- หน้าแรก
- อะไรนะ...เมียในฝันดันเป็นของจริง!
- บทที่ 104 กายาศักดิ์สิทธิ์จอมผลาญโดยกำเนิด
บทที่ 104 กายาศักดิ์สิทธิ์จอมผลาญโดยกำเนิด
บทที่ 104 กายาศักดิ์สิทธิ์จอมผลาญโดยกำเนิด
บทที่ 104 กายาศักดิ์สิทธิ์จอมผลาญโดยกำเนิด
หลังจากที่เย่หยูออกจากตระกูลปู้แล้ว
ก็ไม่ได้รีบร้อนกลับนิกายเมฆาเขียว
แต่เรียกเรือวิญญาณที่หลี่รั่วหวางให้มาโดยตรง
แล้วนอนลงไปข้างในทันที
ก่อนหน้านี้ไม่รู้เป็นอะไร
จำลองความฝันทีไรก็ผิดหวังกลับมาทุกที
ดวงซวยถึงขีดสุดจริงๆ
แต่เย่หยูก็ไม่ได้ท้อแท้
พอดีหลายวันที่ผ่านมาอยู่กับปู้หลิงเฟยตลอด
ไม่ได้ทำการจำลองความฝันเลย
ก็ถือว่าสะสมดวงมาได้พักหนึ่ง
ดังนั้นเย่หยูจึงฉวยโอกาสนี้ เริ่มทำการจำลองความฝันอย่างใจจดใจจ่อ
【ทุกครั้งที่เข้าสู่ฝัน คือชีวิตใหม่ของเจ้า!】
【กำลังโหลดแผนที่, ตัวละคร...】
【เลือกเสร็จสิ้น!】
【พรสวรรค์ในความฝันครั้งนี้: กายาศักดิ์สิทธิ์จอมผลาญโดยกำเนิด (สีม่วง)】
【ยิ่งใช้จ่ายผลาญเงินมากเท่าไหร่】
【ระดับพลังก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเร็วเท่านั้น】
เมื่อเห็นพรสวรรค์ในครั้งนี้
สีหน้าของเย่หยูก็เปลี่ยนเป็นประหลาดอย่างยิ่ง
พรสวรรค์สีม่วง ถือว่าระดับสูงมากแล้ว
แต่ทำไมคำว่า "กายาศักดิ์สิทธิ์จอมผลาญโดยกำเนิด" นี่ ดูยังไงก็ไม่เหมือนคำชมเลยนะ?
แต่จะผลาญก็ผลาญเถอะ
ก็แค่ใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่ใช่รึไง?
เรื่องแบบนี้... แค่มีมือก็ทำได้แล้วไม่ใช่เหรอ?
วินาทีต่อมา
แรงดูดที่คุ้นเคยก็แผ่ซ่านเข้ามา
เย่หยูรู้สึกหน้ามืดไปในทันที
【0 ปี, เย่หยูเกิดในพระราชวังของราชวงศ์ต้าหย่ง】
【กลายเป็นองค์ชายลำดับที่สิบหกของจักรพรรดิองค์ปัจจุบันแห่งราชวงศ์ต้าหย่ง】
【ราชวงศ์ต้าหย่ง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปเป่ยฮวง】
【ประเทศชาติแข็งแกร่ง ดินแดนกว้างใหญ่ ผู้คนมีความสามารถมากมาย】
【เมื่อเย่หยูมองการตกแต่งที่หรูหราอร่ามตารอบๆ】
【ในใจก็ดีใจขึ้นมาทันที】
【ไม่เลว ไม่เลว ดูท่าทางจะรวยมาก】
【น่าจะพอให้เขาได้ผลาญเงินเล่นอย่างเต็มที่!】
【8 ปี, เย่หยูเริ่มใช้พรสวรรค์โดยกำเนิดในความฝันครั้งนี้แล้ว】
【กินข้าว... ถ้าไม่ใช่เนื้อสัตว์อสูรระดับแก่นทองคำขึ้นไป ไม่กิน】
【แถมยังต้องกินครึ่งทิ้งครึ่ง เน้นความสิ้นเปลืองเป็นหลัก】
【เสื้อผ้าใส่ได้แค่วันเดียว ใส่แล้วทิ้ง】
【เอาสร้อยคอมุกของพระสนมมารดาไปโยนเล่นในทะเลสาบ】
【ว่างๆ ก็ทุบกู่ฉินเผาไฟ ฉีกตำราวิชาแก้เบื่อ】
【ทำครบชุดแบบนี้】
【ทำให้เย่หยูภายในสองวัน ก็ก้าวเข้าสู่ระดับฝึกปราณขั้นต้น】
【เมื่อเห็นว่าได้ผลดี】
【เย่หยูก็เตรียมขยายผลต่อไปทันที】
【ผลาญเงินให้เยอะๆ หวังว่าจะได้สร้างฐานเร็วๆ】
【แต่ก็จะพยายามควบคุมความเร็ว】
【ไม่แสดงพรสวรรค์ที่ดูอัจฉริยะเกินไป】
【มิฉะนั้นแล้ว จะถูกคนจับตามองได้ง่าย และถูกฆ่าตาย】
【เพราะหลังจากใช้ชีวิตมานาน】
【เย่หยูได้รู้สถานการณ์พื้นฐานของราชวงศ์ต้าหย่งแล้ว】
【แค่เฉพาะองค์ชาย ก็มีมากถึงสิบแปดคน】
【องค์ชายองค์โตสุด อายุร้อยกว่าปีแล้ว】
【แต่ตำแหน่งรัชทายาทของราชวงศ์ต้าหย่ง กลับว่างมาตลอด】
【เสด็จพ่อเย่ขุยเหลียงเคยแสดงความเห็นในที่สาธารณะหลายครั้ง】
【ว่ารัชทายาทคือรากฐานของประเทศ ผู้มีความสามารถสมควรได้รับ ไม่จำเป็นต้องยึดตามลำดับอาวุโส】
【นี่มันเลี้ยงกู่ กันชัดๆ เลยไม่ใช่รึไง?】(คนแปลมันจะสื่อว่า ให้พี่น้องฆ่ากันเองแนวๆนี้ การเลี้ยงกู่คือการเอาสัตว?พิษหลายๆแบบมารวมกันอยู่ในหม้อให้มันกินกันกัดกันจนเหลือตัวเดียวที่พิษแรงสุด)
【องค์ชายสิบแปดคน ไม่ต้องยึดตามลำดับอาวุโส นั่นหมายความว่าทุกคนมีโอกาส】
【พวกเขาย่อมต้องแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้ตำแหน่งรัชทายาท】
【สำหรับสิ่งล่อใจนี้ เย่หยูได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร】
【ผู้ท้าชิงสิบแปดคน ศึกชิงบัลลังก์คูณสอง ระดับความยากนรกแตก】
【ด่านแบบนี้ใครอยากจะเล่นก็เล่นไป】
【อย่างไรก็ตาม เย่หยูขอประกาศว่า ตำแหน่งจักรพรรดิ หมายังไม่เอาเลย!】
【เป็นเซียนทะยานขึ้นสู่แดนสวรรค์ไม่ดีกว่ารึ?】
【ดังนั้น ในช่วงวัยเด็กตอนนี้ พยายามทำตัวธรรมดาๆ ไว้ก่อนจะดีกว่า】
【ไม่ให้คนอื่นมองเขาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว】
【แบบนี้ถึงจะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น】
【9 ปี, เย่หยูพบว่าความคิดก่อนหน้านี้ของตัวเอง ช่างไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ】
【พระสนมมารดาตระกูลโจวแม้จะรักเขามาก】
【แต่พฤติกรรมการผลาญเงิน นานวันเข้าก็ไปถึงหูเสด็จพ่อเย่ขุยเหลียงจนได้】
【เย่ขุยเหลียงออกราชโองการในวังทันที】
【กักบริเวณเย่หยูเป็นเวลาสามเดือน】
【ในช่วงสามเดือนนี้ ของกินของใช้ทั้งหมด ให้ใช้แบบที่ประหยัดที่สุด】
【สโลแกนของเย่ขุยเหลียงคือ ดัดนิสัยลูกทรพีตระกูลเย่โดยเฉพาะ】
【พูดตรงๆ วิธีนี้โหดจริง】
【เมื่อก่อนเย่หยูกินแต่อาหารเลิศรส ฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง】
【แต่ในช่วงกักบริเวณ กินแต่บะหมี่น้ำใส แม้แต่เนื้อสัตว์ก็ไม่ได้เห็น】
【ความแตกต่างที่มหาศาลนี้】
【ทำให้เย่หยูรู้สึกทรมานมาก】
【ตะโกนโหวกเหวกใส่เย่ขุยเหลียงว่า ข้ายังเป็นเด็กนะ ต้องการสารอาหาร】
【ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลย】
【เมื่อเวลาสามเดือนผ่านไป】
【เสื้อผ้าบนตัวเย่หยูก็ขาดเป็นรู】
【ทั้งร่างก็ผอมลงไปรอบหนึ่ง】
【ส่วนระดับพลัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อย】
【เย่หยูเสียใจมาก ไม่ให้ผลาญเงิน แล้วจะบำเพ็ญเพียรบ้าบออะไรกัน】
【ไม่ได้การ... เส้นทางนี้จะขาดตอนไม่ได้!】
【ดูท่า... ต่อไปเวลาผลาญเงิน ต้องระมัดระวังหน่อย ไม่ทำตัวโอ้อวดจนเกินไปถึงจะถูก】
【แต่เงินจะมาจากไหน นี่สิปัญหาใหญ่】
【ต้องรู้ไว้ว่า ก่อนที่องค์ชายจะอายุครบสิบห้าปี จะไม่มีเบี้ยหวัดเลย】
【และตั้งแต่ที่เย่หยูมีพฤติกรรมก่อนหน้านี้】
【เย่ขุยเหลียงยิ่งออกคำสั่งเฉพาะกับเย่หยู ว่ามื้ออาหารหนึ่งมื้อห้ามเกินสิบตำลึง และห้ามทำลายข้าวของใดๆ ในวัง】
【ถ้ามีครั้งหน้าอีก กักบริเวณสามปี】
【สำหรับเรื่องนี้ ในใจของเย่หยูแทบจะมีม้าหญ้าโคลนนับหมื่นตัววิ่งควบอย่างบ้าคลั่ง】
【ฮึ่ม ซวยซ้ำซวยซ้อนดันมาเจอพ่อทรพีอีกคน น่าโมโหจริงๆ】
【พระสนมมารดาตระกูลโจวเห็นความเศร้าของเย่หยู】
【ก็แอบยัดแหวนมิติให้เย่หยูวงหนึ่ง】
【ข้างในมีตั๋วเงินและศิลาปราณมากมาย】
【พระนางโจวยังพูดคำพูดที่ยิ่งใหญ่ออกมาอีกประโยคหนึ่ง】
【"ลูกรัก... ใช้ไปตามสบายเลย ฟุ่มเฟือย ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร"】
【"แม่ไม่มีอะไร มีแต่เงินเยอะ"】
【"สมาคมการค้าที่ใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ต้าหย่ง ก็คือของตาเจ้าเอง"】
【หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้】
【ความกล้าหาญในอกของเย่หยูก็กลับคืนมาอีกครั้ง!】
【ไม่คิดเลย... ว่าพระสนมมารดาจะกลายเป็นผู้สนับสนุนที่ใหญ่ที่สุดบนเส้นทางการผลาญเงินของเขา】
【ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็มาเลย... ผลาญให้สะใจไปเลย!】
【ในช่วงเวลาหลังจากนั้น】
【เย่หยูว่างๆ ก็โยนตั๋วเงินให้นางกำนัลขันทีในวัง】
【เจอผู้ฝึกตนก็โยนศิลาปราณให้】
【เหตุผล?】
【ไม่มีเหตุผล วันนี้องค์ชายอย่างข้าอารมณ์ดี ก็แค่หาความสุขเท่านั้น!】
【ครึ่งปีผ่านไป】
【นางกำนัลขันทีทุกคนในวัง รวมถึงผู้ฝึกตนด้วย】
【ขอเพียงเห็นเย่หยูมา ก็เปรียบเสมือนเห็นพ่อบังเกิดเกล้า】
【แต่ละคนประจบประแจงกันสุดๆ】
【เส้นทางการโปรยเงินของเย่หยูยังคงดำเนินต่อไป และการใช้จ่ายก็ยิ่งใจกว้างขึ้นเรื่อยๆ】
【พระสนมมารดาตระกูลโจวเมื่อรู้เรื่องนี้】
【ก็รู้สึกปวดฟันขึ้นมาทันที】
【แม้ว่าตระกูลโจวจะรวยจริง แต่ก็ทนให้โปรยเงินแบบนี้ทุกวันไม่ไหว】
【คิดจะพูดกับเย่หยูหน่อย แต่หลังจากคิดแล้วคิดอีก ก็ล้มเลิกไป】
【ใครบ้างจะไม่มีงานอดิเรก?】
【ชอบโปรยเงินก็โปรยไป ตระกูลโจวไม่ขาดแคลนเงินแค่นี้หรอก อย่างมาก... ต่อไปตัวเองก็ประหยัดหน่อยแล้วกัน】
【จักรพรรดิเย่ขุยเหลียงแห่งราชวงศ์ต้าหย่งเมื่อรู้เรื่องนี้】
【ก็ถึงกับทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธในทันที】