เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 11: แผนการ

Chapter 11: แผนการ

Chapter 11: แผนการ


[ยิง: โจมตีถึงตาย ก่อความเสียหาย 100 แต้มต่อเป้าหมาย (อาวุธปืน (ปืนเบา) (พื้นฐาน) 50x2) เป้าหมายเสียชีวิต...]

บันทึกการต่อสู้เด้งขึ้นมาตรงหน้าฉินหรานขณะที่เขาจับตามองร่างไร้หัวร่วงลงพื้น เขารีบพุ่งตัวไปหาอีกคนที่ยังเหลืออยู่

ตอนที่เขาเคลื่อนตัวไป เขาก็เหลือบมองที่หน้าต่างสกิล

[โจมตีสำเร็จ 3 ครั้ง ได้รับสกิล: อาวุธปืน (ปืนเบา) (พื้นฐาน)]

[ชื่อ: อาวุธปืน (ปืนเบา) (พื้นฐาน)]

[ค่าสถานะที่เกี่ยวข้อง: พลังโจมตี, พลังป้องกัน, พลังจิต ]

[ชนิดสกิล: โจมตี]

[คุณสมบัติ: คุณเชี่ยวชาญการใช้ปืนพก, ปืนกลมือ, ไรเฟิล, ไรเฟิลจู่โจม, ไรเฟิลลอบสังหาร เพิ่มความเสียหาย 10%]

[เงื่อนไขการใช้งาน: กำลังกาย]

[เงื่อนไขการเรียนรู้: พลังโจมตี F, พลังป้องกัน F, พลังจิต F]

[หมายเหตุ: คุณได้รับทักษะการใช้ปืน แต่คุณยังไม่ใช่นักแม่นปืนนะ!]

เหมือนกับตอนที่ได้สกิลใช้กริชก่อนหน้านี้ ฉินหรานจู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญการใช้ปืน ไม่เพียงแค่ได้รับข้อมูลและความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับปืน แต่ยังรู้ถึงวิธีที่จะทำให้ปืนในมือของเขาก่อความเสียหายสูงสุดได้

เหมือนที่เขาระเบิดหัวของหูเค่อไป

พลังที่ได้จากสกิลยังคงทำให้เขาแปลกใจทุกครั้งแม้ว่าจะมีประสบการณ์ได้รับสกิลมามากกว่าหนึ่งครั้งแล้ว ความรู้ที่ไม่รู้มาจากไหนถูกส่งเข้าสู่สมองเขาและยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับร่างกายของเขา และฉินหรานรู้สึกเหมือนว่าเขาได้รู้จักเกมนี้ดีขึ้นมาทีละนิดในทุกครั้ง

ในเวลาเดียวกัน เขารู้สึกประทับใจในดันเจี้ยนมือใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่แน่ว่าเมื่อเขาจบดันเจี้ยนนี้ได้และเข้าสู่เกมจริง ๆ การได้รับสกิลอาจจะแตกต่างไปจากนี้มากก็ได้ มันอาจจะมีเงื่อนไขมากกว่าการกระทำที่สัมฤทธิ์ผล 3 ครั้ง

มันอาจจะตั้งเงื่อนไขให้เขาต้องลงมือสำเร็จสามสิบครั้ง หรือมากกว่านั้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าระดับความยากของเกมจะเพิ่มมากขึ้น และเหมือนกับความสมจริงของมัน ที่รอเขาอยู่ก็คงจะเป็นระดับของความยากที่เพิ่มขึ้น ระดับความอันตรายที่เพิ่มขึ้น  ก็

ถ้าทำได้ ฉินหรานย่อมต้องอยากลองหาสกลิเพิ่มมากเท่าที่จะทำได้ขณะที่ยังอยู่ในดันเจี้ยนมือใหม่นี้

และตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่เหมาะสมให้เขาทำอย่างนั้น

เขาเข้าไปหาโจรบาดเจ็บที่เหลืออยู่ มองลงไปที่มัน

“อย่าฆ่าฉันเลยนะ! ได้โปรด!... ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น ฉันแค่ทำตามที่เจ้านายสั่ง! ได้โปรด!” โจราดเจ็บเริ่มร้องขอชีวิต ฉินหรานดูน่ากลัวมากสำหรับมัน

พอมันถูกปลดอาวุธและศักดิ์ศรีไปแล้วมันก็เหมือนเสือถูกถอนเขี้ยว มันกลายเป็นตัวไร้ค่ายิ่งกว่าชาวเมืองธรรมดา ๆ ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยน้ำมูกน้ำตา ฉินหรานย่นคิ้ว

แล้วเขาก็ต่อยเข้าที่หน้าของโจรด้วยแรงทั้งหมดที่มี

เขาเหวี่ยงหมัดครั้งที่สอง

และครั้งที่สาม

เมื่อต่อยครั้งที่สาม การแจ้งเตือนของระบบก็เด้งขึ้นมา

[ชก: ก่อความเสียหาย 1 แต้มต่อเป้าหมาย]

[ชก: ก่อความเสียหาย 2 แต้มต่อเป้าหมาย]

[ชก: ก่อความเสียหาย 1 แต้มต่อเป้าหมาย]

...

[โจมตีสำเร็จครบ 3 ครั้ง ได้รับสกิล: การต่อสู้มือเปล่า (พื้นฐาน)]

[ชื่อ: การต่อสู้มือเปล่า (พื้นฐาน)]

[ค่าสถานะที่เกี่ยวข้อง: พลังโจมตี, ความคล่องแคล่ว, พลังป้องกัน]

[ชนิดสกิล: โจมตี]

[คุณสมบัติ: คุณเชี่ยวชาญการชกต่อยและเตะ เพิ่มความเสียหาย 10%]

[เงื่อนไขการใช้งาน: กำลังกาย]

[เงื่อนไขการเรียนรู้: พลังโจมตี F, ความคล่องแคล่ว F, พลังป้องกัน F]

[หมายเหตุ: ตอนนี้คุณไปทำพาร์ทไทม์เป็นนักสู้ข้างถนนได้แล้วแหละ!]

เมื่อข้อมูลถูกส่งเข้าสมองของเขา ความรู้สึกอันคุ้นเคยก็ไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอีกครั้ง เขากำหมัดแน่น รับรู้ถึงพลังที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกาย

จากนั้นเขาลองชกแรง ๆ อัดแก้มของโจร

[ชก: ก่อความเสียหาย 20 แต้มต่อเป้าหมาย (การต่อสู้มือเปล่า (พื้นฐาน)) เป้าหมายหมดสติ...]

หลังจากเห็นอีกฝ่ายหมดสติไป ฉินหรานก็ยืนขึ้น รู้สึกพอใจ

เป็นอีกครั้งที่เขาได้สัมผัสพลังของสกิล แต่มันยังไม่เพียงพอสำหรับเขา เขาวางแผนเก็บเกี้ยวสกิลอีกสักสองสามอย่างด้วยการใช้ประโยชน์จากโจนผู้นี้

แน่นอนว่าเขาไม่รีบ

เขามองไปที่คู่หูของเขาที่กำลังเดินตรงมาหา

"นายจะไม่ปล่อยมันไปง่าย ๆ ใช่ไหม? คนที่เข้าร่วมกลุ่มกับอีแร้งได้ไม่ใช่คนดีหรอกนะ ไม่มีตัวดีเลยสักคน! แค่ชกมันไม่พอหรอกนะ ความยุติธรรมยังไม่ได้สะสางเลย" คอลลีนพูดขึ้นเมื่อมาถึงข้างตัวฉินหราน เธอเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น

หลังจากอยู่รอดในเมืองนี้มาได้สี่เดือน คอลลีนเหมือนได้เห็นนรกและรู้ว่ามีปิศาจที่ไร้ซึ่งความเมตตาออกอาละวาดไปทั่ว

อีแร้งและคนของมันคือปิศาจที่ว่า

"ไม่ ผมไม่ปล่อยมันไปหรอก!" ฉินหรานส่ายหน้าให้คอลลีนสบายใจ

เขาเองเป็นคนใจดีและมีความเห็นอกเห็นใจแต่เขาไม่ได้คิดจะมอบความเห็นอกเห็นใจนั้นให้แก่ศัตรูของตัวเอง ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือในเกม

"ถ้างั้นแล้ว?" คอลลีนมองฉินหรานด้วยสีหน้าสงสัย

"คุณช่วยผมเก็บของที่ลูทได้หน่อยได้ไหม มันน่าจะมีเยอะพอสมควรเพราะว่าเราจัดการพวกมันได้ทั้งหมด" ฉินหรานยิ้มให้คอลลีน แต่เธอยังไม่ยอมขยับ เขายักไหล่ เขารู้ว่าถ้าเขาไม่มีเหตุผลดี ๆ ให้เธอ คนหัวแข็งอย่างเธอคงไม่ยอมทำตามแน่ ๆ แต่เขาก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะเปิดเผยความลับ

เขาชี้ไปที่รอบ ๆ ตัวแล้วพูด "ผมจะบอกคุณทั้งหมดเมื่อเราเก็บทุกอย่างมาแล้ว คุณคงไม่ต้องการสูญเสียของที่ควรจะได้ให้กับพวกขโมยใช่ไหม?"

ฉินหรานรีบเก็บของที่ลูทได้ คอลลีนเองก็ด้วย

หลังจากการต่อสู้ ความเชื่อใจในตัวฉินหรานของคอลลีนก็เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง เธอลดความระมัดระวังตัวลงเวลาอยู่กับเขา เธอเห็นด้วยว่าพวกเขาไม่ควรปล่อยให้ของที่ลูทได้ถูกขโมยไปโดยโจรกาก ๆ คนไหน ถึงจะมีการยิงกันเกิดขึ้น แต่ก็มีคนบางพวกที่ไม่เกรงกลัวและคนที่อยากจะฉวยโอกาสแวะเข้ามาดู และคนพวกนี้ก็มีไม่น้อยเลยด้วย

เมื่อคนพวกนี้มาถึงก็จะเป็นปัญหาแล้ว

ถ้าพวกนี้ได้ปืนและเสื้อกันกระสุนไปจากศพเหล่านี้ คนพวกนั้นกลายมาเป็นสิ่งคุกคามต่อพวกเขาทั้งคู่แทนคอลลีนไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น

หลังจากใช้เวลาประมาณห้านาทีในการเก็บทุกอย่างที่สามารถทั้งคู่ก็มารวมตัวกันอีกครั้ง พวกเขาเก็บ [เสื้อกันกระสุน T1] ได้หลายตัวและ [M1905] อีกหลายกระบอก คอลลีนสวมเสื้อกันกระสุนเข้ากับตัว เธอมองฉินหรานด้วยสีหน้าสงสัยอีกครั้ง

เธอพบว่าโจรทั้งหมดตาย ทุกคนถูกฆ่าด้วยการลงมือแค่ครั้งเดียว มันทำให้เธอคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกกบฏ

"ไม่ ขนาดพวกกลุ่มกบฏเองยังไม่สามารถทำได้ขนาดนี้ มีแค่พวกทหารระดับสูงเท่านั้นที่ทำได้แบบนี้!" เธอคิดกับตัวเองเงียบ ๆ

อย่างไรก็ตาม แกนนำของกลุ่มกบฏดูไม่เข้ากับที่ฉินหรานแนะนำตัวเองเอาไว้ คอลลีนไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมเรื่องนี้ หลังจากผ่านความยากลำบากทั้งหมดมาเธอก็โตกว่าอายุมากและเธอรู้ว่าทุกคนล้วนมีความลับ ฉินหรานก็คงเหมือนกัน ขนาดเธอเองยังมีความลับที่เก็บไว้กับตัว ดังนั้นเธอจะเคารพความเป็นส่วนตัวของเขา ฉินหรานเองก็ใจดีและเป็นมิตรกับเธอ เธอรู้ว่าถ้าเธออยู่กับเขา โอกาสที่จะมีชีวิตรอดก็เพิ่มขึ้นมาก และเธออาจจะผ่านสงครามบ้า ๆ นี่ไปได้อย่างปลอดภัยก็ได้

แม้มันจะมีราคาที่ต้องจ่าย เธอก็ยินดี

มันเป็นความจริงและเป็นสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด

ฉินหรานพบว่าคอลลีนต่างไปจากเดิมแต่ก็บอกไม่ได้ว่าตรงไหน เขาไม่ทันสังเกตเห็นสายตาที่คอลลีนมองมาทางเขา หรือสีหน้าประหลาดบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นเปื้อนดินของเธอ

"ตอนนี้จะบอกได้หรือยัง?"

แม้ว่าในใจเธอจะคิดอะไรหลายอย่างแต่คอลลีนก็ไม่สามารถพูดออกมาตรง ๆ ได้ ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้ความอายเข้ามาแทนที่และเปลี่ยนเรื่อง

"อีแร้งมีฐานที่มั่นใช่ไหม?" ฉินหรานลดเสียงลงเล็กน้อยเมื่อตอบ แม้ว่ารอบด้านจะดูเหมือนไม่มีใคร ฉินหรานก็ยังคงลากโจรที่หมดสติไปแอบในที่มิดชิด ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า

"ใช่ มีที่หนึ่ง มันอยู่ที่บรอดเวย์ที่หก ข้างในห้างสรรพสินค้า หลังจากพวกกบฏกวาดของออกจากที่นั่นจนหมด อีแร้งก็เข้ายึดและตั้งฐานของมันที่นั่น" คอลลีนพยักหน้าตอบ

"และไม่มีใครในพวกมันรู้ว่าผมเป็นใครใช่ไหม?" ฉินหรานถามต่อ

คอลลีนพยักหน้าอีกครั้ง เธอเบนสายตากลับมาที่ฉินหราน มองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ

"นายวางแผนจะแอบเข้าไปที่นั่นเหรอ?" คอลลีนถามอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงของเธอสูงกว่าปกติ เธอพูดต่อก่อนที่ฉินหรานจะทันได้ตอบ "อีแร้งไม่เคยปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้าไปวนเวียนแถว ๆ ฐานที่มั่นของมันเลยนะ ใครที่อยากเข้าไปข้างในต้องเป็นคนของมันแนะนำเข้าไป หรือไม่งั้นก็เตรียมถูกยิงเป็นก้อนเนื้อเละ ๆ นายกำลังคิดจะใช้ไอ้เวรนี่เพื่อแอบเข้าไปข้างในใช่ไหม? อย่าฝันเฟื่องเลย ตกลงไหม? ฉันพนันด้วยชื่อของย่าเลยว่าแค่นายเข้าไปใกล้ ๆ ไอ้เวรนี่ก็จะหักหลังนายและนายจะเป็นคนที่สองที่ถูกมัดประจานและเผาทั้งเป็น!" คอลลีนคำรามพลางชี้นิ้วไปที่โจรที่นอนหมดสติอยู่

"ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า!" ฉินหรานตอบยิ้ม ๆ

"ดีแล้ว พวกเรากำลังได้เปรียบอีแร้งอยู่ พวกเราเพิ่งชนะการต่อสู้ครั้งนี้ ชนะอีกแค่ไม่กี่ครั้งมันก็เป็นแค่ราชาที่ไม่มีอัศวินปกป้องแล้ว!" คอลลีนพูดอย่างโล่งใจ เธอไม่อยากให้ฉินหรานทำอะไรโง่ ๆ พวกเขาเพิ่งปัดเป่าอันตรายตรงหน้าไปและลูทของดีได้หลายชิ้น

"ผมจะเข้าไปด้วยตัวเอง!" ฉินหรานพูด

ความรู้สึกกดดันพุ่งขึ้นมาแทนความโล่งใจของคอลลีนเมื่อได้ยินคำพูดของฉินหราน

จบบทที่ Chapter 11: แผนการ

คัดลอกลิงก์แล้ว