Chapter 36: เลื่อนระดับ 1
Chapter 36: เลื่อนระดับ 1
อะไรคือสิ่งที่ฉินหรานต้องการมากที่สุด?
เวลา
ไม่ต้องสงสัยเลย ถ้าเขามีเวลามากพอ เขาก็จะพัฒนาจนแข็งแกร่งขึ้นได้ในเกม ได้อุปกรณ์มากขึ้น ได้คะแนนมากขึ้น และแลกเปลี่ยนพวกมันเป็นเงิน ดังนั้น สำหรับฉินหรานแล้ว เวลาเป็นเงินเป็นทอง ฉินหรานสลักคำนี้เอาไว้ในใจ เงินซื้อเวลาไม่ได้ แต่สามารถซื้อทุกอย่างได้ ทั้งยา อาหาร หรือการเดินทาง เงินล้วนจำเป็น
เพราะเป็นกำพร้าตั้งแต่อายุยังน้อย ฉินหรานมีความเข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าคนอื่น ๆ สามปีที่ผ่านมา อาหารทั้งสามมื้อของเขาล้วนเป็นอาหารสำเร็จรูป เพราะความสำคัญของเงิน ฉินหรานเสียสละกระทั่งเรื่องรสชาติอาหาร
เทียบกับ [พิมพ์เขียวแท่นผลิตยาพื้นฐาน] แล้ว เขาชอบ [การ์ดล้างคูลดาวน์ดันเจี้ยนแบบเดี่ยว] มากกว่า แต่เขาก็จะไม่แสดงความรู้สึกแท้จริงออกมาระหว่างทำการแลกเปลี่ยน
เขาไม่ได้ตอบในทันที กลับกัน เขารออยู่ครู่หนึ่ง
...
2567: ก็ยังไม่พอหรอก [การ์ดล้างคูลดาวน์ดันเจี้ยนแบบเดี่ยว] นี่ไม่มีค่าอะไร
ลอว์เลส: ฉันยอมจ่ายเพิ่มอีก 2000 คะแนน กับคะแนนสกิล 1 คะแนน! ฉัมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว ถ้านายยังต้องการราคาสูงกว่านี้ ฉันจะหาทางอื่น
...
ลอว์เลสไม่เสนอไอเทมเพิ่มแล้วเหรอ? ฉินหรานมองราคาที่ลอว์เลสเสนอมาโดยไม่สนใจส่วนหลังของข้อความเพราะถ้าลอว์เลสสามารถหาทางอื่นให้ได้เครื่องยิงจรวดจริง เขาคงไม่เจรจากับฉินหรานตั้งแต่แรก เขาอาจจะไม่ได้ข้อตกลงที่ดีกว่านี้หรือไม่ก็ทางอื่นที่ว่านั้นราคาสูงเกินไป
หลังจากฉินหรานคำนวณผลได้ผลเสียแล้ว เขาก็ยื่นข้อเสนออีกครั้ง
...
2567: 5000 คะแนน กับคะแนนสกิล 3 คะแนน!
ลอว์เลส: 2500 คะแนน กับคะแนนสกิล 1 คะแนน! ไม่มากไปกว่านี้!
...
ข้อเสนอของฉินหรานไม่สะกิดผิวของลอว์เลสเลย มันไม่พอให้เขาเตลิดหนีหายไป ฉินหรานรู้สึกอยากยอมแพ้ แต่เขาก็รู้สึกเสียดายอยู่
ลงมือพลาดเสียแล้ว
ลอว์เลสเสนอราคามาตั้งแต่แรกแล้ว เขามีอย่างน้อยก็ 6000 คะแนน กับคะแนนสกิล 2 คะแนน หรืออย่างน้อยนั่นก็เป็นจำนวนที่เขาสามารถหามาได้ ส่วนของสองอย่างนั้น ทั้ง [การ์ดล้างคูลดาวน์ดันเจี้ยนแบบเดี่ยว] และ [พิมพ์เขียวแท่นผลิตยาพื้นฐาน] ถ้าเขาเสนอมาเพื่อแลกเปลี่ยน ก็แปลว่าเขาไม่ได้จำเป็นต้องใช้งานมัน เป็นของไม่จำเป็น
ผลการแลกเปลี่ยนคราวนี้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ
ในที่สุด ลอว์เลสก็ปิดการขาย้ เขาเสนอ 4000 คะแนน และคะแนนสกิล 2 คะแนน กับ [การ์ดล้างคูลดาวน์ดันเจี้ยนแบบเดี่ยว] และ [พิมพ์เขียวแท่นผลิตยาพื้นฐาน] แลกกับเครื่องยิงจรวด [Tekken-II]
หลังจากแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ลอว์เลสก็ส่ง "ไว้เจอกัน" และออกจากระบบไปทันที
พอฉินหรานพยายามที่จะติดต่อลอว์เลสอีกครั้ง ระบบก็ส่งข้อความแจ้งว่า "ผู้เล่นอยู่ในดันเจี้ยน ไม่สามารถติดต่อได้"
ฉินหรานยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เขาต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเกมจากลอว์เลสมากกว่านี้ เขาก็ไม่ได้ไม่ยินดี พวกเขาก็แค่เจรจาค้าขายกันครั้งหนึ่ง พวกเขาไม่ได้มีการติดต่อหรือว่ามีไมตรีต่อกันตั้งแต่ต้น และไม่มีใครเป็นหนี้ใครด้วย
หลังจากการแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ พวกเขาทั้งคู่ก็ทางใครทางมัน
แน่นอนว่าฉินหรานเองก็ไม่ถือถ้าต้องรอจนลอว์เลสกลับออกมาจากดันเจี้ยนแล้วติดต่อกับเขาอีกครั้ง เขายังอยากตกลงแลกเปลี่ยนอย่างอื่นกับข้อมูลดี ๆ แม้ว่าตัวลอว์เลสเองจะบอกว่าเขาไม่มีข้อมูลที่มีคุณค่าพอในตอนนี้
ฉินหรานอยากได้ข้อมูลพื้นฐานมากกว่านี้ และทัศนคติของลอว์เลสต่อข้อมูลดูเป็นไปในทางที่ดี มันน่าจะหมายถึงราคาที่รับได้
ดีและถูก ไม่มีใครที่ไหนยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ
ฉินหรานฉีกยิ้มขณะตรวจสอบสิ่งที่เขาได้มาจากการแลกเปลี่ยน
[การ์ดล้างคูลดาวน์ดันเจี้ยนแบบเดี่ยว] นั้นไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ต้องทำอะไรมาก การ์ดเป็นแบบพร้อมใช้งาน แต่ว่าฉินหรานยังต้องการศึกษา [พิมพ์เขียวแท่นผลิตยาพื้นฐาน] อย่างละเอียดก่อนที่จะเริ่มการเรียนรู้สกิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นการแจ้งเตือนเรื่องราคาจากระบบ
[จ่าย 8000 คะแนน เพื่อใช้ (แท่นผลิตยาพื้นฐาน) ใช่/ไม่?]
[เงื่อนไขการใช้งานไม่ครบถ้วน ไม่สามารถสร้างได้]
"8000 คะแนน!?" ฉินหรานหายใจเข้าออกลึก ๆ หลายครั้งเพื่อสงบสติ
แม้เขาจะคาดไว้แล้วว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการใช้ [แท่นผลิตยาพื้นฐาน] แต่ราคาก็ยังทำให้เขาตกใจมากอยู่ดีเมื่อเห็น
[คะแนน: 17000; คะแนนสกิล: 10; คะแนนสกิลระดับทอง: 1] เขามองไปที่ คะแนนและคะแนนสกิลแล้วคำนวณอย่างละเอียด
ถ้าเขาจะใช้ [แท่นผลิตยาพื้นฐาน] เขาต้องเลื่อนระดับสกิล [ความรู้เรื่องยาและการรักษา] จากพื้นฐานไปเป็นผู้มีฝีมือ เมื่อรวมกับค่าวัตถุดิบในการผลิตยาแล้ว จะต้องใช้ทั้งหมด 9200 คะแนนกับอีกคะแนนสกิลอีก 1 คะแนน ซึ่งมันเกินครึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่เขามีตอนนี้
เขาเองยังไม่เรื่องกระบวนการผลิตด้วย ถ้าค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงกว่าราคาขายในหมู่ผู้เล่น แบบนั้นจะไม่คุ้ม
และฉินหรานเองก็ยังไม่อยากเปลี่ยนแผนการเดิมด้วย
ตอนที่เขาต่อรองกับลอว์เลส เขาวางแผนที่จะใช้ [แท่นผลิตยาพื้นฐาน] ถ้าตกลงกันไม่ได้ เขาก็จะรอจนกว่าสงครามกิลด์จะระอุขึ้นกว่านี้และขาย [Tekken-II] ในราคาสูงกว่าเดิม
ฉินหรานตระหนักดีถึงความสำคัญของยาในเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ [ร้านค้า] ของเกมมีขายเฉพาะเวชภัณฑ์พื้นฐาน
เพราะว่าที่พิมพ์เขียวมีระบุเอาไว้ว่า "พื้นฐาน" แปลว่าอาจจะสามารถเลื่อนระดับได้ ถ้าเขาสามารถผลิตยาคุณภาพสูงกว่าใน [ร้านค้า] ขึ้นมาได้ เขาจะทำกำไรจากมันได้ก้อนใหญ่
นั่นเป็นกรณีที่เขาได้ [แท่นผลิตยาพื้นฐาน]
ฉินหรานไม่สนใจว่ามันจะเป็นการลงทุนในระยะยาวถ้าหากว่าจะได้กำไรก้อนใหญ่เป็นการชดเชย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีของอย่าง [การ์ดล้างคูลดาวน์ดันเจี้ยนแบบเดี่ยว] ฉินหรานมั่นใจว่าเขาสามารถที่จะลดระยะเวลาการลงทุนระยะยาวนั่นได้
แต่เขาจะไม่ใช้แท่นนั่นอย่างหน้ามืดตามัวหรอก
แม้จะมีเป้าหมายเป็นการผลิตยาคุณภาพสูงและทำกำไรมากขึ้น ฉินหรานก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของตัวเอง
ถ้าเขาตัดสินใจใช้ [แท่นผลิตยาพื้นฐาน] แทนที่จะเลื่อนระดับสกิลและค่าสถานะของตัวเอง ก็เหมือนกับการฆ่าไก่เอาไข่ทองคำ เป้าหมายของเขาคือแข็งแกร่งมากขึ้น มีพลังมากขึ้นเพื่อได้อุปกรณ์และรางวัลที่สูงขึ้น
เขาต้องให้ความสำคัญให้ถูกจุด
ถ้าเกิดว่ามันเป็น [แท่นผลิตยาระดับกลาง] เขาคงยอมจ่ายทุกอย่างที่มีเพื่อใช้มันและคว้าโอกาสทางธุรกิจเอาไว้เลย แต่ในเมื่อมันเป็นแค่ระดับพื้นฐาน และต้องใช้แต้มของเขามากกว่าครึ่งหนึ่ง เขาก็เลือกที่จะเลื่อนระดับตัวเองก่อน ซึ่งก็ใช้แต้มมหาศาลเช่นกัน
[อาวุธมีคม (กริช) จ่าย 200 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับ (พื้นฐาน -> เริ่มต้น) ใช่/ไม่?]
[หลบหลีก จ่าย 200 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับ (พื้นฐาน -> เริ่มต้น) ใช่/ไม่?]
[การต่อสู้มือเปล่า จ่าย 200 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับ (พื้นฐาน -> เริ่มต้น) ใช่/ไม่?]
[การรักษา จ่าย 200 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับ (พื้นฐาน -> เริ่มต้น) ใช่/ไม่?]
[ความรู้เกี่ยวกับยาและการรักษา จ่าย 200 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับ (พื้นฐาน -> เริ่มต้น) ใช่/ไม่?]
[ตามรอย จ่าย 800 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับ (พื้นฐาน -> เริ่มต้น) ใช่/ไม่?]
สกิลหกอย่างจากระดับพื้นฐานไประดับเริ่มต้นต้องใช้ทั้งหมด 1800 คะแนน โดยที่ [ตามรอย] นั้นใช้ไปเกือบครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด ฉินหรานกด [ใช่] ทั้งหมด
ความรู้ถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของฉินหรานและประสานเข้ากับสมองของเขา
[อาวุธมีคม], [หลบหลีก], [การต่อสู้มือเปล่า] และ [การรักษา] ทั้งหมดเลื่อนเป็นระดับเริ่มต้น แต่นอกจากสกิลจะแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ก็ไม่มีผลใด ๆ ต่อค่าสถานะของฉินหราน สกิลทุกอย่างมีการแจ้งเตือนขึ้นว่า [สกิลนี้ติดขีดจำกัดของเลเวล ไม่สามารถเลื่อนระดับต่อได้]
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉินหรานประหลาดใจ ตอนที่สกิล [อาวุธปืน (ปืนกลเบา)] ของเขาเลื่อนเป็นระดับเริ่มต้น ค่า [ความฉลาด] ของเขาก็สุดแค่นี้เช่นกัน เพราะอย่างนั้นเขาก็ไม่รู้สึกอะไรถ้าสกิลอื่น ๆ จะเป็นเหมือนกัน
แต่ที่เกินความคาดหมายก็คือสกิล [ตามรอย] ของเขา ที่สามารถเลื่อนระดับ [ความฉลาด] ได้
[ตามรอย (พื้นฐาน -> เริ่มต้น)]
[ชื่อ: ตามรอย (เริ่มต้น)]
[ค่าสถานะที่เกี่ยวข้อง: ความฉลาด]
[ชนิดสกิล: สนับสนุน]
[ผลลัพธ์พิเศษ: คุณสามารถตามรอยได้ทุกชนิด ติดตามเป้าหมายของคุณได้!]
[เงื่อนไขการใช้งาน: กำลังกาย]
[เงื่อนไขการเรียนรู้: ความฉลาด F+]
[หมายเหตุ: ประสาทสัมผัสทุกอย่างของคุณดีเท่า ๆ กับหมาล่าเนื้อเลย!]
...
[สกิลตามรอยเลื่อนระดับ ค่าสถานะที่เกี่ยวข้องเลื่อนระดับ...]
[ความฉลาด: F+ -> E-]
"การเลื่อนระดับสกิล [ตามรอย] ทำให้ค่า [ความฉลาด] เพิ่มขึ้น? เป็นเพราะหนังสือสกิล หรือว่าเป็นผลจากสกิลเองกันนะ?" ฉินหรานอยากให้เป็นอย่างหลัง แต่เขาไม่มีข้อมูลรองรับการคาดเดา
แม้ว่าเขาจะอุปสรรคบ้างระหว่างทางแต่ก็ไม่สามารถหยุดเขาจากการเลื่อนระดับสกิลได้ เพื่อที่จะมองภาพรวมชัด ๆ ฉินหรานไล่รายการสกิลและราคาที่เขาจะเลื่อนระดับต่อไปจาก เริ่มต้น เป็น ผู้มีฝีมือ
[อาวุธมีคม (กริช) 1000 คะแนน และคะแนนสกิล 1 คะแนน,
[อาวุธปืน (ปืนกลเบา) 1000 คะแนน และคะแนนสกิล 1 คะแนน,
[หลบหลีก 1500 คะแนน และคะแนนสกิล 1 คะแนน,
[อำพราง 1500 คะแนน และคะแนนสกิล 1 คะแนน,
[การต่อสู้มือเปล่า 1500 คะแนน และคะแนนสกิล 1 คะแนน,
[การรักษา 500 คะแนน และคะแนนสกิล 1 คะแนน,
[ความรู้เกี่ยวกับยาและการรักษา 1000 คะแนน และคะแนนสกิล 1 คะแนน,
[ตามรอย 3000 คะแนน และคะแนนสกิล 2 คะแนน]
ทั้งหมดรวม 11000 คะแนน กับคะแนนสกิลอีก 9 คะแนน
ในบรรดาสกิลทั้งหมด [ตามรอย] แพงที่สุด ราคาเป็นสองเท่าของสกิลอื่นเลยทีเดียว ส่วน [การรักษา] นั้นราคาถูกที่สุด เพียงครึ่งเดียวของสกิลอื่น ๆ ฉินหรานมองทั้งแปดสกิลที่เขามี ค่อย ๆ คิดอย่างละเอียดว่าจะต้องเลื่อนระดับสกิลใดต่อ
รูปแบบการต่อสู้ที่เขาคุ้นเคยที่สุดนั้น ใช้สกิล [อาวุธมีคม (กริช)] และ [อำพราง] ร่วมกัน รูปแบบคล้ายนักฆ่า และยังมีวิถีแบบสไนเปอร์ ซึ่งใช้ [อาวุธปืน (ปืนกลเบา)] และ [หลบหลีก] ร่วมกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสกิลทั้งสี่นี้จำเป็นต้องได้รับการเลื่อนระดับไปเป็นผู้มีฝีมือ
เขาวางแผนที่จะเลื่อนระดับ [การต่อสู้มือเปล่า] ด้วย เพราะเขาไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าตัวเองจะไม่ไปตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีอาวุธให้ใช้
[ตามรอย] ก็ไม่ต้องใช้คิดเลย ผลลัพธ์พิเศษที่เกิดจากสกิลมีประโยชน์มากในหลาย ๆ สถานการณ์
[ความรู้เกี่ยวกับยาและการรักษา] เป็นเงื่อนไขของการใช้ [แท่นผลิตยาพื้นฐาน] ดังนั้นก็จำเป็นต้องได้รับการเลื่อนระดับแน่นอน แล้ว [การรักษา] ล่ะ?
นอกเสียจากฉินหรานจะสามารถหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บทั้งหมดได้ มันก็ดีกว่าถ้าจะเลื่อนระดับให้อยู่ในระดับที่สามารถวางใจได้
หลังจากวิเคราะห์สกิลของตัวเองทั้งหมดแล้ว เขาก็พบว่า ทุกสกิลจำเป็นต้องได้รับการเลื่อนระดับ
แทนที่จะมุ่งไปที่การเลื่อนระดับสกิลเดียวให้สูงที่สุด ฉินหรานชอบให้ระดับสกิลมีความสมดุลมากกว่า ยังไงซะ การวัดว่าคนคนหนึ่งแข็งแกร่งหรือไม่นั้นไม่ได้ดูที่จุดแข็ง แต่ดูที่จุดอ่อน ถ้าเขามุ่งไปที่การเลื่อนระดับสกิลเดียวศัตรูก็จะล้มเขาได้ง่าย เป็นเหตุผลให้ฉินหรานชอบสร้างสกิลให้สมดุล
ถ้าเลื่อนระดับทุกสกิลเป็นผู้มีฝีมือจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่
ฉินหรานอดขมวดคิ้วไม่ได้
แต่เขาก็ยิ้มออกอีกครั้งอย่างรวดเร็วเมื่อนึกอะไรได้