เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 8: พลบค่ำ

Chapter 8: พลบค่ำ

Chapter 8: พลบค่ำ


"การม้วนข้างใช้กำลังกายไม่มาก การม้วนหน้าและม้วนหลังใช้กำลังกายท่าละห้าหน่วย และการพลิกข้างมือเดียวใช้กำลังกายถึงสิบหน่วยต่อครั้ง"  ฉินหรานคิดทบทวนกระบวนท่าที่เขาทำในขณะที่ดูหน้าต่างสกิลไปด้วย

[เงื่อนไขการใช้งาน: กำลังกาย]

ไม่มีข้อยกเว้น ทุกสกิลล้วนสิ้นเปลืองกำลังกาย แต่ไม่มีระบุว่าแต่ละสกิลใช้กำลังกายกี่หน่วย

"ระบบไม่ระบุว่าสกิลพวกนี้สิ้นเปลืองกำลังกายแค่ไหน ฉันคิดว่ามันอาจจะต่างกันไปขึ้นกับความยากในการใช้สกิลตอนนั้น ๆ"

เมื่อนึกถึงการต่อสู้ก่อนหน้าและกระบวนท่าที่เขาเพิ่งแสดงไปเมื่อครู่ เขาก็สรุปออกมาอย่างง่ายดาย เขาอ่านบันทึกของระบบทั้งหมดเผื่อจะได้ข้อมูลมากขึ้น มันไม่ระบุจริง ๆ นั่นแหละว่าแต่ละกระบวนท่าใช้กำลังกายเท่าไหร่ แต่กำลังกายของเขาลดลงจริง เหมือนตอนที่สถานะ [ความหิว] ของเขาปรากฏขึ้นที่หน้าต่างตัวละคร

"มันเป็นข้อมูลแฝง? หรือว่ามัน...?" เขาคิดในใจ ขมวดคิ้ว

เขาเคยเล่นเกมแบบนี้หลายครั้ง และเคยอ่านข้อมูลแฝงมากมาย พวกมันมีทั้งแบบที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงหรือเป็นข้อมูลที่จะเปลี่ยนสถานกาณ์ไปเลย แต่ตอนนี้เขาอยู่ในเกมใต้ดิน ที่เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นอย่างหลัง เขารีบรวบรวมความคิด ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ที่จะคิดต่อและเขาไม่ต้องการเปลืองแรงกับเรื่องนี้

"ฉินหราน นายสอนการต่อสู้ให้ฉันได้ไหม?" คอลลีนถาม

"ได้สิ ไม่มีปัญหา" เขาไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ ดังนั้นจึงพยักหน้าและพูด "ศิลปะการต่อสู้มีหลายรูปแบบ แต่ผมถนัดแค่กริชนะ"

ฉินหรานรู้เรื่องศิลปะการต่อสู้มากมาย แต่ความรู้ของเขานั้นส่วนใหญ่เป็นแค่สัญชาตญาณและความเข้าใจที่พื้นฐานมาก ๆ เหมือนกับคนอื่น ๆ ถ้าต้องเอามาใช้จริงเพื่อช่วยใคร เขาคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้

ยกเว้นสกิล [อาวุธมีคม (กริช) (พื้นฐาน)] ของเขา

หลังจากที่เขาเรียนรู้สกิลนั้น ๆ มันทำให้เขาดูเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ใช้กริชมานานนับปี และในหัวของเขายังจู่ ๆ ก็มีข้อมูลและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกริชขึ้นมา หากนั่นคือทั้งหมดที่เขาสอนเธอ มันก็ยิ่งกว่าเพียงพอ

"นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ!" คอลลีนยิ้ม เธอดีใจที่จีหรานยินดีสอนวิธีใช้กริชในการต่อสู้ให้เธอ

เธอได้เห็นการใช้กริชในการต่อสู้ของจีหราน เขาไม่เพียงแค่เร็วและแม่นยำ แต่ยังสามารถลงมือสังหารสำเร็จทุกครั้งที่ลงมือ เมื่อคิดถึงว่านี่เป็นช่วงสงคราม คอลลีนรู้ว่าเธอต้องการข้อได้เปรียบที่วิธีการใช้กริชจะมอบให้เธอได้

ฉินหรานอธิบายเทคนิคของเขาพร้อมสาธิตให้ดู ระบบไม่ได้ถามเขาเพื่อยืนยันว่าเขาต้องการสอนคนอื่นหรือไม่ เห็นได้ชัดเจนว่าฉินหรานทำได้แค่เรียนจากคนอื่น แต่สอนคนอื่นไม่ได้

มันจะอาจเป็นเพราะข้อจำกัดของเกม หรือเพราะระดับสกิลของเขายังต่ำเกินไป ชั้นเรียนใช้เวลาตั้งแต่เช้าจนบ่ายพวกเขาถึงได้พัก

"ดูเหมือนว่าฉันจะไม่มีพรสวรรค์!" คอลลีนหยุดมือแล้วยื่นกริชคืนให้ฉินหรานพลางส่ายหน้า

"คุณทำได้ดีมากแล้ว" เขาตอบ เขาไม่ได้แค่พูดเพื่อปลอบเธอ มันคือความจริง แต่เธอคิดว่าเขาพยายามปลอบใจเธอ

"ฉันดูโง่ไปเลยเมื่อเทียบกับนาย" เธอถอนหายใจ เธอได้แสดงความแข็งแกร่งของตัวเองออกมาแล้ว และนั่นพิสูจน์ได้จากการเอาชีวิตรอดในช่วงสงครามนี้มาได้ถึงสี่เดือน "ไม่ต้องห่วง" เธอพูด "ฉันจะไม่เป็นตัวถ่วงระหว่างการต่อสู้คืนนี้"

"ผมเชื่อคุณ" ฉินหรานพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

แม้ว่าจะเป็นเวลาพัก แต่พวกเขาก็ไม่ให้เสียเปล่าไป แต่ใช้ช่วงเวลานี้ปรึกษาหาวิธีทำให้แผนการสมบูรณ์ที่สุด คอลลีนใช้นิ้ววาดผังเมืองลงบนพื้น หลังจากนั้นครู่ใหญ่ พวกเขาก็มีแผนที่ทั้งหมดของวิลล่าการ์เด้น

"นี่คือถนนหลักของวิลล่าการ์เด้น มันกว้างราว ๆ เจ็ดถึงแปดเมตร เป็นที่โล่งกว้าง พวกเราสู้ตรงนี้ไม่ได้ ถ้าพวกเราถูกล้อมก็ตายแน่ ๆ จุดต่อสู้ที่ดีที่สุดน่าจะเป็นบริเวณซากปรักหักพังนี่ ไม่ใช่แค่มีที่กำบังพวกเราจากอีกฝ่าย แต่ยังมีพวกเศษหิน เศษไม้ กำแพงก็ยังดีอยู่ แถวนี้น่าจะแก้ปัญหาข้อเสียเปรียบจากการมีจำนวนน้อยกว่าได้" คอลลีนพูด น้ำเสียงจริงจังขณะชี้ไปที่แผนที่

"งั้นก็เริ่มลงมือที่นั่น" ฉินหรานเห็นด้วย

สำหรับคนนอกพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบเขา คำแนะนำของคอลลีนมีค่ามาก เขาทำความเข้าใจกับสิ่งที่เธอพูดโดยเฉพาะเมื่อเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสภาพพื้นที่

"นอกจากนี้แล้ว มีอะไรอีกบ้างที่ผมควรระวัง?" เขาถาม พยายามขอข้อมูลเพิ่มเพื่อตัวเอง

"มีกลุ่มโจรอื่น ๆ ที่นี่ ส่วนตรงนั้น..." คอลลีนไล่ชี้ไปตามแผนที่ อธิบายให้จีหรานฟังเกี่ยวกับศัตรูของพวกเขา

พวกเขาพูดคุยกันจนถึงพลบค่ำ

...

'จิ้งจอก' หูเค่อ คือมือขวาของอีแร้งและเป็นลูกน้องที่เชื่อถือได้ที่สุดของมัน

ในตอนนี้ หูเค่อกับลูกน้องอีก 6 คนกำลังเคลื่อนกำลังไปยังวิลล่าการ์เด้น ทุกคนพีอาวุธปืนและเสื้อกันกระสุน ทั้งหกคนมองไปรอบ ๆ ในขณะที่หูเค่อเต็มไปด้วยความเดือดดาล ใครมันกล้าท้าทายอีแร้งที่แสนร้ายกาจ!

ในฐานะมือขวาของอีแร้ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหูเค่อนั้นมีประโยชน์มากต่อการขยายอำนาจของอีแร้งมาในบริเวณนี้ หูเค่อเองก็ภูมิใจนัก เขาปลาบปลื้มกับตำแหน่งนี้ยิ่งก็เพราะผลประโยชน์ที่มาพร้อมกันนี้ ในขณะที่คนอื่นอดอยาก เขามีอาหารที่ดีและได้กินอิ่ม เขายังมีอาวุธ และสามารถจัดการใครก็ตามที่เขาไม่ชอบได้ นี่เป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบสำหรับหูเค่อ หากใครกล้าเข้ามาเป็นยุ่ง เขาจะฆ่ามันซะ

ดังนั้น ตอนที่เขาได้ข่าวว่าลูกน้องสองคนถูกฆ่าตาย หูเค่อบอกอีแร้งว่าเขาต้องการสังหารคนผู้นั้นด้วยตนเอง

"พวกมันน่าจะอยู่แถวนี้ หาตัวให้เจอแล้วลากออกมา! ระวังด้วย อย่าไปไกลเกินนัก ไอ้สารเลวสองคนนั้นมีปืนสองกระบอก อย่าประมาทโง่ ๆ แค่เพราะหนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง!" หูเค่อตะโกนใส่ลูกน้อง

"เข้าใจแล้วครับ!" ทั้งหกคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนจะก้าวเข้าสู่เศษซากปรักหักพัง

พวกมันทุกคนล้วนรู้สึกดูถูกเป้าหมายของพวกมันอยู่ในระดับหนึ่ง มีปืนแล้วยังไงล่ะ?

ตามกฎของกลุ่มอีแร้ง แต่ละครั้งที่ทุกคนออกจากฐานจะได้กระสุนปืน 4 นัด ระหว่างถนนบรอดเวย์ที่หกและเขตวิลล่าการ์เด้น สหายที่ตายไปแล้วของมันคงจะเสียกระสุนไปหนึ่งหรือสองนัดเพราะนั่นเป็นสิ่งที่พวกมันมักจะทำ พวกมันจะยิงเพื่อขู่โจรอื่นหรือชาวเมือง พวกมันชอบดูคนอื่น ๆ ตะกายหนีอย่างหวาดกลัวเวลาพวกมันยิงปืน นี่เป็นงานอดิเรกเพียงอย่างเดียวของพวกมันในช่วงสี่มาเดือนนี้ ด้วยความเคยชินนี้ กระสุนของพวกมันจึงเหลือน้อยลงเมื่อเผชิญกับสวะทั้งสอง ดังนั้น ต่อให้ไอ้สองคนนั้นมีปืนแล้วยังไงล่ะ? พวกมันจะคุกคามอะไรได้ในเมื่อมีกระสุนจำกัด?

แต่ว่า อีแร้งก็โกรธมากที่คนของมันตายไปสองคน และส่งคนออกมาเพิ่มเป็นสองเท่าและให้กระสุนมาอย่างเพียงพอรวมทั้งเสื้อกันกระสุน พวกมันมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมและไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด แม้ว่าเสื้อกันกระสุนที่พวกมันสวมจะไม่สามารถป้องกันกระสุนปืนไรเฟิลได้ แต่แค่ปืนสั้น M1905 นั้น ยิ่งกว่าพอเสียอีก พวกมันแต่ละคนคิดเหมือนกัน แม้แต่หัวหน้ากลุ่ม จิ้งจอกหูเค่อ

หูเค่อถือปืนไว้ในมือขณะที่เดินตามหลังลูกน้องและกวาดตามองรอบตัว เขาคันไม้คันมืออยากฆ่าสองคนนั้นแล้ว

...

ฉินหรานเองก็รู้สึกอยากลงมือแล้วเหมือนกัน เขาซ่อนตัวอยู่ด้านหลังซากปรักหักพัง แต่ตั้งแต่แรกที่กลุ่มของจิ้งจอกหูเค่อเดินเข้ามาในพื้นที่นี้ เขาก็สะกดรอยตามมาพวกมันมาแล้ว ที่จริงแล้ว จีหรานคิดว่าหูเค่อจะมาถึงที่ซ่อนของพวกเขาเร็วกว่านี้ พวกเขาอาจจะสลัดคนที่ไล่ตามมาทิ้งไปได้ แต่มันก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าฉินหรานและคอลลีนจะมุ่งหน้าไปทางไหน

โดยรวมแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ตอนนี้ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็คือรอโอกาส รอให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้เพื่อที่จะสามารถลงมือฆ่าได้ในรวดเดียว นี่ไม่ใช่งานง่าย ๆ เลย มันต้องใช้ความอดทนสูง รวมถึงมีทักษะระดับหนึ่ง ข่าวดีก็คือ ฉินหรานเป็นคนที่มีความอดทนสูงมาก

เขามีทั้งสกิล [อาวุธมีคม (กริช) (พื้นฐาน)] ซึ่งทำให้เขาเก่งกว่าที่เคยเป็น ความอดทนบวกกับสกิลทำให้งานยากง่ายขึ้น และการที่คนพวกนั้นเต็มไปด้วยการดูถูกและประมาทฉินหราน ก็ยิ่งทำให้งานง่ายขึ้นอีก พวกมันเจ็ดคนเดินเรียงกันเป็นแถวตรง รักษาระยะห่างจากคนอื่นและเริ่มค้นหาทั่วบริเวณ

มีคนหนึ่งเดินผ่านข้างตัวฉินหรานไป

มันแค่เดินกร่างไปทั่วอย่างไม่ใส่ใจ พวกมันไม่เห็นฉินหรานเลยด้วยซ้ำ พวกมันแค่มองไปรอบ ๆ พยายามหาพวกที่ซ่อนตัวหรือทางเข้าลับ เพราะพวกมันคิดไม่ถึงเลยว่าฉินหรานและคอลลีนจะกล้ารุกใส่พวกมันก่อน พวกมันแน่ใจว่าทั้งสองคนน่าจะกลัวและซ่อนตัวอยู่ตรงไหนสักแห่งแถวนี้ พอฉินหรานกระโจนใส่มัน มันก็ตกใจ

ฉัวะ!

คมของกริชตัดผ่านลำคอ

"อึ้กก!"

เลือดไหลเข้าหลอดลม ทำให้คนร้ายส่งเสียงไม่ได้และทำได้แค่กรีดร้องด้วยเสียงต่ำพร่า ฉินหรานลากมันเข้าไปในซากตึกด้วยสีหน้าอ่านไม่ออกเหมือนเขาได้ตายไปแล้ว

[แทง: โจมตีถึงตาย ก่อความเสียหาย 100 แต้มต่อเป้าหมาย (อาวุธมีคม (กริช) (พื้นฐาน) 50x2) เป้าหมายเสียชีวิต…]

"เสร็จไปหนึ่ง" จีหรานบอกตัวเองขณะที่หยิบ M1905 ของโจรไป

เขาสำรวจปืนเร็ว ๆ มันเสียหายแต่มีกระสุนเต็มแม็ก ทั้งหมด 7 นัด นี่ทำให้เขาดีใจขึ้นมาแวบหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าแผนจะสำเร็จ ฉินหรานยกปืนให้คอลลีนกระบอกหนึ่งพร้อมกระสุน 5 นัด อันที่จริงเขาวางแผนว่าจะให้กระสุนทั้งหมดกับเธอเพื่อให้พวกคนร้ายประหลาดใจ เพราะนี่มันก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงนับจากที่เธอเรียนกับเขา สกิลของเธอน่าจะยังไม่สามารถใช้ในการต่อสู้จริง ๆ ได้

ตอนนี้เขามี M1905 ที่มีกระสุนเต็มแม็ก เป็นของขวัญที่ไม่คาดคิด แต่ที่ดีที่สุดก็คือ เสื้อกันกระสุนของเจ้าโจรนี่

.

.

.

.

จบบทที่ Chapter 8: พลบค่ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว