- หน้าแรก
- ย้อนวันวานมาพบรัก ของอนาคตบอส
- บทที่ 28 ขอโทษ
บทที่ 28 ขอโทษ
บทที่ 28 ขอโทษ
เฉียนฮ่าวอวี่ทั้งโกรธทั้งอับอาย
หลายวันที่ผ่านมา ตอนสัมภาษณ์น้องปีหนึ่งเข้าฝ่ายกีฬา มีใครบ้างที่ไม่นอบน้อม ยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวฟังพวกเขาเทศนาโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ?
แต่ไอ้เด็กทีมบาสคนนี้มันกวนประสาทชะมัด
"ฮ่าวอวี่ เรื่องนี้ชักจะยุ่งยากแล้วสิ"
หลี่ไค่รุ่ยขมวดคิ้วพูดขึ้น
เขานึกย้อนไปถึงคำพูดทิ้งท้ายของซูหยู
และความจริงก็เป็นอย่างที่ซูหยูสวนกลับมา รายชื่อนักกีฬาได้ส่งไปให้คณบดีอนุมัติเรียบร้อยแล้ว และท่านคณบดีก็เซ็นอนุมัติลงมาแล้วด้วย!
เรื่องทีมบาสเกตบอลถือเป็นอันสิ้นสุด
ฝ่ายกีฬาแม้จะรับหน้าเสื่อดูแลการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นี้ แต่เอาเข้าจริงอำนาจไม่ได้อยู่ในมือพวกเขา พวกเขาแค่เป็นลูกมือช่วยงานสำนักงานคณบดี โดยมีอาจารย์ผู้อำนวยการเป็นคนคุมภาพรวมทั้งหมด
หน้าที่ของพวกเขาก็แค่รวบรวมรายชื่อเสนอคณบดีเท่านั้น!
กระบวนการทั้งหมด พวกเขาแทบไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายได้เลย
อย่างมากก็แค่แรงงานฟรี
แค่นั้นเอง!
แล้วทีนี้ดันไปแตกหักกับไอ้เด็กนั่น จะทำยังไงดีล่ะ?
"ถ้าเดี๋ยวมันไม่มาซ้อม พวกเราซวยแน่"
หลี่ไค่รุ่ยเสริมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เฉียนฮ่าวอวี่เองก็หน้าเครียดไม่แพ้กัน
พวกเขาจะเขี่ยซูหยูทิ้งก็ได้ แต่ประเด็นคือแมตช์กระชับมิตรครั้งนี้ขาดซูหยูไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเอาอะไรไปอธิบายกับอาจารย์และคณบดี
เมื่อกี้ยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดีๆ ตอนนี้งานเข้าเต็มๆ
ถ้าซูหยูไม่มา จะแก้ตัวกับอาจารย์ยังไงดี?
เฉียนฮ่าวอวี่คิดหนัก สุดท้ายได้แต่พูดอย่างจนปัญญา "หัวหน้า ไอ้เด็กนั่นมันน่ารังเกียจจริงๆ สถานการณ์ตอนนั้นมันกู้หน้าไม่ทันแล้ว!"
"มันรู้ดีอยู่แล้วว่าเรื่องนี้อนุมัติไปแล้ว ถึงได้กล้าทำแบบนั้น เจ้าเล่ห์ชะมัด!"
รองประธานอีกคนเสริมขึ้น
เฉียนฮ่าวอวี่คิดเข้าข้างตัวเอง "อีกไม่กี่วันก็ต้องไปซ้อมที่โรงยิม รอดูก่อนว่ามันจะโผล่มาไหม โอกาสดีขนาดนี้ มันคงไม่ทิ้งหรอกน่า วางใจเถอะ..."
จะให้พวกเขายกขบวนไปง้อถึงหอพักเหรอ ฝันไปเถอะ ทำไม่ได้หรอก
แต่ถ้าไอ้เด็กนั่นไม่คิดจะเข้าฝ่ายกีฬาอยู่แล้ว ครั้งนี้ถือว่าพวกเขากุมจุดอ่อนมันไม่ได้เลย
และพวกเขาก็จะไม่มีหน้าไปรายงานผู้บริหารด้วย
...
คืนนั้น ซูหยูไม่ไปซ้อมที่โรงยิมจริงๆ!
เขานอนเล่นอยู่ที่หอพักทั้งคืน คุยแชทกับหลินเสี่ยวเสี่ยวสบายใจเฉิบ
"บัดซบ! มันกล้าเบี้ยวซ้อมจริงๆ ด้วย!"
พอรู้ข่าว เฉียนฮ่าวอวี่ถึงกับชกตู้เก็บของระบายอารมณ์ ก่อนจะร้องโอดโอยด้วยความเจ็บใจ
"ทุกคน วันนี้อาจารย์โทรมาถามผมแล้วว่าทำไมคนขาดซ้อม เราต้องหาทางแก้ด่วน!"
ในกลุ่มแชทฝ่ายกีฬา หลี่ไค่รุ่ยพิมพ์ข้อความด้วยความร้อนใจ
เฉียนฮ่าวอวี่คิ้วขมวดเป็นปม
หรือว่า...
ต้องถ่อไปเชิญมันถึงหอพักจริงๆ?
ยังไม่ทันได้พูดอะไร หลี่ไค่รุ่ยก็พิมพ์ต่อ "ผมแก้ตัวไปว่ามันไม่สบาย วันนี้เลยรอดตัวไป แต่พรุ่งนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว... อาจารย์บอกว่าพรุ่งนี้คณบดีจะลงมาดูการซ้อมด้วยตัวเอง เพราะทางมหาลัยให้ความสำคัญกับงานนี้มาก"
ประโยคนั้นทำเอาทั้งกลุ่มแชทเงียบกริบ
คำพูดของซูหยูเมื่อตอนกลางวันย้อนกลับมาทิ่มแทงใจ ทำเอาสีหน้าแต่ละคนดูไม่ได้
ฝ่ายอื่นสบายดีแท้ๆ ทำไมฝ่ายกีฬาถึงมีปัญหาเยอะจังวะ?
ทั้งที่อำนาจในมือก็น้อยนิด เพราะเป็นแค่งานที่โรงเรียนโยนมาให้ทำ!
หลี่ไค่รุ่ย: "พวกนายช่วยคิดหน่อยสิ ไม่งั้นพรุ่งนี้อาจารย์องค์ลงแน่ ฉันยังอยากเข้าพรรคอยู่นะ เว้ย จะมาตายน้ำตื้นเพราะเรื่องนี้ไม่ได้..."
ในฐานะประธานฝ่ายกีฬา เขาจนปัญญาจริงๆ
หน้าก็ไม่อยากเสีย แต่เบื้องบนก็บี้ลงมาไม่หยุด
เรื่องนี้พวกเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ แต่ถ้าพังขึ้นมา พวกเขารับเละ เป็นงานปิดทองหลังพระชัดๆ
ถ้าความแตกขึ้นมา คณบดีรู้ว่าพวกเขาเป็นต้นเหตุให้เด็กไม่มาซ้อม พวกเขาก็รับผิดชอบไม่ไหวเหมือนกัน
"เอางี้ไหม... เราไปหามันที่หอพักดีกว่า?"
รองประธานอีกคนเสนอไอเดีย
...
สี่ทุ่มกว่าคืนนั้น
ซูหยูกำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ในห้อง
เขากำลังดูราคาบิตคอยน์
ช่วงนี้บิตคอยน์มีแนวโน้มดีดตัวกลับ
ทรงนี้อีกไม่นานน่าจะพุ่งแตะจุดพีค
เขากำลังรอจังหวะขายทำกำไร เพราะถ้าถือยาวเกินไป ราคามันจะร่วงกลับไปเท่าทุน ต้องรออีกหลายปีกว่าจะพุ่งแรงจริงๆ ช่วงไม่กี่ปีนี้มีแค่ปลายปี 2013 นี่แหละที่เป็นโอกาสทอง ซึ่งซูหยูจับจังหวะได้พอดี
เกากีเพิ่งเดินเข้ามา เห็นหน้าจอคอมก็ทัก "ซูหยู นายเล่นพวกเงินดิจิทัลด้วยเหรอ?"
ซูหยูเลิกคิ้ว ยิ้มตอบ "นายรู้อะไรเยอะเหมือนกันนะเนี่ย"
เกากีนี่รอบรู้ใช่เล่น
เกากียิ้มเจื่อนๆ อธิบาย "ฉันเคยศึกษาดูบ้าง แต่ไม่ค่อยเข้าใจ ฟองสบู่มันเยอะเกินไป ดูลึกลับซับซ้อนกว่าหุ้นอีก เลยไม่กล้าเสี่ยง นายก็ระวังๆ หน่อยละกัน"
พูดจบ เกากีก็นึกถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันขึ้นมาได้
เขาจึงเอ่ยว่า "เมื่อบ่ายอาจารย์รู้ว่านายไม่มาซ้อม เลยวีนแตกใส่พวกฝ่ายกีฬา พวกนั้นยืนคอตกฟังเทศน์กันเป็นแถว"
เพราะซูหยูเป็นตัวหลักของทีม อุตส่าห์จัดตัวกันลงตัวแล้ว แต่ซูหยูดันหายหัว อาจารย์จะไม่โกรธได้ไง
ถึงจะมีตัวสำรอง แต่ฝีมือคนละชั้นกับซูหยูลิบลับ
แม้การซ้อมจะดำเนินต่อไป แต่อาจารย์ก็ด่าหลี่ไค่รุ่ยกับเฉียนฮ่าวอวี่จนเสียหมา
ซูหยูพยักหน้า "แค่นั้นเหรอ?"
ซูหยูเดาไว้อยู่แล้ว
ไม่แปลกใจเท่าไหร่
"แล้วก็... เมื่อกี้เฉียนฮ่าวอวี่มาขอที่อยู่หอพักเรา กะจะมาหาด้วยตัวเอง สงสัยจะมาขอโทษ..."
พูดถึงตรงนี้ เกากีรู้สึกนับถือซูหยูจริงๆ!
ที่เขารีบกลับมาหาซูหยู ก็เพราะเรื่องนี้แหละ!
ซูหยูนี่ใจนิ่งชะมัด
ถ้าเป็นเขา โดนขู่ขนาดนั้นคงยอมก้มหัวขอโทษไปตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว
อย่างที่ซูหยูพูดเป๊ะ ฝ่ายกีฬาไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเรื่องนี้เลย พวกนั้นก็แค่เบ๊รับใช้ ต่อหน้าผู้บริหารก็ไม่มีความหมายอะไร
แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ ซูหยูคงหมดอนาคตกับฝ่ายกีฬาแน่นอน
พวกนั้นอาจแตะต้องเรื่องทีมบาสไม่ได้ แต่เรื่องรับคนเข้าฝ่าย พวกนั้นมีอำนาจเต็มที่ จะเลือกใครก็ได้
ซูหยูพยักหน้า ถามเวลาคร่าวๆ กะว่าพวกนั้นคงใกล้จะถึงแล้ว
จากนั้นซูหยูก็คุยกับเกากีเรื่องเข้าสภานักศึกษา พอรู้ว่าซูหยูมีแผนของตัวเอง เกากีก็ไม่ซักไซ้ต่อ
ไม่นานนัก ก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้อง 310
เกากีขานรับ "เชิญครับ"
คนที่เข้ามาไม่ใช่เฉียนฮ่าวอวี่หรือหลี่ไค่รุ่ย แต่เป็นรองประธานฝ่ายกีฬาอีกคน
รุ่นพี่ปีสองคนนี้เดินตรงมาหาซูหยู แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ซูหยู เรื่องเมื่อวันนี้พวกพี่ก็มีส่วนผิด ผูกมิตรดีกว่าสร้างศัตรูนะ พี่มาขอโทษนายในนามฝ่ายกีฬา หวังว่าพรุ่งนี้นายจะไปซ้อมที่โรงยิม การแข่งกระชับมิตรที่จะถึงนี้สำคัญกว่าเรื่องขัดใจกันนะ เพราะมันเป็นหน้าตาของมหาวิทยาลัย!"
ตอนที่มีเรื่องกัน รุ่นพี่คนนี้ยืนเงียบตลอด
ให้เขามาไกล่เกลี่ยน่าจะเสียหน้าน้อยที่สุดสำหรับฝ่ายกีฬา
แน่นอนว่าการมาครั้งนี้ หลี่ไค่รุ่ยมีสินบนล่อใจ เป็นมื้อเย็นมื้อใหญ่
ซูหยูนั่งพิงพนักเก้าอี้ เงยหน้ามองรุ่นพี่ตรงหน้า แล้วพูดเรียบๆ "ขอถามหน่อยครับ เฉียนฮ่าวอวี่กับหลี่ไค่รุ่ยไปไหน? คงไม่ได้แอบอยู่หน้าห้อง ไม่กล้าเข้ามาเพราะอายหรอกนะ?"
ประโยคเดียวทำเอารุ่นพี่ปีสองหน้าเจื่อน!
เกากีอยากจะพูดแทรก แต่คิดไปคิดมาก็เงียบดีกว่า
ซูหยูไม่ใช่คนไม่ดูตาม้าตาเรือ ตรงกันข้าม เขาฉลาดเป็นกรด ที่กล้าทำแบบนี้แสดงว่ามั่นใจ
"ไปตามสองคนนั้นเข้ามาคุยกับผม"
ซูหยูสั่งเสียงเรียบ ไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย
ไม่กี่นาทีต่อมา เฉียนฮ่าวอวี่และหลี่ไค่รุ่ยก็เดินหน้ามุ่ยเข้ามาในห้อง 310!
เมื่อกี้พวกเขายืนรออยู่ตรงทางเดิน คุยโอ้อวดกับพวกรุ่นน้องปีหนึ่ง รับคำเยินยอสรรเสริญ หลายคนอยากเข้าฝ่ายกีฬา บางคนถึงขั้นเอาของมาฝากเนื้อฝากตัว
แต่นึกไม่ถึงว่าคุยเพลินๆ รองประธานที่ส่งไปเจรจาก็เดินหน้าคล้ำออกมาถ่ายทอดคำสั่งของซูหยู
แค่ส่งตัวแทนไปขอโทษยังไม่พอ ต้องให้พวกเขาสองคนเข้าไปขอขมาด้วยตัวเอง?
หยามกันเกินไปแล้ว!
เฉียนฮ่าวอวี่สูดหายใจลึก กัดฟันพูด "ซูหยู อย่าให้มันมากนักนะ พอได้แล้วมั้ง!"
ซูหยูนั่งไขว่ห้าง ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมว่าพี่ปรับทัศนคติหน่อยดีกว่า ไม่งั้นคราวหน้าผมอาจจะคุยไม่รู้เรื่องกว่านี้นะ"
เกากีหัวใจเต้นระรัว
ซูหยูเล่นกับไฟชัดๆ!
กะจะหักกับประธานฝ่ายกีฬาให้แตกกันไปข้างเลยเหรอ?
เขากลัวจริงๆ ว่าหลังจบแมตช์นี้ ซูหยูจะโดนพวกนี้รุมคว่ำบาตร
ทรัพยากรของรุ่นพี่ปีสองมันเยอะกว่าปีหนึ่งแบบเทียบไม่ติด
เฉียนฮ่าวอวี่ทำท่าจะไม่ยอม แต่หลี่ไค่รุ่ยสูดหายใจลึกแล้วยกมือห้ามไว้
เขาเดินมายืนข้างซูหยู แล้วพูดว่า "ซูหยู เรื่องวันนี้พวกพี่ผิดเอง พี่ขอโทษนายตรงนี้เลย หวังว่านายจะกลับไปซ้อมบาสต่อ อย่าให้เรื่องนี้กระทบงานใหญ่ของโรงเรียนเลยนะ"
พูดพลางล้วงบุหรี่หรูหรายี่ห้อฝูหรงหวังออกมาซองหนึ่ง ยื่นส่งให้ซูหยู
นี่เป็นของบรรณาการที่เพิ่งได้จากรุ่นน้องเมื่อกี้นี้เอง
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาเกากีตาโต!
"เชี่ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!"
แม้แต่หลี่เฟยเฟยที่เพิ่งกลับมาเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี ถึงกับสะดุ้งโหยง!
ทำไมประธานฝ่ายกีฬาถึงยื่นบุหรี่ให้ซูหยูวะ?
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ซูหยูนั่งอยู่ แต่ประธานฝ่ายกีฬายืนค้ำหัว
นี่มันเรื่องเหลือเชื่อชัดๆ!