เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 18: รางวัล

Chapter 18: รางวัล

Chapter 18: รางวัล


พอเสียงระเบิดเงียบลง ฉินหรานไม่ได้เปิดเครื่องปั่นไฟในทันที กลับกัน เขารออย่างใจเย็นเผื่อว่าจะมีโจรบางคนรอดชีวิต ระเบิดมีการทำลายล้างสูงในรัศมีแคบ ๆ มันเป็นไปแทบไม่ได้ที่บางคนจะรอดมาได้แต่ฉินหรานเลือกที่จะปลอดภัยไว้ก่อน เขายังประมาทไม่ได้ เขารอจนกระทั่งไม่มีเสียงอะไรออกมาจากห้องแล้วจึงเดินเข้าไปในห้องปั่นไฟแล้วเปิดเครื่องอีกครั้ง เสียงเครื่องปั่นไฟทำงานเหมือนเครื่องจักรเก่า ๆ แสงไฟตามทางเดินและทุกห้องกลับมาสว่าง ยกเว้นห้องที่พวกโจรออกันอยู่ ระเบิดทำลายกำแพงห้องและหลอดไฟทั้งหมด

แม้ว่าฉินหรานจะคุ้นเคยกับกลิ่นเลือดแล้ว แต่กระเพาะอาหารของเขาก็ยังปั่นป่วนเมื่อเขาเห็นสภาพภายในห้อง เขาพยายามกลั้นอาการอยากอาเจียนเอาไว้ เขาบังคับให้ตัวเองตรวจดูโจรแต่ละคนทุกคนให้แน่ใจว่าไม่มีใครรอดชีวิตก่อนที่จะจัดการลูทของโชคไม่ดี โจรพวกนี้ถูกระเบิดเป็นชิ้น ๆ และสิ่งของติดตัวทั้งหมดของพวกมันก็ถูกทำลายไปพร้อมกัน

ฉินหรานก็ยังลองค้นดู เขาอยากให้ตัวเองคุ้นเคยกับภาพนองเลือดเพราะว่าเขาจะต้องเผชิญสถานการณ์แบบนี้มากกว่านี้ในอนาคต เขาจะได้เผชิญหน้ากับความตายในอีกไม่นาน และเขาต้องเข้มแข็งมากพอที่จะรับมือ ประมาณสองนาทีต่อมา เขาเดินหน้าซีดออกมาจากห้องนั้น เขาสูดหายใจลึก พยายามไล่กลิ่นคาวของเลือดที่เต็มในโพรงจมูกออกไป

"เป็นไงล่ะฮึ?" เขาหัวเราะตัวเองขณะเริ่มตรวจดูห้องอื่น ๆ

ห้องอื่น ๆ เป็นแค่ที่ซุกหัวนอนของพวกโจร ด้านในไม่มีอะไรมากไปกว่าเตียงและเครื่องนอน ยกเว้นห้องเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่เก็บอุปกรณ์ ฉินหรานพบเลื่อย พลั่ว และถังน้ำมันหลายถังในนั้น แต่ที่สำคัญที่สุด เขาเจอรถเข็น นี่ทำให้เขาคิดอะไรออก

ด้วยจำนวนของเสบียงที่เขาเจอในห้องของอีแร้ง กระเป๋าสะพายหลั้ของเขาไม่ได้ใหญ่พอที่จะใส่ทุกอย่างได้ แต่ถ้าเขาใช้รถเข็นคันนี้ เขาสามารถเอาเสบียงไปได้อย่างน้อย ๆ ก็ครึ่งหนึ่ง ฉินหรานเอาพลั่วและเลื่อยใส่ลงในรถเข็นก่อนที่จะเข็นไปที่ห้องของอีแร้ง เครื่องมือพวกนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเขาในอนาคต และถ้าถังน้ำมันไม่หนักขนาดนั้นฉินหรานก็อาจจะเอามันไปด้วยเหมือนกัน

ภายในห้องของอีแร้ง แม็กกี้ยังนั่งอยู่บนเตียง เธอไม่ได้ขยับตัวสักนิ้วตั้งแต่ฉินหรานออกไปจัดการกับโจรพวกนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงระเบิดจากด้านนอกและจากนั้นก็เห็นฉินหรานเดินเข้ามาพร้อมรถเข็น สีหน้าของเธอก็หมองลง เธอถึงกับขยับถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ

แม็กกี้อาจจะซ่อนตัวอยู่ตลอดตั้งแี่เกิดสงครามแต่เธอไม่ได้โง่ เธอรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอกเมื่อสักครู่ ฉินหรานสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวและความกลัวที่ซ่อนในสายตาของเธอ เขาไม่ได้อธิบายอะไรออกไป เขายังไม่เชื่อใจเธอนัก ดังนั้น จะเป็นการดีที่สุดที่ปล่อยให้เธอกลัว และเขาก็สั่งงานเธอท

"ช่วยผมเอาน้ำและอาหารลงรถเข็นหน่อย" เขาบอกแม็กกี้ ก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค แม็กกี้ก็เตรียมตัวขนเสบียงลงรถเข็นแล้ว เธอดูกลัวขณะมองฉินหรานหยิบเลื่อยและพลั่วออกมา เธอรีบร้อนจนไม่แม้กระทั่งจะสวมรองเท้า ฉินหรานเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาเองก็เริ่มขนย้ายเสบียงลงรถเข็นด้วย

ในเวลาแค่ไม่ถึงสองนาที เสบียงครึ่งหนึ่งก็ถูกย้ายมาไว้ในรถเข็น ตามที่ฉินหรานคำนวณ ทั้งหมดนี่น่าจะพอให้เขาและคอลลีนอยู่ได้ราว ๆ หนึ่งเดือน

"ไม่เลว!" เขาบอกกับตัวเองเงียบ ๆ ขณะยกกระเป๋าอัญมณีและเลื่อยกับพลั่ววางด้านบนสุดของรถเข็น หลังจากเรียงปืนที่เหลือลงไปเขาก็พร้อมที่จะกลับออกไปแล้ว

"ขอบคุณที่ช่วยขนของลงรถเข็นนะ เสบียงที่เหลือนั่นเป็นของคุณแล้ว ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะออกจากที่นี่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น" ฉินหรานพูดก่อนจะจากมาพร้อมรางวัลของเขา

พอฟ้าสาง พวกกบฏคงมาถึงและพวกมันก็จะพบว่าทุกอย่างเป็นเรื่องโกหก เขาสามารถจินตนาการถึงโทสะบนใบหน้าของพันตรีหัวหน้าพวกมันได้เลยเมื่อพันตรีรู้ความจริง

ใครที่ยังรั้งอยู่ที่นี่ต้องจบลงด้วยความตายแน่นอน

ถ้าเป็นแค่พวกโจรเขาคงไม่สนใจ แต่แม็กกี้เป็นชาวเมืองและเขาคิดว่าเขาควรจะเตือนเธอสักหน่อย นี่เป็นทั้งหมดที่เขาสามารถทำให้เธอได้ ฉินหรานเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดในช่วงเวลาเลวร้ายนี่เหมือนกัน

ฉินหรานเข็นรถที่เต็มไปด้วยของที่ลูทมาได้ออกจากชั้นเก็บของใต้ดินและวางสไนเปอร์ไรเฟิลดัดแปลงไว้ด้านบนสุด เขาพร้อมที่จะกลับที่ซ่อนแล้วตอนที่แม็กกี้วิ่งตามเขามาพร้อมกับห่อของบนหลัง ห่อผ้านั่นทำจากผ้าปูเตียงที่เธอเจอในห้องของอีแร้ง

"ฉัน.. ฉันไปกับคุณได้ไหม?" เธอถามฉินหรานด้วยความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก กลัวว่าเขาจะปฏิเสธ เธอยังกลัวเขาอยู่ แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น หลังจากถูกจับมาโดยพวกของอีแร้งและทุกอย่างที่ตามมา สัญชาตญาณของเธอบอกว่าเธอไม่ควรอยู่ในสถานที่อันตรายแบบนี้ต่อ เธอควรเก็บเสบียงที่เหลือทั้งหมดมุ่งกลับที่ซ่อนเดิมของเธอ แต่จะเกิดอะไรขึ้นอีกถ้าเสบียงหมด? เธอก็ต้องออกจากที่ซ่อนอีกครั้ง เอาตัวไปเสี่ยงอันตราย เธอจะโชคดีมีคนมาช่วยเธออีกครั้งเหมือนที่ฉินหรานเพิ่งทำเหรอ?

คำตอบคือไม่

เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอันตรายแบบนั้นในอนาคต สู้เธอข่มความกลัวลงและตามเขาไปตอนนี้ดีกว่า เธออาจจะกลัววิธีเอาชีวิตรอดของเขา แต่ฉินหรานก็พิสูจน์ว่าตัวเองแล้วว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอ เธออาจจะรู้สึกหวาดระแวงเมื่ออยู่กับเขา แต่เขาไม่มีอันตรายเมื่อเทียบกับโจรพวกนั้นที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อ หลังจากลังเลนิดหน่อย เธอก็รีบตามเขามา

"ฉันเป็นพยาบาล ฉันมีความรู้ทางการแพทย์และรู้วิธีรักษาแผล!" เธอพยายามบอกประโยชน์ของตัวเองต่อเขา

และเธอทำสำเร็จ

เมื่อคิดว่าชาวเมืองทุกคนสามารถกลายเป็นโจรได้ ฉินหรานจึงไม่ได้วางแผนให้ใครเข้าร่วมกลุ่มกับเขาอีกนอกจากคอลลีนที่ผ่านสถานการณ์เป็นตายมาด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เขาจำเป็นต้องมีทักษะมากขึ้นถ้าเขาอยากแข็งแกร่งขึ้น ตอนนี้สกิลรักษามาอยู่ต่อหน้าเขาแล้วเขาไม่อยากพลาดมันไป เขาไม่มั่นใจเลยว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยในการต่อสู้ภายภาคหน้า

ถ้าไม่ใช่เพื่อสกิลรักษาและฉินหรานไม่แน่ใจว่าการรักษาบาดแผลในเกมนี้นั้นทำอย่างไร เขาคงลองใช้กริชกรีดตัวเองเป็นแผลไปแล้ว ตอนนี้เขามีบางคนที่สามารถสอนทักษะการรักษากับเขา และเขาไม่อยากพลาดโอกาสนี้

"ได้!" เขายังคงเข็นรถไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาใช้เวลาไปครู่ใหญ่กว่าเขาจะรู้ตัวว่าแม็กกี้ยังยืนเหม่ออยู่ที่เดิมที่เขาผละมา

"รีบหน่อย!" เขาบอกเธอ

"ขะ.. ค่ะ!" เธอพยักหน้าและรีบตามเขามา เธอไม่รู้ว่าทำไมฉินหรานถึงตอบตกลง แต่เธอก็ไม่อยากพลาดโอกาสอยู่ดี ฝีเท้าเธอเร่งขึ้นจนตามเขาทัน ทั้งสองคนรีบจ้ำเท้าหายลับไปในความมืด

ประมาณสิบนาทีหลังจากพวกเขาออกจากห้างสรรพสินค้า มีเงาร่างหนึ่งในเสื้อคลุมลายพรางปรากฏตัวขึ้นที่หน้าตึก เงานั้นตรวจดูรอบ ๆ เร็ว ๆ และเหมือนจะรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง มันเข้าไปข้างในตึกและกลับออกมาหลังจากนั้นครู่หนึ่ง

...

"นายฆ่าอีแร้งไปแล้ว!?" คอลลีนไม่สามารถเก็บซ่อนความประหลาดใจไว้ได้เมื่อเจอกับฉินหรานอีกครั้ง ดวงตาสีเทาของเธอแสดงความแปลกใจ

"แน่นอนสิ ไม่อย่างนั้นคุณว่าผมจะเอาไปของพวกนี้มาจากไหน งานอีเว้นท์ในห้างเหรอ?" ฉินหรานยิ้ม ตบมือลงบนรถเข็นตรงหน้า

"ไม่น่าเชื่อ!" แม้เธอจะแสดงความตื่นเต้นออกมา แต่เธอก็ยังอดสังเกตร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังฉินหรานไม่ได้ นั่นคือแม็กกี้ที่ทำให้เธอหายใจสะดุด แม้ว่ามันจะมืด คอลลีนก็ยังบอกได้ว่าแม็กกี้เป็นคนสวย ร่างกายบอบบางน่าสงสารนั่นทำให้เธอดูน่าประทับใจมากขึ้น คอลลีนรู้ว่าผู้หญิงแบบนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ชายได้ดีที่สุด

มันไม่ใช่แค่หน้าตาหรือรูปร่างของผู้หญิง แต่เป็นกริยาท่าทางที่กระตุ้นสัญชาตญาณอยากปกป้องของผู้ชายขึ้นมา ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งครอบครองใบหน้าและรูปร่างงดงาม และมีกริยาท่าทางที่เหมาะสมก็จะดึงดูดความสนใจของผู้ชายได้เหมือนดอกไม้ดึงดูดผึ้ง เห็นได้ชัดเจนว่าแม็กกี้เป็นผู้หญิงแบบนั้นแหละ

"เธอเป็นใครน่ะ?" คอลลีนแอบสบถ แต่เธอก็พยายามทำตัวให้ดูเป็นมิตรและเข้ากับคนง่าย เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นคู่หูกับฉินหราน ดังนั้นเธอจึงไม่อยากดูหยาบคายต่อหน้าเขา แบบที่จะทำให้เขาตกใจหนีไป เธอต้องดูเป็นผู้หญิงที่ใจดีและเป็นมิตร เธอถึงจะใกล้ชิดกับฉินหรานได้มากขึ้น

จนกระทั่งเธอ...

อะแฮ่ม..

คอลลีนไม่เคยเป็นผู้หญิงใสซื่ออยู่แล้ว เธอมีประสบการณ์ในการรับมือผู้ชายมากมายตอนที่เธอยังเตร็ดเตร่อยู่ตามถนน

"นี่แม็กกี้ ผมเจอเธอที่ฐานที่มั่น เธอถูกอีแร้งจับมา เธอเป็นพยาบาลและรู้วิธีรักษาแผล ผมคิดว่าเธอจะเป็นประโยชน์กับเราก็เลยให้เธอตามมาด้วย" ฉินหรานแนะนำแม็กกี้ พอเขาพูดจบ คอลลีนยิ้มกว้างกว่าเดิม ฉินหรานไม่ได้พาแม็กกี้กลับมาเพราะหน้าตาของเธอแต่เพราะเธอเป็นพยาบาลและเขาคิดว่าเธอจะเป็นประโยชน์กับพวกตน

"ยินดีต้อนรับนะแม็กกี้ ฉันคอลลีน!" คอลลีนพูด เธอทำเหมือนกำลังพูดกับสาวใช้สักคน

.

.

.

.

จบบทที่ Chapter 18: รางวัล

คัดลอกลิงก์แล้ว