เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 41: วางเหยื่อล่อ

Chapter 41: วางเหยื่อล่อ

Chapter 41: วางเหยื่อล่อ


"ฉันต้องได้ฟังรายละเอียดทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ!" ฉินหรานร้องขอขณะมองไปที่คำอธิบายที่ดูเรียบง่ายของภารกิจย่อย

"ไม่ใช่ว่านายต้องตามหาลูกสาวของฮันเตอร์หรอกเหรอ? ไอ้หมอนั่นทำอย่างกับว่าทุกคนที่สถานีเป็นคนรับใช้ของเขางั้นแหละ!" จอห์นแสดงความไม่ชอบใจฮันเตอร์ออกมา เขามองฉินหรานอย่างไม่พอใจอยู่วินาทีหนึ่งแต่ก็บอกทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับคดีให้ฟังอยู่ดี

"ศพถูกพบโดยไอ้ขี้เมาคนหนึ่งใกล้ ๆ สถานีรถไฟเมื่อตอนเช้าวันนี้ ศพถูกทิ้งไว้ที่มุมหนึ่งแถวนั้นเหมือนเป็นขยะชิ้นหนึ่ง ฉันเคยเจอพวกชั่ว ๆ มาเยอะนะแต่ไม่มีสักคนที่ทำกับศพแบบนั้น!" ตอนที่เขาเล่าคดีฆาตกรรมที่อยู่ในมือ จอห์นดูโมโห เขาจุดบุหรี่และยื่นให้ฉินหรานด้วย

ฉินหรานปฏิเสธ

เขาบอกจอห์นว่าเขาเอากล้องยาเส้นของตัวเองมา ไม่มียาสูบอยู่ด้านใน และฉินหรานก็ไม่พกไม้ขีดแต่เขาก็ยังโน้มน้าวจอห์นได้

"กล้องยาสูบนั่นวุ่นวายไปสำหรับฉัน บุหรี่สะดวกกว่ามาก โดยเฉพาะยี่ห้อนี้ นายน่าจะลองดูนะ" จอห์นจุดบุหรี่ในมือและเริ่มพ่นควัน หลังจากอัดควันบุหรี่เข้าปอดได้สองสามครั้งเขาก็กลับมาพูดต่อ "เอาละ ตอนนี้พวกเราคนไม่พอ เพราะงั้นถ้านายอยากจะช่วยฉันก็ขอบคุณมาก นี่เป็นจดหมายพร้อมลายเซ็นต์ของฉัน มันจะช่วยให้นายเข้าไปในโรงเรียนของอัลทิลลี่ ฮันเตอร์ได้ ฉันหวังว่านายจะเจออะไรที่นั่น"

ตอนที่เขาพูดกับฉินหราน จอห์นก็เขียนบางอย่างลงในกระดาษแผ่นหนึ่ง สองสามวินาทีถัดมา เขาก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ฉินหราน นี่คือสิ่งที่เขียนอยู่บนกระดาษนั้น

ฉินหราน ที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการซึ่งได้รับการว่าจ้างจากสถานีตำรวจ

สารวัตรจอห์น

ผู้กำกับแพททริก

4.1.1861

ที่ใต้ชื่อมีตราประทับของสถานีตำรวจ

เมื่อเขาเห็นลายเซ็นของผู้กำกับสถานี ฉินหรานก็มองจอห์นด้วยใบหน้าอึ้ง ๆ

"ไอ้ห่านั่นลาไปฮันนีมูนตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน ตอนนี้ฉันรับผิดชอบทุกอย่าง ดังนั้นเลยต้องจัดการกับไอ้เรื่องห่าเหวพวกนี้ด้วย!" หลังจากโวยวายเรื่องผู้กำกับเสร็จ จอห์นก็ดูดบุหรี่อีกเฮือกใหญ่

"ฉันคิดว่านายจะส่งใครสักคนมาช่วยฉันสืบเสียอีก" ฉินหรานโบกจดหมายในมือไปทางจอห์น

"ก็อย่างที่บอก ตอนนี้เราคนไม่พอจริง ๆ ไม่พอแบบสุด ๆ ไปเลย!" จอห์นโวยวายมากขึ้นอีกถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

ฉินหรานยักไหล่ให้คำตอบเกรี้ยวกราดนั้น

ไม่ต้องสงสัยเลย นี่เป็นความช่วยเหลือทั้งหมดที่ฉินหรานหาได้จากสารวัตรคนนี้ ถ้าฉินหรานต้องการความช่วยเหลือมากกว่านี้ก็คงต้องทำภารกิจย่อยให้สำเร็จก่อน

นี่มันน้อยกว่าที่เขาคาดไว้เล็กน้อย แต่อย่างน้อยเขาก็มาถูกทางแล้ว

"ต่อให้ฉันไม่เจอภารกิจย่อย จดหมายฉบับนี้ก็จะถูกมอบให้ฉันอยู่ดี ถ้าผู้เล่นไม่เจอภารกิจย่อยก็จะตรงไปที่โรงเรียนของอัลทิลลี่โดยตรง ถ้าที่นั่นมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ? ฉันต้องรีบหน่อยแล้ว!"

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉินหรานก็ลุกขึ้น เขาต้องรีบหน่อยแล้ว แวะไปสถานีรถไฟเพื่อดูจุดที่พบศพ จากนั้นไม่ว่าจะพบอะไรที่สถานที่เกิดเหตุ เขาก็ต้องรีบไปที่โรงเรียน ฮันเตอร์บอกว่าอัลทิลลี่ขึ้นรถม้าไปโรงเรียนทุกวัน ส่วนเวลาที่เหลือทั้งหมด รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เธออยู่กับพ่อและแม่

ฉินหรานคิดถึงกล่องที่อยู่ใต้เตียงของอัลทิลลี่ เขาสงสัยว่าโรงเรียนน่าจะเป็นจุดสำคัญมากจุดหนึ่ง มันอาจจะไม่ได้ให้เบาะแสโดยตรง แต่อย่างน้อยที่สุดเขาอาจจะพบคนที่สอนวิธีหายตัวไปให้อัลทิลลี่

ซึ่งนั่นจะเป็นเงื่อนงำไปหาที่อยู่ของเธอ

"ไว้เจอกัน!" ฉินหรานโบกมือให้จอห์น

ก่อนที่จอห์นจะทันตอบอะไร ฉินหรานก็เดินออกจากห้องทำงานของเขาแล้ว ฉินหรานออกจากสถานีตำรวจและเรียกรถม้า

"ไปสถานีรถไฟครับ" เขาบอกคนขับ

...

ฝูงชนวุ่นวายและส่งเสียงดังไปหมด อากาศมีกลิ่นเหม็น พื้นก็สกปรก

ฉินหรานลงจากรถม้าและได้เห็นอีกด้านของเมืองนี้

ไม่มีความหรูหรา ไร้ความสงบสุขและรอยยิ้ม ทั้งหมดที่เหลืออยู่คือความลำบากในการเอาชีวิตรอดที่ผู้คนต้องดิ้นรน มีชายหนุ่มที่ทำงานหนัก หญิงวัยกลางคนหอบของชำที่ซื้อมา เด็กขายหนังสือพิมพ์เพื่อดำรงชีพ และขอทาน

ยังมีคนอีกกลุ่มเหมือนจะกลมกลืนกับสภาพรอบ ๆ แต่ก็ยังมีความแตกต่างเล็กน้อย

พวกเขาสวมเสื้อผ้าเก่าขาดแต่มือทั้งคู่กลับสะอาดและดูคล่องแคล่ว พวกเขาส่วนมากนั่งยอง ๆ อยู่ตามมุม ๆ มองไปยังคนที่ผ่านไปมา พอเล็งเป้าหมายได้แล้วก็จะเดินตามไปเงียบ ๆ และใช้มือที่สะอาดและคล่องแคล่วคู่นั้นล้วงกระเป๋าเป้าหมายเหล่านั้น

ตั้งแต่ที่ฉินหรานมองคนพวกนั้นอยู่ พวกมันก็จัดการล้วงกระเป๋าคนผ่านไปมาได้ถึงสองสามรายแล้ว

ตัวตนของคนเหล่านี้นั้นชัดเจน พวกมันเป็นหัวขโมย

ฉินหรานไม่ได้ไปยุ่งกับพวกมัน เขามีอย่างอื่นที่ต้องทำ เขาสำรวจรอบตัวและพบสิ่งที่มองหาอย่างรวดเร็ว

ตำรวจในเครื่องแบบเต็มยศยังคงดึงดูดความสนใจได้ไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงไหน

ฉินหรานเดินไปหา

"หยุดอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ห้ามเข้าชั่วคราว!" ตำรวจในเครื่องแบบเอ่ยเตือนทันทีที่เห็นฉินหราน เขาดูเป็นเจ้าหน้าที่ที่ซื่อตรงและยุติธรรม

ฉินหรานนึกชมก่อนจะดึงเอาจดหมายออกมา

ตำรวจหนุ่มนั่นดูจดหมายของฉินหรานก่อนจะทักเขาด้วยรอยยิ้ม "โอ้ คุณคือเซอร์ฉินหรานนั่นเอง! ผมเคยได้ยินชื่อคุณมาก่อน ยินดีที่ได้พบ ผมคาร์ล"

ตัวตนที่เกมจัดให้ฉินหรานก็ยังคงใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะจดหมายรับรองทำให้ฉินหรานเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้

ฉินหรานเก็บจดหมายแล้วพูด "สวัสดีครับคุณตำรวจ ผมขอเข้าไปดูข้างในได้ไหม?"

"ได้แน่นอนครับ!"เจ้าหน้าที่ตำรวจตอบและเปิดทางให้ฉินหราน

ฉินหรานเดินผ่านเจ้าหน้าที่เข้าไปในตรอก มันสกปรกและมีกลิ่นเหม็นกว่าที่เขาเคยเจอมา เป็นตรอกที่ไม่กว้างนัก อาจจะเรียกว่าแคบเลยก็ได้ ที่ก้นตรอกเป็นกำแพงสูง คนที่มีหัวคิดสักหน่อยไม่มีทางเดินเข้ามา

ถ้าไม่เพราะมีขี้เมาคนหนึ่งมาพบเข้าโดยบังเอิญ ศพก็คงเน่าเปื่อยไปก่อนที่ใครจะมาเจอ

ฉินหรานตรวจดูตามพื้นอย่างละเอียด เขาเดินเข้าตรอกพร้อมกับเปิดใช้ [ตามรอย] เขามองเห็นรอยเท้าวุ่นวายชุดหนึ่ง รวมทั้งรอยเลือดที่เหลืออยู่ มันไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ รอยเท้าทับซ้อนกันหลายชั้นจนเขาไม่สามารถระบุแยกได้ รอยเลือดบอกตำแหน่งของศพ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน

ฉินหรานอดขมวดคิ้วไม่ได้ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขามองหา เขาสำรวจไปทั้งสองด้านของตรอก มีรอยสีแดงบนกำแพงด้านซ้าย

รอยเลือด

ฉินหรานเดินไปดูใกล้ ๆ สมองของเขาเริ่มทำงาน เขาคาดเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

"ไม่มีรอยลากบนพื้น ฆาตกรจะต้องแบกศพเข้ามาที่นี่ รอยเลือดจากศพอาจจะซึมออกเล็กน้อยดังนั้นจึงเกิดรอยเลือดบนกำแพง มันไม่ควรจะมีแค่นี้ น่าจะมีรอยเลือดหยดบนพื้น นี่หมายความว่าสถานที่ที่ฆาตกรลงมือฆ่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่! ฆาตกรน่าจะทำลายใบหน้าของผู้หญิงคนนี้เพื่อไม่ให้มีคนระบุตัวตนของเธอได้"

ฉินหรานวัดความสูงของคราบเลือด

"ฆาตกรรูปร่างไม่สูงมากนัก แต่ต้องแข็งแรงมาก ไม่อย่างนั้นคงแบกศพมาที่นี่ไม่ไหว! นอกจากนี้ เขาครูดกับกำแพงด้านซ้าย แปลว่าเขาแบกศพไว้บนไหล่ซ้าย ดังนั้นเขาน่าจะถนัดซ้ายสินะ! เขายังชำแหละศพของผู้หญิงคนนั้น ดังนั้นเขาน่าจะเกลียดเธอและคุ้นเคยกับการชำแหละซากมาก ทำไมเขาถึงไม่เผาหรือฝังศพล่ะ ถ้าไม่อยากให้พบศพ?" ฉินหรานถามตัวเอง

ศพถูกทิ้งไว้ที่นี่ถึงแม้จะเป็นที่ลับตาคน แต่มันปลอดภัยกว่าถ้าเลือกฝังหรือเผา

นอกเสียจากว่า...

นอกเสียจากว่านี่สะดวกสำหรับฆาตกรมากกว่า

ไม่มีคำถามอื่นแล้ว

ฉินหรานเลื่อนสายตามองไปนอกตรอก กระทั่งอยู่ลึกเข้ามาในตรอกเขาก็ยังมองเห็นกุลีแบกของชัดเจน ดูเหมือนคนที่อาศัยแถวนี้่จะเป็นยืนยันการคาดเดาของเขาได้

"คาร์ล ผมคิดว่าผมพบบางอย่างที่นี่นะครับ!" ฉินหรานบอกตำรวจหนุ่มคนนั้น

"คุณพบอะไรหรือครับ?" ตำรวจหนุ่มดูประหลาดใจ แม้จะมีข่าวลือเรื่องทักษะของฉินหราน แต่มันก็ยังไม่น่าเชื่อว่าเขาจะสามารถพบบางอย่างเร็วขนาดนี้้

"ฆาตกรตัวเตี้ยกว่าคุณ แต่แข็งแรงมากและถนัดซ้าย ลองไปถามแถว ๆ นี้ดูว่ามีใครมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงผมแดงบ้าง เขาน่าจะเป็นคนขายเนื้อหรืออะไรคล้าย ๆ แบบนั้น คุณน่าจะได้ข้อมูลบางอย่างแหละ" ฉินหรานชี้ไปทางกุลีแบกของไม่ไกลนัก

ในฐานะตำรวจ คาร์ลจึงน่าจะมีโอกาสได้คำตอบที่ดีกว่าเมื่อไปสอบถาม อาจจะดีขึ้นไปอีกด้วยการมีอำนาจในหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉินหรานต้องการ

ถ้าฆาตกรคือกุลีคนหนึ่งจริง ๆ นั่นก็มากพอที่จะทำให้คนผู้นั้นตื่นกลัวและเผยเงื่อนงำออกมา

"โอ้... ได้ครับ" ตำรวจหนุ่มลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยังทำตามที่ฉินหรานขอ

เป็นอีกครั้งที่ตัวตนของฉินหรานเป็นประโยชน์

ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดเดาของเขา หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็ได้ยินเสียงวุ่นวายดังมาจากทางที่พวกกุลีอยู่ ชายหนุ่มสูงปานกลาง ดูแข็งแรง ดึงมีดออกมาและจับผู้ชายตัวผอมคนหนึ่งเป็นตัวประกัน

ฝูงชนกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

ตำรวจหนุ่มพยายามควบคุมสถานการณ์แต่ไม่สำเร็จ ตรงกันข้าม กุลีหนุ่มตื่นตระหนก เขาใช้มีในมือปาดคอตัวประกัน

เลือดสด ๆ ทะลักออกมา ผู้คนรอบ ๆ ตกตะลึง

ฉินหรานต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

การใช้สถานะตำรวจของคาร์ลล่อฆาตกรออกมาได้ผล แต่เขาไม่ได้อยากเป็นต้นเหตุให้มีการตายเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ทันใดนั้น ฉินหรานก็สัมผัสบางอย่างได้และขมวดคิ้วเล็กน้อย

มีมือข้างหนึ่งยื่นมาที่กระเป๋าของฉินหรานระหว่างความวุ่นวายนี้

จบบทที่ Chapter 41: วางเหยื่อล่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว