เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 39: คดีแรก

Chapter 39: คดีแรก

Chapter 39: คดีแรก


"ได้โปรด ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ! ผมจะทำทุกอย่างที่คุณร้องขอตราบเท่าที่อยู่ในอำนาจผม!" ฮันเตอร์ให้สัญญา

"ท่านครับ ใจเย็นก่อน ผมต้องรู้ก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงจะให้ความช่วยเหลือได้" ฉินหรานพยายามแสดงท่าทางให้เหมาะสมกับสถานะของเขา

ในชีวิตจริง ฉินหรานไม่เคยเกี่ยวข้องอะไรกับการสืบสวนเลยสักนิด ความทรงจำที่เขาได้รับมาผ่านลูกกุญแจก็ไม่ได้รวมถึงความสามารถในการสืบสวนสอบสวนเลยด้วยเช่นกัน ดังนั้น สิ่งเดียวที่ฉินหรานสามารถใช้เป็นต้นแบบก็คือหนังสือและภาพยนตร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเชอร์ล็อก โฮมส์

เขาจำต้องเลียนแบบทุกอย่าง วิธีการพูด วิธีการเคลื่อนไหว ทุกอย่างเลย มันดูจะใช้กับนักธุรกิจผู้นี้ได้ผล

ผู้ชายคนนั้นสงบลง และพูดต่อ "โอ้ ต้องขออภัยที่เสียมารยาท ผมกังวลมาก! ได้โปรดเข้าใจด้วยว่าลูกสาวของผมหายตัวไป ในฐานะคนเป็นพ่อ ผมกังวลใจมากจริง ๆ" เขาขออภัยก่อนที่จะอธิบายเรื่องราวเพิ่ม "เช้าเมื่อวานพวกเราก็พบว่าทิลลี่หายตัวไปจากคฤหาสน์ ผมกับภรรยาอยู่ที่นี่และพวกเราบอกให้สาวใช้ไปตามทิลลี่มาทานอาหารเช้า แต่ห้องของเธอล็อกไว้จากด้านใน ภรรยาของผมไปเคาะประตูเรียกแต่เธอไม่ตอบ ผมให้คนพังประตูเข้าไปแล้วก็พบว่าในห้องไม่มีคนอยู่! ผมส่งคนออกตามหาทิลลี่แต่ยังไม่ได้ข่าวอะไรเลย ไม่มีร่องรอยของทิลลี่เลยทั้งด้านในและด้านนอกบ้าน!" ฮันเตอร์อธิบายเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นลำดับ ภรรยาของเขาอยู่เงียบ ๆ ตลอดการพูดคุย เธอดูเศร้าหมองมากขึ้นเมื่อฮันเตอร์พูดจบ

"ผมขอดูห้องของคุณอัลทิลลี่ได้ไหมครับ?" ฉินหรานถาม

"ได้แน่นอน!" ฮันเตอร์และภรรยาตอบ และพาฉินหรานขึ้นไปชั้นบนสุดของคฤหาสน์

"ชั้นนี้เป็นที่อยู่ของผมและภรรยา รวมทั้งทิลลี่ด้วย นี่เป็นห้องของเธอ!" ฮันเตอร์อธิบายในขณะเปิดประตูห้องทางซ้ายมือของเขา

มันเป็นห้องเด็กผู้หญิงทั่วไป เต็มไปด้วยสีชมพูและตกแต่งด้วยตุ๊กตามากมาย ฉินหรานเดินเข้าไปในห้องและเริ่มทำการตรวจสอบ

เขาเปิดใช้สกิล [ตามรอย]

ถ้าจะมีอะไรช่วยเขาแสดงเป็นนักสืบได้ ก็คือสกิลนี้นี่แหละ

เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉินหรานยอมรับคำว่านักสืบได้ตั้งแต่แรกโดยไม่มีคำถามอะไร

เมื่อเปิดใช้ [ตามรอย] ทุกอย่างตรงหน้าของเขาก็ดูชัดเจนขึ้น มีรอยเท้าสีขาวเลอะเทอะอยู่เต็มพื้น หลังจากเปรียบเทียบอยู่ครู่หนึ่งฉินหรานก็ยืนยันได้ว่าเป็นรอยเท้าของฮันเตอร์เอง

ดูเหมือนว่าฮันเตอร์ส่งคนออกไปตามหาลูกสาวในขณะที่เขาค้นในห้องด้วยตัวเอง

แต่ว่า พวกเขาไม่ได้ค้นหาถูกที่ถูกทาง

ฉินหรานกวาดตามองไปทั่ว ๆ นอกจากรอยเท้าของฮันเตอร์ มีรอยเท้าอีกสองแบบในห้อง ทั้งสองรอยมีขนาดเล็กกว่าของฮันเตอร์ หลังจากเปรียบเทียบอยู่อีกครู่ เขาก็คิดว่าหนึ่งในนั้นเป็นของภรรยาของฮันเตอร์ และอีกหนึ่งเป็นของอัลทิลลี่ รอยเท้าของอัลทิลลี่นั้นเป็นระเบียบ ไม่วุ่นวายเหมือนของพ่อกับแม่เธอ มันเป็นเดินกลับไปมาระหว่างหน้าต่างและเตียงนอนซ้ำหลายรอบ และไปที่ตำแหน่งอื่น ๆ อีกเล็กน้อย

เมื่อมองตามรอยเท้าไป มีสองจุดที่สะดุดความสนใจของฉินหรานได้ทันที

จุดแรกคือที่กรอบไม้ของหน้าต่าง ซึ่งเขามองเห็นรอยตะขอสามอันที่ด้านในห้อง

จุดที่สองคือที่พรมข้างเตียง ซึ่งมีสองรอยเห็นชัดว่ามาจากการลากกล่องสักใบ ฉินหรานสามารถบอกได้จากการมองว่ารอยนั่นเกิดจากกล่อง หลังจากสังเกตเห็นทั้งสองจุด เขาก็ไปดูที่อีกด้านของเตียงและหน้าต่างที่เปิดออกด้านนอก เมื่อวานนี้มีฝนตก แม้ว่าเขาจะมีสกิล [ตามรอย] ระดับผู้มีฝีมือ มันก็ไม่มีอะไรเหลือให้เขาเห็นอีก

เงื่อนงำทางด้านนอกถูกล้างออกไปจนหมด แต่ในห้องนั้นเป็นอีกเรื่องเลย ฉินหรานก้มลงมองใต้เตียง

"ทิลลี่เป็นเด็กที่เชื่อฟังมาก เธอเรียนที่โรงเรียนคริสตจักร และเธอก็เป็นสุภาพสตรีตัวน้อย ๆ ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน..." ตอนที่ฉินหรานกำลังทำการตรวจสอบ พ่อของอัลทิลลี่ก็ชื่นชมลูกสาวเหมือนที่พ่อสักคนจะเป็นเมื่ออยู่กับคนแปลกหน้า ก่อนที่ฮันเตอร์จะพูดจบ ฉินหรานก็ดึงเอากล่องใบหนึ่งออกมาจากใต้เตียงของอัลทิลลี่ นั่นทำให้เขาชะงัก

กล่องนั้นถูกซ่อนเป็นอย่างดีู่ภายในช่องว่างบนพื้น ถ้าไม่ใช่เพราะสกิล [ตามรอย] ของฉินหรานตรวจพบรอยลากที่น่าจะเกิดจากกล่องสักใบก็คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะหากล่องนี่เจอ

"นั่นอะไรน่ะ?" ฮันเตอร์และภรรยามองตากันเมื่อพวกเขาเห็นฉินหรานดึงกล่องออกมาจากใต้เตียงลูกสาวของพวกเขา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ

ฉินหรานส่ายหน้าขณะที่ตรวจดูกล่อง มันล็อกไว้

"ผมเปิดได้ไหม?" ฉินหรานถาม ชี้ไปที่กุญแจที่ล็อกไว้

"แต่นี่เป็นของส่วนตัวของทิลลี่..." ภรรยาของฮันเตอร์พูดด้วยเสียงเศร้า ๆ เธออยากจะห้ามไม่ให้ฉินหรานเปิดกล่องนั่น แต่เธอถูกสามีห้ามไว้

"ทิลลี่หายตัวไป! เราต้องหาเธอให้เจอ!" ฮันเตอร์ขึ้นเสียงเพื่อเตือนภรรยาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

แล้วเขาก็เห็นว่าภรรยาของเขาตาแดงมีน้ำตารื้น มองหน้าตาเศร้าสร้อยของเธอ เขาก็ตระหนักได้ว่าพูดแรงไป

"ที่รัก ผมขอโทษ! ผมกังวลมาก ให้อภัยผมนะ" ฮันเตอร์กอดภรรยาไว้สีหน้าเสียใจ

"ฉะ.. ฉันเข้าใจค่ะ" ภรรยาของเขาพูดทั้งน้ำตาคลอ ๆ เธอขอโทษฉินหรานและรีบขอตัวออกไปจากห้อง

"ขออภัยแทนภรรยาของผมด้วย ทิลลี่เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าของเธอ ทั้งเธอและผมนั่นแหละ ผมไม่เคยรู้สึกกระวนกระวายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ภรรยาของผมก็เช่นกัน ผมติดต่อตำรวจหวังว่าพวกเขาจะช่วยหาทิลลี่ได้ แต่พวกเขาปฏิเสธ พวกเขาบอกว่าตอนนี้คนไม่พอและมีคดีอื่นอยู่ผมถึงได้เชิญคุณมา ผมบอกคุณตามตรงและหวังว่าคุณจะเข้าใจ" ฮันเตอร์พูดเสียงต่ำ

"ไม่ต้องห่วง" ฉินหรานพยักหน้าให้ เขาจำได้ว่าพ่อบ้านพูดว่าตำรวจไม่ยินดีช่วย

"ผมจะไปเอาอุปกรณ์มาเปิด" ฮันเตอร์เสนอและเดินออกไปจากห้อง

ฉินหรานรออย่างใจเย็น หลังจากได้พูดคุยกับคนทั้งคู่ช่วงสั้น ๆ ฉินหรานก็บอกได้ว่าทั้งคู่นิสัยดี มีการศึกาา และรักลูกสาวของพวกเขามาก ถึงได้รู้ว่าลูกสาวมีความลับซ่อนไว้ก็ยังคิดปิดเรื่องไว้กับตัว

ฮันเตอร์ถึงได้ออกไปเอาอุปกรณ์ด้วยตัวเอง

ที่นี่มีคนรับใช้มากมาย ที่เขาต้องทำก็แค่เรียกให้คนเอาอุปกรณ์มาให้เท่านั้นเอง

ฉินหรานรออยู่ครู่หนึ่ง ประมาณห้านาทีให้หลังฮันเตอร์ก็กลับมาพร้อมค้อน เขาไม่พูดไม่จาแค่ใช้ค้อนตอกให้แม่กุญแจหลุดจากกล่องโดยตรง

กล่องเปิดออก ด้านในไม่ได้มีอะไรมาก

กริชเล่มหนึ่ง ปืนคาบศิลากระบอกหนึ่ง และดินปืนอีกถุงหนึ่ง

ของพวกนี้กินพื้นที่ราว ๆ ครึ่งหนึ่งของกล่อง จากการค้นพบนี้ ฉินหรานคาดเดาได้ว่าเดิมในกล่องมีอะไรอยู่

อาวุธ!

อาวุธที่มีอันตรายมากกว่าที่ถูกทิ้งเหลือไว้

"ทิลลี่!" ฮันเตอร์คำรามชื่อของลูกสาวออกมายกมือกุมหน้าผาก

ฮันเตอร์ไม่ได้โง่ เขาเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่และเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง เช่นเดียวกับฉินหราน เขาเองก็เดาได้ว่าสิ่งที่หายไปจากในกล่องคืออะไร

"ผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สามารถยืนยันกับคุณได้ว่าคุณหนูอัลทิลลี่ไม่ได้ถูกลักพาตัว เธอหายตัวไปด้วยความตั้งใจของตัวเธอเอง มีรอยตะขอที่หน้าต่าง แต่เมื่อวานนี้ฝนตกเพราะฉะนั้นตอนนี้ผมสามารถบอกได้เพียงแค่นีี้" ฉินหรานเดินไปที่หน้าต่างและชี้ไปที่รอยตะขอ

"บ้าเอ๊ย! ทำไมผมไม่เจอมันก่อนหน้านี้? ไม่อย่างนั้นผมอาจจะพาทิลลี่กลับมาได้แล้ว!" ฮันเตอร์ดูเสียใจมากเมื่อเห็นรอยตะขอ

"เซอร์ฉินหราน กรุณาช่วยผมตามหาลูกสาวด้วย!" ผลงานอันโดดเด่นของฉินหรานได้ความเชื่อถือจากนักธุรกิจและเขาก็แสดงมันออกอย่างตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ธนบัตรปึกหนึ่งถูกวางลงในมือของฉินหราน เป็นธนบัตร 10 เหรียญ รวมแล้วประมาณ 500 เหรียญ จากความทรงจำในสถานะใหม่ของเขานี้ ฉินหรานรู้ว่านี่เป็นจำนวนเงินสูงมาก ในดันเจี้ยนนี้ คนทั่วไปได้รับเงินราว ๆ 30-40 เหรียญต่อเดือน

"นี่เป็นมัดจำ ถ้าคุณตามเจอทิลลี่ ผมจะให้รางวัลคุณอย่างงาม!" ฮันเตอร์สัญญา

"ผมจะลองดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง!" ฉินหรานไม่ปฏิเสธ เขายอมรับเงินมาอย่างสง่างาม

แม้ว่าเงินที่นี่จะไม่มีมูลค่าสำหรับเขา แต่มันก็เป็นประโยชน์ต่อสถานะเขาในดันเจี้ยนนี้

[ชื่อ: ธนบัตรหนึ่งกอง]

[ชนิด: อื่น ๆ]

[การนำออกจากดันเจี้ยน: ไม่ได้]

[หมายเหตุ: เป็นสิ่งที่พวกเขาใช้เป็นเงินในดันเจี้ยนนี้]

...

ฮันเตอร์และฉินหรานยืนอยู่หน้ารูปวาดของอัลทิลลี่ที่เติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ ฮันเตอร์กำลังเล่าเรื่องลูกสาวของตนให้ฉินหรานฟังเมื่อตอนที่พ่อบ้านหน้าตาใจดีรีบเข้ามา

"นายท่าน! สารวัตรจอห์นส่งคนมาขอรับ เขาบอกว่ามีคนพบศพที่ดูคล้ายคุณอัลทิลลี่ขอรับ!" พ่อบ้านพ่นทุกอย่างออกมาเมื่อฮันเตอร์ให้สัญญาณอนุญาตให้พูด มีความลังเลนิด ๆ อยู่ในคำพูดของเขา

ฉินหรานมองเห็นชัดว่าสีหน้าของฮันเตอร์ซีดขาวลงทันทีเมื่อได้ยินข่าว เขากำหมัดแน่นเปลี่ยนสีหน้าไปเป็นสิงโตเกรี้ยวกราด กลิ่นอายเย็น ๆ แผ่ออกมาจากตัวฮันเตอร์ ทำให้คนรอบ ๆ รู้สึกเย็นสันหลังวาบ

รังสีฆ่าฟัน

ฉินหรานมองฮันเตอร์อย่างประหลาดใจ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฮันเตอร์ปิดบังอะไรไว้มากมายภายใต้รูปลักษณ์คุณพ่อแสนดี แต่ฉินหรานก็ไม่ถามอะไรเขา

ทุกคนย่อมมีความลับของตัวเองใช่ไหมล่ะ?

"คุณฮันเตอร์ ใจเย็นก่อน แค่ดูเหมือนเธอ พวกเรายังไม่รู้แน่ชัด ยังไงพวกเราไปดูศพก่อนดีไหม?" ฉินหรานถามฮันเตอร์ เขาต้องการให้ฮันเตอร์ใจเย็นลงและวางแผน

ฮันเตอร์พยักหน้าและสั่งพ่อบ้านทันที "ไมค์ เตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้! และจำไว้ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจากคุณผู้หญิง!"

"ขอรับ นายท่าน!" พ่อบ้านรีบไปทำตามคำสั่งของเขา

จบบทที่ Chapter 39: คดีแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว