- หน้าแรก
- อะไรนะ...เมียในฝันดันเป็นของจริง!
- บทที่ 7 สิ่งของในฝันกลายเป็นจริง
บทที่ 7 สิ่งของในฝันกลายเป็นจริง
บทที่ 7 สิ่งของในฝันกลายเป็นจริง
บทที่ 7 สิ่งของในฝันกลายเป็นจริง
【ห้าแดนศักดิ์สิทธิ์ ได้ก่อตั้งพันธมิตรฝ่ายธรรมะขึ้น】
【มุ่งมั่นที่จะกวาดล้างมารบำเพ็ญทั่วใต้หล้าให้สิ้นซาก】
【และตำหนักหลอมวิญญาณของท่าน เนื่องจากเพิ่งจะมีชื่อเสียงขึ้นมา】
【จึงถูกจัดอยู่ในรายชื่อเป้าหมายที่จะถูกกำจัดด้วย】
【และในช่วงเวลานี้】
【ก็เป็นช่วงที่จู้เตี๋ยเจินกำลังจะข้ามผ่านภัยพิบัติพอดี】
【หลังจากสำเร็จ ก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับสำเร็จเซียนได้】
【นี่คือระดับที่ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนใฝ่ฝันถึง】
【ในยุคนี้ ยอดฝีมือระดับสำเร็จเซียนคนล่าสุดที่ปรากฏตัวขึ้น คือเมื่อห้าพันปีก่อน】
【หากจู้เตี๋ยเจินทำสำเร็จ จะต้องสร้างชื่อเสียงสะท้านไปทั่วทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรอย่างแน่นอน】
【แต่ในขณะเดียวกัน การข้ามผ่านภัยพิบัติก็อันตรายอย่างยิ่ง】
【หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียว ก็จะถึงแก่ความตาย】
【ท่านไม่อยากให้จู้เตี๋ยเจินต้องวอกแวก จึงไม่ได้บอกข่าวนี้นาง】
【และได้สั่งให้นิกายทั้งหมดห้ามพูดถึงเรื่องนี้โดยเด็ดขาด】
【เพื่อความปลอดภัย ท่านยังได้เลือกสถานที่ลับแห่งหนึ่งให้จู้เตี๋ยเจินด้วยตนเอง】
【เพื่อให้นางได้ฝึกฝนอย่างสงบ】
【และได้โกหกนางไปว่า ตนเองก็กำลังจะเก็บตัว เพื่อทะลวงขึ้นสู่ระดับสำเร็จเซียนเช่นกัน】
【อย่างมากร้อยปี หลังจากสำเร็จเซียนแล้วค่อยพบกัน】
【จู้เตี๋ยเจินเชื่อสนิทใจ】
【จึงได้เริ่มเก็บตัวข้ามผ่านภัยพิบัติ】
【ส่วนท่านก็นำมารบำเพ็ญทั้งหมดในนิกาย ต้านทานการรุกรานของฝ่ายธรรมะ】
【แต่ไม่ว่าท่านจะพยายามเพียงใด】
【สุดท้าย ก็ยังไม่รอดชีวิต】
【ถูกสังหารด้วยกระบี่เดียวของอวิ๋นโหรวมู่ บุตรศักดิ์สิทธิ์หญิงแห่งนิกายเมฆาเขียว】
【ก่อนที่วิญญาณจะสลายไป ท่านได้มองไปยังทิศเหนือ】
【นั่นคือสถานที่ที่จู้เตี๋ยเจินเก็บตัว】
【ในขณะเดียวกัน ท่านก็ได้ทิ้งของขวัญชิ้นสุดท้ายไว้ให้จู้เตี๋ยเจินที่นั่นด้วย】
วินาทีต่อมา
ภาพในหัวของเย่หยูก็แตกสลายในทันที
และเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาจากความฝัน
【การเข้าฝันครั้งนี้สิ้นสุดลง】
【อายุขัย 972 ปี】
【การประเมินความฝันครั้งนี้: ยอดเยี่ยม+】
【สุ่มได้รับความสามารถจากชีวิตในฝันสองอย่าง】
【หนึ่ง, ตอนอายุสิบห้าปี พลังบำเพ็ญระดับสร้างฐานขั้นต้น】
【สอง, ตอนอายุห้าร้อยเจ็ดสิบปี วิชาหมื่นวิญญาณ (ระดับสมบูรณ์)】
【การประเมินความฝันถึงระดับยอดเยี่ยม+ ขึ้นไป รางวัลจะสุ่มทำให้สิ่งของหนึ่งอย่างกลายเป็นจริง】
【สิ่งของที่กลายเป็นจริงในครั้งนี้: ซากปรักหักพังของตำหนักหลอมวิญญาณ】
สิ้นเสียงของระบบ
เย่หยูก็รู้สึกได้ถึงพลังปราณอันมหาศาลที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายในทันที
ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้
ทำให้เย่หยูดีใจอย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุด คือการทำให้สิ่งของในฝันกลายเป็นจริง
การเปลี่ยนของในฝันให้กลายเป็นของจริง
ลองคิดดูสิ
หากสามารถทำให้จู้เตี๋ยเจินกลายเป็นจริงขึ้นมาได้
อนาคตของเย่หยูก็แทบจะเดินเหินในที่แห่งนี้ได้อย่างสบายๆ แล้ว
คู่รักระดับข้ามผ่านภัยพิบัติขั้นสูงสุด
ตอนกลางวันดึงมาอยู่ข้างกาย
ความปลอดภัยเต็มร้อย
ตอนกลางคืนดึงมาอยู่ข้างกาย
ร่วมกันศึกษาการเขียนพู่กัน
จะไม่ดีได้อย่างไร?
น่าเสียดายที่ การทำให้สิ่งของในฝันกลายเป็นจริงในครั้งนี้ กลับได้มาแค่ซากปรักหักพังของตำหนักหลอมวิญญาณ
น่าเสียดายจริงๆ
แต่นี่ก็ทำให้เย่หยูได้รู้ถึงความสามารถใหม่ของระบบ
นั่นก็คือเมื่อคำวิจารณ์ถึงระดับยอดเยี่ยม+ แล้ว
ก็จะสามารถสุ่มทำให้สิ่งของในฝันกลายเป็นจริงได้หนึ่งอย่าง
นี่เป็นการเปิดประตูสู่โลกใหม่ให้กับเย่หยูอย่างแน่นอน
ยอดเยี่ยม+ ยังได้ขนาดนี้
แล้วถ้าสูงขึ้นไปอีก การประเมินที่สูงกว่า จะได้อะไรบ้าง?
เย่หยูตั้งตารอคอยอย่างยิ่ง
และได้ตัดสินใจไว้ในใจอย่างเงียบๆ
ถ้ามีโอกาส จะต้องไปดูซากปรักหักพังของตำหนักหลอมวิญญาณให้ได้
อย่างน้อยนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่รุ่งเรืองในความฝัน
และในที่แห่งนั้น ก็ได้ใช้ค่ำคืนที่แสนสุขกับจู้เตี๋ยเจินมานับไม่ถ้วน
จะไ่ม่ไปเยี่ยมชมรำลึกความหลังหน่อยได้อย่างไร?
ในตอนนี้
เย่หยูไม่รู้เลยว่า
ความฝันของเขาจบลงแล้ว
แต่ความฝันของบางคน ยังไม่สิ้นสุด
ภายในตำหนักหมื่นวิญญาณ
จู้เตี๋ยเจินหลับตาแน่น
แต่บนใบหน้ากลับเผยรอยยิ้มออกมา
ภาพในฝันยังคงดำเนินต่อไป
【หลังจากเก็บตัวมาหลายปี】
【จู้เตี๋ยเจินก็ข้ามผ่านภัยพิบัติได้สำเร็จ กลายเป็นยอดฝีมือระดับสำเร็จเซียนคนแรกในรอบห้าพันปี】
【เรื่องนี้ เพียงพอที่จะทำให้ทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรต้องตกตะลึง】
【จู้เตี๋ยเจินดีใจมาก จะไปตามหาเย่หยู】
【แต่ออกมาจากสถานที่เก็บตัว】
【กลับไม่เห็นเงาของเย่หยู】
【แต่ที่ผนังหินตรงประตู กลับพบกล่องที่ถูกผนึกไว้】
【จากฝีมือแล้ว เป็นของเย่หยูอย่างไม่ต้องสงสัย】
【จู้เตี๋ยเจินที่กลายเป็นยอดฝีมือระดับสำเร็จเซียนแล้ว ก็ทำลายผนึกได้อย่างง่ายดาย】
【และต้องประหลาดใจที่พบว่า ข้างในกลับเป็นจดหมายฉบับหนึ่ง】
【ในจดหมาย เย่หยูได้เล่าเรื่องที่ห้าแดนศักดิ์สิทธิ์ร่วมมือกันกวาดล้างมารให้ฟังก่อน】
【จากนั้นก็บอกจู้เตี๋ยเจินว่า หากเก็บตัวนานแล้ว ออกมายังเห็นจดหมายฉบับนี้】
【นั่นก็หมายความว่า เย่หยูคงจะไม่อยู่แล้ว】
【อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เย่หยูจะจากไป ก็ได้เตรียมการไว้ให้จู้เตี๋ยเจินแล้ว】
【ยาใจประสานใจไม่ใช่ว่าจะแก้ไม่ได้】
【หลังจากส่งจู้เตี๋ยเจินไปเก็บตัวแล้ว】
【เย่หยูก็ได้ใช้ค่าตอบแทนมหาศาล ขอให้หมอเทวดาแห่งหอโอสถศักดิ์สิทธิ์ นำยาใจประสานใจในหัวใจของเขาออกมา】
【เช่นนี้แล้ว】
【ต่อให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นจริงๆ ก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้จู้เตี๋ยเจิน】
【ในท้ายจดหมาย】
【เย่หยูบอกจู้เตี๋ยเจินว่า ไม่เคยเสียใจที่ได้พบนาง】
【และยิ่งไม่เคยเสียใจกับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน】
【หากมีชาติหน้า】
【ทั้งสองคนสามารถมีลูกด้วยกันได้ ก็จะยิ่งดี】
【หลังจากอ่านจดหมายฉบับนี้อย่างละเอียดแล้ว】
【จู้เตี๋ยเจินก็ร่ำไห้ออกมาทันที】
【ร่างสั่นเทา เกือบจะล้มลง】
【แต่นางก็ยังคงฝืนใจสู้】
【ด้วยความเร็วที่สุด มาถึงตำหนักหลอมวิญญาณ】
【แต่ก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า ที่นี่ได้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว】
【คืนนี้】
【ภายในตำหนักหลอมวิญญาณมีเสียงร้องไห้ของผู้หญิงดังขึ้นอย่างโหยหวน】
【จู้เตี๋ยเจินจึงผมขาวไปทั้งศีรษะในคืนเดียว】
【สองเดือนต่อมา】
【จู้เตี๋ยเจินได้สังหารล้างนิกายทั้งหมดที่เคยรุมโจมตีตำหนักหลอมวิญญาณในปีนั้นจนสิ้นซาก】
【ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ทุกคนต่างหวาดกลัว】
【กลัวว่านิกายต่อไปที่จะถูกทำลาย จะเป็นของตนเอง】
【แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า】
【จู้เตี๋ยเจินได้กลับมายังตำหนักหลอมวิญญาณแล้ว】
【นั่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังเพียงลำพัง】
【พลางรำลึกถึงเรื่องราวในอดีตกับเย่หยู】
【พลางใช้มือกุมที่หัวใจ】
【พึมพำเบาๆ ว่า ยาใจประสานใจ ยาใจประสานใจ คู่รักใจตรงกัน คนหนึ่งตาย อีกคน ก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้】
【ยอดฝีมือระดับสำเร็จเซียนผู้นี้ ได้ละทิ้งโอกาสที่จะสำเร็จเซียนที่อยู่แค่เอื้อม เลือกที่จะตายตามคนรักไป】
ภายในตำหนักหมื่นวิญญาณ
จู้เตี๋ยเจินเบิกตาโพลง
พบว่าตนเองยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยนี้
จึงอดที่จะถอนหายใจอย่างโล่งอกไม่ได้
ที่แท้ ทุกอย่างก่อนหน้านี้
ล้วนเป็นเพียงความฝัน
ไม่ ไม่ใช่!
จะเป็นความฝันได้อย่างไร?
ทุกสัมผัสล้วนสมจริง ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บจากการต่อสู้ คอขวดในการบำเพ็ญเพียร หรือแม้กระทั่งความสุขสมกับชายผู้นั้น
ทั้งหมดล้วนเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง
ความฝันจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?
เย่หยู, ตำหนักหลอมวิญญาณ, ระดับสำเร็จเซียน
ทั้งหมดนี้ ราวกับได้เกิดใหม่
เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเพียงความฝัน
แต่จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าสิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริงหรือไม่?
จู้เตี๋ยเจินเพียงแค่คิด
ทั้งร่างก็มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ
ชั่วครู่ต่อมา
จู้เตี๋ยเจินยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
น้ำตาไหลอาบใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา
พูดเสียงสั่นว่า: "นี่ไม่ใช่ความฝัน นี่ไม่ใช่ความฝันจริงๆ!"