- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ฉันก็เป็นที่หมายปองของนักแสดงหญิงชั้นนำหลายคน
- บทที่ 17 ศาสตร์แห่งพันธนาการ
บทที่ 17 ศาสตร์แห่งพันธนาการ
บทที่ 17 ศาสตร์แห่งพันธนาการ
บทที่ 17 ศาสตร์แห่งพันธนาการ
"ฉันไม่กล้าพูดหรอกว่าจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แต่คิดว่าคงไม่เจ๊งแน่" จางหยางเอ่ยอย่างถ่อมตัว
"มั่นใจหน่อยสิ ตัดคำว่า 'คิดว่า' ออกไปเลย" เถาอันกล่าว "มันไม่มีทางเจ๊ง!"
"นั่นสินะ ไม่มีทางเจ๊ง" จางหยางพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากนั้น เถาอันก็ขอตัวไปจัดการตามคำสั่งของจางหยาง แม้ว่ากำหนดการเข้ากองจะเป็นมะรืนนี้และมีพิธีเปิดกล้องในวันถัดไป แต่อุปกรณ์ประกอบฉาก เสื้อผ้า แสงสี และส่วนอื่นๆ ล้วนต้องเตรียมการล่วงหน้า
ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง เถาอันต้องกระจายงานออกไป เขาไม่สามารถลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้
เหตุผลหลักที่จางหยางไม่เลือกให้เข้ากองในวันพรุ่งนี้ ก็เพราะระยะเวลารอคอยรางวัลของหลิงอวี่ฉีจะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้พอดี เขาจึงวางแผนที่จะเก็บรางวัล 'เฟิร์สคิล' ประจำสัปดาห์นี้ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มถ่ายทำ เพราะทั้งแต้มสถานะและเงินรางวัลคือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้
ในเย็นวันถัดมา หลิงอวี่ฉีสลัดพวกปาปารัสซี่จนหลุด แล้วแอบมาที่ห้องเช่าของจางหยางเพียงลำพัง
ทั้งคู่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วว่าจะใช้ค่ำคืนอันแสนวิเศษนี้ด้วยกัน เพราะเมื่อเข้ากองถ่ายไปแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องวางตัวเพื่อเลี่ยงคำครหา
การจะไปหาจางหยางเพื่อคุยเรื่องบทเป็นครั้งคราวนั้นพอทำได้ แต่จะให้ไปคุยเรื่องบทกันทุกคืนคงเป็นไปไม่ได้
ความคิดของหลิงอวี่ฉีนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา นั่นคือการรีดพลังจากจางหยางให้หมดตัว!
ส่วนความคิดของจางหยางก็ประจวบเหมาะกับเธอพอดี นั่นคือการเลี้ยงดูเธอให้อิ่มหนำสำราญ!
เพื่อให้รอดพ้นจากสายตาปาปารัสซี่ หลิงอวี่ฉีจึงอำพรางตัวก่อนออกจากบ้าน เธอไม่ได้แต่งตัวยั่วยวนเหมือนทุกที แต่มาในชุดสีดำล้วนที่ดูธรรมดาอย่างยิ่ง
หากเธอเดินปะปนไปในฝูงชน คงไม่มีใครสังเกตเห็นเว้นแต่เธอจะเปิดเผยใบหน้าอันงดงามออกมา
แน่นอนว่ารูปร่างอันเย้ายวนของเธอไม่อาจซ่อนเร้นได้เพียงเพราะเสื้อผ้าธรรมดา
ทันทีที่จางหยางปิดประตู หลิงอวี่ฉีก็ถอดหมวกออก เส้นผมสลวยสีดำขลับทิ้งตัวลงมาราวกับน้ำตกปรกไหล่ของเธอ
ในพริบตา กลิ่นหอมของแชมพูก็อบอวลไปทั่วระหว่างคนทั้งสอง
"คิดถึงฉันไหม?" หลิงอวี่ฉีผลักจางหยางพิงกำแพง วางมือข้างหนึ่งบนไหล่ของเขาแล้วเงยหน้าถามด้วยสายตาที่เป็นประกาย
"คิดถึงจนแทบใจจะขาดเลยล่ะ" จางหยางโอบแขนรอบเอวบางของหลิงอวี่ฉีแล้วประทับจูบลงบนหน้าผากของเธอ
หลิงอวี่ฉีเขย่งปลายเท้าอย่างพึงพอใจและมอบจูบอันเร่าร้อนให้แก่จางหยาง
ไม่กี่นาทีต่อมา หลิงอวี่ฉีเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทันจึงค่อยๆ ผลักจางหยางออก ในเวลานี้เธอไม่ใช่ดาราหญิงผู้สูงส่งอีกต่อไป แววตาที่เปี่ยมด้วยรัก แก้มที่แดงระเรื่อ และริมฝีปากที่ยกยิ้มเล็กน้อย ล้วนแสดงให้เห็นว่าเธอคือหญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
"คืนนี้เรามาลองอะไรใหม่ๆ กันเถอะ" หลิงอวี่ฉีหยิบเชือกเส้นยาวออกมาจากกระเป๋าผ้าสีดำข้างกาย
เชือกเส้นนี้ไม่ใช่เชือกธรรมดา แต่มันยาวถึงเจ็ดเมตร ทำจากปอกระเจาและมีความนุ่มนวลอย่างยิ่ง เป็นเชือกชนิดพิเศษที่ไม่สร้างรอยแผลให้แก่ผู้ที่ถูกพันธนาการ
"ศาสตร์แห่งเชือกสินะ!" จางหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
บอกตามตรงว่าเขาเคยเห็นการเล่นแบบนี้จากในหนังเท่านั้น แต่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน มือใหม่ไม่ควรลองทำสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะหากผูกผิดวิธี นอกจากจะไม่สร้างความหฤหรรษ์แล้ว ยังจะทำให้ผู้ถูกมัดรู้สึกอึดอัดและทรมานอย่างมาก
"ถึงกับพูดคำว่า 'ศาสตร์แห่งเชือก' ออกมาได้ ดูเหมือนผู้กำกับจางของเราก็ไม่ใช่คนใสซื่อเหมือนกันนะเนี่ย" หลิงอวี่ฉีหัวเราะคิกคัก
"คนใสซื่อมักจะจบไม่สวยหรอก เพราะงั้นฉันเลยชอบทำตัวไม่ค่อยใสซื่อเท่าไหร่น่ะ" จางหยางเดินเข้าไปหาหลิงอวี่ฉีแล้วอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิง
หลิงอวี่ฉีฉวยโอกาสนั้นคล้องเชือกรอบคอจางหยางแล้วกระซิบว่า "เมื่อคืนฉันเพิ่งไปเรียนรู้วิธีผูกเชือกมา เดี๋ยวฉันจะสอนคุณเอง"
"เรื่องอื่นฉันอาจจะเรียนรู้ช้า แต่ถ้าเรื่องแบบนี้ ฉันต้องหัวไวแน่นอน" จางหยางหอมแก้มหลิงอวี่ฉีหนึ่งฟอด
"ฉันว่าคุณทำได้ดีแน่นอน" หลิงอวี่ฉีเอ่ยอย่างมีความสุข
"งั้นบอกฉันก่อนสิ ว่าเธอไปเรียนวิธีผูกแบบไหนมา?" จางหยางถาม
"แบบท่าเอ็ม (M) แยกขาไงล่ะ!" หลิงอวี่ฉีตอบอย่างอาจหาญโดยไม่มีความเขินอาย
"ที่สุดของความแจ่ม!" จางหยางอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
เมื่ออุ้มหลิงอวี่ฉีเข้ามาในห้องนอน จางหยางก็เริ่มเรียนรู้ศาสตร์แห่งพันธนาการภายใต้คำแนะนำอย่างใจเย็นของเธอ
หลังจากจางหยางเรียนรู้การผูกเชือกแล้ว เขาก็เริ่มเรียนรู้วิธีการจู่โจม ว่ากันว่าวิธีจัดการกับบอส ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ที่เยี่ยมที่สุดก็คือการโจมตีจากจอมเวทในระยะคงที่ ได้ผลชะงักและไม่ต้องใช้สมองให้วุ่นวายเลย!
...เมื่อการรบทัพจับศึกระลอกแรกสิ้นสุดลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังก้องในหัวของจางหยาง
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เอาชนะเอ็นพีซีเพลงระดับดีเลิศ หลิงอวี่ฉี เนื่องจากเป็นการพิชิตครั้งแรกของสัปดาห์ คุณจะได้รับเงินรางวัล 600,000 บาท, แต้มสถานะ 2 แต้ม และเพลงระดับดีเลิศ 'รักเธอ (Loving You)'!"
ครั้งนี้ เงินรางวัลเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 100,000 บาท แต่แต้มสถานะลดลงไป 1 แต้ม ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
กุญแจสำคัญคือเพลง "รักเธอ" ระบบนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ ดูเหมือนว่าเพลงที่ได้รับเป็นรางวัลจะมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของหลิงอวี่ฉีในช่วงนี้
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่สำคัญสำหรับจางหยางเลย เพราะต่อให้ได้เพลงมา เขาก็ไม่ร้องเองอยู่ดี แต่จะมอบให้คนอื่นร้องแทน
เพลงอย่าง "รักเธอ" เป็นเพลงรักที่บริสุทธิ์ ไม่ว่าใครร้องก็ฟังดูดี สำหรับหลิงอวี่ฉีเธอก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกของเขา แต่ตอนนี้หนังเรื่อง "โยโล" กำลังจะเริ่มถ่ายทำ เธอคงไม่มีเวลาว่างไปเข้าห้องอัดเพื่อปล่อยซิงเกิลใหม่
แน่นอนว่าจางหยางก็ไม่ได้รีบร้อนจะปล่อยเพลงนี้ การมีของสต็อกไว้ในมือช่วยให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น
ส่วนแต้มสถานะทั้ง 2 แต้ม จางหยางไม่ลังเลเลยที่จะกดเพิ่มไปที่ค่า "สุขภาพ" และ "พละกำลังเอว" โดยตรง
โฮสต์: จางหยาง
อายุ: 32 ปี
ส่วนสูง: 185 เซนติเมตร
น้ำหนัก: 104 กิโลกรัม
ความมั่งคั่ง: -820,000 บาท
สุขภาพ: 57
เสน่ห์: 77
พละกำลังเอว: 73
ตำแหน่ง: ผู้กำกับมือใหม่
ทักษะ: ไม่มี
เมื่อกลับมาสำรวจหน้าจอสถานะของตัวเองอีกครั้ง จางหยางพบว่าน้ำหนักของเขาลดลงไป 1 กิโลกรัม แสดงให้เห็นว่าช่วงนี้เขาออกแรงมากขึ้น แม้จะยังไม่มีวิธีลดน้ำหนักที่ได้ผลเร็ว แต่เขาก็กำลังค่อยๆ ผอมลง
ส่วนเรื่องความมั่งคั่ง จากเดิมอยู่ที่ -1.85 ล้าน ตอนนี้ขยับมาเป็น -820,000 แม้เขายังไม่ได้นำเงินไปคืนหนี้จริงๆ แต่ตอนนี้เขามีเงินฝากในบัตรมากกว่า 1 ล้านบาทแล้ว ตัวเลขจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง
ดูเหมือนว่าไม่ว่าเขาจะคืนเงินหรือไม่ ตราบใดที่เขามีเงินสะสมเกินกว่ายอดหนี้ 1.85 ล้าน หน้าจอระบบก็จะไม่แสดงว่าเขาเป็นหนี้อีกต่อไป
เมื่อเทียบกับครั้งก่อน หน้าจอระบบมีแถบ 'ตำแหน่ง' เพิ่มขึ้นมา ซึ่งแสดงตำแหน่ง 'ผู้กำกับมือใหม่' ที่สวมใส่ให้โดยอัตโนมัติ
ในตอนนั้นเอง เสียงตัดพ้อของหลิงอวี่ฉีก็ดังขึ้น "มัวแต่เหม่อคิดอะไรอยู่? ต่อเลยสิ! วันนี้เราต้องทำความเข้าใจการเล่นแบบนี้ให้ถ่องแท้นะ"
"ไม่มีปัญหาจ้ะ" จางหยางได้สติแล้วส่งยิ้มบางๆ ให้หลิงอวี่ฉี ก่อนจะก้มหน้าก้มตาศึกษาการโจมตีของจอมเวทในระยะคงที่ต่อไป...
ในเช้าตรู่ แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องนอน หลิงอวี่ฉีค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เมื่อมองไปยังจางหยางที่ยังคงหลับไหลอยู่ หลิงอวี่ฉีรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดูน่ารังเกียจเลยสักนิด ในทางกลับกัน เขากลับดูน่ารักแบบอวบๆ เสียด้วยซ้ำ
เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ผ่านมา ใบหน้าของหลิงอวี่ฉีก็ขึ้นสีระเรื่อ
เธอไม่เคยมีลูกไม้แพรวพราวขนาดนี้มาก่อน และไม่เคยพยายามอย่างหนักเพื่อเรียนรู้วิธีเอาใจผู้ชายคนไหน หากการเข้าหาจางหยางในตอนแรกเป็นเพียงการแก้แค้นหวางเฉวียน แล้วทำไมตอนนี้เธอยังคงพัวพันอยู่กับเขาล่ะ?
บางทีอาจเป็นเพราะคนสองคนที่บอบช้ำมาด้วยกันและพยายามมอบความอบอุ่นให้แก่กัน มักจะเพาะบ่มเมล็ดพันธุ์แห่งความรักได้ง่ายกว่าคนทั่วไปละมั้ง