- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 79 หมายศาล
บทที่ 79 หมายศาล
บทที่ 79 หมายศาล
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงเคาะประตูรัวเร็วดังขัดจังหวะความคิดของหม่าอวี่เถิง ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยอนุญาต ประตูห้องทำงานประธานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจากภายนอก ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ในมือถือเอกสารปึกหนึ่ง ใบหน้าที่ปกติมักจะดูนิ่งสงบ ตอนนี้ซีดเผือดจนไม่มีสีเลือด ริมฝีปากสั่นระริก "ท่านประธานครับ! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
หม่าอวี่เถิงวางปากกาในมือลง มองดูสภาพที่เสียขวัญของผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย แล้วเอ่ยขึ้น "คุณใจเย็นๆ ก่อน เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาที่โต๊ะทำงาน วางเอกสารในมือลงตรงหน้าหม่าอวี่เถิง "ท่านประธานดูนี่ครับ! บริษัทเราได้รับหมายศาลจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรปครับ!"
หมายศาล? ปฏิกิริยาแรกของหม่าอวี่เถิงไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความประหลาดใจ เขาเอื้อมมือไปหยิบเอกสารฉบับบนสุดที่มาจากศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โจทย์: โซนี่ กรุ๊ป จำเลย: เล่ยเถิงอินดัสเตรียล ข้อหา: ละเมิดสิทธิบัตร
เขาพลิกดูรายละเอียดอย่างรวดเร็ว โซนี่ฟ้องเล่ยเถิงอินดัสเตรียลว่าละเมิดสิทธิบัตรของพวกเขาสองรายการ รายการแรกคือ "การออกแบบช่องว่างภายในแบตเตอรี่ตามความจุเฉลี่ย" อีกรายการคือ "อัตราส่วนความหนาของสารเคลือบขั้วบวกและขั้วลบ" คำร้อง: ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามจำหน่ายสินค้าแบตเตอรี่ลิเธียมทุกรุ่นของเล่ยเถิงอินดัสเตรียลในสหรัฐอเมริกาโดยทันที!
หม่าอวี่เถิงหยิบหมายศาลอีกสองฉบับจากญี่ปุ่นและยุโรปขึ้นมาดู เนื้อหาคล้ายกันหมด โซนี่เป็นคนฟ้อง ข้อหาเดียวกัน และเรียกร้องให้ห้ามจำหน่ายเหมือนกัน! เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าโซนี่และพรรคพวกจะโต้กลับ และคิดว่าอาจจะมาไม้ตัดห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ จึงวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า แต่นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีฟ้องสิทธิบัตร เพราะตั้งแต่เริ่มโครงการ หม่าอวี่เถิงให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิบัตรในระดับสูงสุด เขาทุ่มงบมหาศาล ให้ทีมวิจัยตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนได้หลบเลี่ยงกำแพงสิทธิบัตรที่มีอยู่อย่างดีที่สุด แถมยังซื้อสิทธิ์ใช้งานสิทธิบัตรพื้นฐานจากห้องปฏิบัติการเบลล์ (Bell Labs) มาแล้วด้วย แต่ตอนนี้ โซนี่ก็ยังฟ้องจนได้ แถมยังใช้สิทธิบัตรที่คลุมเครือและตีความได้กว้างครอบจักรวาลแบบนี้มาฟ้องอีก!
"ท่านประธานครับ จะ... จะทำยังไงดีครับ? โซนี่ขอให้ห้ามขาย ถ้าศาลอนุมัติ สินค้าที่เรากระจายออกไปก็จบเห่กันพอดี! ลูกค้าพวกนั้น..."
"เรียกผู้บริหารระดับสูงทุกคนประชุมด่วน อีกสิบนาทีเจอกันที่ห้องประชุมใหญ่!" หม่าอวี่เถิงตัดบท เสียงไม่ดังแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ห้ามโต้แย้ง
สิบนาทีต่อมา ณ ห้องประชุมใหญ่ เล่ยเถิงอินดัสเตรียล ผู้บริหารระดับสูงของบริษัททุกคนนั่งประจำที่ หม่าอวี่เถิงนั่งหัวโต๊ะ แจกสำเนาหมายศาลทั้งสามฉบับให้ทุกคน เมื่อผู้บริหารเห็นเนื้อหาในเอกสาร ห้องประชุมก็ระเบิดเสียงฮือฮาทันที "อะไรนะ? โซนี่ฟ้องเราละเมิดสิทธิบัตร?"
"ลงมือพร้อมกันทั้งที่อเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรปเลยเหรอ?"
"ขอให้ห้ามขาย? นี่กะจะเอาให้ตายเลยนี่หว่า!"
ความตื่นตระหนกแพร่กระจายไปในฝูงชนราวกับไวรัส ใบหน้าของผู้บริหารส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและทำอะไรไม่ถูก พวกเขาเติบโตมาจากอุตสาหกรรมดั้งเดิม ไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ฮั่วเจี้ยนจวิน ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต ถือเอกสารมือสั่น "โดน... โดนฟ้องขึ้นศาล แถมเป็นศาลระหว่างประเทศด้วย..." เสียงของเขาสั่นเครือ ด้วยความกลัวที่ฝังรากลึก "ท่านประธานครับ พวกเรา... พลาดตรงไหนไปหรือเปล่า? เผลอไปละเมิดสิทธิบัตรเข้าจริงๆ เหรอครับ? ไม่งั้นบริษัทใหญ่อย่างโซนี่ จะมาฟ้องเราดื้อๆ ทำไม?"
ประโยคนี้สะท้อนความคิดของคนส่วนใหญ่ในที่ประชุม ในกรอบความคิดแบบดั้งเดิมของพวกเขา การถูกฟ้องขึ้นศาล หมายความว่าตัวเองผิด ตัวเองไม่สะอาด ความคิดที่ว่า "โดนฟ้องเท่ากับผิด" ทำให้พวกเขาถอดใจแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มสู้
ท่ามกลางความหวาดกลัวและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ เสียงทุ้มหนักแน่นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น "ทุกคนใจเย็นๆ ก่อนครับ!" คนพูดคือ จางเคอ เขาไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่น เพียงแต่มองทุกคนด้วยสายตาเรียบเฉย "นี่เป็นแค่ลูกไม้ทางธุรกิจของโซนี่ ไม่มีอะไรต้องกลัวครับ" ประโยคเดียว ทำให้ห้องประชุมที่จอแจเงียบกริบ ทุกคนหันไปมองเขา
จางเคอขยับแว่น พูดแทงใจดำ "สมัยผมอยู่โมโตโรล่า ผมเจอเรื่องแบบนี้มาเยอะ นี่คือ 'การฟ้องเพื่อก่อกวน' เป็นการใช้กระบวนการทางกฎหมายมากดดันทางธุรกิจรูปแบบหนึ่งครับ"
"สิทธิบัตรสองใบนี้ของพวกเขา เนื้อหาคลุมเครือ ขอบเขตไม่ชัดเจน จุดประสงค์ก็เพื่อลากเราลงไปในบ่อโคลนของคดีความ เพื่อสร้างความตื่นตระหนก สั่นคลอนความมั่นใจของลูกค้า และทำลายขวัญกำลังใจของพวกเรา"
"ถ้าพวกเราแตกตื่นกันไปเอง กลัวกันไปก่อน ก็จะเข้าทางพวกเขาพอดี"
คำพูดของจางเคอ แม้หลายคนจะยังงงๆ แต่ความตื่นตระหนกก็เริ่มถูกสกัดกั้นไว้ได้ ต่อจากนั้น หลี่ลี่ซินก็เอ่ยปาก เธอคร่ำหวอดในตลาดต่างประเทศมานาน ความเข้าใจในลูกไม้ธุรกิจพวกนี้ ลึกซึ้งยิ่งกว่าจางเคอเสียอีก "คุณจางพูดถูกค่ะ แพ้ชนะในศาลเป็นเรื่องรอง ความเชื่อมั่นของตลาดต่างหากที่สำคัญที่สุด"
"โซนี่เลือกจังหวะลงมือตอนนี้ เพราะเล็งเห็นว่าสินค้าของเรากำลังกระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว หมากตานี้ของพวกเขา คือการบอกลูกค้าทุกคนของเราว่า: สินค้าของเล่ยเถิงอินดัสเตรียลมีความเสี่ยง ห่วงโซ่อุปทานไม่มั่นคง อาจขาดตลาดได้ทุกเมื่อ!"
"แบรนด์ใหญ่ๆ พวกนั้น กลัวเรื่องนี้ที่สุด ตอนนี้พวกเขาต้องกำลังรอดูท่าทีอยู่แน่ๆ เราต้องแสดงทัศนคติที่มั่นคงและแข็งกร้าวออกมาทันที เพื่อส่งต่อความเชื่อมั่นไปยังตลาดและลูกค้าทุกคนค่ะ!"
การวิเคราะห์ของจางเคอ บวกกับการตีความของหลี่ลี่ซิน ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มมั่นคงขึ้น หม่าอวี่เถิงพยักหน้าอย่างชื่นชม เวลาหน้าสิหน้าขวาน ก็ต้องพึ่งคนเก่งที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้วแบบนี้แหละ
ทว่า ปัญหาใหม่ก็ตามมาติดๆ ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายปาดเหงื่อบนหน้าผาก ตีหน้าเศร้าถามคำถามที่แทงใจดำที่สุดออกมา "ท่านประธานครับ ที่คุณจางกับคุณหลี่พูดก็ถูก แต่เราจะจัดการยังไงดีครับ?" เขากวาดสายตามองรอบห้อง ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง "ทีมกฎหมายของบริษัทเรา รับมือคดีสัญญาซื้อขายทั่วไปน่ะพอไหว แต่คดีสิทธิบัตรข้ามชาติสเกลใหญ่ขนาดนี้ พวกเรา... พวกเราไม่มีประสบการณ์เลยนะครับ!"
ได้ยินดังนั้น หม่าอวี่เถิงก็เคาะนิ้วบนโต๊ะเบาๆ คิดในใจว่าเขาประมาทไปจริงๆ ตอนนี้บริษัทมีธุรกิจระหว่างประเทศมหาศาล การขาดแคลนบุคลากรระดับสูงที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ คือจุดอ่อนใหญ่ของบริษัทในขณะนี้จริงๆ ทันใดนั้น ชื่อชื่อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งความทรงจำ เฉินหลี่ ทนายความที่เคยช่วยเขาเจรจาซื้อสิทธิ์ใช้งานสิทธิบัตรพื้นฐานแบตเตอรี่ลิเธียมจากห้องปฏิบัติการเบลล์ เขาทำงานด้านกฎหมายสิทธิบัตรระหว่างประเทศมาหลายปี น่าจะรู้จักทนายความเก่งๆ ในประเทศหลักๆ ที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรอยู่บ้าง น่าจะช่วยได้
เสียงเคาะโต๊ะหยุดลง เขาเงยหน้ามองผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย "คุณไปติดต่อทนายความเฉินหลี่ ที่เคยร่วมงานกับบริษัทเราดูหน่อย"
"บอกเขาว่าเรามีดีลใหญ่จะคุยด้วย เชื่อว่าเขาต้องสนใจแน่"