- หน้าแรก
- อะไรนะ...เมียในฝันดันเป็นของจริง!
- บทที่ 800: ไอ้พวกเศษสวะ
บทที่ 800: ไอ้พวกเศษสวะ
บทที่ 800: ไอ้พวกเศษสวะ
แจ้งตั้งแต่บทที่ 800 ขึ้นไป จะ 3 บท ฟรี 1 บทน่ะ ผม คนที่อ่านถึงบทนี้ ไม่น่าจะทิ้งนิยายน้แล้วน่ะ
บทที่ 800: ไอ้พวกเศษสวะ
【นึกย้อนไปตอนที่วิถีไท่เหยี่ยนก่อตั้งพันธมิตรเซียนฝ่ายธรรมะ ตอนนั้นช่างฮึกเหิมองอาจเพียงใด?】
【แค่โบกธงร้องเรียก นิกายเซียนนับไม่ถ้วนก็ตอบรับ】
【นึกว่าในสถานการณ์แบบนี้ จะสามารถกวาดล้างพวกเซียนมารอย่างตำหนักสามศพให้สิ้นซากได้ในเร็ววัน】
【แต่คาดไม่ถึงว่า รากฐานของตำหนักสามศพ จะลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการ】
【การต่อสู้โหดร้ายทารุณมาก】
【ถ้าวันนี้เสียหอลิ่วเจี่ยไปอีก】
【งั้นแค่ในเดือนนี้เดือนเดียว ก็เสียไปแล้วแปดนิกาย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ขวัญกำลังใจคงพังทลาย พันธมิตรเซียนฝ่ายธรรมะอาจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ】
【น่าเสียดายจริงๆ!】
【ถ้าตอนนั้น "อาภรณ์ไผ่ดำจตุรลักษณ์" ไม่ถูกเย่หยูเอาไป】
【ถ้าตัวเองสามารถทำความเข้าใจความลับของอาภรณ์ไผ่ดำจตุรลักษณ์ได้ ทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไป】
【แต่ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว!】
【ตานถิงค่อยๆ หลับตาลง ขณะที่กำลังจะสั่งให้เซียนทุกคนถอยทัพ】
【สายฟ้าสวรรค์นับไม่ถ้วนก็ผ่าเปรี้ยงลงมา!】
【ชั่วพริบตา เซียนตำหนักสามศพเกือบร้อยคนก็กลายเป็นผุยผง】
【เหตุการณ์พลิกผันกะทันหันนี้ ทำให้ทุกคนในที่นั้นยืนงงเป็นไก่ตาแตก】
【ในใจอดไม่ได้ที่จะเดาว่า ยอดคนท่านไหนมาช่วยพันธมิตรเซียนฝ่ายธรรมะกันนะ】
【วินาทีต่อมา ร่างเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ตวาดเสียงเย็น: "เศษสวะตำหนักสามศพอยู่ที่ไหน?"】
【ตานถิงมองเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดๆ ก็ใจเต้นแรง】
【เย่หยูแห่งหอไร้สังสารวัฏ?】
【คลื่นพลังเซียนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ อย่างน้อยก็ระดับยอดเซียนเป็นไปได้ยังไง?】
【ตอนเจอกันครั้งแรกที่หอไร้สังสารวัฏส่งบัตรเชิญ เย่หยูเพิ่งจะระดับเซียนปฐพีขั้นสูงสุด ผ่านไปแค่ครึ่งปี ทำไมถึงกระโดดข้ามขั้นมาถึงระดับยอดเซียนได้】
【นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!】
【ทำได้ยังไงกัน?】
【เซียนรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาเย็นชาคนหนึ่งก้าวออกมา พูดเสียงเข้ม: "เจ้าเป็นใคร? กล้ามาใส่ร้ายเหล่าเซียนตำหนักสามศพของข้า อยากตายรึไง?"】
【คนผู้นี้คือระดับยอดเซียนขั้นสมบูรณ์ อีกแค่นิดเดียวก็จะถึงระดับราชาเซียน】
【เมื่อเผชิญหน้ากับเย่หยูที่มีพลังระดับยอดเซียนขั้นต้น เขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูดประโยคนี้】
【แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ไม่ใช่ระดับยอดเซียนของทุกคน จะเหมือนกัน!】
【เห็นมีคนกล้าเสนอหน้า เย่หยูก็ชูนิ้วกระบี่ขึ้นทันที】
【วิชาพันฝันมายา ทำงาน!】
【ยอดเซียนขั้นสมบูรณ์คนนั้นชะงักกึก ยืนหลับตาแน่นิ่ง】
【วินาทีต่อมา ใต้เท้าของเขาปรากฏแผนภาพค่ายกลที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน】
【ตามมาด้วยสายฟ้าฟาดลงมานับไม่ถ้วน สังหารเขาตายคาที่!】
【ฉากนี้ ทำให้บ่มเพาะของพันธมิตรเซียนฝ่ายธรรมะโห่ร้องด้วยความยินดี】
【ฆ่ายอดเซียนขั้นสมบูรณ์ได้ในพริบตา คนผู้นี้ต้องเป็นเซียนเทพที่ซ่อนพลังไว้แน่ๆ พวกเรารอดแล้ว】
【เพียงแต่ว่าคนผู้นี้ดูหน้าตาไม่คุ้นเลย ไม่เคยเห็นมาก่อน】
【ไม่รู้ว่าเป็นคนของนิกายธรรมะสำนักไหน】
【ขณะที่พวกเขากำลังสงสัย เย่หยูก็สะบัดแขนเสื้อ ธงเรียกวิญญาณสูงพันจั้งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ตั้งตระหง่านอยู่เหนือตำหนักใหญ่หอลิ่วเจี่ย】
【ผืนธงสีขาวปลิวไสว เสียงโหยหวนของวิญญาณนับไม่ถ้วนดังระงม】
【จากนั้นแสงสว่างวาบขึ้น วิญญาณดวงหนึ่งถูกเรียกมา นั่นคือยอดเซียนขั้นสมบูรณ์ที่เพิ่งโดนฆ่าไปหมาดๆ】
【แม้จะเป็นร่างวิญญาณ แต่พอเห็นธงเรียกวิญญาณยักษ์นี้ ก็ยังหน้าถอดสี พยายามจะหนีสุดชีวิต】
【แต่ภายใต้พลังอำนาจที่เหนือกว่าของธงเรียกวิญญาณลู่เซียน เขาไม่มีที่ให้หนี ถูกดูดเข้าไปในผืนธงทันที】
【ไม่นาน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของเขาก็ปรากฏลางๆ บนผืนธง】
【ณ เวลานี้ ทั้งสนามเงียบกริบ】
【CPU ในสมองของทุกคนไหม้เกรียมไปแล้ว】
【นึกว่าเป็นผู้ใหญ่นิกายธรรมะมาช่วย ที่ไหนได้ ไอ้ธงเรียกวิญญาณนี่มันดู "มาร" ยิ่งกว่าพวกเซียนมารซะอีก】
【ถ้าบอกว่าเขาเป็นขาใหญ่ของตำหนักสามศพ ก็คงไม่มีใครสงสัย】
【ส่วนเซียนของตำหนักสามศพ ก็งงเหมือนกัน】
【ไม่ใช่สิ ลูกพี่ ท่านเล่นอะไรเนี่ย?】
【ธงเรียกวิญญาณใหญ่ขนาดนั้น ควันดำโขมงขนาดนี้ ดูยังไงก็เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ชัดๆ ทำไมถึงมาลงมือกับพวกเดียวกันล่ะ?】
【มันผิดกฎนะเว้ย!】
【ไม่รอให้ใครได้คิดมาก】
【วิญญาณอาฆาตนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากธงเรียกวิญญาณ โจมตีใส่เซียนตำหนักสามศพรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง】
【เสียงกรีดร้องดังระงม】
【คนของพันธมิตรเซียนฝ่ายธรรมะแม้จะไม่โดนโจมตี แต่ก็กลัวจนตัวสั่น】
【ตื่นเต้นชิบหาย ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะถูกเซียนมารช่วยชีวิต】
【แถมวิญญาณพวกนี้ยังดูโหดเหี้ยม กลัวว่าจะโดนกัดไปด้วยจริงๆ】
【ในฝูงชน ตานถิงหรี่ตามองอย่างไม่อยากเชื่อ สมองสับสนไปหมด】
【ไม่เจอกันแค่ครึ่งปี เย่หยู เจ้าไปเจออะไรมากันแน่?】
【แล้วความลับของอาภรณ์ไผ่ดำจตุรลักษณ์ เจ้าไขปริศนาได้แล้วรึ?】
【ครู่ต่อมา เซียนตำหนักสามศพทั้งหมดในที่นั้นถูกฆ่าตายเรียบ วิญญาณของพวกมันถูกจับยัดลงไปในธงเรียกวิญญาณลู่เซียน】
【เย่หยูกวาดตามองผ่านๆ แน่นอนว่าเห็นตานถิงด้วย】
【"เจ้า รู้ไหมว่ารังใหญ่ของตำหนักสามศพในแดนสวรรค์ส่วนกลางอยู่ที่ไหน? บอกข้ามา!"】
【ได้ยินดังนั้น ตานถิงส่ายหน้าเบาๆ】
【"เซียนมารตำหนักสามศพไปมาไร้ร่องรอย สาขามีเพียบ แต่รังใหญ่นี่ไม่..."】
【ไม่รอให้พูดจบ เย่หยูพูดเสียงเย็น: "ไอ้ขยะ!"】
【โดนด่าต่อหน้า ตานถิงโกรธจนตัวสั่น แต่ไม่กล้าเถียงสักคำ】
【เย่หยูฆ่าเซียนตำหนักสามศพได้เยอะขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ ก็ย่อมสามารถเจียดเวลามาฆ่าพวกเขาได้เช่นกัน】
【ช่วยไม่ได้ ใครหมัดใหญ่กว่า คนนั้นคือความถูกต้อง!】
【เย่หยูไม่เสียเวลาคิดมาก สะบัดแขนเสื้อ เก็บธงเรียกวิญญาณลู่เซียน แล้วพุ่งตัวจากไป】
【ยังไงก็เก็บวิญญาณเซียนตำหนักสามศพมาเยอะขนาดนี้แล้ว พวกมันต้องรู้แน่ว่ารังตัวเองอยู่ที่ไหน หาไม่ยากหรอก!】
【อีกด้านหนึ่ง】
【แดนสวรรค์ส่วนตะวันออก】
【หน้านิกายอี้ซิง เซียนสิบกว่าคนลอยตัวอยู่กลางอากาศ】
【พวกเขาล้วนเป็นคนที่ตำหนักสามศพส่งมาตามหาลั่วหนิง】
【หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด ก็พบว่าจุดสุดท้ายที่กลิ่นอายของลั่วหนิงหายไป คือที่นี่】
【ดังนั้นนางน่าจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่】
【"จั่วชิง" หัวหน้าทีมปฏิบัติการครั้งนี้ ก้าวออกมาพูด: "มีเซียนหญิงคนหนึ่งเข้าไปในนิกายพวกเจ้าใช่ไหม? ส่งตัวนางออกมา ไม่งั้น อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ!"】
【หลี่ว์หว่านจู๋ที่เฝ้าประตูอยู่แค่นหัวเราะ: "นิกายอี้ซิงของเรามีแต่ผู้หญิง เซียนหญิงเข้าออกตั้งเยอะแยะ เจ้าบอกให้ส่งก็ส่ง เจ้าเป็นใครวะ?"】
【จั่วชิงสีหน้าไม่เปลี่ยน พูดเรียบๆ: "พวกเราคือเซียนตำหนักสามศพ ส่งเซียนหญิงคนนั้นออกมา ไม่งั้น จะเหยียบนิกายอี้ซิงให้ราบ!"】
【สิ้นเสียง เซียนสิบกว่าคนก็ระเบิดพลังเซียนออกมาพร้อมกัน】
【ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ปรากฏขึ้น】
【หลี่ว์หว่านจู๋หน้าเปลี่ยนสี ในกลุ่มนี้ มีถึงสองคนที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่าท่านอาจารย์】
【ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องเป็นระดับยอดเซียน แล้วสิ?】
【แย่แล้ว ท่านอาจารย์ไม่อยู่ ลำพังพวกนางสู้พวกเซียนพวกนี้ไม่ได้แน่ จะทำยังไงดี?】
【ในตอนนั้นเอง เสียงเย็นชาก็ดังขึ้น】
【"ข้าล่ะอยากจะเห็นนัก ว่าหมาบ้านไหนมันกล้ามาเห่าหอนที่นี่!"】
【เจียงอวี่โม่พาหวงฝู่ไป่จื่อมาถึงที่เกิดเหตุ มองกลุ่มเซียนตำหนักสามศพด้วยสายตาดูแคลน!】