เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27: เริ่มบรรเลง

Chapter 27: เริ่มบรรเลง

Chapter 27: เริ่มบรรเลง


ตามการประเมินครั้งใหม่ การเปลี่ยนแปลงของหน้าต่างตัวละครของฉินหรานนั้นแทนความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของเขา ฉินหรานไม่จำเป็นต้องเห็นการประเมินด้วยซ้ำ เขาสามารถบอกความแตกต่างได้ด้วยตัวเองแล้ว สองวันครึ่งที่ผ่านมาเปลี่ยนเขาเป็นคนใหม่

เมื่อเขาถือ [Viper-M1] ที่เป็นรางวัลจากการจัดการกับมือลอบสังหารไว้ ฉินหรานรู้สึกเหมือนเป็นทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์การสู้รบมากมาย ลึกลงไปเขาก็รู้แหละว่ามันเป็นแค่ความจริงเสมือนแต่เขาก็ยังชอบความรู้สึกนี้ ทั้งหมดนี้เหมือนจริงเกินไป ถ้าไม่เพราะว่ามีหน้าต่างตัวละครและแถบภารกิจ ฉินหรานก็คงจมลงไปในความรู้สึกแบบนี้ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

"นี่สินะคือสิ่งที่ดึงดูดทุกคนเข้ามาที่เกมใต้ดินนี่" ฉินหรานคิดถึงคนอื่น ๆ ทุกคนที่เข้ามาเล่นเกมด้วยแรงกระตุ้นที่แตกต่างไปจากเขา เขาพอจะเข้าใจเหตุผลของคนพวกนั้นขึ้นมา ถ้าเขามีสุขภาพปกติเขาคงไม่มีทางเข้ามาเล่นเกมนี้้ ไม่ว่าเกมจะเหมือนจริงหรือน่าตื่นเต้นแค่ไหน ฉินหรานแค่อยากมีชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป เขาไม่ใช่คนละโมบหรือชอบความตื่นเต้น เขาแค่สิ้นหวัง แต่มันก็ไม่ได้หยุดเขาจากการพยายามสุดความสามารถ อย่างไรซะชีวิตเขาก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่แล้ว

เขายืนพิงกำแพงตึกอยู่ในซากปรักหักพัง ซ่อนตัวอยู่ในเงา ตาหลุบลงครึ่งหนึ่งขณะหายใจแผ่วและรอคอย ถ้าสถานการณ์เป็นใจ ฉินหรานก็อยากจะนอนลงแล้วงีบเสียหน่อย แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถเอื้อมถึงความเพลิดเพลินเช่นนั้น ช่วงเวลาสำคัญใกล้เข้ามาแล้ว

ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุมท้องฟ้าเมื่อถึงยามกลางคืน พระจันทร์ขยับขึ้นแขวนกลางท้องฟ้ามืดช้า ๆ เสี้ยวจันทร์เห็นขอบชัดนำความรู้สึกสงบเข้ามาที่เมืองแห่งสงครามนี่ แต่ความสงบนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้า เสียงพวกนั้นดังมาจากที่ไกล ๆ และดึงดูดความสนใจของฉินหราน ภายใต้แสงจันทร์อ่อนจางเขามองเห็นทหารกลุ่มออกไปก่อนหน้านี้ ทหารที่กำลังรีบร้อนไม่ได้สังเกตเห็นฉินหรานที่ซ่อนอยู่ในเงา ความกระวนกระวายทำให้พวกมันไม่สังเกตสังการอบตัวเท่าปกติ

พวกทหารแค่อยากค้นในซากเมืองหาพรรคพวกแล้วรายงานกลับไปที่พันตรีซาหลูข่า ร้อยโทแฮงก์ตายไปแล้ว รวมทั้งทีมของเขาด้วย ไม่มีใครรอดชีวิตเลย ข่าวนี้ทำให้พวกมันตัวสั่นไปถึงแก่น อย่างไรเสียแฮงก์ก็เป็นคนที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่งในหมู่ทหาร ไม่ว่าจะเป็นการยิงปืนหรือการต่อสู้มือเปล่าเขาก็โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ยิ่งเขาสามารถทำภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้หลายภารกิจได้สำเร็จ ทั้งฐานที่มั่นก็แทบจะสรุปออกมาว่าร้อยโทแฮงก์นั้นไร้เทียมทาน ทหารส่วนมากเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ แต่แฮงก์ที่ทหารทุกคนกล่าวขวัญถึงตอนนี้ก็ตายไปแล้ว ถูกลูกน้องของตัวเขาเองฆ่าด้วยปืนกล

นี่ทำให้ทหารทุกคนสงสัย พวกเขายอมรับไม่ได้ พวกเขาต้องการคำอธิบาย และคนเดียวที่สามารถให้คำอธิบายได้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพันตรีซาหลูข่า พวกเขาเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

ฉินหรานที่ยังซ่อนตัวอยู่ในเงามองเหล่าทหารจากไปอย่างเร่งรีบแล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ นี่แหละคือสิ่งที่เขาคาดหวังไว้

...

"เชี่ย!" หลังจากฟังลูกน้องรายงาน ซาหลูข่าผุดลุกจากเก้าอี้อย่างแรงจนเก้าอี้ล้มไปด้านหลังพร้อมเสียงดังลั่น ไม่มีใครสนใจเก้าอี้ ทุกคนต่างมองไปที่ซาหลูข่า พวกเขาต้องการคำอธิบาย ทำไมแฮงก์และลูกทีมถูกกำจัด? แม้แต่ทหารผู้ช่วยผู้ซึ่งหวาดกลัวในตัวซาหลูข่าก็ยังไม่เบนสายตาออก

"ฉันรู้ว่าพวกแกทุกคนมีคำถามมากมาย ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นเร็ว ๆ นี้ รวบรวมทหารทุกคนในฐานที่ประจำการอยู่! พวกเขามีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริงเหมือนกัน!" ซาหลูข่าพูดด้วยเสียงต่ำพลางมองสบตากับทุกคน

"ครับ ท่าน!" ผู้ช่วยและหน่วยสอดแนมทำความเคารพและออกไปจากห้องทำงานของซาหลูข่า

เมื่อเหลือเพียงซาหลูข่าคนเดียวในห้อง เขายังคงมีสีหน้าสงบ ก่อนที่ทหารสอดแนมของเขากลับมาเขายังคงมีความหวังอยู่ในใจ แต่เมื่อรายงานมาถึงความหวังสุดท้ายของซาหลูข่าก็ถูกบดขยี้เป็นชิ้น ๆ มือขวาของเขาตายแล้วรวมทั้งทีมที่ตามเขาไปด้วย ทั้งหมดเพราะมือลอบยิงหนึ่งคนและมือปืนกลของทีมตัวเอง!

ตอนที่เขาได้ยินข่าวนี้ ภาพของสายลับที่แทรกซึมเข้ามาในทีมและแทงข้างหลังแฮงก์ก็ปรากฎขึ้นในใจของซาหลูข่า นอกไปจากเจินหนิงแล้วก็ไม่มีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้ แถมการแทรกซึมและลอบสังหารก็ยังเป็นจุดแข็งของคนของเจินหนิงด้วย

"แกขวางทางฉัน ขโมยของของฉัน แล้วตอนนี้ก็อยากให้ฉันตาย? ดี เราจะได้เห็นกันว่าสุดท้าย จะเป็นใครที่กลายเป็นศพ!" ซาหลูข่าพึมพำ จากนั้นเขาก็ดึงลิ้นชักเปิดออกและหยิบปืนกระบอกหนึ่งออกมา เขาถือปืนไว้ในมือ รับรู้สัมผัสหยาบ ๆ ของส่วนมือจับ เขาหัวร้อนขึ้นมาอีกรอบขณะหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ทหารของเขาถูกเรียกมารวมตัวเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าซาหลูข่าจะโมโหเพียงใด เขาก็จะไม่ตรงไปหาเรื่องเจินหนิงด้วยตัวเอง แบบนั้นก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัด ๆ

โชคดี เขามีทหารทั้งกองอยู่ใต้บัญชา เขามีอาวุธที่ทันสมัยที่สุดและมีกำลังสู้รบที่แข็งแกร่งที่สุดในกองกำลังกบฏ มันเป็นไพ่ตายของเขาและตอนนี้ก็ได้เวลาใช้ไพ่ใบนี้แล้ว

ซาหลูข่าเดินออกมาจากห้องทำงาน เขายืดตัวตรงและเร่งฝีเท้าขึ้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังกังวานราวกับเสียงค้อนตอกลงบนตะปู ใครที่เห็นเขาในตอนนี้คงจะถูกหลอกด้วยความมั่นคงและกริยาภายนอกของเขา และรู้สึกนับถือความเป็นทหารอย่างแท้จริงของเขา นอกเหนือจากความโมโหร้ายและไร้ปรานีของเขาแล้ว เขาก็คือทุกอย่างที่ทหารคนหนึ่งอยากจะเป็นไม่ใช่หรือ? ข้อเสียสองสามอย่างจึงได้รับการอภัย

ซาหลูข่ารู้ว่าทหารของตนต้องการอะไรในตัวผู้นำ และเขาก็เป็นอย่างนั้นพอดี มองทหารที่เรียงแถวมากมาย และทุกคนต่างมองมาที่เขาอย่างเคารพเขาก็รู้สึกพึงพอใจ เขาเดินไปที่ปะรำยกพื้น หายใจลึก และเริ่มพูดด้วยเสียงต่ำผ่านเครื่องขยายเสียง "ทหารของผม พวกเราถูกทรยศ!"

ซาหลูข่าตรงเข้าประเด็น เปิดเผยความจริงอันน่าตกใจ ทหารทั้งหมดตกใจมากเมื่อได้ยินซาหลูข่าพูดออกจากปากของเขาเอง แต่ด้วยความนับถือในตำแหน่ง พวกเขาต่างไม่กล้าส่งเสียงอะไรออกไปตอนนี้ ซาหลูข่าพูดต่อ "เป็นนายพลเจินหนิง! เขาทำความตกลงกับศัตรูโดยใช้ชีวิตของพวกเราเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน! ไอ้หน้าตัวเมียนั่นเลือกที่จะทรยศพวกเดียวกันเพื่อให้ตัวเองรอด! เขาเริ่มสงครามนี้ และตอนนี้เขาต้องการให้พวกเราสู้เพื่อเขา เขาใส่ความพวกเรา! เขาใช้พวกเราเป็นแพะรับบาป!" ซาหลูข่าพูดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นจู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นทะมึน "ผมรู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น มันอาจยากที่จะเชื่อ แต่นี่คือความจริงอันทุเรศ ผมส่งร้อยโทแฮงก์ออกไปเก็บหลักฐานเพิ่มแต่เขาถูกลอบสังหารโดยไอ้หน้าตัวเมียนั่น! ทีมสอดแนมสามารถยืนยันเรื่องนี้ แฮงก์เป็นทหารที่ผมเชื่อใจมากที่สุด เขาเป็นนักรบที่แท้จริง เป็นทหารที่ดี! การลอบกัดแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับเขาเลย! เป็นความอัปยศที่เขาได้รับและนำลงโลงไปด้วย!" ซาหลูข่าดูโศกเศร้ามากขึ้น กระทั่งดวงตายังเริ่มแดงก่ำ ทหารที่อยู่ใกล้ ๆ สามารถมองเห็นประกายน้ำในดวงตาคู่นั้น ราวกับไม่ต้องการให้ทหารทั้งหมดเห็นเขาในสภาพเช่นนี้ เขาหันหลังกลับและให้สัญญาณกับทีมทหารสอดแนมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หัวหน้าทีมสอดแนมเดินมาที่เครื่องขยายเสียงในขณะที่ทหารทั้งหมดยังมองไปที่ผู้พันที่ไม่อยู่ในอารมณ์ปกติ

"ใช่ ผมสามารถยืนยันได้ว่าร้อยโทแฮงก์ถูกลอบสังหาร เขาถูกยิงจากด้านหลังและลูกทีมทุกคนถูกสไนเปอร์ลอบยิง" หัวหน้าทีมพูด

พริบตาเดียว ทหารทั้งหมดส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา ทุกคนมองสบตากันอย่างไม่อยากเชื่อ ความโกรธเริ่มกระจายไปในกลุ่มทหาร ซาหลูข่ารอคอยช่วงเวลานี้อยู่ในใจ เมื่อทหารทั้งหมดถูกปลุกปั่นขึ้น เขาก็หมุนตัวกลับมา

"ทหารของผม แฮงก์ถูกลอบสังหาร! คนต่อไปก็คงเป็นผมเอง และเป็นพวกคุณ! หรือคุณ! เพราะมีแค่ตอนที่พวกเราแนวป้องกันแรกถูกทำลาย ไอ้ลูกหมาเจินหนิงจึงจะบรรลุข้อตกลงกับพวกศัตรู! สิ่งเดียวที่เขาสนใจก็คือชีวิตของตัวเอง!" ซาหลูข่ามองไปที่ทหารทั้งหมด เขาพูดเสียงดังขึ้นอีก "ผมไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้ เพราะว่าผมก็เป็นทหารคนหนึ่ง ผมยอมตายในสนามรบ อุทิศชีวิตเพื่อสิ่งที่ดีกว่าการต้องทนอัปยศเฉกเช่นนี้! ตอนนี้ ผมจะประกาศศึกกับไอ้ลูกหมาเจินหนิง! ใครจะไปกับผมบ้าง?" ซาหลูข่าตะโกน

"ผม ผม!"

"ผม ผม!"

...

ทหารทั้งหมดต่างความพลุ่งพล่านเมื่อได้รับฟังการชักจูงของซาหลูข่า มีเพียงผู้ช่วยข้างตัวซาหลูข่าที่มีสีหน้าตกใจและสงสัย ในฐานะทหารผู้ช่วยของซาหลูข่า เขารู้มากกว่าคนอื่นเล็กน้อย เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้านายของเขาอธิบายกับทุกคนเสียหน่อย

อย่างเช่น ไม่ได้มีการพูดถึงอัญมณีพวกนั้น

แต่ก่อนที่ผู้ช่วยคนนั้นจะได้ตั้งข้อสงสัยหรือลงมือทำอะไร ปืนกระบอกหนึ่งก็เล็งมาที่หัวของเขา

เป็นซาหลูข่า

ปัง!

ซาหลูข่ายิงโดยไม่คิดซ้ำสอง ผู้ช่วยตาย ดวงตาเบิกกว้าง แต่ซาหลูข่าไม่แม้แต่จะแสดงความเสียใจหรือสงสาร ผู้ช่วยคนนี้รู้มากเกินไป

"เขาเป็นสายลับของไอ้ลูกหมาเจินหนิง และแฝงตัวอยู่ในค่ายของเรา! แต่มันช้าเกินไป แฮงก์ได้..." เป็นอีกครั้งที่ซาหลูข่าเล่นละครได้แนบเนียน

พวกทหารตะลึงไป แล้วความตกใจของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นมากยิ่งกว่าเดิม พวกเขามองไปที่ผู้ช่วยที่ตายไปแล้วคนนั้นอย่างรังเกียจ

"ทหารของข้าพเจ้า ถึงเวลาที่เจินหนิงต้องชดใช้แล้ว! ไปทวงคืนความยุติธรรม!"

"ความยุติธรรม!"

"ความยุติธรรม!"

เสียงตะโกนของทุกคนก้องไปในความเงียบงันยามค่ำคืน

.

.

.

.

จบบทที่ Chapter 27: เริ่มบรรเลง

คัดลอกลิงก์แล้ว