- หน้าแรก
- ไลฟ์สตรีม:เปิดเผยทฤษฎีช็อคโลก
- ตอนที่36 ยาอมตะ
ตอนที่36 ยาอมตะ
ตอนที่36 ยาอมตะ
หยานจิง — สถาบันวิจัยโครงการสำคัญ
ปันตงหลินมองซุนจื้อฉิงที่เพิ่งวางสายด้วยสีหน้ากังวล
เขารีบถามออกไปทันที “เป็นยังไงบ้างล่ะ? เขาตกลงไหม?”
ด้านหลังของเขายังมีเหล่านักวิจัยอีกกลุ่มที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น กำลังเฝ้ารอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ
นับตั้งแต่พวกเขาได้ฟังการ “เผยแพร่วิทยาศาสตร์” ของฉินมู่ครั้งก่อน ก็เหมือนเกิดอาการ “เสพติด” ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
แรงสั่นสะเทือนจากการที่ตำนานโบราณยิ่งใหญ่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับความจริง ทำให้จิตใจพวกเขาเดือดพล่าน
หลายคืนติดต่อกัน พวกเขาแทบไม่ได้นอน
ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเหตุการณ์บรรพชนผลักดวงจันทร์ขึ้นไปบนท้องฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวก็ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด
ซุนจื้อฉิงเหลือบตามองพวกเขา ก่อนจะเผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“สำเร็จแล้ว เขาตกลงมาบรรยายให้เราแล้ว”
“เพียงแต่ว่าเขาตั้งใจจะจัดการบรรยายครั้งนี้เป็น คาบสาธารณะที่ต้องถ่ายทอดสดไปพร้อมกันทางออนไลน์ด้วย”
ปันตงหลินชะงักไปเล็กน้อย แต่พอนึกถึงผู้ชมบนโลกออนไลน์ที่กำลังตั้งตารอคอยอย่างบ้าคลั่ง เขาก็อดพยักหน้าไม่ได้
ยังไงพวกเขาก็ไม่อาจ… ผูกขาดได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?
อีกอย่างการบรรยายของฉินมู่ก็เป็นเพียง “การเผยแพร่วิทยาศาสตร์” เท่านั้น ไม่ใช่ความลับด้านการวิจัยอะไร
จัดเป็นคาบสาธารณะก็คงไม่เป็นปัญหาใหญ่
“กำหนดเวลาไว้พรุ่งนี้”
ซุนจื้อฉิงพูดเสริมขึ้นอีก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา คนในสถาบันทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนในที่สุดก็วางแผนการตั้งห้องปฏิบัติการอิสระสำเร็จและด้วยความพยายามของเขากับปันตงหลินก็สามารถหางบประมาณและอุปกรณ์มาครบถ้วน
ต่อจากนี้เพียงแค่ติดตั้งเครื่องยนต์ต้านแรงโน้มถ่วงและอุปกรณ์อื่นๆ เมื่อห้องปฏิบัติการอวกาศเตรียมพร้อม ก็สามารถเริ่มงานวิจัยเรื่องความเป็นพิษของออกซิเจนได้ทันที
เมื่อใดที่พิสูจน์ได้ว่าออกซิเจนเป็นพิษและถอดรหัสพิษนี้ได้สำเร็จ…
ยุคสมัยใหม่ที่สดใหม่ก็จะปรากฏต่อหน้าโลกและมนุษยชาติ!
อารยธรรมปัจจุบันที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าก็จะเริ่มต้นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่!
…
ห้องปฏิบัติการอวกาศ
หลังจากพูดคุยและยืนยันเวลาถ่ายทอดสดกับซุนจื้อฉิงเสร็จ ฉินมู่ก็เปิดไลฟ์สดวิทยาศาสตร์ฮาร์ดคอร์ขึ้นมา ระหว่างที่เฝ้าสังเกตการทดลอง
หลังจากทำไลฟ์มาหลายครั้ง จำนวนผู้ติดตามในห้องไลฟ์ของเขาก็พุ่งขึ้นไปถึง 30 ล้านคนอย่างน่าตกใจ
แม้ในเวลาที่ไม่มีการถ่ายทอดสด ห้องไลฟ์ก็ยังคงมีผู้ชมออนไลน์อยู่ตลอดราวๆแสนคน คุยกันไม่หยุดเรื่องตำนานโบราณ
“ยังต้องรออีกตั้งสามวันกว่าจะถึงไลฟ์ครั้งหน้า มันทรมานจริงๆ!”
“สี่วัน! ตั้งสี่วันเต็ม! พวกนายรู้ไหมว่าฉันผ่านมันมาได้ยังไงในสี่วันนี้?!”
“ฉันเพิ่งไปศึกษา โหวอี้ยิงตะวันมาแล้วก็ได้ความเห็นใหม่ จากความสัมพันธ์ของโฮ่วยี่กับฉางเอ๋อ ฉันว่าจริงๆแล้วโหวอี้มันก็แค่ผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่ง!”
“...”
เมื่อเห็นคอมเมนต์สุดเพี้ยนเหล่านี้ ฉินมู่ก็ได้แต่ส่ายหัวแล้วยิ้มอย่างจนใจ
จากนั้นเขาก็กดเข้าไปแก้ไขประกาศในห้องไลฟ์เงียบๆ
เขาเพียงเปลี่ยนข้อความประกาศสั้นๆแจ้งเวลาการบรรยายสาธารณะที่สถาบัน
“ตามคำเชิญของสถาบันวิจัยโครงการสำคัญแห่งหยานจิง จะมีการบรรยายสาธารณะด้านวิทยาศาสตร์ในวันพรุ่งนี้ เวลา 14.00 น. และจะมีการถ่ายทอดสดในเวลาเดียวกัน”
หลังแก้ไขเสร็จ เขาก็ออกจากห้องไลฟ์
และในห้องไลฟ์ หลังจากผู้ชมตาดีสังเกตเห็นประกาศนี้… ความฮือฮาก็ระเบิดขึ้นทันที
“เฮ้ย พวกนายดูประกาศเร็ว!”
“ฮื๊ออออ พระเจ้า! จะไปบรรยายที่สถาบันวิจัยหยานจิงงั้นเหรอ? สุดยอดจริงๆ!”
“เรื่องจริงเหรอ?! มีไลฟ์อีกพรุ่งนี้เลย ไม่ต้องรอสามวันแล้ว?”
“ฉันอยากรู้สุดๆว่ารอบนี้สตรีมเมอร์จะพูดเรื่องอะไร จะเล่าโหวอี้ยิงตะวัน ล่วงหน้าด้วยหรือเปล่า??”
“เดาสุ่มๆเลยโหวอี้เป็นผู้ชายเฮงซวยแน่นอน มีหลักฐานใน ซานไห่จิงด้วยนะ!”
“...”
บนหน้าจอสีดำ กระสุนคอมเมนต์ก็ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เหล่าผู้ชมประจำในห้องไลฟ์ต่างก็ตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
นับตั้งแต่การถ่ายทอดสดครั้งก่อน หลังจากมีการติดต่อถึงสามครั้งกับสถาบัน พวกเขาก็ค่อยๆเข้าใจแล้วว่า สถาบันวิจัยโครงการสำคัญแห่งหยานจิง นั้นทรงเกียรติขนาดไหน
มันเป็นที่รวมของสุดยอดมันสมองระดับประเทศ รวบรวมผู้เชี่ยวชาญแนวหน้าของแต่ละสาขาเอาไว้
ภารกิจหลักของพวกเขา ก็คือการทำลายกำแพงความรู้ในสาขาวิชาที่ล้ำสมัยที่สุดระดับนานาชาติ
แต่ทว่า…เป็นกลุ่มคนเหล่านี้เองที่เชิญฉินมู่มาบรรยาย!
และยังเป็นเรื่อง “การเผยแพร่วิทยาศาสตร์” อีกด้วย…
…
วันรุ่งขึ้น
ช่วงใกล้เที่ยง ฉินมู่เดินทางถึงหยานจิงและมุ่งหน้าไปยังสถาบัน
เมื่อไปถึงสถาบัน…เขาเห็นอาคารหลายหลังถูกเผาจนดำเป็นตอตะโก
ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ฟังคำเตือนของเขาก่อนหน้านี้และยังคงฝืนทำการวิจัยเรื่องออกซิเจน จนเกิดการระเบิดเพราะแรงน้ำขึ้นน้ำลง
เวลาบ่ายสองโมงตรง
ภายใต้การนำของบานตงหลินและซุนจื้อฉิง เขาเดินเข้าสู่ห้องประชุมใหญ่
ภายในห้องประชุม เหล่านักวิจัยทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองฉินมู่ที่ยืนอยู่บนโพเดียม
สายตาของพวกเขาซับซ้อนยิ่งนัก
มีทั้งความตื่นเต้น ความอยากรู้ ความสับสนและความสงสัย
แม้พวกเขาทุกคนจะเคยดูการถ่ายทอดสด วิทยาศาสตร์ฮาร์ดคอร์ ของฉินมู่มาก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะยอมรับ “ทฤษฎีผานกู่เปิดฟ้า” ได้
โดยเฉพาะผู้ที่มีผลงานทางวิชาการสูงๆมักจะดื้อรั้น ไม่ยอมเปลี่ยนมุมมองหรือความคิดเห็นของตนได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม…บนโต๊ะของพวกเขาแต่ละคน มีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่เหมือนกันหมด—ซานไห่จิง
ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ได้รู้ความจริงเบื้องหลัง “ผานกู่เปิดฟ้า” พวกเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ต่อความลับที่ซ่อนอยู่ในซานไห่จิง
ดังนั้นตอนนี้ทุกคนจึงมีเล่มนี้ติดมือมาด้วย
เมื่อฉินมู่มาบรรยาย คราวนี้พวกเขาก็พกหนังสือกันมาพร้อมหน้า
“สวัสดีครับทุกท่าน ผมชื่อฉินมู่เป็นเพียงผู้ดำเนินรายการเผยแพร่วิทยาศาสตร์ธรรมดาคนหนึ่ง วันนี้ผมดีใจมากที่ได้มาที่นี่เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้พวกท่าน”
บนโพเดียม
ฉินมู่กวาดตามองผู้ชมด้านล่าง มุมปากเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย
โอ้โห…
ทุกคนมีซานไห่จิงวางอยู่ตรงหน้า
ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมบ่อยครั้งถึงมีคนพิมพ์คอมเมนต์ว่าหนังสือเล่มนี้หมดสต็อก
…
ในเวลาเดียวกัน
การถ่ายทอดสด วิทยาศาสตร์ฮาร์ดคอร์ก็เริ่มขึ้นพร้อมกัน
บ่ายสองโมงตรง ทันทีที่ไลฟ์เริ่มยอดผู้ชมก็พุ่งทะยานไปถึง 800,000 คน
และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คอมเมนต์กระสุนพุ่งไหลไม่หยุด
“อะไรกัน บอกว่าตัวเองเป็น ‘พิธีกรธรรมดา’? รู้ไหมว่าคนที่นั่งอยู่ข้างล่างนี่คือครึ่งหนึ่งของยอดมันสมองนักวิจัยของประเทศแล้วนะ?”
“โธ่เว้ย! สตรีมเมอร์ทำตัวถ่อมอีกแล้ว!”
“ฮึ๊ยย!! ทุกคนมีซานไห่จิงกันหมดเลยหรือนี่? ไม่แปลกใจว่าทำไมเราซื้อไม่ได้ พวกนายกวาดหมดตลาดนี่เอง!”
“ฉันจำได้ มีหลายคนที่นั่งอยู่ข้างล่าง: เฉียนหยุ่นเถียน, จางอี้ซู, โจวเหลียน, ซิงไค พวกเขายังเคยเป็นอาจารย์สอนฉันตอนเรียนอยู่เลย...”
“ต่อหน้าเหล่าตัวท็อปแบบนี้ ฉันอยากรู้จริงๆว่าสตรีมเมอร์จะพูดเรื่องอะไรในครั้งนี้?”
“...”
เมื่อเห็นท่าทีถ่อมตัวของฉินมู่
ผู้ชมในไลฟ์สดกลับรู้สึกใจหวิวไปหมด
การเผยแพร่ความรู้ให้กับคนกลุ่มนี้…
มันเหมือนเอาตัวเองไปเสี่ยงชัดๆ!
หากตรงไหนพูดผิดไปเพียงนิดเดียว ความรู้ไม่แม่นยำพอ จะไม่ถูกจับผิดแล้ววิจารณ์เละทันทีเลยหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาทุกคนยังมี ซานไห่จิงติดตัวมาเอง
พก “ตำราเรียน” กันมาพร้อมหน้า
เห็นชัดเจนว่าพวกเขาตั้งใจจะฟังบรรยายไปพร้อมกับตรวจสอบและยืนยันเนื้อหาไปด้วย
แล้วในตอนนั้นเอง…ภายในห้องประชุมใหญ่ ท่ามกลางภาพจากการถ่ายทอดสด
ฉินมู่กลับหันหลังอย่างสงบ แล้วเขียนหัวข้อในวันนี้ลงบนกระดานดำด้านหลัง
“หัวข้อของวันนี้คือ ยาอมตะ หรือที่รู้จักกันในนาม ยาอายุวัฒนะ ครับ”
ทันทีที่เสียงเขาสิ้นสุดลง
ผู้คนด้านล่างโพเดียมต่างพากันอึ้งไปชั่วขณะ
พวกเขามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
ปันนตงหลินกับซุนจื้อฉิงที่นั่งอยู่แถวหน้า ก็เหลือบตาสบกันอย่างงงงวย
พวกเขาเองก็แปลกใจไม่น้อยกับหัวข้อที่ฉินมู่เลือกมาในวันนี้
เดิมทีพวกเขาคิดว่าครั้งนี้ฉินมู่จะอธิบายเรื่องราวต่อเนื่องจากยุคบรรพชนโบราณอีก
แต่ทว่า…เหตุใดเขาถึงหันมาพูดถึง “ยาอมตะ” ในตำนานขึ้นมาแทน?
ในสถาบันแห่งนี้ ที่ยึดมั่นความจริงทางวิทยาศาสตร์ การเผยแพร่ความรู้เรื่อง ยาอายุวัฒนะ…
ความรู้สึกที่ได้ฟัง มันประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
แต่แล้วคำพูดถัดมาของฉินมู่กลับทำให้สีหน้าของปันตงหลินกับซุนจื้อฉิงเคร่งเครียดขึ้น
“ความจริงแล้ว เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน บรรพชนโบราณได้ค้นพบแผนการสมคบคิดของอารยธรรมต่างดาวที่ต้องการควบคุมโลกและแพร่กระจายออกซิเจนแล้ว”
“นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ ซานไห่จิงถูกเขียนขึ้นมา ด้วยถ้อยคำที่โรแมนติก ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยจินตนาการ”
“ภายในนั้น อารยธรรมโบราณได้ ‘ตกแต่ง’ ภาพลักษณ์ของอารยธรรมต่างดาว มองพวกเขาเป็นเทพเจ้า เพื่อฝากคำเตือนถึงคนรุ่นหลัง”
“พวกเขาอาศัยอยู่ ‘บนฟ้า’ — ซึ่งก็คือดวงจันทร์ คอยสังเกตและควบคุมวิวัฒนาการของโลกจากที่นั่น”
“แต่ทว่า…”
ฉินมู่กวาดสายตามองผู้ชมใต้โพเดียม
เขาพบว่าสายตาทุกคู่ถูกตรึงแน่นอยู่กับคำบรรยายของตน
ดังนั้นเขาจึงปล่อยระเบิดลูกโตออกมาอีกครั้ง
“เมื่อบรรพชนโบราณตระหนักว่าอายุขัยของพวกเขาถูกจำกัดเพราะออกซิเจน พวกเขาจึงไม่ยอมตกเป็นทาสหรือถูกควบคุม และเริ่มวิจัยยาอมตะขึ้นมาลับๆ”
ด้านล่างโพเดียม
นักวิจัยจากหลากหลายสาขาต่างเบิกตากว้าง
นี่เองหรือ…
ที่มาของ “ยาอมตะ” ในตำนานเล่าขานโบราณ?
ปันตงหลินกับซุนจื้อฉิงที่นั่งแถวหน้า สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเล็กน้อย
ในหัวของพวกเขาผุดขึ้นมาซึ่งสมมติฐานอันน่าตกตะลึง
“อารยธรรมโบราณ? ยาอมตะ… หรือว่ามันคือ ยาต้านพิษออกซิเจน กันแน่?”
ก่อนหน้านี้ ตอนที่ฉินมู่อธิบายเรื่อง หนี่วาสร้างฟ้า เขาก็เคยบอกเป็นนัยๆ
ว่าบรรพชนโบราณได้คิดค้นวิธีการจัดการกับออกซิเจนมานานแล้ว
และพวกเขาคิดค้นมันขึ้นเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน!
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสั่นสะท้าน ฉินมู่ก็กล่าวต่อ
“ถูกต้องแล้ว!”
“ยาอมตะหรือยาอายุวัฒนะในตำนาน แท้จริงแล้วก็คือ ยาต้านพิษออกซิเจน!”
“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตามบันทึกใน ซานไห่จิง ผู้ที่ได้กินยาอมตะเข้าไปถึงมีชีวิตยืนยาวและเป็นอมตะได้!”
น้ำเสียงหนักแน่นดังก้องไปทั่วห้องประชุม
สะท้อนชัดเจนในโสตประสาทของทุกคนด้านล่าง
เพียงเริ่มต้นการบรรยายเผยแพร่วิทยาศาสตร์ครั้งนี้ ก็ได้เปิดเผยความลับอันน่าตกตะลึงออกมาแล้ว
ความเป็นจริงก็คือ…คนส่วนใหญ่ในสถาบันยังเชื่อเพียงครึ่ง ไม่เชื่อครึ่งกับแนวคิดที่ว่าออกซิเจนเป็นพิษ
พวกเขายังสงวนท่าทีอยู่
เพราะท้ายที่สุด พวกเขาก็กำลังพยายามพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยการวิจัย
แต่ตอนนี้ ฉินมู่กลับบอกว่าหลายร้อยล้านปีก่อน อารยธรรมโบราณได้พัฒนา ยาต้านพิษออกซิเจน ไว้แล้ว!
ด้านล่างโพเดียม
เสียงกลืนน้ำลายดังระงม เสียงเปิดหนังสือพลิกหน้าดังกระทบกันไปทั่ว
ก่อนหน้าวันนี้ พวกเขาต่างก็เดากันไปต่างๆนานา ว่าฉินมู่จะหยิบเรื่องอะไรมาเผยแพร่
บางคนเดาว่าเป็น คว้าฝูไล่ตะวัน บ้าง บางคนเดาว่าเป็น จิ้งเว่ยถมทะเล หรือไม่ก็ ฉางเอ๋อบินไปดวงจันทร์ และ โหวอี้ยิงตะวัน
แต่ไม่มีใครเดาถูกเลยว่า ฉินมู่จะเปิดเรื่องด้วย “ยาอมตะ”
ยาอายุวัฒนะในตำนาน!
…
ไลฟ์สด วิทยาศาสตร์ฮาร์ดคอร์
หลังจากการถ่ายทอดสดเริ่มขึ้น ผู้ที่กดติดตามฉินมู่ก็ได้รับการแจ้งเตือน
ผู้ชมหลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์มากขึ้นเรื่อยๆ
“เพิ่งเข้ามาเอง ใครเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม? ทำไมคนที่นั่งข้างล่างโพเดียมถึงทำหน้าแปลกๆกันแบบนั้น?”
“โอยแม่เจ้า! นี่มัน ไลฟ์วิทยาศาสตร์ฮาร์ดคอร์ของแท้เลยนะ กำลังพูดถึงการเผยแพร่ความรู้เรื่อง ยาอายุวัฒนะ จริงๆอย่างงั้นเหรอ? ของแบบนี้มันมีจริงได้ด้วยหรือ?”
“อารยธรรมโบราณอีกแล้ว! อารยธรรมนั้นยิ่งใหญ่รุ่งเรืองขนาดไหนกันนะในสมัยนั้น?!”
“...”
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว
ผู้ชมในช่องคอมเมนต์กลับได้รับแรงกระแทกทางจิตใจมากกว่านักวิจัยในสถาบันเสียอีก
ยาอมตะ!
นี่คือองค์ประกอบที่ซึมลึกอยู่ในอารยธรรมโบราณ
ตั้งแต่ยุคโบราณกาล มาจนถึงราชวงศ์ศักดินา
แม้กระทั่งจนถึงปัจจุบัน…เงาของมันยังคงปรากฏอยู่เสมอ!
ตลอดประวัติศาสตร์ มีจักรพรรดิและแม่ทัพนับไม่ถ้วนที่ออกค้นหามัน
จักรพรรดิแห่งยุคก่อนฉิน จิ๋นซีฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งแผ่นดินฉิน ฮั่นอู่ตี้ ตลอดจนถังไท่จงในบั้นปลายชีวิต…
ไม่ว่าจักรพรรดิจะยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ไม่อาจหลีกหนีห้าคำนี้ไปได้ — ยาอมตะ
…
ในห้องประชุมใหญ่
ฉินมู่ยิ้มบางๆมองสีหน้าของนักวิจัยที่เบื้องล่าง
ครั้งนี้ เพื่อกวาดคะแนนเผยแพร่ความรู้ให้มากขึ้น…
เขาเลือกที่จะพูดถึง ยาอมตะ โดยตรง
แรงสั่นสะเทือนที่จะก่อขึ้นย่อมไม่แพ้ตำนานโบราณใดๆแน่นอน!
เพราะสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินนี้ ย่อมไม่มีใครไม่สนใจเรื่องนี้!
เขาสูดลมหายใจลึก แล้วกล่าวต่อ
“การเผยแพร่ความรู้ในวันนี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่การ พิสูจน์การมีอยู่ของยาอมตะ และ วิธีการค้นหายาอมตะ!”
ทันทีที่คำพูดสิ้นสุด ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
โดยเฉพาะครึ่งประโยคหลัง การหายาอมตะ …
นั่นทำให้สิ่งที่เป็นเพียงตำนานล่องลอย ถูกดึงให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาในทันที
สีหน้าของนักวิจัยใต้โพเดียมจึงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
แต่ก็ต้องยอมรับว่า การบรรยายของฉินมู่ได้ตรึงความสนใจของพวกเขาไว้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว
“ก่อนอื่น มาดูบันทึกแรกสุดของยาอมตะใน ซานไห่จิงกันก่อนครับ”
“ในต้นฉบับเขียนไว้ว่า: ‘มีภูเขาอู่ ไปทางตะวันตกของมันมีนกเหลือง ยาหลวง แปดการถือศีลอด นกเหลืองอยู่ที่ภูเขาอู่ คุมดูแลงูดำนี้’”
“สิ่งที่เรียกว่า ยาหลวง ตรงนี้จริงๆแล้วก็คือ ยาอมตะ ผู้ที่ได้กินเข้าไปจะมีอายุยืนอย่างน้อยแปดร้อยปี และมากสุดถึงหลายพันปี”
“ที่น่าสังเกตคือ ในซานไห่จิงมีการบรรยายสรรพคุณของยาอมตะไว้อย่างเข้มงวดตายตัว ไม่เคยกล่าวเลยว่าผู้ที่กินเข้าไปจะมีชีวิตเป็นอมตะนิรันดร์”
ฉินมู่หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ
“จนกระทั่งในภายหลัง โดยเฉพาะในยุคศักดินา เนื่องจากระดับอารยธรรมต่ำ อายุขัยเฉลี่ยเพียงสามสิบถึงสี่สิบปี ยาอมตะ ที่ช่วยให้คนมีชีวิตยืนยาวนับร้อยนับพันปีจึงถูกคนรุ่นหลังกล่าวเกินจริงว่าเป็นยาอายุวัฒนะนิรันดร์”
“แต่ความจริงแล้ว ยาอมตะ คือ ยาต้านพิษออกซิเจน ช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากการพึ่งพาออกซิเจน และชะลอการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้อายุยืนยาวขึ้นมาก”
“ต่อไป เรามาดูกันว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้พัฒนา ยาอมตะ ขึ้นมาในสมัยโบราณแรกเริ่ม!”
ใต้โพเดียม
ขณะที่ฟังการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของฉินมู่อย่างละเอียด…
เหล่านักวิจัยก็เปิด ซานไห่จิง พลิกหาตามไปพร้อมๆกัน
เพื่อพิสูจน์ว่าคำพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่
ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็เริ่มคิดตามฉินมู่ไปด้วย
ยาอมตะที่ถูกบันทึกไว้ใน ซานไห่จิง ก็มีการบรรยายไว้อย่างเคร่งครัดจริงๆตามที่ฉินมู่พูด
ไม่เคยมีการกล่าวเกินจริง
อายุขัยของผู้ที่กินยาอมตะเข้าไป ตามที่บันทึกไว้ก็คือมีชีวิตยืนหลายร้อยถึงหลายพันปีเสมอ
ซึ่งไม่ได้เกินจริงจนเหลือเชื่อ
สาเหตุที่กลายเป็น “ยาอายุวัฒนะอมตะ” นั้น ส่วนมากเกิดจากการบอกเล่าต่อๆกันของคนรุ่นหลังต่างหาก
แต่ทว่า…
“ใน ซานไห่จิง มันระบุไว้จริงๆหรือว่าใครเป็นผู้สร้างยาอมตะขึ้นมา?”
ทุกคนต่างขมวดคิ้วแน่น
พวกเขาเพิ่งพลิกหาหนังสืออยู่ตั้งนาน
พบเพียงคำบรรยายว่ามี ยาอมตะอยู่จริงเท่านั้น
แต่กลับไม่เห็นว่ามีส่วนไหนพูดถึง ผู้สร้าง ยาอมตะเลย
“หรือว่า… พวกเราซื้อหนังสือผิดเล่มกัน?”
ความคิดอันน่าตกใจแวบขึ้นในใจของพวกเขา