๆ

ในห้องพักไม่มีอะไรให้พูดถึง เขาสำรวจห้องเรียบร้อยแล้วเมื่อก่อนที่กลับมานอนที่นี่ ดังนั้น เมื่อฉินหรานเข้ามาในบ้าน เขาก็ตรงไปที่ห้องนอน คลายเสื้อโค้ทออกและนั่งรอเงียบ ๆ บนเตียง

เขากำลังรอไอ้สารเลวที่ตามล่าสมบัติของศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง

ฉินหรานเชื่อว่าพวกมันต้องมาหาเขา เขาเป็นถึงนักสืบที่เก่งที่สุดในเมืองเชียวนะ เขาไปปรากฏตัวที่โรงเรียนเซนต์เปาโลสองวันติด ๆ ถ้าเมื่อวานไปเพราะเรื่องของอัลทิลลี่ ฮันเตอร์ มันก็ดูสมเหตุสมผลดี แต่ที่ไปวันนี้ล่ะ?

ไม่เพียงแค่เขาอยู่ที่นั่นทั้งวัน แต่ยังได้รับการรับรองอย่างดีจากซิสเตอร์โมนี่อีกด้วย เพียงแค่นี้ก็เพียงพอที่จะสะกิดความสนใจของพวกมันแล้ว ไม่มีใครเรียกหานักสืบโดยไม่มีเหตุผล พวกเขาต้องการใช้ความสามารถของนักสืบแน่ ๆ

แล้วทำไมโรงเรียนเซนต์เปาโลถึงจะต้องการความช่วยเหลือจากนักสืบ?

เพื่อตามหาสมบัติพันปีของศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง!

ไม่มีเรื่องสำคัญอื่นแล้ว

ถ้าคนชั่วเหล่านั้นคิดไปในทางเดียวกันนี้ พวกมันต้องมาหาฉินหรานแน่ ๆ ฉินหรานรู้ดีแก่ใจ ถ้าไม่ใช่คืนนี้้ต้องเป็นคืนถัดไป ฉินหรานประเมินระยะเวลาที่พวกมันต้องใช้ในการเข้ามาหาเขา ถ้าเลยเวลาไปแล้วเขาอาจจะต้องใช้แผน B

โชคดี เขาไม่จำเป็นต้องใช้แผนสำรอง

ราว ๆ 20 นาทีต่อมา [ความฉลาด] ระดับ E+ ของเขาก็จับเสียงกุญแจกำลังถูกหมุนเปิดได้ ไม่ใช่เสียงจากการไขด้วยลูกกุญแจแต่เป็นอุปกรณ์จากโลหะสักชนิด มันไม่ได้ส่งเสียงดัง แต่ดังพอให้ฉินหรานได้ยิน

เขาเอื้อมมือไปหา [M1905] และกริช ค่อย ๆ ขยับออกจากห้องนอนมายืนพิงกำแพงด้านหลังประตูอย่างเงียบ ๆ มีเสียงแกรกดังชัดว่าประตูห้องของเขาถูกบางคนเปิดเข้ามา ถัดจากเสียงก็มีเงาร่างคนผ่านเข้าประตูมาช้า ๆ คนคนนั้นกวาดตามองรอบห้องและชำเลืองไปทางห้องนอน ก่อนจะขยับไปทางนั้นเงียบ ๆ มันไม่สังเกตเห็นฉินหรานที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูในสถานะ [อำพราง]

ฉินหรานจับตามองคนผู้นั้นอย่างระมัดระวัง หลังจากแน่ใจแล้วว่ามันมาคนเดียวเขาก็ขมวดคิ้วนิด ๆ ตามที่ซิสเตอร์โมนี่บอก พวกมันน่าจะมีอย่างน้อยสองคน ถ้าเขาเห็นแค่คนเดียว แปลว่า...

ในใจฉินหรานกำลังประเมินสถานการณ์ แต่คำตอบก็ชัดเจน เขาเดาถูกตั้งแต่ต้น

ฉินหรานเข้าถึงด้านหลังของคนผู้นั้นเงียบ ๆ เขายก [M1905] ในมือขึ้นจ่อเข้าที่ท้ายทอยของมัน ผู้บุกรุกตัวแข็งทื่อทันที

"ฉันไม่ได้มาร้ายนะ!" มันพูดด้วยเสียงสูงขึ้น "ฉันอธิบายได้!"

"ฉันรอฟังอยู่ แต่ความอดทนฉันมีจำกัดนะ!"

คนผู้นั้นเหมือนจะหวังให้ฉินหรานลดปืนลง แต่ฉินหรานไม่ได้ทำ กลับกัน กดปลายกระบอกปืนลงไปแรงขึ้น

"ผมบอกแล้ว! ผมบอก! พวกเรามาที่นี่เพราะต้องการร่วมมือกับคุณ! มันเกี่ยวกับความลับของศาสนจักรแห่งอรุณรุ่ง!"

ปืนทำให้มันคายทุกอย่างออกมาอย่างรวดเร็ว พอได้ยินอย่างนั้นฉินหรานก็ยกยิ้มขึ้น เห็นได้ชัดเจนว่ามันพูดเกินจริงเพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง มันกำลังใช้คำพูดกำกวมเพื่อสะกิดความสนใจของฉินหราน

มันแน่ใจว่าฉินหรานรู้ไม่มากและคิดว่ามันน่าจะสามารถใช้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ หนังสือ หรือเอกสารส่วนตัวของสันตะปาปาแห่งศาสนจักรแห่งอรุณรุ่งมาอ้างเพื่อให้ตัวเองหลุดจากสถานการณ์นี้ได้ ถ้าซิสเตอร์โมนี่และกุนเธอร์สันรู้ตำแหน่งที่ซ่อนของสมบัติพันปีนั่นก็จะเป็นการยืนยันการคาดเดาของคนพวกนี้ แต่เรื่องของเรื่องก็คือ มันไม่รู้ว่าซิสเตอร์โมนี่และกุนเธอร์สันไม่รู้ตำแหน่งที่ซ่อนสมบัติ ถ้าไม่เพราะจู่ ๆ พวกมันปรากฏตัวขึ้นมา ซิสเตอร์โมนี่และกุนเธอร์สันก็คงยังคิดว่าเรื่องสมบัตินั้นเป็นแค่ตำนาน

คนคนนี้คงจะคิดว่าซิสเตอร์โมนี่และกุนเธอร์สันรู้ว่ามีสมบัตินี้อยู่และอาจจะรู้ตำแหน่งที่ซ่อนโดยคร่าว ๆ แต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งแน่ชัดได้ พวกเขาจึงค่อย ๆ ทำการค้นหาอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อมีคู่แข่งปรากฏตัวขึ้น ซิสเตอร์โมนี่และกุนเธอร์สันก็ถูกบีบให้ต้องขอความช่วยเหลือจาก "นักสืบคนนอก" ผู้นี้

คนพวกนี้คิดว่าพวกมันสามารถโน้มน้าวให้ "คนนอก" นั้นมาอยู่ฝ่ายมันได้โดยใช้สมบัติของศาสนจักรแห่งอรุณรุ่งเป็นเหยื่อล่อ หลังจากนั้น พวกมันก็คงกำจัดฉินหรานทิ้งไปเพื่อเก็บความลับเอาไว้

ฉินหรานแน่ใจว่านี่เป็นแผนการของพวกมัน ดังนั้นเขาจึงให้คำตอบต่อข้อเสนอของพวกมันโดยตรง

เขาถีบกระดูกสะบ้าของมัน หักกระดูกข้อต่อของมันในทันที ผู้บุกรุกกรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด แต่ก่อนที่เสียงจะหลุดออกมาจากปาก ฉินหรานก็ปิดปากของมันไว้ด้วยมือข้างหนึ่งและชกเข้าที่ท้องของมันอย่างแรง

[เตะ: ก่อความเสียหาย 30 แต้มต่อเป้าหมาย กระดูกข้อต่อเคลื่อน...]

[ชก: ก่อความเสียหาย 20 แต้มต่อเป้าหมาย เป้าหมายหมดสติ...]

หลังจากที่ผู้บุกรุกล้มลงไป ฉินหรานก็เอาผ้าปิดหน้าของมันออก แสงสลัวจากหน้าต่างส่องให้เห็นหน้าตาของมัน ผู้ชาย มีดวงตาเล็ก จมูกแบน รูปร่างเล็ก และผมสีดอกเลา หน้าตาไม่เป็นที่จดจำ และนับได้ว่าขี้เหร่

ฉินหรานค้นตัวของผู้บุกรุกเพื่อลูทของ มีดเล่มหนึ่ง ปืนคาบศิลา กล้องส่องทางไกลตาเดีย และกุญแจผีอีกชุดหนึ่งคือทั้งหมดที่ผู้บุกรุกมี มีด ปืน และกล้องส่องทางไกลไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่กุญแจผีทั้งชุดขนาดเท่าฝ่ามือหน้าตาเหมือนกระเป๋าสตางค์ใบเล็กนี่สิ ทำให้ฉินหรานแปลกใจมาก

[ชื่อ: กุญแจผี]

[ชนิด: อื่น ๆ]

[สภาพ: ดีมาก]

[พลังโจมตี: ไม่มี]

[ค่าสถานะ: ความแม่นยำ ระดับ 1]

[ผลลัพธ์พิเศษ: ไม่มี]

[เงื่อนไขการใช้งาน: สะเดาะกุญแจ (พื้นฐาน)]

[การนำออกจากดันเจี้ยน: ได้]

[หมายเหตุ: ทำจากกิ๊บติดผม ลวดเหล็ก และไขควง]

...

[ความแม่นยำ ระดับ 1: เพิ่มความสำเร็จของการสะเดาะกุญแจ 10%]

...

"อุปกรณ์ที่มีค่าสถานะเสริม!"

เป็นอุปกรณ์ที่มีสถานะเสริมชิ้นแรกที่ฉินหรานได้รับตั้งแต่เข้ามาในดันเจี้ยนทางการแรกนี้

"นี่เป็นของดีจากภารกิจที่มีความยากพิเศษ!" ฉินหรานตื่นเต้น ทันใดนั้น เขาก็มองกลับไปที่ผู้บุกรุก นี่สินะ ที่ทำให้มันบุกเข้ามาได้อย่างง่ายดาย

สะเดาะกุญแจ!

ฉินหรานค่อนข้างแน่ใจว่าถ้าเขาฆ่าผู้ชายคนนี้ หนังสือสกิลเดียวกันนี้จะตกออกมา

จบบทที่ Chapter 52: วางเหยื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว