เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 อีกฝ่ายดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่

บทที่ 30 อีกฝ่ายดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่

บทที่ 30 อีกฝ่ายดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่


ต่อมา หวังห่าวก็กลับมหาวิทยาลัยของเขาตามระเบียบ

ก่อนกลับ หวังห่าวเล่าทิ้งท้ายว่าสาวรุ่นพี่ที่ขึ้นสองขีดคนนั้นทำเรื่องดร็อปเรียนและกลับบ้านไปแล้ว ส่วนจะตัดสินใจคลอดหรือยุติการตั้งครรภ์ ก็ไม่มีใครรู้

ได้ยินข่าวนี้ ซูหยูไม่ได้ออกความเห็นใดๆ

ทุกคนต้องรับผิดชอบผลจากการกระทำของตัวเอง

ไม่มีข้อยกเว้น

...

17 ตุลาคม

วันนี้เป็นวันพิเศษ

ฝ่ายกีฬามหาวิทยาลัยเหรินหมินคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนพลุกพล่านกว่าทุกวัน

แม้แต่หลินเสี่ยวเสี่ยวที่ควรจะอยู่มหาวิทยาลัยเยี่ยนจิง ก็ยังถ่อมารอแต่เช้า จับจองที่นั่งเรียบร้อย

เพราะวันนี้ซูหยูต้องลงแข่งบาสเกตบอลกระชับมิตรระหว่างสองมหาวิทยาลัยยักษ์ใหญ่

หลินเสี่ยวเสี่ยวจึงให้เกียรติด้วยการมารอเชียร์ที่อัฒจันทร์แต่เช้าตรู่

ข้างๆ หลินเสี่ยวเสี่ยว มีรูมเมตคนสนิทติดสอยห้อยตามมาด้วย แน่นอนว่าเธอมาเพื่อพิสูจน์ความหล่อของพี่ชายข้างบ้านที่หลินเสี่ยวเสี่ยวโฆษณาหนักหนาว่าหน้าตาดีขนาดไหน

ซูหยูกับเกากีกำลังยืนอยู่ในห้องพักนักกีฬา

รอเวลาแข่งจริงตอน 10 โมงเช้า!

ทีมเฉพาะกิจของพวกเขามีโค้ชคุมทีมด้วย แต่เรื่องความเป็นมืออาชีพคงไม่ต้องพูดถึง

ยังไงซะก็แค่การแข่งเล็กๆ ระหว่างนักศึกษา ประเด็นหลักอยู่ที่การเจรจาของผู้บริหารหลังจากนี้ต่างหาก นี่เป็นแค่เมนูเรียกน้ำย่อย

"ไม่ว่าจะเป็นสมรรถภาพร่างกายหรือแทคติก พวกนายเสียเปรียบอยู่แล้ว ดังนั้นลงสนามไปต้องเล่นให้รัดกุม อย่าบุกเพลิน ไม่งั้นจะเปิดช่องโหว่ได้ง่าย..."

โค้ชพุงพลุ้ยกำลังติวเข้มลูกทีมทั้ง 12 คน กลิ่นอาหารเก่าผสมกลิ่นเบียร์ค้างคืนโชยออกจากปาก ทำเอาคลื่นไส้ไม่น้อย

ซูหยูแอบเขยิบหนีออกมาเงียบๆ เกากีเห็นดังนั้นก็อยากจะขยับตาม แต่โดนโค้ชจ้องเขม็งจนต้องหดคอกลับไปยืนที่เดิม

ส่วนพวกตัวสำรองก็นั่งจับกลุ่มคุยกันเบาๆ อยู่ข้างๆ

พวกนี้ดูชิลมาก

เพราะงานหนักตกอยู่ที่ 5 ตัวจริง

พวกเขามาเป็นตัวสำรองก็แค่หวังใช้เป็นใบเบิกทางเข้าฝ่ายกีฬาเท่านั้น

ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการสะสมผลงานเพื่อเข้าฝ่ายกีฬา คงไม่มีใครยอมมานั่งสำรองรอเก้อเหมือนทีมมืออาชีพหรอก

"ซูหยู กดดันไหม?"

พอโค้ชพูดจบ เกากีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันมาถามซูหยู

ซูหยูยิ้ม "จะกดดันอะไร แค่เล่นขำๆ อย่าไปเปรียบเทียบเด็กโคลัมเบียกับ NBA สิ นั่นมันระดับโลก พวกเราเป็นเฟรชชี่เหมือนกัน เริ่มต้นพร้อมกัน เผลอๆ ร่างกายพวกนั้นอาจสู้เราไม่ได้ด้วยซ้ำ ผ่อนคลายหน่อยน่า"

เกากีพยักหน้า "ก็จริงแฮะ..."

ครู่ต่อมา ซูหยูและเพื่อนร่วมทีมก็เดินลงสู่สนาม

พร้อมๆ กับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

ต่างจากทีมเฟรชชี่ของพวกเขา ทีมคู่แข่งดูเหมือนจะมีแค่ 6 คน?

หมายความว่ามีตัวสำรองแค่คนเดียวงั้นเหรอ?

แน่นอนว่าพอเห็นทีมคู่แข่ง เกากีก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง

เพราะอย่างที่ซูหยูว่า รูปร่างโดยรวมไม่ได้ต่างกันมากนัก

ทีมคู่แข่งดูรูปร่างธรรมดา คนที่สูงที่สุดก็พอๆ กับเกากี ส่วนใหญ่สูงราวๆ 180 เซนติเมตร แถมยังมีคนที่ดูเตี้ยกว่า 180 กำลังวอร์มร่างกายอยู่ด้วย

เมื่อนักกีฬาทั้งสองทีมลงสนาม เสียงเชียร์และเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น

เสียงเชียร์ส่วนใหญ่ย่อมมาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยเหรินหมินเจ้าถิ่น

บนอัฒจันทร์ หลินเสี่ยวเสี่ยวตาเป็นประกาย!

เธอสบตากับซูหยู ชูกำปั้นเล็กๆ ให้กำลังใจ

ซูหยูส่งยิ้มตอบ ขณะเดียวกันก็คุยกับเกากีไปด้วย

จังหวะนั้น หลินเสี่ยวเสี่ยวส่งข้อความหาซูหยู: "เสี่ยวซูจื่อ เจ้ลงทุนโดดกิจกรรมที่มอมาเชียร์เลยนะ ต้องชนะให้ได้ล่ะ! ถ้าชนะมีรางวัลให้!"

ซูหยูยังไม่เห็นข้อความนี้เพราะโทรศัพท์เก็บไว้ในห้องพัก

ส่วนรูมเมตข้างๆ หลินเสี่ยวเสี่ยว พอแน่ใจว่าใครคือซูหยู ก็มองด้วยความทึ่ง

พี่ชายข้างบ้านของรูมเมตหน้าตาดีจริงๆ ดีเกินคาดด้วยซ้ำ

สมกับเป็นคู่หูหน้าตาดีแห่งปีกับหลินเสี่ยวเสี่ยวจริงๆ

ผู้เล่นทั้ง 10 คนในสนามพร้อมแล้ว รอเพียงสัญญาณเริ่มเกมจากกรรมการ

ตอนนี้มีนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวอเมริกันที่เรียนอยู่ที่นี่หรือมหาวิทยาลัยใกล้เคียงมานั่งดูด้วย พวกเขาคุยกันเสียงเบาแต่รัวเร็ว คนทั่วไปคงฟังไม่ทัน

แมตช์กระชับมิตรเฟรชชี่ระหว่างเหรินหมินกับโคลัมเบียครั้งนี้ ดูแลโดยฝ่ายกีฬาและฝ่ายกิจกรรม

ซูหยูยังไม่เคยเจอคนจากฝ่ายกิจกรรม

แต่เขาเห็นเฉียนฮ่าวอวี่ รองประธานฝ่ายกีฬา และหลี่ไค่รุ่ย ประธานฝ่ายกีฬา ยืนคุมเชิงอยู่ข้างสนาม

พอเห็นซูหยูมองมา สีหน้าเฉียนฮ่าวอวี่ก็มืดครึ้มลงทันที!

เขารู้สึกเหม็นขี้หน้าซูหยูจนไม่อยากจะมอง

ส่วนหลี่ไค่รุ่ยก็ท่าทีไม่ต่างกัน

ในเมื่อแตกหักกันไปแล้ว จะมาปั้นหน้าดีใส่กันทำไม?

การที่รุ่นพี่ปีสองต้องไปขอโทษรุ่นน้องปีหนึ่ง ถือเป็นความอัปยศสำหรับพวกเขา

ซูหยูไม่แยแส ละสายตากลับมาวอร์มร่างกายต่อ

นอกจากนี้ ชมรมวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยยังเตรียมพร้อมตั้งกล้องบันทึกการแข่งขัน เพื่อส่งต่อให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์และฝ่ายธุรการทำข่าวโปรโมทต่อไป

นอกจากนักศึกษาแล้ว ผู้บริหารของทั้งสองมหาวิทยาลัยก็มาร่วมชมด้วย

ตอนนี้ผู้บริหารพร้อมล่ามกำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนคำทักทายตามมารยาทกับนักศึกษาทั้งสองฝั่งอย่างชื่นมื่น จริงเท็จแค่ไหนใครจะรู้

เหมือนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เกากีสะกิดซูหยูแล้วบุ้ยใบ้ไปทางหนึ่ง กระซิบว่าประธานสโมสรนักศึกษาก็มาดูด้วย อยู่ไม่ไกลนี่เอง

แถมไม่ใช่ประธานธรรมดา แต่เป็นถึงประธานสภาผู้แทนนักศึกษา จุดสูงสุดของอำนาจในหมู่นักศึกษา

ซูหยูเงยหน้ามอง เห็นหญิงสาวผมยาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง

ซูหยูแปลกใจเล็กน้อย

ปกติประธานสโมสรนักศึกษามักเป็นผู้ชาย ผู้หญิงที่เป็นประธานสโมสรนักศึกษาถือว่าหาได้ยากจริงๆ

หลังจากละสายตา ซูหยูก็หันมามองผู้เล่น 5 คนของฝั่งตรงข้าม

ซูหยูสบตากับนักศึกษาชายคนหนึ่ง

อีกฝ่ายยิ้มเยาะ แววตาเต็มไปด้วยความดูถูก

แถมยังพูดยั่วโมโหไม่หยุดปาก

เหมือนจะบอกว่าพวกเขามาเล่นกับเด็กอนุบาล เดี๋ยวจะทิ้งห่างสัก 50 แต้ม ถ้าทำไม่ได้ คืนนี้จะลงโทษตัวเองด้วยการดื่มเบียร์

ซูหยูขมวดคิ้ว!

แม้ทักษะการเขียนภาษาอังกฤษเขาจะงูๆ ปลาๆ แต่ประสบการณ์เจอฝรั่งมาเยอะ ทำให้เขาฟังออกว่าอีกฝ่ายพูดอะไร

ไม่ใช่แค่ซูหยูที่ขมวดคิ้ว

เพราะที่นี่มีนักศึกษาเก่งภาษาอังกฤษเพียบ

ถ้าภาษาอังกฤษห่วย คงสอบเข้าที่นี่ไม่ได้หรอก

เกากีเลียริมฝีปาก อีกฝ่ายไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาจริงๆ ด้วย กะไว้แล้วเชียว!

จบบทที่ บทที่ 30 อีกฝ่ายดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่

คัดลอกลิงก์แล้ว